News
กรุงเทพฯ (28 พฤษภาคม 2569) – ภาคการผลิตไทยกำลังเผชิญแรงกดดันครั้งใหม่หลายอย่าง อาร์เอ็กซ์ ไบเทค จึงชวนผู้ประกอบการจากทั่วโลกมาร่วมพลิกโฉมการผลิตด้วยนวัตกรรมใหม่ในงาน “Manufacturing Expo 2026” มหกรรมเครื่องจักรและเทคโนโลยีเพื่อการผลิตและอุตสาหกรรมสนับสนุน ที่ครบครันที่สุดในอาเซียน รวมกว่า 2,000 แบรนด์ จาก 30 ประเทศ 29 พาวิลเลียนนานาชาติ ครอบคลุมเทคโนโลยีผลิตพลาสติก แม่พิมพ์ ชิ้นส่วนยานยนต์ หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ อิเล็กทรอนิกส์ การเตรียมพื้นผิวและชุบสี และโซลูชันด้านการบริหารจัดการโรงงานและอาคาร 7 งานเฉพาะทางในมหกรรมเดียว ระหว่างวันที่ 17 – 20 มิถุนายน นี้ เต็มพื้นที่ฮอลล์ 98 – 104 รวมกว่า 45,000 ตร.ม. ของ ไบเทค บางนา นางวราภรณ์ ธรรมจรีย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อาร์เอ็กซ์ ไบเทค (ประเทศไทย) จำกัด เผยถึงแนวคิดการจัดงานในปีนี้ว่าจัดขึ้นภายใต้ธีม “Innovations that Define All Industries” หรือ “นวัตกรรมที่สร้างนิยามใหม่ให้ทุกการผลิต” “ที่เราเลือกธีมนี้ เพราะคำว่า ‘นวัตกรรม’ เป็นสิ่งที่ผู้ร่วมงานของเราบอกว่า นี่คือสิ่งที่พวกเขาต้องการ ปีที่ผ่านมา เราเห็นเจ้าของโรงงานและผู้บริหารระดับสูงในแผน
“ไม่มีประวัตินำเข้า แต่ 11 บริษัทส่งออกปลากว่า 200,000 ตัว ได้อย่างไร?” อาจเป็นเพียงคำถามสั้น ๆ แต่กลับสะท้อนความผิดปกติสำคัญในระบบข้อมูลประมงไทย เพราะในขณะที่หน่วยงานรัฐยืนยันว่า ประเทศไทยมีการนำเข้าปลาหมอคางดำอย่างถูกต้องตามกฎหมายเพียงครั้งเดียวเพื่อการวิจัย กลับปรากฏข้อมูลการส่งออกปลาชนิดเดียวกันไปยังต่างประเทศจำนวนมหาศาลในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน ถึงวันนี้ สำคัญที่สุด คือ เหตุใดร่องรอยทางการค้าเหล่านี้จึงยังไม่เคยได้รับคำอธิบายที่ชัดเจนต่อสาธารณะ ย้อนกลับไปในปี 2553 ประเทศไทยอนุญาตให้นำเข้าปลาหมอคางดำอย่างถูกต้องตามกฎหมายเพียงกรณีเดียว คือการนำเข้าปลา 2,000 ตัว เพื่อใช้ในการวิจัย ภายใต้ระบบควบคุมของหน่วยงานรัฐ ต่อมามีคำชี้แจงว่าโครงการดังกล่าว “ล้มเหลว” และปลาทั้งหมดถูกกำจัดไปแล้ว หลังจากนั้น ในปี 2555 เริ่มมีรายงานการพบปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำธรรมชาติของไทย ก่อนที่สถานการณ์จะขยายตัวอย่างรวดเร็วในหลายจังหวัดชายฝั่งและระบบนิเวศน้ำกร่อย คำถามสำคัญจึงเกิดขึ้นว่า หากการนำเข้ามีเพียงครั้งเดียว และโครงการวิจัยสิ้นสุดลงตามที่กล่าวอ้าง เหตุใดปลาชนิดนี้จึงสามารถแพร่กระจายได้กว้างขวางเช่นนี้ ประเด็
ข้อมูลหน่วยงาน สถาบันวิจัยพืชสวน กรมวิชาการเกษตร เลขที่ 50 ถนนพหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900 โทรศัพท์ 0 2940 6578 อีเมล : [email protected]
ตามที่รัฐบาลโดยการนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจแบบร่วมจ่าย(Co-pay) ภายใต้โครงการไทยช่วยไทยพลัส ในอัตรา 60:40 โดยภาครัฐสมทบเงินช่วยค่าใช้จ่าย 60% สูงสุด 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน รวมสุงสุด 4,000 บาทตลอดโครงการ 4 เดือน โดยจะเริ่มใช้จ่ายได้ในวันที่ 1 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป หลังเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนผ่านแอพพลิเคชั่น”เป๋าตัง”จนถึงวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ในส่วนร้านค้าสหกรณ์หลายพื้นที่ได้มีการเตรียมความพร้อมสินค้าต่าง ๆ กันอย่างคึกคัก ทั้งสินค้าอุปโภคบริโภค ปุ๋ยยา ตลอดจนอุปกรณ์การเกษตรต่าง ๆ เพื่อรับอานิสงส์จากโครงการดังกล่าว นายนิรันดร์ มูลธิดา อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า โครงการไทยช่วยไทยพลัส เป็นมาตรการหนึ่งที่รัฐบาลออกมาช่วยเหลือในเรื่องค่าใช้จ่ายแก่ประชาชน และยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับฐานราก ในส่วนของกรมส่งเสริมสหกรณ์ก็ได้รณรงค์สนับสนุนให้ร้านค้าสหกรณ์ต่าง ๆ เข้าร่วมโครงการด้วย โดยมอบหมายให้ทางสำนักงานสหกรณ์จังหวัดต่าง ๆ ดูแลประสานกับสหกรณ์ในพื้นที่รับผิดชอบเตรียมความพร้อมทั้งในเรื่องตัวสินค้าและพนักงานเจ้าหน้าที่ประจำร้านค้าอย่างเต็
ทุกวันนี้ไม่ว่าเราจะหันไปทางไหน ก็มีแต่คำแนะนำให้ “กินผักผลไม้ให้หลากหลาย” แต่รู้ไหมว่าการเลือกกินตาม “สี” ของผักและผลไม้ ก็มีประโยชน์มากกว่าที่คิด เพราะแต่ละสีนั้นมีสารอาหารเฉพาะตัว ที่ช่วยดูแลร่างกายเราในแบบที่แตกต่างกันออกไป มาดูกันว่า ผักผลไม้ 5 สี มีอะไรบ้าง และแต่ละสีดียังไงกันบ้าง ผักผลไม้สีเขียว สารที่ให้ในผักคือ คลอโรฟิลล์ ลูทีน และซีแซนทีน ช่วยลดความเสี่ยงโรคมะเร็ง และต้านอนุมูลอิสระช่วยลดการเกิดความเสื่อมของจอประสาทตา และกระตุ้นภูมิคุ้มกันในร่างกาย แถมมีไฟเบอร์สูง ช่วยเรื่องการขับถ่ายอีกด้วย ผักผลไม้สีเขียว : กะหล่ำปลีสีเขียว บร็อกโคลี่ คะน้า หน่อไม้ฝรั่ง อะโวกาโด แตงกวา ผักโขม ถั่วลันเตา แอปเปิ้ลสีเขียว องุ่นเขียว ผักผลไม้สีขาว สารอาหารในผักสีขาว จะเป็นกลุ่มสารฟลาโวนอยด์คือ แซนโทน สารที่มีอยู่ในผักผลไม้กลุ่มนี้เป็นที่น่าสนใจของนักวิจัย เพราะมีประโยชน์หลายด้าน ช่วยชะลอความเสียหายของเซลล์และอวัยวะในร่างกาย และช่วยป้องกันโรคความดันโลหิต รวมถึงโรคหลอดเลือดหัวใจ ผักผลไม้สีขาว : ขิง ผักกาดขาว หัวไชเท้า ดอกกะหล่ำ เห็ด กระเทียม ลิ้นจี่ ลูกเดือย แห้ว ผักผลไม้สีแดง สารอาหารในผักสีแดง
ผู้เชี่ยวชาญ เผย 4 ความเชื่อเรื่องการกิน “ทุเรียน” ที่หลายคนอาจยังเข้าใจผิด พร้อมแนะนำวิธีการกินอย่างไรให้ปลอดภัยต่อสุขภาพ ทุเรียน เป็นผลไม้สุดโปรดของใครหลายคน แต่ก็แฝงไปด้วยอันตราย เนื่องจากเป็นผลไม้ที่มีพลังงานสูง มีน้ำตาลและคาร์โบไฮเดรตค่อนข้างมาก รวมถึงมีโพแทสเซียมสูง หากรับประทานมากเกินไปล่าสุด คลินิกหัวใจราชพฤกษ์ ได้เผย 4 ความเชื่อเรื่องการกิน “ทุเรียน” ที่หลายคนเข้าใจผิด 1.ทุเรียนมีคอเลสเตอรอลสูงความจริงแล้ว ทุเรียนไม่มีคอเลสเตอรอล เพราะคอเลสเตอรอลนั้นพบในอาหารจากสัตว์ ไม่ใช่ในพืช 2.ต้องกินมังคุดคู่กับทุเรียน เพื่อลดความร้อนปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ยืนยันว่ามังคุดช่วยดลความร้อนจากทุเรียนได้ ดังนั้นกินได้ตามความชอบ ไม่จำเป็นต้องคู่กัน 3.กินทุเรียนร่วมกับแอลกอฮอล์ ทำให้ตายได้แม้ไม่มีหลักฐานการเสียชีวิตชัดเจนจากการกินร่วมกัน แต่หากกินปริมาณมากอาจทำให้เกิดอาการคล้ายแพ้แอลกอฮอล์รุนแรง ซึ่งอาจเป็นอัตรายร้ายแรงในโรคหัวใจ จึงแนะนำให้หลีกเลี่ยงการกินร่วมกัน 4.ทุเรียนช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางเพศยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ยืนยันว่าทุเรียนเป็นผลไม้ช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ กินทุเรียน
พันธมิตรผู้เลี้ยงกุ้งไทย ผนึกกำลังยื่นหนังสือร้องนายกฯอนุทิน ขอช่วยเจรจาด่วน ปลดล็อกปัญหามาเลฯสกัดนำเข้ากุ้งจากไทย มีผล 1 มิ.ย.2569 หวั่นสูญตลาดส่งออก 8,000 ตัน เกษตรกรผู้เลี้ยงเดือดร้อน เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2569 นายเอกพจน์ ยอดพินิจนายกสมาคมกุ้งไทย และนายอภิชิต วรกิจ เลขาธิการพันธมิตรผู้เลี้ยงกุ้งไทย เข้ายื่นหนังสือต่อนายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี ที่วัดถ้ำเสือ จ กระบี่ เพื่อขอความอนุเคราะห์ช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง และชาวประมงชายฝั่งอย่างเร่งด่วน โดยการเร่งเจรจาแก้ไขปัญหา มาตรการระงับการนำเข้ากุ้งของประเทศมาเลเซีย นายเอกพจน์ เปิดเผยว่า หลังจากสมาคมกุ้งไทย และพันธมิตรผู้เลี้ยงกุ้งไทย ได้รับทราบ ประกาศจากทางการประเทศมาเลเซีย เรื่องการยกระดับมาตรการควบคุมการนำเข้า สินค้าสัตว์น้ำจากประเทศไทย โดยเฉพาะการระงับการนำเข้ากุ้ง 5 สายพันธุ์เป็นการ ชั่วคราว ได้แก่ กุ้งกุลาดำ, กุ้งขาว, กุ้งแชบ๊วย กุ้งน้ำตาล และกุ้งฟ้า ซึ่งจะมีผลบังคับ ใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป ทางพันธมิตรผู้เลี้ยงกุ้งไทย ซึ่งประกอบด้วยองค์กรเกษตรกร 19 องค์กร มีความกังวลอย่างยิ่งต่อมาตรการดังกล่าว เนื่องจาก
กรมพัฒนาที่ดิน ขานรับนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รับมือผลกระทบจากสถานการณ์สู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง มุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ที่ดินและการใช้ปุ๋ยของเกษตรกร เร่งขับเคลื่อนเกษตรดิจิทัล พัฒนาบริการ e-Service ตรวจสอบดินเพื่อการเกษตร เต็มรูปแบบ อำนวยความสะดวกให้เกษตรกร “รู้ค่าวิเคราะห์ดิน” ได้ง่ายเพียงปลายนิ้ว พร้อมส่งเสริมการใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน เพื่อลดต้นทุนปุ๋ยและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอย่างสูงสุด ผ่านการให้บริการ 2 รูปแบบ ได้แก่ วิเคราะห์ดินโดยห้องปฏิบัติการ รู้ผลอย่างละเอียด ภายใน 30 วัน และวิเคราะห์ดินเบื้องต้นด้วยชุด LDD Test Kit รู้ผลทันที ดร.สุมิตรา วัฒนา อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน ระบุว่า ดินเป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญของการเกษตร การรู้สุขภาพดินก่อนใส่ปุ๋ยจะช่วยลดต้นทุน ลดการใช้ปุ๋ยผิดสูตร ป้องกันดินเสื่อมโทรม และเพิ่มผลผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ การตรวจดินแบบรู้ผลเร็วช่วยให้เกษตรกรสามารถตัดสินใจปรับปรุงดินได้ทันท่วงที ปัจจุบันเกษตรกรสามารถเข้าถึงบริการได้ง่ายผ่าน e-Service ตรวจสอบดินเพื่อการเกษตร ทั้งการยื่นคำขอออนไลน์ การส่งตัวอย่างทางไปรษณีย์ และรับผลวิเคราะห์ผ่านโทรศัพท์
สำนักงานเกษตรพื้นที่กรุงเพมหานคร ขอเชิญชวนเกษตรกรและผู้สนใจด้านการเกษตร เข้าร่วมงาน Green Grain Day “ไม่เผาแต่ได้รายได้ ” วันที่ 9 มิถุนายน 2569 เวลา 08.30 – 15.00 น. ณ คณะเทคโนโลยีการเกษตร สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.)
พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จัดงานตลาดเศรษฐกิจพอเพียง“เกษตรไทย ไปครัวโลก” ระหว่างวันที่ 6 – 7 มิถุนายน 2569 เวลา 08.00–17.00 น. ขอเชิญประชาชนร่วมค้นหาคุณค่าและเสน่ห์ของอาหารไทยตั้งแต่ผืนดินไทยสู่ครัวโลก สะท้อนคุณค่าของภาคการเกษตรไทยในฐานะแหล่งผลิตอาหารผ่านองค์ความรู้ด้านเกษตร การจัดการทรัพยากร และการสร้างความมั่นคงทางอาหารจากรากฐานภูมิปัญญา พร้อมเปิดอบรมฟรี 8 หลักสูตรวิชาของแผ่นดิน ที่สามารถต่อยอดสู่การสร้างอาชีพและสร้างมูลค่าได้จริง ชม ชิม ช็อป ผลผลิตเกษตรคุณภาพในราคาสบายกระเป๋ากว่า 100 ร้านค้า พันจ่าเอก ประเสริฐ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียติฯ กล่าวว่า “ปัจจุบันอาหารไทยได้รับการยอมรับจากคนทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นต้มยำกุ้ง ผัดไทย เมี่ยงคำ หรืออาหารพื้นถิ่นจากแต่ละภูมิภาค วันนี้โลกให้ความสำคัญกับอาหารปลอดภัย สุขภาพ และความยั่งยืนมากขึ้น ซึ่งประเทศไทยมีต้นทุนที่แข็งแรง ทั้งวัตถุดิบ ภูมิปัญญา และวิถีเกษตร ตลาดเศรษฐกิจพอเพียง “เกษตรไทย ไปครัวโลก” ครั้งนี้ จึงเป็นการเปิดมุมมองให้เห็นว่า เกษตรไทยสามารถสร้างคุณค่าได้ตั้งแต่ระดับครัวเรือนทั้
บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด ร่วมกับ กรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเวที “คูโบต้า มัน(ส์) ขยายร่อง” ภายใต้คอนเซ็ปต์ ปลูกง่ายได้มัน(ส์)ดี ชวนเกษตรกรไทยก้าวสู่สนามประลองของการปลูกมันสำปะหลังยุคใหม่ ผ่านการเรียนรู้และแข่งขัน ในโซลูชัน “ขยายร่อง” เทคนิคการปลูกที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของแปลงปลูก ผสานการใช้แทรกเตอร์คูโบต้า และการบริหารจัดการแปลงแบบ Data-Driven Farming ด้วยระบบบันทึกข้อมูล K-iField เพื่อการทำเกษตรมีความแม่นยำ วิเคราะห์และบริหารจัดการแปลงได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างครบวงจร มุ่งยกระดับศักยภาพการผลิต ลดต้นทุน และเพิ่มผลผลิตอย่างยั่งยืน ล่าสุดประกาศผลสมาร์ต ฟาร์มเมอร์ ผู้เข้ารอบ 30 คนสุดท้ายเตรียมแข่งขันชิงถ้วยพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมเงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า 200,000 บาท นางวราภรณ์ โอสถาพันธุ์ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า จากข้อมูลสถานการณ์อุตสาหกรรมมันสำปะหลังไทย พบว่าปัจจุบันประเทศไทยมีพื้นที่ปลูกมันสำปะหลังประมาณ 9.32 ล้านไร่ มีผลผลิตรวมกว่า 26.9 ล้านตันต่อปี และมีการส่งออกม
หากพูดถึงเทคโนโลยีนิวเคลียร์ หลายคนอาจนึกถึงพลังงานหรือการแพทย์ แต่ที่จังหวัดจันทบุรี เทคโนโลยีนิวเคลียร์ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการช่วยเกษตรกรจัดการกับ “แมลงวันผลไม้” ศัตรูสำคัญของผลไม้เศรษฐกิจไทยที่สร้างความเสียหายต่อผลผลิตและรายได้ของเกษตรกรมาอย่างยาวนาน กว่า 20 ปีที่ผ่านมา สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สทน. ได้ทำงานร่วมกับกรมส่งเสริมการเกษตร หน่วยงานท้องถิ่น ผู้นำชุมชน และเกษตรกรในพื้นที่อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี เพื่อพัฒนาแนวทางควบคุมแมลงวันผลไม้ในทุเรียน มังคุด เงาะ และลองกอง ด้วยการประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์และนวัตกรรมจนเกิดผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม ในอดีต แมลงวันผลไม้สร้างความเสียหายต่อผลผลิตในหลายพื้นที่ของจังหวัดจันทบุรี บางช่วงมีความเสียหายสูงถึง 50-100 เปอร์เซ็นต์ ผลไม้ที่ถูกวางไข่จะเน่าเสียจากภายใน ไม่สามารถจำหน่ายหรือส่งออกได้ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้ของเกษตรกร ขณะที่การพึ่งพาการใช้สารเคมีอย่างต่อเนื่องทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้นและส่งผลต่อสิ่งแวดล้อม จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อ สทน. นำ “เทคนิคแมลงเป็นหมัน” หรือ Sterile Insect Technique (SIT) เข้ามาใช้ร่
เทศบาลนครรังสิต เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายพัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมเศรษฐกิจระดับชุมชนอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด กองสวัสดิการสังคม ได้ดำเนินการจัด “โครงการส่งเสริมอาชีพประชาชน ประจำปีงบประมาณ 2569” มุ่งเน้นการฝึกอบรมทักษะวิชาชีพระยะสั้นในหลักสูตรภูมิปัญญาไทยชั้นสูง “การทำขนมไทยชาววัง” ระหว่างวันที่ 9-10 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ณ อาคารเทศบาลนครรังสิต เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชน สตรี ผู้สูงอายุ และผู้ด้อยโอกาสในพื้นที่ ได้เข้าถึงการเรียนรู้ นำไปต่อยอดประกอบอาชีพเสริมและสร้างรายได้จุนเจือครอบครัวท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน การเปิดงานในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นายทรงสิทธิ์ ฐานุกิจอนันท์ รองนายกเทศมนตรีนครรังสิต เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการอย่างเป็นทางการ พร้อมทั้งร่วมพบปะให้กำลังใจแก่ผู้เข้ารับการอบรม โดยมี จ่าเอก วีรภัทร ผลบูรณ์ รองปลัดเทศบาลรักษาการแทนผู้อำนวยการกองสวัสดิการสังคม เป็นผู้กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์และความเป็นมาของการจัดงาน ซึ่งการอบรมตลอดทั้งสองวันประกอบไปด้วยการถ่ายทอดองค์ความรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติในเมนูขนมไทยยอดนิยมและขนมมงคล ได้แก่ ทองหยิบ, ทองหยอด, เม็ดขนุน และลูกชุบ ตั
บริษัท ซีพีแรม จำกัด ผู้นำอุตสาหกรรมอาหารพร้อมรับประทาน ยกทัพแบรนด์ผลิตภัณฑ์คุณภาพ ชูขีดความสามารถมาตรฐานระดับโลก ในงาน “THAIFEX-ANUGA ASIA 2026” นำเสนอผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมรับประทานและเบเกอรี่ อาทิ เลอแปง, เจด ดราก้อน, วีจีฟอร์เลิฟ, เดลี่ไทย, เดลิกาเซีย, โอแรมปัง, เลดี้เจน และครีเอเตอร์ พร้อมโซน “Digital Market Place – Fudidiworld” ช่องทางออนไลน์ให้ทุกคนเข้าถึงง่ายได้ตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยไลน์อัปอาหาร-เบเกอรี่ คุณภาพระดับพรีเมียม กว่า 100 เมนู นอกจากการจัดแสดงสินค้าคุณภาพแล้วนั้น ซีพีแรมยังใช้เวที “THAIFEX-ANUGA ASIA 2026” ในการแสดงวิสัยทัศน์ธุรกิจและแบ่งปัน Success Story ที่ผ่านมา โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากกลุ่มอาหารพร้อมรับประทานและเบเกอรี่ที่ได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมต่อเนื่อง ควบคู่กับการขยายช่องทางจำหน่ายผ่านร้านค้าสมัยใหม่และแพลตฟอร์มดิจิทัล รวมถึงยังมีกิจกรรม Business Matching เพื่อต่อยอดความร่วมมือกับคู่ค้าใหม่ และการโชว์ทำอาหาร จากเชฟชั้นนำ ที่มาสร้างสรรค์เมนูสุดเอ็กซ์คลูซีฟให้สัมผัสถึงรสชาติเหนือระดับผสานความพิถีพิถันสไตล์ Fine Dining หนึ่งเดียวภายในงานโดยเฉพาะ นายวิเศษ วิศิษฏ์
กรมส่งเสริมการเกษตร ส่งเสริมให้เกษตรกรสามารถลดต้นทุนและเพิ่มรายได้ในการทำการเกษตรมาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงประสิทธิภาพการพ่นสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืช ส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมที่ต้องคำนึงถึงหลายปัจจัย ได้แก่ ทิศทางและความเร็วลม อุณหภูมิ ความชื้นสัมพัทธ์ และโอกาสการเกิดฝนตกในขณะพ่นสาร ซึ่งปัจจัยต่างๆ ล้วนส่งผลโดยตรงต่อการตกค้างของละอองสารในพื้นที่เป้าหมายและการป้องกันกำจัดศัตรูพืชได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก่อนพ่นสารเคมีฯ ควรใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชตามหลัก 3 ถูก เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการควบคุมศัตรูพืช คือ 1. ถูกเวลา โดยพ่นในตอนเช้าหรือเย็นซึ่งมีอุณหภูมิต่ำและความชื้นสัมพัทธ์สูงกว่า 70% เพื่อให้พืชดูดซึมสารได้ดีที่สุด ควรตรวจสอบสภาพอากาศ และหลีกเลี่ยงการพ่นสารเมื่อมีแนวโน้มว่าฝนจะตกภายใน 1-4 ชั่วโมงข้างหน้า เพื่อป้องกันการชะล้างสารไปโดยไร้ประโยชน์ 2. ถูกชนิด หากจำเป็นต้องพ่นสารในฤดูฝนหรือช่วงที่ฝนตกบ่อย ควรเลือกสารประเภทดูดซึม (Systemic) ซึ่งพืชจะดูดซึมเข้าไปในเนื้อเยื่อได้ภายใน 1-4 ชั่วโมง ทำให้ป้องกันกำจัดศัตรูพืชได้ดีกว่าสารประเภทสัมผัสตาย ที่สารอาจถูกฝนชะล้างไปก่อนจะสัมผัสและ
คุณสุรศักดิ์ ศรีอำนวย เกษตรกรผู้ปลูกมะม่วง เจ้าของสวนบ้านล้วนไม้ดี ตำบลแก่งเสี้ยน อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี สร้างรายได้ตลอดปีด้วยอาชีพผลิตกิ่งพันธุ์มะม่วงป้อนตลาดเกือบ 30 ปี คุณสุรศักดิ์แนะนำสายพันธุ์มะม่วงเด่นทำเงินของไทยและนานาชาติ ที่น่าลองปลูกเป็นไม้ผลทำเงินและปลูกเป็นไม้ผลประจำบ้าน “เมื่อก่อนมะม่วงออกตามฤดูกาล ออกมาจ๊ะเอ๋กันเลยทั้งประเทศ ทำให้มะม่วงล้นตลาด แปรรูปก็ไม่ทัน แต่ทุกวันนี้ ตลอดทั้งปี มีการใช้เทคนิคราดสาร บังคับให้มะม่วงออกนอกฤดูกาลทำให้มีผลผลิตมะม่วงเข้าสู่ตลาดทุกวัน ถ้าเรากินผลดิบ ผลสุก มันกินไม่ทัน พักเดียวมันก็เน่า ปัจจุบันไม่เจอปัญหามะม่วงล้นตลาด เพราะแปรรูปกันมากขึ้น เช่น มะม่วงมหาชนก ซื้อมะม่วงมาแล้วหั่นเข้าเก็บรักษาในรูปแบบฟรีซดรายก่อนจึงค่อยทยอยนำมาแปรรูป ”คุณสุรศักดิ์กล่าว รู้จักมะม่วงสายพันธุ์ดีทั่วโลก “น้ำดอกไม้สีทอง” คือมะม่วงอันดับหนึ่งของไทย ภาษาอังกฤษใช้คำว่า มะม่วงทองคำ ส่วนมะม่วงพันธุ์ดีของพม่า คือ “เซงตะโล่ง” ด้านมะม่วงอันดับหนึ่งของฟิลิปปินส์ คือ กุยมาราส (Guimaras) หรือ มะม่วงคาราบาว ทุกวันนี้ ไต้หวันเป็นผู้นำด้านการพัฒนาสายพันธุ์มะม่วงจำนวนมาก เ
กรุงเทพฯ – ปิดฉากลงอย่างยิ่งใหญ่สำหรับงาน AGRITECHNICA ASIA 2026 งานแสดงเทคโนโลยีการผลิตพืชและเกษตรอัจฉริยะชั้นนำของเอเชีย ภายใต้แนวคิด “Farm. Farmer. Future.” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-22 พฤษภาคม 2569 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค (BITEC) กรุงเทพฯ ตอกย้ำบทบาทการเป็นศูนย์กลางนวัตกรรม เทคโนโลยี และการเชื่อมโยงธุรกิจภาคเกษตรกรรมที่สำคัญที่สุดในภูมิภาค การจัดงานในครั้งนี้ประสบความสำเร็จอย่างท่วมท้น โดยมีผู้เข้าชมงานมากกว่า 12,000 คน จาก 72 ประเทศ และมีบริษัทร่วมจัดแสดงสินค้ากว่า 367 บริษัท จาก 30 ประเทศทั่วโลก สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมเทคโนโลยีการเกษตรในระดับนานาชาติอย่างแท้จริง โดยงานนี้จัดขึ้นโดย DLG (สมาคมเกษตรแห่งเยอรมนี) ร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของไทย ควบคู่กับงาน HortEx ซึ่งดำเนินการโดย Nova Exhibitions และ VEAS ผู้เข้าร่วมงานจากหลายประเทศสำคัญ อาทิ จีน อินเดีย ญี่ปุ่น มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม อินโดนีเซีย เกาหลีใต้ สิงคโปร์ และไต้หวัน ต่างให้ความสนใจเทคโนโลยีด้านเครื่องจักรกลการเกษตร เกษตรแม่นยำ ระบบอัตโนมัติ เกษตรดิจิทัล และแนวทางการผลิตพืชอย่างย
กรุงเทพฯ 25 พฤษภาคม 2569 – นายวีระพล ผ่องสุภา เลขานุการกรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (ลำดับที่ 2 จากซ้าย) นายณภัทร กาญจนะจัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจซีแอนด์โค คอมมิวนิเคชั่นส์ จำกัด (ลำดับที่ 4 จากซ้าย) และ นางสาวกฤชญา กู้ธนวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บริษัท ไลค์ มี จำกัด (ลำดับที่ 1 จากซ้าย) ร่วมมอบเงินบริจาคและสิ่งของจำเป็นให้แก่มูลนิธิกระจกเงา ภายใต้โครงการ ”แชร์ ปัน สุข สังคม” เพื่อแบ่งปันน้ำใจ พร้อมสร้างโอกาส และคุณภาพชีวิตที่ดีให้สังคมไทย โดยมี นางสาวลักขณา ศิริกาล หัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ มูลนิธิกระจกเงา (ลำดับที่ 3 จากซ้าย) เป็นผู้รับมอบ เมื่อเร็วๆ นี้ ณ มูลนิธิกระจกเงา เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ หมายเหตุถึงกองบรรณาธิการ : บุคคลในภาพ (จากซ้ายไปขวา) 1. นางสาวกฤชญา กู้ธนวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บริษัท ไลค์ มี จำกัด 2. นายวีระพล ผ่องสุภา เลขานุการกรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม 3. นางสาวลักขณา ศิริกาล หัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ มูลนิธิกระจกเงา 4. นายณภัทร กาญจนะจัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจซีแอนด์โค คอมมิวนิเคชั่นส์ จำกัด
นายชัยวัฒน์ นันทิรุจ (ที่ 2 จากขวา) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอกา โกลบอล จำกัด (EKA GLOBAL) ยกทัพออกบูธในงานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มระดับโลก THAIFEX-ANUGA ASIA 2026 ตอกย้ำศักยภาพผู้นำตลาดนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ยืดอายุอาหาร (Longevity Packaging) นำโซลูชันนวัตกรรมและบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เคียงข้างผู้ประกอบการผู้ผลิตอาหารพร้อมรับประทาน (Ready-To-Eat) และอาหารสัตว์เลี้ยงพรีเมียม (Pet-Food) เดินหน้าสู้ตลาดโลกผันผวน ถ่ายภาพ ณ บูธ ‘EKA GLOBAL’ หมายเลข XX 63 อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี เมื่อเร็วๆ นี้ สำหรับผู้ประกอบการผู้สนใจนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ยืดอายุอาหาร เพื่อยกระดับธุรกิจสู่มาตรฐานใหม่ระดับโลก ‘EKA GLOBAL’ เปิดให้คำปรึกษาฟรี ตลอดการจัดงาน THAIFEX-ANUGA ASIA 2026 ระหว่างวันที่ 26-30 พฤษภาคม 2569 ณ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี หรือ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.eka-global.com สอบถามเพิ่มเติมโทร. 038-574-187
