สุขภาพ
ประเทศไทยกำลังก้าวสู่ สังคมสูงวัยระดับสุดยอด (Super Aged Society) เต็มรูปแบบในไม่กี่ปีข้างหน้า โดยปัจจุบัน ประเทศไทยมีผู้สูงวัย หรือคนอายุมากกว่า 60 ปี เกิน 20% ขณะเดียวกัน ครัวเรือนไทยมีภาวะหนี้สินสูงที่สุดในรอบ 4 ปี แบกหนี้เฉลี่ยครอบครัวละ 740,596 บาท อีกทั้งปัญหาโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่เกิดกับวัย 40+ ไปจนถึงผู้สูงอายุ และปัญหาล้มที่บ้านของผู้สูงอายุ ที่สูงถึง 82.9% รวมทั้งสัดส่วนผู้สูงวัยที่ตกเป็นเหยื่อออนไลน์ก็พุ่งขึ้นถึง 23.12% ทั้งหมดนี้คือแรงกดดันที่ทำให้ “อิสระ” ของคนทุกวัยถูกบีบไปพร้อมกัน ด้วยเหตุนี้ The Cloud, Superjeew Event, AIS Academy, CentralwOrld และ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จึงร่วมกันขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง ด้วยการชวนคนไทยทุกวัย ทั้งวัย 40+ และยังไม่ 40 มาเตรียมความพร้อมสู่ชีวิตที่มีอิสระผ่านงาน “Life Fest 40+ รู้ก่อน ดีกว่า” เทศกาลรวม How to เพื่อเตรียมความพร้อม สำหรับการวางแผนเพื่อชีวิตที่เป็นอิสระสำหรับคนทุกวัย ด้วยความรู้ทั้ง 5 ด้าน ผ่านเวทีเสวนา เวิร์กช็อป และโซนกิจกรรมลงมือทำจริง วันที่ 17–19 ตุลาคม 2568 ที่ CentralwOrld PULSE ชั้น 7 (เข้า
จากสิ่งที่ “วัยเดอะแบก” อายุ 30-40 ปี หรือกลุ่ม Gen Y ต้องเผชิญมากขึ้นคือ ความเสี่ยงโรคหัวใจ อันเกิดจากพฤติกรรมและวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป โรงพยาบาลวิมุตจึงเปิด ศูนย์หัวใจและหลอดเลือด ภายใต้คอนเซ็ปต์ Heart to Heart หัวใจที่ดูแลด้วยหัวใจ เพื่อเร่งรับมือกับวิกฤตสุขภาพนี้ นพ.นิพัฒน์ กุหลาบขาว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โรงพยาบาลวิมุต โฮลดิ้ง จำกัด กล่าวว่า “โรคหัวใจและหลอดเลือด ยังคงเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของโลกและประเทศไทย ซึ่งนับเป็นโรคซับซ้อนที่ต้องอาศัยทั้งความชำนาญเฉพาะทางและเทคโนโลยีขั้นสูง ปัจจุบัน เราพบว่า กลุ่มวัยทำงาน โดยเฉพาะ Gen Y มีอัตราการป่วยจากโรคนี้เพิ่มขึ้น จากทั้งความเครียด การทำงานหนัก และพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ทำลายสุขภาพ การเปิดศูนย์หัวใจและหลอดเลือด จึงเป็นการลงทุนเชิงกลยุทธ์เพื่อยกระดับการดูแลโรคหัวใจอย่างครอบคลุม ตั้งแต่การป้องกัน การคัดกรองความเสี่ยง การวินิจฉัย ไปจนถึงการรักษาที่ผสานเทคโนโลยีทางการแพทย์ ข้อมูลสุขภาพเชิงลึก และการดูแลที่ปรับให้ตอบโจทย์เฉพาะบุคคล (Personalized Care)” ข้อมูลจากระบบคลังข้อมูลด้านการแพทย์และสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข ปี
แพทย์หญิงชนิดา สยุมภูรุจินันท์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวในงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ หัวข้อ “ภูมิปัญญาไทย ซอฟต์พาวเวอร์ไทย สร้างเศรษฐกิจไทย” ซึ่งจัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ ว่า ปีนี้อภัยภูเบศร เน้นแนวคิดอาหารเป็นยา โดยเฉพาะในบริบทของสังคมสูงวัยที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น การดูแลสุขภาพด้วยสิ่งใกล้ตัว เช่น สมุนไพรในอาหาร เป็นทางเลือกสำคัญ หนึ่งในไฮไลต์คือหนังสือแกงส้ม ซึ่งแสดงให้เห็นถึงองค์รวมของการดูแลสุขภาพจากอาหารพื้นบ้านที่มีผัก ผลไม้ เครื่องเทศ เนื้อสัตว์ และความหลากหลายของสูตรเฉพาะแต่ละภาค ด้าน ดร.ภญ.สุภากรณ์ ปิติพร เลขาธิการมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ผู้เขียนหนังสือบันทึกของแผ่นดิน กล่าวว่า แนวคิดเริ่มต้นจากการที่ “แกงส้ม” เคยถูกบูลลี่ในโลกออนไลน์เมื่อปี 2566 ว่าเป็นอาหารยอดแย่ จึงเริ่มค้นคว้าอย่างจริงจัง โดยใช้เวลากว่า 3 ปี ในการสัมภาษณ์คนไทย 73 ราย ศึกษาหนังสือ 37 เล่ม และเก็บข้อมูลตำรับแกงส้มถึง 173 สูตร เพื่อถอดรหัสคุณค่าทางยาและวัฒนธรรมของเมนูพื้นบ้านจานนี้ กระทั่งพบว่า แกงส้มไม่ใช่แค่อาหารอร่อย แต่คือศาสตร์แห่งสมดุลทางสุขภาพ โดยเฉพาะรสเปรี้ยวที่ถือ
หากคุณเป็นหนึ่งในคนที่พยายามรักษาริดสีดวงทวารมาหลายวิธี ไม่ว่าจะใช้ยาเหน็บ ยาทา หรือยาสมุนไพรรักษาริดสีดวงต่างๆ แต่ก็ยังไม่หายขาด หรือกลับมาเป็นซ้ำอีกครั้ง อย่าเพิ่งหมดกำลังใจ เพราะริดสีดวงทวารไม่ได้เกิดจากแค่การท้องผูกหรือนั่งนานเท่านั้น แต่ยังมีปัจจัยอื่นร่วมด้วย ที่สำคัญคือ หลายคนอาจไม่รู้ว่าสมุนไพรใกล้ตัวบางชนิดสามารถช่วยบรรเทาอาการได้อย่างดีเยี่ยม เป็นทางเลือกที่ปลอดภัยและไม่กลับมาเป็นซ้ำอีก ยาสมุนไพรรักษาริดสีดวงใกล้ตัว ที่หลายคนมองข้าม นอกจากยารักษาริดสีดวงแผนปัจจุบันแล้ว ยาสมุนไพรรักษาริดสีดวงก็เป็นอีกทางเลือกที่ได้รับความนิยม ด้วยสรรพคุณช่วยลดการอักเสบ บรรเทาอาการปวด และปรับสมดุลระบบขับถ่าย ที่น่าสนใจคือ มีสมุนไพรใกล้ตัวหลายชนิดที่สามารถช่วยรักษาอาการริดสีดวงได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น 1. ว่านหางจระเข้ มีฤทธิ์เย็นช่วยลดการอักเสบ บรรเทาอาการเจ็บปวด และสมานแผล โดย 2. ขลู่ สมุนไพรที่ช่วยลดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ขับลม และบรรเทาการอักเสบของริดสีดวงทวารและริดสีดวงจมูก 3. เพชรสังฆาต สมุนไพรที่ขึ้นชื่อในการรักษาริดสีดวงภายในและภายนอก 4. โกฐกักกรา มีฤทธิ์ช่วยให้ชาเฉพาะที่ จึงช่วยบรรเทาอา
เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน ที่ผ่านมา เวลา 10.30 น. ณ สามย่านมิตรทาวน์ กรุงเทพฯ ภายในงาน Thailand Healthcare 2025 มหกรรมสุขภาพอันดับ 1 ของประเทศ ภายใต้ธีม ‘A Better Life : สร้างสุขทุกช่วงวัย’ บนเวที Health Talk ไขมันพอกตับ เสี่ยงตับแข็งไม่รู้ตัว โดย พญ.วริษฐา วรเพียรกุล อายุรศาสตร์โรคระบบทางเดินอาหาร โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน พญ.วริษฐา กล่าวว่า ไขมันพอกตับ เป็นหนึ่งในโรคที่พบได้บ่อยในคนไทยจำนวนมาก โดยหลายคนไม่รู้ตัว เพราะในระยะแรกแทบไม่มีอาการใดๆ แสดงออกเลย หากปล่อยไว้โดยไม่รักษา อาจลุกลามจนกลายเป็น ตับแข็ง หรือ มะเร็งตับ ซึ่งปัจจุบัน “โรคมะเร็งตับ” เป็นมะเร็งที่พบมากเป็นอันดับ 1 ของประเทศไทย โดยเมื่อ 10 ปีที่ผ่านมามีผู้ป่วยที่เป็นโรคตับแข็งเป็นจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากการดื่มแอลกอฮอล์ แต่ปัจจัยที่เจอนั่นคือ น้ำหนักเกินหรือมีภาวะอ้วน และคนไทยกว่า 20-25% เป็นไขมันพอกตับ ถ้าปล่อยทิ้งไว้จะเสี่ยงเป็นมะเร็งตับ 17 เท่า พฤติกรรมที่ทำให้ตับเสื่อมเร็วขึ้น ได้แก่ การดื่มแอลกอฮอล์ จะทำให้ไขมันพอกตับเร็วขึ้น เกิดโรคตับแข็ง ต่อมา การสูบบุหรี่ จะเพิ่มโอกาสในการเป็นมะเร็งตับ หรือแม้กระทั่งยา
เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. ที่ชั้น 5 สามย่านมิตรทาวน์ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นวันที่ 2 ของการจัดงานแฟร์สุขภาพอันดับ 1 ของประเทศ Thailand Healthcare 2025 ภายใต้ธีม ‘A Better Life : สร้างสุขทุกช่วงวัย’ โดย ‘เครือมติชน’ ร่วมกับพันธมิตรด้านสุขภาพ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน โดยภายในงานปีนี้ จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ฉลองปีที่ 17 เพื่อคนรักสุขภาพในมิติต่างๆ และเมื่อเวลา 10.30 น. เข้าสู่ช่วง Health Talk : น้ำหนักดี สุขภาพดี ชีวีมีสุข โดย พญ.กัลยาณี พรโกเมธกุล แพทย์ผู้ชำนาญการเฉพาะทางด้านการรักษาโรคอ้วน และระบบทางเดินอาหารและตับ ศูนย์อายุรกรรม ศูนย์ทางเดินอาหารและตับ ศูนย์ลดน้ำหนักเพื่อสุขภาพ โรงพยาบาลยันฮี กล่าวตอนหนึ่งว่า โรคอ้วน คือภาวะที่ร่างกายมีไขมันสะสมมากเกินไป จนส่งผลเสียต่อสุขภาพ ซึ่งมวลไขมันจะเชื่อมโยงก่อให้เกิดการอักเสบเรื้อรังภายใน แล้วส่งผลต่อภาวะโรคร่วม เช่น เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง ไขมันเกาะตับ และที่สำคัญ อาจจะส่งผลถึงโรคมะเร็งอีกด้วย “ไขมันตัวร้ายที่ก่อโรคคือ ไขมันในช่องท้อง และเชื่อมโยงกับโรคร่วมกว่า 200 ชนิด ไม่ว่าจะเป็นโรคหัวใจ โรคหลอดเลือด ไขมันพอกตับ เบาหวาน มะเร็ง นิ่วในถุงน้ำดี ข้อ
อากาศร้อนๆ แบบนี้ อาจจะส่งผลถึง ‘สุขภาพใจ’ แบบไม่รู้ตัว เช่น บางคนมีอารมณ์ฉุนเฉียว หงุดหงิดง่าย ไม่มีสมาธิในการทำงาน ไม่อยากพบเจอผู้คน ไม่อยากออกจากบ้าน แต่รู้หรือไม่ อาการเหล่านี้อาจจะเป็นสัญญาณของ ‘อาการซึมเศร้า’ จะคล้ายๆ กับคนที่รู้สึกเศร้า หดหู่ หรือรู้สึกเหงาๆ ช่วงหน้าหนาว หลายคนอาจมองว่า แค่เหนื่อยหรือตัวเองเป็นคนขี้ร้อนเฉยๆ แต่รู้หรือไม่ว่า อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของ ‘ภาวะซึมเศร้าตามฤดูกาล’ หรือที่เรียกทางการแพทย์ว่า SAD (Seasonal Affective Disorder) โดยทั่วไป คนมักจะพูดถึงอาการ SAD ในช่วงฤดูหนาว เพราะด้วยอากาศที่เย็นและมีแดดน้อย ทำให้รู้สึกหดหู่ แต่ในประเทศไทย จะมาในรูปแบบตรงกันข้าม นั่นคือ “Summer Depression” หรือภาวะซึมเศร้าในช่วงฤดูร้อนนั่นเอง อาการของ Summer Depression – นอนไม่หลับหรือหลับไม่สนิท – เบื่ออาหาร น้ำหนักลด – กระสับกระส่าย หงุดหงิดง่าย – รู้สึกเครียด วิตกกังวลแบบไร้สาเหตุ – บางครั้งอาจมีพฤติกรรมรุนแรงหรือก้าวร้าว – ขาดสมาธิ ไม่สามารถจดจ่อกับสิ่งใดได้นาน โดยอุณหภูมิที่สูงและแสงแดดที่แผดเผา มีผลต่อการทำงานข
หลายคนคงเคยได้ยินประโยคที่ว่า “You are what you eat” เป็นประโยคฮิตทรงพลังที่สะท้อนความจริงว่า อาหารที่เรารับประทานส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ของเรา และเนื่องในวันอนามัยโลก (World Health Day) เดือนเมษายนของทุกปี ดร.ภญ. วิภาดา แซ่เล้า ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการศึกษาและฝึกอบรมด้านโภชนาการ เฮอร์บาไลฟ์ เอเชียแปซิฟิก อยากชวนทุกคนมาทำความเข้าใจถึงบทบาทสำคัญของโภชนาการที่มีต่อชีวิตไปด้วยกัน มื้ออาหารที่สมดุลหน้าตาเป็นแบบไหน? สำหรับหลักการง่าย ๆ จำแค่“Quarter, Quarter, Half (หนึ่งในสี่ หนึ่งในสี่ และครึ่งหนึ่ง)” เพื่อเป็นแนวทางในการจัดสัดส่วนอาหารที่เหมาะสมในมื้ออาหารที่สมดุล คาร์โบไฮเดรต แหล่งพลังงานหลักของร่างกาย ขอเริ่มด้วยสารอาหารสำคัญอย่าง “คาร์โบไฮเดรต” ที่มีความสำคัญต่อร่างกาย เป็นแหล่งพลังงานหลักสำหรับสมองและเม็ดเลือดแดงของเรา โดยแหล่งของคาร์โบไฮเดรตที่ดี ได้แก่ ธัญพืชไม่ขัดสี ถั่ว ผลไม้ และผัก นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งของไฟเบอร์ วิตามิน แร่ธาตุ และไฟโตนิวเทรียนต์ที่ดีอีกด้วย คาร์โบไฮเดรตที่ดีต่อสุขภาพต้องอยู่ในรูปแบบธรรมชาติที่ไม่ผ่านการขัดสี ซึ่งยังคงคุณค่า
“มัทฉะ” กลายเป็นเครื่องดื่มยอดฮิตที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางบนโซเชียลมีเดียด้วยยอดเอนเกจเมนต์ (Engagement) สูงถึง 5,219,570 ครั้ง ในเวลาไม่ถึง 2 เดือนตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ร้านค้าหลายแห่งประสบปัญหาสินค้าขาดตลาด จากความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด เทรนด์คนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพผลักดันให้ “มัทฉะ” กลายเป็นทั้งเครื่องดื่มทางเลือกและสัญลักษณ์ของไลฟ์สไตล์คนทันสมัย บริษัท ดาต้าเซ็ต จำกัด ได้ทำการรวบรวมข้อมูลผ่านเครื่องมือ DXT360 เพื่อฟังเสียงผู้บริโภคในสังคมออนไลน์ (Social Listening) ในช่วงวันที่ 1 มกราคม – 15 กุมภาพันธ์ 2568 เพื่อนำมาวิเคราะห์หา Insight ของเครื่องดื่มสีเขียวนี้ “มัทฉะลาเต้” เมนูสุดคลาสสิคอันดับ 1 ที่ครองใจชาวโซเชียล ผงมัทฉะสามารถนำมารังสรรค์ได้หลายเมนู ตามความชื่นชอบรสสัมผัสของแต่ละคน เพราะด้วยเอกลักษณ์ที่หาได้ยากจากเครื่องดื่มทั่วไป เราจึงสำรวจเมนูไหนที่ครองใจมือใหม่และมือเก่า เมนูอันดับ 1 อย่าง “Matcha Latte” ที่ได้รับ Engagement สูงที่สุดบนโลกโซเชียลมีเดียอยู่ที่ 41% ถือเป็นเมนูที่เปิดโลกการดื่มมัทฉะของหน้าใหม่และครองใจใคร
แจกสูตร โยเกิร์ตโฮมเมด ใช้วัตถุดิบเพียง 2 อย่าง ทำกินที่บ้านได้ง่ายๆ ทำขายหารายได้เสริมได้ด้วย โยเกิร์ต เป็นผลิตภัณฑ์จากนม ที่ผ่านการหมักโดยใช้แบคทีเรียโปรไบโอติกส์ (Probiotics) ซึ่งเป็นแบคทีเรียชนิดดีตั้งแต่ 1 ชนิดขึ้นไป มีประโยชน์มากมายทั้งต่อสุขภาพและผิวพรรณ สามารถทานได้ทุกเพศทุกวัย คุณหมิง-วิลาวัณย์ วงศ์วิวัฒนฉายา เจ้าของร้าน Queen Chicken ได้แชร์วิธีการทำ โยเกิร์ตโฮมเมด ให้ผู้ที่สนใจอยากทำทานเอง หรือทำขายหารายได้เสริมเล็กๆ น้อยๆ โดยสูตรมีดังนี้ วัตถุดิบ 1. นม 1,000 มล. 2. โยเกิร์ตแบบมีจุลินทรีย์มีชีวิต (Live active lactic) ใช้เป็นหัวเชื้อให้เป็นโยเกิร์ต 200 กรัม ( ยี่ห้อที่ใช้ได้ : Yolida Calorine บัลแกเรียของเมจิ) * หัวเชื้อแต่ละเจ้าให้รสชาติที่แตกต่างกันออกไป สูตรใครสูตรมัน แล้วแต่ชอบ * ทางร้านเราจะผสมน้ำผึ้งลงไปหน่อย น้ำตาลคืออาหารของจุลินทรีย์ จะทำให้จุลินทรีย์เติบโตไวและเพิ่มจำนวน เมื่อมีเยอะโยเกิร์ตจะเปรี้ยวขึ้น * โยเกิร์ตเวียดนามเขาผสมนมข้นหวานลงไป ใครเน้นอร่อยก็ใส่นมข้นหวานนะ วิธีทำ ก่อนอื่นเราต้องวางแผนนิดหนึ่ง เพราะเราต้องใช้เวลาบ่มนมให้เป็นโยเกิร์ต อย่างน้อย 8 ชั่วโมง (
