จากการเติบโตอย่างช้าๆ แต่ก้าวย่างอย่างมั่นคงและมุ่งเน้นความสม่ำเสมอในคุณภาพสินค้าตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ลูกค้าทุกระดับ ทำให้วันนี้ สหกรณ์การเลี้ยงปศุสัตว์ กรป. กลาง โพนยางคำ กลายเป็นแหล่งผลิตเนื้อโคระดับประเทศที่มีสมาชิกกว่า 6,000 ราย ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดสกลนคร และนครพนม พัฒนากลายเป็นต้นแบบของการรวมกลุ่มผู้ผลิตที่มีการบริหารจัดการตลอดห่วงโซ่การผลิตสอดคล้องกับการดำเนินชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง ระดับชุมชนอย่างแท้จริง
#เสียงจากแผ่นดิน #ศาสตร์พระราชา #มูลนิธิปิดทองหลังพระ #สหกรณ์โพนยางคำ #โคขุน #สกลนคร #บ้านโพนยางคำ
MOST POPULAR
ปัญหาปลาหมอคางดำ สร้างความปวดหัวให้แก่ชาวประมงอย่างมากเพราะเป็นสัตว์ต่างถิ่นที่ปรับตัวได้เก่ง สามารถอยู่ได้ในแหล่งน้ำทุกประเภท สามารถแพร่พันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว กำจัดเท่าไหร่ก็ไม่หมดไม่สิ้น ในรายการ เปลี่ยนมุมคิด สถานีโทรทัศน์รัฐสภา วันที่ 25 พฤษภาคม 2569 เวลา 20.15 น.คุณธวัช สุระบาล ประธานคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา กล่าวตอนหนึ่งว่า ปัญหาปลาหมอคางดำไม่ควร “หาคนผิด” เพราะมีหลายปัจจัยไม่รู้ว่ามาจากอะไร กรณีปัญหาการลักลอบนำเข้าสัตว์ต่างถิ่นรวมทั้งประเด็นความรับผิดชอบคงต้องรอฟังข้อเท็จจริงจากกระบวนการศาล ทุกวันนี้ หลายพื้นที่ประสบปัญหาเรื่องคุณภาพน้ำอยู่แล้ว จำเป็นต้องจัดการทั้งระบบนิเวศ ไม่ใช่มองแค่ปัญหาปัญหาหมอคางดำเพียงอย่างเดียว ปัญหาเฉพาะหน้าที่ต้องเร่งเดินหน้าจัดการก็คือ ช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ รวมทั้งควบคุมการแพร่ระบาด ลดประชากรปลา ผ่านโมเดล “จับ-ลด-ใช้ประโยชน์” พร้อมเปลี่ยนมุมมอง หมอคางดำ จากวายร้ายเป็นทรัพยากร ที่สามารถ นำไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลายทั้ง อาหารคน อาหารสัตว์ อาหารพืช ปลาป่น วัตถุดิบเลี้ยงปูขาว และสินค้าโอท็อป เพื่อสร้างห่วงโซ่เศรษฐกิจใหม่ให้ชุมชน
ในวันที่โลกกำลังเผชิญวิกฤตสภาพภูมิอากาศ ทั้งภัยแล้ง อุณหภูมิสูง ดินเสื่อม และต้นทุนการผลิตที่พุ่งสูงขึ้น การทำเกษตรจึงยากกว่าที่เคย โดยเฉพาะปัญหาราคาปุ๋ยและคุณภาพดินที่ถดถอยต่อเนื่อง จนเกษตรกรจำนวนมากต้องลงทุนเพิ่ม แต่ผลผลิตกลับไม่เพิ่มตาม “ไบโอชาร์” จึงถูกมองว่าเป็นหนึ่งในทางรอดสำคัญของภาคเกษตรยุคใหม่ เพราะไม่ใช่เพียงถ่านธรรมดา แต่คือคาร์บอนจากชีวมวลพืชที่มีโครงสร้างรูพรุนสูง ช่วยฟื้นฟูดินถึงระดับโครงสร้างพื้นฐาน ทำให้ดินร่วนซุย อุ้มน้ำได้ดี ลดการสูญเสียธาตุอาหาร และช่วยให้จุลินทรีย์ที่มีประโยชน์เติบโตได้มากขึ้น และสิ่งที่น่าสนใจคือ เกษตรกรสามารถผลิตไบโอชาร์ใช้เองได้จากเศษวัสดุในไร่นา ไม่ว่าจะเป็นฟางข้าว ใบอ้อย กิ่งไม้ ซังข้าวโพด หรือเศษพืชจากสวนผลไม้ เพราะพืชทุกชนิดล้วนมีคาร์บอนเป็นองค์ประกอบ เมื่อนำมาเผาภายใต้สภาวะออกซิเจนจำกัด ก็จะได้ไบโอชาร์ที่สามารถนำกลับไปฟื้นดินในแปลงของตัวเองได้อีกครั้ง คุณประสาน สุขสุทธิ์ อดีตหัวหน้ากลุ่มอารักขาพืช สำนักงานเกษตรจังหวัดสระแก้ว และเจ้าของสวนไผ่โป๋ยแจ่ม สระแก้ว ได้ให้มุมมองในเรื่องของไบโอชาร์ไว้ว่า แม้ไบโอชาร์จะไม่ใช่ยาวิเศษที่แก้ได้ทุกปัญหาในทั
“ถั่วแระญี่ปุ่น” คือถั่วเหลืองฝักสด เป็นพืชล้มลุก มีทรงพุ่ม ผลเป็นฝัก มีลักษณะทรงแบน ยาวรี โค้งงอเล็กน้อย มีขนอ่อนๆ ฝักมีสีเขียว ฝักจะนูนขึ้น มีเมล็ดโตเรียงกันอยู่ข้างใน เมล็ดไม่แก่ไม่อ่อนเกินไป เมล็ดสีเขียว มีรสชาติหวานมันกว่าเมล็ดใหญ่กว่า นุ่มกว่า มีถิ่นกำเนิดในประเทศญี่ปุ่น ต่อมาได้มีปลูกกันมากในหลายประเทศทั่วโลก ญี่ปุ่น จีน และเกาหลี มีประวัติการบริโภคถั่วเหลืองในระยะฝักไม่อ่อนและไม่แก่เกินไป ชาวญี่ปุ่นนิยมรับประทานถั่วแระเป็นกับแกล้มเบียร์ หรืออาหารว่างเกือบทุกครัวเรือน จึงมีการพัฒนาปรับปรุงพันธุ์ถั่วเหลืองให้มีฝักและเมล็ดใหญ่กว่าถั่วเหลืองธรรมดา 2 เท่า เมล็ดนุ่ม รสชาติหวานมัน ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์สำหรับบริโภคฝักสดเพียงอย่างเดียว และมีความพยายามปลูกถั่วแระส่งตลาดตลอดทั้งปี ซึ่งความต้องการบริโภคถั่วแระญี่ปุ่น หรือถั่วเหลืองฝักสด (Vegetable Soybean) ของชาวญี่ปุ่น ประมาณปีละ 150,000 ตัน แต่สามารถผลิตภายในประเทศได้เพียง 100,000-110,000 ตัน จึงต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ถั่วแระญี่ปุ่นเป็นพืชโปรตีนสูง (ถั่วแระญี่ปุ่น มีโปรตีน 12.7% ถั่วฝักยาว มีโปรตีน 2.4%) รสชาติอร่อย สามารถนำไปประกอบอาหา
กรมส่งเสริมการเกษตร ส่งเสริมให้เกษตรกรสามารถลดต้นทุนและเพิ่มรายได้ในการทำการเกษตรมาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงประสิทธิภาพการพ่นสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืช ส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมที่ต้องคำนึงถึงหลายปัจจัย ได้แก่ ทิศทางและความเร็วลม อุณหภูมิ ความชื้นสัมพัทธ์ และโอกาสการเกิดฝนตกในขณะพ่นสาร ซึ่งปัจจัยต่างๆ ล้วนส่งผลโดยตรงต่อการตกค้างของละอองสารในพื้นที่เป้าหมายและการป้องกันกำจัดศัตรูพืชได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก่อนพ่นสารเคมีฯ ควรใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชตามหลัก 3 ถูก เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการควบคุมศัตรูพืช คือ 1. ถูกเวลา โดยพ่นในตอนเช้าหรือเย็นซึ่งมีอุณหภูมิต่ำและความชื้นสัมพัทธ์สูงกว่า 70% เพื่อให้พืชดูดซึมสารได้ดีที่สุด ควรตรวจสอบสภาพอากาศ และหลีกเลี่ยงการพ่นสารเมื่อมีแนวโน้มว่าฝนจะตกภายใน 1-4 ชั่วโมงข้างหน้า เพื่อป้องกันการชะล้างสารไปโดยไร้ประโยชน์ 2. ถูกชนิด หากจำเป็นต้องพ่นสารในฤดูฝนหรือช่วงที่ฝนตกบ่อย ควรเลือกสารประเภทดูดซึม (Systemic) ซึ่งพืชจะดูดซึมเข้าไปในเนื้อเยื่อได้ภายใน 1-4 ชั่วโมง ทำให้ป้องกันกำจัดศัตรูพืชได้ดีกว่าสารประเภทสัมผัสตาย ที่สารอาจถูกฝนชะล้างไปก่อนจะสัมผัสและ
