“มะลิวัลย์อัญชันช่อ
ทุกก้านกอสรล่มสรลอน
ชงโคยี่โถขจร
รสรื่นรรวยรมย์”
สรรพสิทธิ์คำฉันท์ : สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส
อัญชัน เป็นไม้เถา ชื่อพฤกษศาสตร์ Clitoria ternatea L. ต้นมีขนนุ่ม ใบเป็นช่อยาว มีใบย่อยรูปไข่ ใบประกอบแบบขนนกออกสลับ ดอกคล้ายดอกถั่ว สีครามแก่ ขาวและม่วงอ่อน กลีบคลุม รูปกลม ปลายเว้าเป็นรูปอ่าง ตรงกลางมีสีเหลือง
ผลเป็นฝักแบน กว้างประมาณ 2 ซ.ม. ยาวประมาณ 8 ซ.ม. เมล็ดจำนวนมาก ออกดอกเกือบตลอดปี ถิ่นกำเนิดในอินเดีย ปลูกได้ในเขตร้อน ขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ด
ปลูกเป็นไม้ประดับ ดอกนำมาคั้นได้น้ำสีฟ้าใช้เป็นสีผสมอาหารและขนม น้ำคั้นจากดอกใช้ทาผมและคิ้วให้ดก ใช้ทดสอบความเป็นกรดเป็นด่าง
ที่มา : คอลัมน์ อาทิตย์ละต้น
MOST POPULAR
จากพืชยอดฮิตของมาดากัสการ์ สู่พืชเศรษฐกิจใหม่ที่น่าจับตาในไทย ปัจจุบันการปลูกวานิลลาไม่ได้จำกัดอยู่แค่พื้นที่อากาศเย็นทางภาคเหนือเท่านั้น แต่เริ่มขยายวงกว้างไปทั้งภาคอีสาน ภาคใต้ และภาคกลาง ซึ่งพิสูจน์แล้วว่าสามารถให้ผลผลิตได้ดีไม่แพ้กัน ถือเป็นโอกาสทองของคนปลูก เพราะอุตสาหกรรมอาหารในประเทศยังต้องการวัตถุดิบตัวนี้อีกมาก อย่างไรก็ตาม สิ่งที่คนปลูกต้องเน้นย้ำคือ “คุณภาพ” เพราะในตลาดวานิลลา ผลผลิตที่ได้มาตรฐานเท่านั้นถึงจะไปต่อได้อย่างยั่งยืน คุณอ้อ-สาวิตตรี สระทองเทียน เจ้าของ The Vanilla House แห่งอำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม นักพัฒนาสูตรอาหารที่มองเห็นโอกาสการเติบโตของวานิลลาจากประสบการณ์ในสายงานที่คลุกคลีมานาน จึงตัดสินใจพลิกพื้นที่ข้างบ้านเพียง 1 งาน มาทดลองปลูกวานิลลาด้วยตัวเอง เพื่อศึกษาเรียนรู้ตั้งแต่วิธีการปลูกไปจนถึงการเก็บเกี่ยว โดยมีเป้าหมายในการนำผลผลิตมาต่อยอดใช้กับอาชีพนักพัฒนาสูตรอาหาร และพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์จากวานิลลาเพื่อสร้างรายได้ในอนาคต คุณอ้อเล่าว่า เส้นทางการปลูกวานิลลาของเธอ ไม่ได้เริ่มจากการทำเกษตรเป็นอาชีพหลัก แต่เกิดจากความตั้งใจเล็กๆ ที่อยากสร้างพื้นที่สีเขียวภายใ
การทำเกษตรให้ประสบความสำเร็จ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเลือกเลี้ยง หรือปลูกสิ่งที่มีราคาดีในตลาดเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเริ่มจากการทำความเข้าใจธรรมชาติ และค้นหาว่าสภาพแวดล้อมแบบใดเหมาะสมกับสิ่งที่เราต้องการเลี้ยงหรือปลูก เพราะเมื่อเข้าใจความต้องการของสิ่งมีชีวิต และเลือกใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ได้อย่างเหมาะสม ก็อาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างอาชีพและมูลค่าเพิ่มทางการเกษตรได้ เช่นเดียวกับการเลี้ยง “ชันโรง” บน “เกาะช้าง” จังหวัดตราด ที่ได้นำความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่ามาเป็นส่วนสำคัญ ในการพัฒนาการเลี้ยงแมลงผสมเกสรชนิดนี้ให้เติบโตตามธรรมชาติ คุณต้น – ขจรพงศ์ ชูปัญญานนท์ เจ้าของนิรามิสสุข เกษตรกรจังหวัดตราด เป็นอีกหนึ่งท่านที่นำประสบการณ์จากการทำสวนผลไม้มาต่อยอดสู่การเลี้ยงชันโรง โดยเริ่มจากการทดลองเลี้ยงหลายสายพันธุ์ ก่อนจะสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของรังและเรียนรู้ว่า แม้ชันโรงจะเป็นแมลงที่มีประโยชน์ต่อการเกษตร แต่การนำมาเลี้ยงให้ประสบความสำเร็จ จำเป็นต้องคำนึงถึงความเหมาะสมของสภาพแวดล้อมด้วย ประสบการณ์ครั้งนั้นทำให้คุณต้นเริ่มมองหาพื้นที่ใหม่ จนพบว่าผืนป่าบนเกาะช้าง อาจเป็นคำตอบสำคัญของการเลี้ยงชันโร
กรมส่งเสริมการเกษตร ผนึกกำลังคณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อุทกภัย รับฟังปัญหาเกษตรกร พร้อมถ่ายทอดความรู้ “กู้พืช หยุดโรค ฟื้นราก หลังน้ำลด” ผ่าน Facebook Live กรมส่งเสริมการเกษตร มุ่งให้เจ้าหน้าที่และเกษตรกรนำองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญไปใช้ฟื้นฟูพืช ดิน และรากพืชอย่างถูกวิธี ลดความเสียหายจากโรคและศัตรูพืชหลังน้ำลด และช่วยให้เกษตรกรกลับมาประกอบอาชีพได้โดยเร็ว นายรพีทัศน์ อุ่นจิตตพันธ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์อุทกภัยตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน – 7 ตุลาคม 2569 ส่งผลกระทบต่อพื้นที่การเกษตรใน 50 จังหวัด มีเกษตรกรคาดว่าจะได้รับความเสียหายประมาณ 170,000 ราย และมีพื้นที่คาดว่าเสียหายรวมประมาณ 1.81 ล้านไร่ แบ่งเป็นนาข้าวประมาณ 1.38 ล้านไร่ พืชไร่และพืชผักประมาณ 303,000 ไร่ และไม้ผลไม้ยืนต้นประมาณ 29,878 ไร่ กรมส่งเสริมการเกษตรจึงติดตามสถานการณ์และความคืบหน้าการสำรวจความเสียหาย การช่วยเหลือเยียวยา และการฟื้นฟูพื้นที่การเกษตรอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เกษตรกรได้รับความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง เพราะการที่น้ำลดไม่ได้หมายความว่าปัญหาจะสิ้นสุดซึ่งพืชที่ผ่า
บริษัท เจียไต๋ จำกัด ผู้นำธุรกิจนวัตกรรมการเกษตรของไทย และผู้ส่งมอบโซลูชันทางการเกษตร หรือ “โซลูชัน โพรไวเดอร์” (Solution Provider) นำโดยคณะผู้บริหารและพนักงานร่วมกิจกรรม “เจียไต๋อาสา ปันน้ำใจ” จัดเตรียมและส่งมอบถุงยังชีพพร้อมน้ำดื่มแก่เกษตรกรและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในจังหวัดฉะเชิงเทราและปราจีนบุรี เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนด้านการดำรงชีวิต พร้อมส่งต่อความห่วงใยและกำลังใจแก่ครอบครัวผู้ประสบภัย คณะผู้บริหารและพนักงาน “เจียไต๋อาสา” ได้ร่วมแรงร่วมใจบรรจุสิ่งของจำเป็นลงในถุงยังชีพ ณ สำนักงานใหญ่ บริษัท เจียไต๋ จำกัด ก่อนนำความช่วยเหลือลงสู่พื้นที่ซึ่งครอบคลุมพี่น้องเกษตรกรและประชาชนผู้ประสบอุทกภัยรวม 400 ครัวเรือน โดยในอำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา เจียไต๋ได้ประสานความร่วมมือกับสหกรณ์การเกษตรบางน้ำเปรี้ยว จำกัด ขณะที่อำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี ได้ร่วมกับร้านสำรวยบริการ พันธมิตรในท้องถิ่นเพื่อส่งต่อความช่วยเหลือแก่เกษตรกรและประชาชนผู้ประสบภัยในแต่ละพื้นที่ กิจกรรม “เจียไต๋อาสา ปันน้ำใจ” ในครั้งนี้ สะท้อนความตั้งใจของเจียไต๋ในการเคียงข้างเกษตรกรและชุมชนอย่างต่
