สุขภาพ
เป็นเรื่องน่าแปลกที่คนกลัวมะเร็งมากกว่าโรคหลอดเลือดหัวใจ ผู้ป่วยบางรายเข้ามารักษามะเร็งแต่ไม่แจ้งรายละเอียดว่ามีความเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ เพราะเกรงว่าจะไม่ได้รับการรักษามะเร็ง โชคดีที่ระหว่างผ่าตัด คุณหมอเห็นจังหวะการเต้นหัวใจที่ผิดปกติเสียก่อนจึงสามารถแก้ไขได้ทันท่วงที… เป็นคำบอกเล่าของคนที่ทำงานอยู่กับข้อมูลผู้ป่วย ซึ่งน่าอาจเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ตัวเลขของผู้ป่วยด้วยโรคหัวใจและหลอดเลือดเพิ่มสูงขึ้น จนปัจจุบันนับเป็นโรคที่มีอัตราการเสียชีวิตและเจ็บป่วยมากเป็นอันดับ 2 ในประเทศไทย รองจากมะเร็ง “ข้อมูลกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ.2561 ระบุว่ามีผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือด 432,943 ราย มีผู้เสียชีวิตด้วยโรคนี้ 20,855 ราย หรือเฉลี่ยวันละเกือบ 60 ราย ส่วนใหญ่พบในกลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไป” ศ.นพ.นิธิ มหานนท์ เลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เล่าบนเวทีในงานเปิดตัว “ห้องผ่าตัดหัวใจและหลอดเลือดไฮบริด” นวัตกรรมการผสมผสานห้องปฏิบัติการสวนหัวใจและหลอดเลือด รวมเข้ากับห้องผ่าตัดที่ทันสมัย เพื่อการทำงานร่วมกันของทีมสหสาขาวิชาชีพของศัลยแพทย์ รังสีแพทย์ อายุรแพทย์หัวใจ วิสัญญีแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่รังสีเทค
สวัสดีค่ะเพื่อนๆ ทุกคน มีใครเคยได้ยิน สี่อาหารมหัศจรรย์ ที่ช่วยให้นาฬิกาที่ช่วยดูแลระบบภายในร่างกายของเราเดินได้ดีเป็นปกติบ้างคะ อย่างที่เพื่อนๆ ทราบดีว่า การออกกำลังกาย ลดความอ้วนต่างๆ จะได้เห็นผลที่ดีพร้อมสุขภาพกายและใจที่ดีด้วยนั้น การรับประทานอาหารที่ถูกต้อง ถือเป็นตัวช่วยสำคัญในการปรับร่างกายให้สมดุล เรียกได้ว่าพักผ่อนนอนหลับให้ถูกเวลา และมากพอกับที่ร่างกายต้องการ ควบคู่ไปกับการทานอาหารที่ใช่ ในเวลาที่ใช่ เท่านี้ ก็เป็นอีกหนึ่งเคล็ดลับดีๆ ที่วินอยากนำมาฝากเพื่อนๆ ค่ะ อาหารชนิดแรก ที่วินอยากแนะนำคือ ปลา ค่ะ นอกจากโปรตีนแล้ว เนื้อปลายังมีประโยชน์เฉพาะตัวมากกว่านั้นอีก นั่นก็คือ ไขมันดี ที่เรียกว่า โอเมก้า 3 ซึ่งเป็นกรดไขมันอิ่มตัวที่ประกอบด้วย DHA และ EPA ที่ช่วยลดไขมันไตรกลีเซอไรด์ อันเป็นต้นเหตุของปัญหาไขมันอุดตันในเส้นเลือด ช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดี และอาจส่งผลต่อโรคหัวใจขาดเลือดได้อีกเช่นกัน มากไปกว่านั้น โอเมก้า 3 ยังช่วยเพิ่ม HDL หรือ High Density LipoProtein ที่จะทำหน้าที่ลดคอเลสเตอรอลที่สะสมตามหลอดเลือดแดงค่ะ Super food ชนิดที่สอง ไม่สามารถลืมได้คือ ถั่ว ค่ะ แหล่งโปรตีนย่อย
กรมแพทย์แผนไทยฯ ร่วม ‘มก.สกลนคร-มทร.อีสาน’ ปลูกกัญชาสายพันธุ์ ‘หางกระรอก’ 1.4 พันไร่ จับมือ รพ.พระอาจารย์ฝั้น อาจาโร ศูนย์กลางแหล่งผลิต ลั่นต้องใช้สายพันธุ์ไทยเท่านั้น พร้อมผลิตเสร็จก.ค. ไม่คิดเงิน! ชี้ทั้งหมดทำตามกฎเกณฑ์ตามกฎหมายทั้งหมด กัญชาไทย-เมื่อวันที่ 7 มีนาคม ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี นพ.ขวัญชัย วิศิษฐานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันการแพทย์แผนไทย กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวในการอภิปราย “กัญชา : โอกาส & ความท้าทายของประเทศไทย” ว่า ปัจจุบันการนำกัญชามาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์มีที่เห็นชัดคือ มีแนวทางแพทย์ตะวันตก และแนวทางแพทย์พื้นบ้าน หรือแพทย์ทางเลือก ซึ่งน่าจะเป็นแนวทางที่มีประสิทธิผล และประสิทธิภาพดีที่สุด เพราะที่ผ่านมาไทยสูญเสียความสามารถในการดูแลสุขภาพให้กับอุตสาหกรรมยามาตลอด ซึ่งไทยต้องแบกรับค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพมหาศาล มีข้อมูลว่าคนเราต้องสูญเสียเงินที่หามาได้ตลอดชีวิตหมดไปกับค่ารักษาพยาบาลในช่วง 6 เดือนสุดท้ายของชีวิตที่ต้องทำการรักษาโรคของตนเอง ขณะที่ค่าใช้จ่ายฉุกเฉินก็สูงมหาศาลหมดไปถึงครึ่งหนึ่งที่หามาได้ตลอดชีวิตเช่นกัน “แนวทางที่ 2 จึ
เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ เพจเฟซบุ๊ก *‘คลีนิกเด็กหมอสังคม – Sungkom Clinic – คลีนิกหมอ เด็ก’ *ซึ่งมี *รศ.นพ.สังคม จงพิพัฒน์วณิชย์ *อนุกรรมการผู้เชี่ยวชาญอนุสาขาวิชาโภชนาการในเด็ก ราช วิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย เป็นแอดมินเพจ ได้โพสต์ข้อความเตือนพ่อแม่และผู้ปกครองที่ ปล่อยให้บุตรกินเครื่องดื่มชาเขียวต่างๆ ว่าส่งผลกระทบต่อร่างกายไม่ต่างจากน้ำอัดลม ว่าระวัง !!! อย่าให้เด็กดื่มเครื่องดื่มชาเขียว อันตรายต่อสุขภาพครับ เครื่องดื่มชาเขียว อันตรายพอๆกับน้ำอัดลม ชาเขียว 1 ถ้วยมีคาเฟอีน 30-60 มิลลิกรัม คาเฟอีนจะกระตุ้นระบบประสาททำให้นอนไม่หลับ และ กระตุ้นการทำงานของหัวใจทำให้หัวใจเต้นเร็ว ใจสั่น ความดันโลหิตสูงขึ้น จึงไม่เหมาะสำหรับเด็ก และผู้ป่วยที่เป็นโรคหัวใจ และเครื่องดื่มชาเขียวส่วนใหญ่มีการเติมน้ำตาลลงไปประมาณ 5% ทำให้เด็กและคนดื่มติดหวาน จน ไม่ยอมกินน้ำ นมหรืออาหารที่ไม่หวาน และการกินน้ำตาลมากเกินไปจะทำให้เป็นโรคอ้วน เบาหวาน และมีผลเสียต่อสุขภาพ *เครื่องดื่มชาเขียวจึงมีผลเสียต่อร่างกาย ไม่ควรให้เด็กและผู้ป่วยที่เป็นโรคหัวใจดื่ม และโปรดจำ ไว้ว่า”เครื่องดื่มชาเขียว ยิ่งดื่ม ยิ่งอ้วน อันต
เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ นพ.ดนัย ธีวันดา รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า การปลูกต้นไม้เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยในการดักจับสารพิษในอากาศ และสามารถป้องกันฝุ่นละออง เพราะส่วนต่างๆ ของต้นไม้ โดยเฉพาะใบ สามารถช่วยดักฝุ่นได้ดี ซึ่งฝุ่นละอองที่ลอยอยู่บนอากาศจะผ่านต้นไม้ติดค้างอยู่บนผิวใบ โดยพืชตระกูลสนจะช่วยดักจับฝุ่นได้ เพราะโครงสร้างของใบมีความละเอียดซับซ้อน แต่หากเป็นไม้เลื้อยจะดักจับฝุ่นได้มากกว่าไม้อื่น เพราะมีพื้นผิวใบมากกว่าต้นไม้อื่น ด้วยลักษณะใบที่เรียวเล็ก ชื้น หยาบ มีขน หรือผิวใบที่เหนียวจะทำให้ฝุ่นเกาะติดใบได้ดี ส่วนลำต้น กิ่งก้านที่มีโครงสร้างพันกันอย่างสลับซับซ้อนมีส่วนช่วยดักจับฝุ่นได้เช่นกัน อาทิ ไทรเกาหลี คริสตินา โมก ตะขบ การเวก พวงครามออสเตรเลีย อโศกอินเดีย และสนฉัตร แต่ไม่ควรปลูกไม้ผลัดใบเพราะบางช่วงไม่มีใบดักจับฝุ่น ก่อนปลูกจึงต้องเลือกชนิดต้นไม้ให้เหมาะสมกับสภาพหรือบริเวณที่จะปลูก “สำหรับไม้ประดับภายในอาคารหรือในบ้านให้เลือกที่สามารถปลูกได้ง่าย อาทิ พลูด่าง ลิ้นมังกร กล้วยไม้พันธุ์หวาย เบญจมาศ เยอร์บีร่า เสน่ห์จันทร์แดง ที่ช่วยดูดสารพิษได้มาก ซึ่งการปลูกต้นไม้ 1 ต้น ช่วยดูดซับคาร
รู้แล้วรีบบอกต่อเลย! สะเดา สมุนไพร ผักพื้นบ้านต้านโรคมะเร็ง ประธานศูนย์ข้อมูลยาฯ เผยเพิ่มภูมิคุ้มกัน-ต้านอนุมูลอิสระสูง แนะนำเมนูเด็ดกับผักพื้นบ้านช่วยต้านโรค เมื่อวันที่ 4 ก.พ. นพ.สรรพงศ์ ฤทธิรักษา ประธานศูนย์ข้อมูลยาสมุนไพรการแพทย์แผนไทย การแพทย์พื้นบ้าน และการแพทย์ทางเลือก กล่าวว่า วันที่ 4 กุมภาพันธ์ของทุกปี เป็นวันมะเร็งโลก ในปัจจุบันประชาคมโลกให้ความสำคัญกับโรคมะเร็งเพิ่มมากขึ้น เพราะถือเป็นเรื่องใกล้ตัวที่ทุกคนควรทำความรู้จัก โรคมะเร็ง เป็นโรคที่ใช้ระยะเวลานานหลายปีในการก่อให้เกิดโรค นพ.สรรพงศ์ กล่าวต่อว่า โดยมีสาเหตุปัจจัยที่แตกต่างกัน เช่น การได้รับรังสี อิออนไนซ์ สารเคมีที่เป็นพิษ อาหารและน้ำดื่ม รวมถึงพันธุกรรม วิถีการดำเนินชีวิต และสิ่งแวดล้อม สำหรับประเทศไทย พบว่ามีแนวโน้มอัตราป่วยเป็นโรคมะเร็งเพิ่มขึ้นทุกปี และกว่าร้อยละ 70 เกิดจากสิ่งแวดล้อมที่เป็นพิษ “ดังนั้น เพื่อเป็นเกราะป้องกันภาวะการเกิดโรคดังกล่าว โดยใช้หลักทางธรรมชาติ การบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันของมนุษย์ด้วยผักพื้นบ้านต้านโรค จึงขอแนะนำผักพื้นบ้านริมรั้วที่มีสรรพคุณช่วยต้านโรคมะเร็ง เช่น สะเดา มะระขี้นก ขี้เหล็
แนะ 4 ท่ายืดกล้ามเนื้อง่ายๆ ช่วยร่างกายฟิตระหว่างเดินทางหยุดยาวปีใหม่ 2019 ในช่วงนี้ หลายๆ คน กำลังรอคอยวันหยุดยาวในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2019 ถือโอกาสนี้ในการไปเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศ ในการเดินทางทุกครั้งไม่ว่าจะนั่งเครื่องบิน รถทัวร์ รถไฟ เรือและขับรถด้วยตัวเอง สิ่งสำคัญที่สุดนอกจากอุปกรณ์ต่างๆที่ใช้ในการเดินทางแล้ว สุขภาพของผู้เดินทางก็สำคัญมากที่สุดอีกประการ โดยเฉพาะการเดินทางที่ต้องใช้ระยะเวลานาน เพื่อให้การท่องเที่ยวเดินทางพักผ่อนเป็นไปตามโปรแกรมที่วางไว้อย่างสนุกสนานและมีความสุข นพ.ธรรมสรณ์ เจษฎาเชษฐ์ หรือ หมอตั้ม เจ้าของสโลแกน “อยู่ดี…ไม่ใช้ยา” อดีตแพทย์อาสา มูลนิธิสายใจไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ โครงการช่วยเหลือทหาร ตำรวจ และ อาสาสมัคร ที่พิการจากการสู้รบ ป้องกันประเทศ ปัจจุบันแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู โรงพยาบาลสมิติเวช แนะนำนักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไปที่ต้องเดินทางท่องเที่ยวปีใหม่นี้ เพื่อป้องกันการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อในช่วงระหว่างที่เรานั่งเครื่องบินนาน ๆ นั่งรถนานๆ รวมไปถึงการขับรถยนต์ อาการปวดที่คนส่วนใหญ่มักจะเจอ ประกอบไปด้วย ปวดกล้ามเนื้อหลัง,ขาและสะโพก การใช้ 4 ท่ายื
ข้อสรุปที่สำคัญเกี่ยวกับการนอนหลับ ซึ่งปรากฏในหนังสือของศาสตราจารย์ Matthew Walker แห่งมหาวิทยาลัย California ที่ Berkeley และจากข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุขของอังกฤษ (National Health Service) ทั้งนี้ อย่างไรก็ดี ผมต้องขอเตือนผู้อ่านทุกท่านอีกครั้งว่า ผมเป็นนักเศรษฐศาสตร์ ไม่มีวุฒิการศึกษาหรือประสบการณ์ด้านสุขภาพ หรือการแพทย์เลย แต่มีความตั้งใจอย่างแรงกล้าที่จะแสวงหาข้อมูลที่จะเป็นประโยชน์ในการทำให้ตัวเองแก่ตัว ลงอย่างมีคุณภาพ และขอขอบคุณหนังสือพิมพ์ “ประชาชาติธุรกิจ” ที่ให้โอกาสผมนำเสนอข้อมูลที่หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับท่านผู้อ่านที่ให้ความสนใจเรื่องนี้ ศ. Walker ตั้งคำถามดังนี้ “Scientists have discovered a revolutionary new treatment that makes you live longer. It enhances your memory, makes you more attrac-tive. It keeps you slim and lowers food cravings. It protects you from cancer and dementia. It wards off colds and flu. It lowers your risk of heart attacks and stroke, not to mention diabetes. You’ll even feel happier, less depressed, and less anxious. Are you interested ?” (Why we
งานวิจัยชิ้นใหม่ของนักวิจัยทางเคมีประจำมหาวิทยาลัยเซาเธิร์น แคโรไลนา รัฐเซาธ์แคโรไลนา สหรัฐอเมริกา ซึ่งนำโดย รูฮัลเลาะห์ มาสซูดี ศาสตราจารย์วิชาเคมีของมหาวิทยาลัย ชี้ให้เห็นว่า เทียนและเทียนหอมที่ทำขึ้นจากพาราฟิน หรือขี้ผึ้งที่เป็นผลพลอยได้จากการกลั่นน้ำมันปิโตรเลียมนั้น มีสารที่สามารถก่ออันตรายให้เกิดกับมนุษย์ได้ โดยอาจก่อให้เกิดภูมิแพ้ หืดหอบ เรื่อยไปจนถึงก่อให้เกิดมะเร็งได้ ในการวิจัยดังกล่าว ทีมวิจัยเปรียบเทียบผลของการจุดเทียน 2 ชนิดโดยเทียนที่เลือกมาเปรียบเทียบกันก็คือ เทียนที่ผลิตจากสารพาราฟิน ซึ่งเป็นเทียนส่วนใหญ่ในท้องตลาด กับเทียนที่ได้จากแหล่งที่มาที่เป็นพืช ทั้งเพื่อให้ความสว่างนุ่มนวลเพียงอย่างเดียว กับที่ทั้งให้ความสว่างและก่อให้เกิดกลิ่นหอมควบคู่กันไป นำเทียนทั้ง 2 ชนิดมาจุดในกล่องขนาดเล็กที่จัดทำขึ้นเพื่อการทดลองต่อเนื่องเป็นเวลา 6 ชั่วโมง จากนั้นก็เก็บอากาศในแต่ละกล่องมาวิเคราะห์เพื่อตรวจวัดคุณภาพ ทีมวิจัยสรุปผลว่า เทียนซึ่งผลิตจากพาราฟินไม่ว่าจะมีกลิ่นหอมผสมอยู่ด้วยหรือไม่ เมื่อเผาไหม้จะปล่อยสารเคมีที่เป็นพิษ คือโทลูอีน และเบนซีลออกมา “เทียนพาราฟินที่เราทดสอบจะปล่อยสาร
ภญ.สุภาภรณ์ ปิติพร เลขาธิการมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภุเบศร กล่าวว่า เถาวัลย์เปรียงเป็นสมุนไพรที่แพทย์แผนไทยรู้จักใช้กันดี ปรากฏอยู่ในตำรายาแพทย์ศาสตร์สงเคราะห์ในหลายคัมภีร์ เป็นสมุนไพรที่มีความถี่ในการใช้และปรากฏในตำรายาสูงมากชนิดหนึ่ง โดยใช้เถาเป็นส่วนประกอบในตำรับยาแก้กษัยแก้เหน็บชา ถ่ายเส้นเอ็น ถ่ายกษัย แก้เส้นเอ็นขอด แก้เมื่อยขบ ทำให้เส้นหย่อน แก้ปวด แก้ไข้ ขับปัสสาวะ แก้ปัสสาวะพิการ แก้โรคบิด แก้โรคหวัด แก้ไอ ขับเสมหะ ถ่ายเสมหะลงสู่คูดทวาร ถ่ายอุจาระ บีบมดลูก สรรพคุณเหล่านี้คล้ายคลึงกับการใช้ของหมอยาพื้นบ้านทั่วไป เถาวัลย์เปรียง สรรพคุณเพียบ ภญ.สุภาภรณ์ เล่าว่า เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2535 คุณแม่ลีสี แซ่เอี้ยว ปัจจุบันท่านมีอายุ 92 ปี เป็นคุณแม่ของ ภญ.พัชรี ศรานุรักษ์ (ปัจจุบันรับราชการที่โรพยาบาลบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ) ในปีนั้นท่านได้มาพบและออกปากฝากสมุนไพรชนิดหนึ่งไว้ว่าอย่าให้สูญไป ยาตัวนี้ก็คือเถาวัลย์เปรียง ท่านได้ความรู้มาจากซินแส ที่จังหวัดราชบุรี โดยใช้เป็นยาแก้ตกขาว ท่านบอกให้คนรักษาตัวเองหายมาแล้วหลายราย ไม่ใช่เฉพาะตกขาวอย่างเดียว ตกเหลืองตกเขียว ตกแดงช้ำๆ ก็กินหายมาแ
