ปลูกน้อยหน่า 300 ต้น เป็นอาชีพหลักเลี้ยงครอบครัวได้ น้อยหน่า ผลไม้ปลูกง่าย โตเร็ว สร้างรายได้ดี ลุงจอม ปลูกเพียง 300 ต้น แต่สามารถสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัว ส่งลูกเรียนจบปริญญาได้หลายคนเลยทีเดียว ด้วยเงินลงทุนที่น้อย
ลุงจอม บอกว่า มีรายรับจากการทำสวนน้อยหน่าเพชรปากช่องปีละ 300,000 บาท มีรายจ่ายเพียง 50,000 บาท ต่อปี คือค่าถุงห่อ ค่าน้ำ ค่าปุ๋ย ค่าแรงมีเฉพาะช่วงห่อผล และช่วงเก็บ
นอกจากนั้น ลุงจอมทำคนเดียว แต่ลุงจอมบอกว่า ถึงแม้น้อยหน่าจะสร้างรายได้ดีก็จริง แต่ลุงจอมก็ทำอาชีพเสริมด้วยคือ การตอนกิ่ง ชำกิ่งทับทิม กิ่งน้อยหน่า และไม้ผลชนิดอื่นขายด้วย ถือเป็นการสร้างรายได้อีกทาง อ่านเทคนิคการปลูกเพิ่มเติมได้ที่ลิ้งค์นี้
https://www.technologychaoban.com/bul…
MOST POPULAR
หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) จังหวัดพัทลุงก้าวสู่การเป็นเมืองท่องเที่ยวที่โดดเด่นด้วยมรดกโลกถึง 3 รายการ ประกอบด้วย มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม “โนรา” มรดกทางการเกษตรโลกแห่งแรกของประเทศไทย และล่าสุดคือ พื้นที่ชุ่มน้ำโลก (Ramsar Site) ทะเลน้อย ที่การที่องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ได้ประกาศขึ้นทะเบียนให้พื้นที่ทะเลน้อย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ได้รับการยอมรับเป็นระบบมรดกทางการเกษตรที่สำคัญของโลก (GIAHS) ภายใต้ชื่อ “Thale Noi Wetland Pastoral Buffalo Agro-ecosystem” เมื่อปี พ.ศ. 2565 ซึ่งถือเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ที่สะท้อนถึงความสัมพันธ์อันเกื้อกูลระหว่างระบบนิเวศพื้นที่ชุ่มน้ำ กับภูมิปัญญาการเลี้ยงควายปลักแบบปล่อยธรรมชาติที่สืบทอดกันมานานกว่า 2 ศตวรรษ จากผลการศึกษาวิจัยเชิงลึกพบว่า วิถีชีวิตของ “ควายเลน้อย” มีบทบาทสำคัญในการรักษาสมดุลและฟื้นฟูระบบนิเวศของทะเลน้อยอย่างยิ่ง ฝูงควายเหล่านี้ทำหน้าที่เสมือนวิศวกรชีวภาพ ที่ช่วยกำจัดวัชพืชน้ำที่หนาแน่นได้ถึง
“เครื่องบดปุ๋ยหมักและดินปลูก” นวัตกรรม เลิกเผา ลดควัน ลดต้นทุน ใช้ง่าย ตอบโจทย์เกษตรกร “ใบไม้ในชุมชนนั้นเยอะมาก ก็คิดว่าจะทำใบไม้พวกนี้ให้เป็นปุ๋ยหมักอย่างไร เพราะการใช้ปุ๋ยหมักนั้นใช้เวลานาน ผมก็คิดว่าจะทำอย่างไรให้การทำปุ๋ยหมักนั้นใช้เวลาน้อยที่สุด” คุณสุรเดช ภูมิชัย เกษตรกรและผู้คิดค้นนวัตกรรม “เครื่องบดปุ๋ยหมักและดินปลูก” ในพื้นที่ หมู่ที่ 6 ตำบลหนองล่อง อำเภอเวียงหนองล่อง จังหวัดลำพูน โดยนวัตกรรมตัวดังกล่าวคิดค้นภายใต้แนวคิดที่ต้องการลดการเผาใบลำไยและใบมะม่วงของเกษตรกรในพื้นที่ภาคเหนือ เพื่อไม่ให้เกิดมลพิษทำลายสิ่งแวดล้อม โดยให้เกษตรกรเอาใบไม้ที่ได้จากการตัดแต่งกิ่งมาแลกปุ๋ยหมักที่มีการบดใบลำไย ใบมะม่วงผสมกับมูลสัตว์ ที่ใช้เป็นส่วนผสมในปุ๋ยหมัก กลับไปใช้ในไร่สวนของตนเอง ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการผลิตในการซื้อปุ๋ยหมักตามปกติ นับว่าเป็นนวัตกรรมเครื่องเล็กๆ ที่สามารถสร้างผลกระทบได้ดีและขยายในวงกว้างได้ แนวคิดในการพัฒนา”Advertiser” เกษตรกรชาวสวนลำไยและสวนมะม่วงต้องตัดแต่งกิ่งเป็นประจำทุกวัน จึงรวบรวมใบลำไยและใบมะม่วงเพื่อมาผลิตเป็นปุ๋ยหมักและดินพร้อมปลูก โดยการสนับสนุนจากสำนักงานพัฒนาชุมชน
“การจัดการดิน” คือ หัวใจสำคัญของการทำเกษตรอินทรีย์ ภายใต้แนวคิดที่ว่า “ให้อาหารแก่ดิน เพื่อให้ดินไปให้อาหารแก่พืช” แตกต่างจากการเกษตรทั่วไปที่มักเน้นการให้ปุ๋ยเคมีหรืออาหารแก่พืชโดยตรง “Advertiser”องค์ประกอบของ การจัดการดิน มีดังนี้: 1. การบำรุงดินด้วยอินทรียวัตถุ: ใช้ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยพืชสด และการย่อยสลายตามธรรมชาติ เพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณ์และจุลินทรีย์ในดิน 2. การปฏิเสธสารเคมีสังเคราะห์ทุกชนิด: งดใช้ปุ๋ยเคมี ยาฆ่าหญ้า สารเคมีกำจัดศัตรูพืช และฮอร์โมนสังเคราะห์ 3. การสร้างความหลากหลายทางชีวภาพ: ปลูกพืชหมุนเวียนและจัดระบบนิเวศในแปลงให้พึ่งพาอาศัยกันตามธรรมชาติ เพื่อลดปัญหาโรคและแมลงศัตรูพืช 4. ความซื่อสัตย์และเคารพธรรมชาติ: ซื่อสัตย์ต่อตนเองและผู้บริโภคในการรักษามาตรฐาน และเคารพวงจรธรรมชาติเพื่อให้เกิดความยั่งยืนในระยะยาว ต้นแบบเกษตรอินทรีย์วิถีพอเพียงที่ จ.ลพบุรี ป้าอร หรือ คุณสุจิตรา ฉ่ำเพชร หญิงเหล็กของวงการผักอินทรีย์จังหวัดลพบุรี เมื่อปี 2551 ป้าอรได้มีโอกาสอบรมเกี่ยวกับเกษตรอินทรีย์รุ่นแรก ของมูลนิธิ MOA และได้ยืนหยัดทำเกษตรอินทรีย์ต่อเนื่องมาตลอดจนถึงปัจจุบัน ในขณะที่คนร
เมื่อสวนปาล์มน้ำมันอายุกว่า 30 ปี เดินทางมาถึงวันที่ต้องรื้อปลูกใหม่ คำถามสำคัญจึงไม่ได้อยู่ที่ว่าจะปลูกปาล์มอีกครั้งหรือเปลี่ยนไปปลูกยางพารา แต่คือมีพืชอะไรที่เหมาะกับพื้นที่และสร้างมูลค่าได้มากกว่านั้นหรือไม่? คำถามนี้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการทดลองปลูกพริกไทยในจังหวัดตรัง และค่อยๆ พัฒนาไปสู่การทำสวนพริกไทยดำ GI ที่ไม่ได้มองเพียงผลผลิต แต่พยายามค้นหาคุณค่าของพืชท้องถิ่นชนิดนี้ ให้ลึกไปถึงประวัติศาสตร์ การปลูก และการตลาด ผู้ที่พาเรื่องราวนี้เดินทางจากสวนทดลองหลักพันต้น มาสู่สวนพริกไทยขนาด 20 ไร่ คือ คุณทราย – กันต์หทัย จิตรไมตรีเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แบล็คโกลด์ เทรชเชอร์ จำกัด ซึ่งเดิมกำลังศึกษาต่อด้าน Digital Marketing ที่ประเทศอังกฤษ และเหลือเวลาอีกประมาณ 6 เดือนก่อนเรียนจบ ขณะเดียวกันทางบ้านกำลังมองหาพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ หลังตัดสินใจไม่ปลูกปาล์มน้ำมันหรือยางพารา เพราะเวลานั้นสถานการณ์ราคาผลผลิตทางการเกษตรไม่ได้เป็นใจนัก ขณะที่ต้นทุนกลับเพิ่มขึ้นทั้งค่าแรง ค่าปุ๋ย และค่าใช้จ่ายในการจัดการสวน จาก 1,000 ต้น สู่ 20 ไร่ พลิกพืชทางเลือก สู่พืชเศรษฐกิจท้องถิ่น “Advertiser” คุณทราย เ
