สุขภาพ
หน้าตึงไม่พึ่งโบท็อกซ์ “เดอร์ม่า ฟิลเลอร์” ผักเบี้ยใหญ่ เวชสำอางใหม่อภัยภูเบศร ผักเบี้ยใหญ่ หรือ ผักอีหลี เป็นพืชตระกูลเดียวกับคุณนายตื่นสาย ดอกมีขนาดเล็กสีเหลืองสด โดยจะบานตอนเช้าและหุบตอนแดดร่ม ใบเป็นใบเดี่ยว ออกตรงข้ามกัน ลักษณะของใบเป็นรูปลิ่ม หรือรูปไข่กลับ ผิวใบเรียบเป็นมัน ด้านหลังใบเป็นสีเขียวแก่ ส่วนท้องใบเป็นสีแดงเข้ม ลำต้นเตี้ยเลื้อยทอดไปตามพื้นดิน หรือบางครั้งปลายตั้งชูขึ้นได้สูง 5-10 เซนติเมตร ลำต้นอวบน้ำเป็นสีเขียวอมแดง ก้านกลม ในปัจจุบัน ผักเบี้ยใหญ่ถูกนำมาเป็นส่วนประกอบในสินค้าหลากหลาย ทั้งผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและเครื่องสำอาง ที่ทำออกมาวางขายในตลาดโลก “อภัยภูเบศร” เอง ถือเป็นเจ้าแรกในประเทศไทยที่นำสมุนไพรพื้นบ้านชนิดนี้มาใส่ในกลุ่มเครื่องสำอาง และทดลองวางขายไปเมื่อปีที่แล้ว เมื่อวานก่อน “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ไปเจอเข้ากับสินค้าจากผักเบี้ยใหญ่ตัวใหม่ของอภัยภูเบศร ในงานแถลงข่าว Healthcare 2019 “เรียนรู้ สู้โรค 2019 มาเมื่อวานก่อน โดย พท.ช.เบญจวรรณ หมายมั่น หัวหน้าฝ่ายสื่อสารข้อมูล อภัยภูเบศร ได้ให้ข้อมูลว่า “ผักเบี้ยใหญ่ เดอร์ม่า ฟิลเลอร์” เป็นผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้าจากผักเบี้
“มูลนิธิกาญจนบารมี” สืบสานพระราชปณิธาน ดูแลผู้ป่วยยากไร้ คัดกรองมะเร็งเต้านมถิ่นทุรกันดาร มะเร็งเต้านม ถูกจัดเป็นหนึ่งในมะเร็งร้ายที่คร่าชีวิตผู้หญิงเป็นอันดับ 1 ของโลก โดยสถาบันวิจัยมะเร็งนานาชาติ องค์การอนามัยโลก ให้ข้อมูลว่า ในปี 2561 พบผู้ป่วยโรคมะเร็งเต้านมรายใหม่ทั่วโลกสูงกว่า 2,088,849 ล้านคน เสียชีวิตถึง 626,679 คน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ข้อมูลจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติ ระบุว่า มีหญิงไทยป่วยด้วยมะเร็งเต้านมรายใหม่ เฉลี่ยปีละ 20,000 คน หรือประมาณ 55 คนต่อวัน และเสียชีวิตกว่า 6,000 คน หรือกว่า 17 คนต่อวัน สถานการณ์โรคมะเร็ง จึงกลายเป็นปัญหาที่ทุกภาคส่วนต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ด้วยเห็นถึงความสำคัญของปัญหาดังกล่าว มูลนิธิกาญจนบารมี จึงจัดทำโครงการคัดกรองมะเร็งเต้านมโดยเครื่องเอกซเรย์เต้านม (Mammogram) ในสตรีกลุ่มเสี่ยงและด้อยโอกาส ขึ้นในโอกาสมหามงคลสมัยที่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เจริญพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ ในปีพุทธศักราช 2555 เพื่อส่งเสริมการป้องกันมะเร็งเต้านมในสตรีกลุ่มเสี่ยงและด้อยโอกาส รวมทั้งช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่ยากไร้ให้ได้รับการดูแลอย่าง
หมอรามาฯ เผย 2 เหตุผล ไขข้อข้องใจ เม็ดชาไข่มุก ติดลำไส้ได้หรือไม่ (คลิป) อ.นพ.นรินทร์ อจละนันท์ สาขาวิชาโรคทางเดินอาหารและตับ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ให้ความรู้กรณีข่าวเด็กวัย 14 ปีกินชานมไข่มุก จนไข่มุกอุดตันในลำไส้อย่างมาก เรื่องนี้จริงหรือไม่ เป็นไปได้ไหมที่ตัวไข่มุกจะอุดตันลำไส้และทางเดินอาหาร ว่า สิ่งที่เห็นอาจไม่ใช่ของจริง เหตุมีอยู่ 2 อย่าง อันดับแรก คือ ชานมไข่มุก คุณสมบัติเป็นแป้ง แต่ภาพเอกซเรย์ที่เห็นเป็นสีขาว ซึ่งโดยทั่วไปสิ่งที่เห็นเป็นสีขาวขึ้นมาได้ ต้องเป็นสิ่งที่แข็งพอสมควร เช่น กระดูก หรือ โลหะบางอย่าง หรืออุจจาระที่อัดแน่น 2. เม็ดของชานมนั้น เป็นแป้งมันสำปะหลัง เมื่อพอกินเสร็จจะย่อยตั้งแต่ลำไส้เล็กแล้ว จึงไม่มีเหตุที่จะเห็นในลักษณะของเม็ดชานมมาในฟิล์มเอกซเรย์ในระบบลำไส้ใหญ่ ซึ่งภาพที่เห็นน่าจะเป็นในลักษณะของอุจจาระที่อัดแน่นมากกว่า ตัวไข่มุกไม่น่าจะทำให้เกิดการอุดตันในลำไส้ได้ ยกเว้นถ้าผู้ที่ทานมีโรคที่ผิดปกติอยู่ เช่น ลำไส้เล็กตีบ จากพังผืด จากก้อน หรือจากแผลบางอย่างที่กดลำไส้ อ่าน หามเด็กหญิงปวดท้องหนักส่งห้องฉุกเฉิน หมอตะล
กรมการแพทย์ เผย แรงงานอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป ป่วยโรคปวดหลัง มากสุด โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี กรมการแพทย์ ได้พบว่าปัจจุบันวัยแรงงานเป็นโรคปวดหลังมากสุด เนื่องจากวิธีการปฏิบัติงาน รวมทั้งสถานประกอบการที่ไม่ถูกต้อง ก่อให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพของลูกจ้างเป็นส่วนใหญ่ นายแพทย์ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า จากข้อมูลของคลินิกโรคจากการทำงาน ที่เปิดให้บริการรักษา และให้ความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับโรคจากการทำงาน โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี พบว่ามีผู้เข้ามารับการรักษา ส่วนใหญ่ป่วยด้วยในโรคกระดูก และกล้ามเนื้อ ปวดหลัง ปวดคอ โดยโรคปวดหลังจากการทำงานมี 2 สาเหตุ คือ 1. จากตัวพนักงานเอง เช่น อายุที่มากมีความเสื่อมของร่างกาย ทำให้ปวดหลังได้ง่ายกว่าคนหนุ่มสาว โรคประจำตัว เช่น โรคกระดูกสันหลัง หรือน้ำหนักตัวที่มาก จะมีโอกาสปวดหลังมากกว่า โดยผู้ชาย มีโอกาสปวดหลังได้มากกว่าผู้หญิงจากลักษณะการทำงาน นอกจากนี้ การสูบบุหรี่มีผลทำให้เลือดไปเลี้ยงที่หลังไม่เพียงพอ อาจส่งผลให้ปวดหลังได้ 2. จากสภาพการทำงานและสภาพแวดล้อมในการทำงาน คือ งานที่ต้องออกแรงมาก ทำให้กระทบต่อกล้ามเนื้อหรือหมอนรองกระดูก ท่าทางเวลายก
16 ตำรับยาไทย ที่มี “กัญชา” เป็นส่วนผสม จากการประกาศใช้พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ ฉบับที่ 7 พ.ศ. 2562 เมื่อราวกลางเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทำให้ “ไทย” กลายเป็น “ประเทศแรก” ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่อนุญาตให้ใช้ “กัญชา” เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ได้เผยแพร่ที่มาของ ตำรับยากัญชาสู่การใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ จากตำรับตำรายาชาติกว่า 26,000 ตำรับ มีตำรับยาที่มีกัญชาปรุงผสมอยู่ 200 ตำรับ มีตำรับยาที่ผ่านการพิจราณา และตรวจสอบความซ้ำซ้อนเหลือ 90 ตำรับ จากการประชุมผู้ทรงคุณวุฒิรับฟังความคิดเห็นผ่านทางเว็บไซต์ และจัดเวทีประชาพิจารณ์เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2562 ได้จัดแบ่งตำรับยาแผนไทยที่มีกัญชาปรุงผสมอยู่ 4 กลุ่ม กลุ่ม ก ตำรับยาตามองค์ความรู้ทางการแพทย์แผนไทย ตัวยาหาง่าย ไม่เป็นอันตราย จำนวน 16 ตำรับ กลุ่ม ข ตำรับยามีวิธีการผลิตไม่ชัดเจน และมีตัวยาหายาก จำนวน 11 ตำรับ กลุ่ม ค ตำรามีกัญชาค่อนข้างน้อย จำนวน 32 ตำรับ กลุ่ม ง ตำรับยามีส่วนประกอบของตัวยาตามที่กฎหมายประกาศห้ามใช้ จำนวน 32 ตำรับ และ 16 ตำรับยาไทย ที่มีกัญชาเป็นส่วนผสม ยาน้ำมันสนั่นไตรภพ บร
“ฟันตกกระ” เพราะ ฟลูออไรด์ อันตรายที่พ่อ–แม่ควรระวัง “ฟันตกกระ” – “ฟัน” หนึ่งในอวัยวะสำคัญที่ทำหน้าที่ฉีกบดอาหารให้ละเอียดก่อนส่งต่อไปยังระบบย่อยอาหารเพื่อดูดซึมนำเอาสารอาหารที่มีประโยชน์ไปใช้กับร่างกายฟันยังเป็นส่วนประกอบสำคัญในการพูดทำให้เราออกเสียงได้อย่างชัดเจนและเป็นส่วนประกอบสำคัญที่ทำให้ใบหน้าและรอยยิ้มของเราดูสวยงามดังนั้นสุขภาพฟันจึงเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามเพราะฟันที่ป่วยส่งกระทบต่อร่างกายได้มากกว่าที่คิด ในทุกๆวันเคลือบฟันของเราจะสูญเสียแร่ธาตุและเสริมสร้างแร่ธาตุคืนกลับให้ตัวมันเองเพื่อสร้างสมดุล ซึ่ง “ฟลูออไรด์” มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยเร่งการคืนแร่ธาตุเสริมสร้างฟันของเราให้แข็งแรงหากวันใดที่เราสูญเสียเคลือบฟันปริมาณมากแต่ร่างกายไม่สามารถซ่อมแซมกลับคืนฟันของเราก็จะถูกกรดจากแบคทีเรียทำลายจนเกิดฟันผุได้ทำให้ไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่าฟลูออไรด์มีประโยชน์กับสุขภาพฟัน ฟลูออไรด์ เป็นธาตุที่มีอยู่ตามธรรมชาติทั้งในน้ำพื้นดินอากาศพืชและสัตว์ฟลูออไรด์เป็นส่วนประกอบที่ช่วยเสริมสร้างให้กระดูกและฟันแข็งแรงถ้าร่างกายได้รับฟลูออไรด์ในปริมาณเหมาะสมจะช่วยลดอัตราโรคฟันผุได
พระมหากรุณาธิคุณ เพื่อคนไทย “หน่วยทันตกรรมพระราชทาน” หน่วยทันตกรรมพระราชทาน ที่รักษาฟันฟรีให้แก่ประชาชน เริ่มต้นขึ้นเมื่อเกือบ 50 ปีก่อน ภายหลังจากที่ศาสตราจารย์พันโท สี สิริสิงห ทันตแพทย์ประจำพระองค์ได้ทำการรักษาพระทนต์ถวายพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ครั้งนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 มีรับสั่งถามทันตแพทย์ประจำพระองค์ว่า “เวลาเรามีปัญหาเกี่ยวกับฟันก็มีทันตแพทย์ดูแลรักษา แล้วราษฎรที่อยู่ห่างไกลจะมีทันตแพทย์ช่วยรักษาหรือไม่” เมื่อพระองค์ทรงทราบว่าในบางพื้นที่ไม่มีทันตแพทย์คอยดูแลรักษาสุขภาพฟันให้ประชาชน ทำให้ประชาชนมีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพช่องปากค่อนข้างมาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 จึงพระราชทานคำแนะนำว่า “การจะให้ราษฎรที่ยากจนที่มีปัญหาเรื่องฟัน หยุดการทำนา ทำไร่ เดินทางไปหาหมอนั้น เป็นสิ่งที่ยากยิ่ง ในทางตรงข้ามหากเป็นการให้บริการเคลื่อนที่ไปสู่ประชาชน ก็จะเป็นการแก้ปัญหาได้ทางหนึ่ง” ซึ่งพระราชดำรัสนี้ ได้กลายเป็นที่มาของการจัดตั้งหน่วยทันตกรรมพระราชทาน ที่ให้บริการทำฟันเคลื่อนที่แก่ประชานในพื้นที่ห่างไ
“แปะก๊วย” มีดีมากกว่าที่คิด หากกล่าวถึงสมุนไพรบำรุงสมองหนึ่งในนั้นที่จะต้องถูกหยิบยกมาคงหนีไม่พ้น “แปะก๊วย” สมุนไพรที่มีสรรพคุณโดดเด่น ดีต่อสุขภาพ และสามารถนำมาดัดแปลงเป็นเมนูที่หลากหลายทั้งคาวและหวานตามแต่จะรังสรรค์ แปะก๊วย หรือ กิงโกะ เป็นสมุนไพรที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศจีน และถูกหยิบยกมาใช้เป็นยารักษาโรคมานานนับ 4,000 ปี ตามตำราแพทย์จีนจะนำใบแปะก๊วย มาสกัดเป็นยาใช้รักษาอาการหืด โรคปอด โรคหัวใจ ยับยั้งการเสื่อมของสมอง ส่วนเมล็ดแปะก๊วยก็นำมารับประทานเพื่อช่วยในการย่อยอาหาร บำรุงสมอง และบำรุงร่างกาย ไม่เพียงคุณสมบัติที่กล่าวมาข้างต้น แต่เจ้าสมุนไพรโบราณชนิดนี้ มีคุณประโยชน์ที่หลากหลายชนิดที่คุณอาจคาดไม่ถึงเลยทีเดียว แปะก๊วยอุดมไปด้วยสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยต้านโรคและชะลอวัยได้เป็นอย่างดี กระตุ้นการไหลเวียนของเลือดที่สมอง และแขน ขา จึงช่วยลดอาการชาปลายมือ ปลายเท้า หรือตะคริว ลดการวิงเวียน และหูอื้อ อันเนื่องมาจากปัญหาการไหลเวียนของเลือดได้ เสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย ป้องกันโรคมะเร็ง ช่วยต่อต้านสารเคมีที่จะเข้าสู่ร่างกาย บำรุงปอด แก้ไอ ขับเสมหะ ลดการหดตัวของกล้ามเนื้อที่หลอดลม จึงช่
การเมืองแรง! ห่วงประชาชนเครียด แพทย์แผนไทย แนะใช้ “ใบบัวบก-ขิง” ลดไมเกรน พท.ป.เบญจวรรณ หมายมั่น แพทย์แผนไทยประยุกต์ โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวว่า ช่วงนี้ประชาชนทั่วไป ต่างเสพข่าวการเมือง บ้างสมหวัง บ้างหดหู่ หลายคนเกิดอาการเครียด ประกอบกับเป็นช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลง บางวันอากาศร้อนจัด บางวันฝนตก หลายคนถึงขั้นปวดหัวไมเกรน โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ตระหนักถึงสถานการณ์ช่วงนี้ จึงขอเสนอทางออกของการบรรเทาอาการไมเกรนด้วยสมุนไพรใกล้ตัว 2 ชนิด คือ ใบบัวบก และขิง อย่างไรก็ตาม พท.ป.เบญจวรรณ กล่าวว่า ก่อนอื่นต้องเข้าใจอาการและรู้จักไมเกรนก่อนว่า เป็นความผิดปกติในกลุ่มโรคที่มีปัจจัยทางพันธุกรรมร่วมด้วย โดยมีอาการทางระบบประสาทก่อนมีอาการปวดศีรษะไมเกรน เดิมเชื่อว่าเกิดจากหลอดเลือดในสมองมีการหดตัวเกิดขึ้น หลังจากนั้นร่างกายมีการตอบสนองโดยการทำให้หลอดเลือดมีการขยายตัว ซึ่งการขยายตัวของหลอดเลือดนี้เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการปวดศีรษะขึ้น ลักษณะสำคัญคือ มักมีอาการปวดข้างเดียวเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว มีอาการปวดตื้อๆ (ประมาณร้อยละ 85%) การปวดมักเป็นมาก ปานกลาง ถึงรุนแรง และมักเป็นมากขึ้นเมื่อมีการเ
“เพชรสังฆาต” สมุนไพรเพิ่มมวลกระดูกให้ชาววัยทอง “เพชรสังฆาต” – สมุนไพรไทยที่เอามาเล่าสู่กันฟังเรื่อง “ชะลอวัย ไกลโรค” เพื่อต้อนรับ “สังคมผู้สูงอายุ” ของไทย ถ้าจะเรียกให้เท่ๆ ต้องบอกว่า “สังคมอายุวัฒนะ” เหมือนสังคมที่เจริญแล้วในตะวันตก ในที่นี้ขอประเดิมด้วย “เพชรสังฆาต” สมุนไพรใช้รุกฆาตโรคกระดูกเสื่อม กระดูกพรุน อันเป็นโรคประจำสังขารของคนวัยชราทั้งชายและหญิง ในคัมภีร์แพทย์แผนไทยให้ความสำคัญกับ “อัฐิธาตุ” หรือ “ธาตุกระดูก” ในฐานะที่เป็น “ปฐวีธาตุ” หรือ “ธาตุดิน” ซึ่งเป็นธาตุโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งที่สุดที่ช่วยพยุงร่างกายให้มีรูปทรงตั้งอยู่ได้ ในทางกระดูกวิทยา (Osteology) กล่าวว่า การสะสมแคลเซียมเพื่อเสริมสร้างกระดูกสูงสุดอยู่ในช่วงวัย 14 ปี สำหรับผู้หญิง และวัย 16 ปี สำหรับผู้ชาย ซึ่งตรงกับช่วงสิ้นสุดปฐมวัยตามทฤษฎีการแพทย์แผนไทย แต่กระดูกยังสามารถเสริมความหนาตัวได้อีกจนถึงอายุ 30 ปี จากนั้นจึงค่อยๆ เสื่อมลงโดยจะสูญเสียมวลกระดูกไปประมาณปีละ 0.5-1% ทั้งชายและหญิง นี่กระมังเป็นเหตุให้คัมภีร์แพทย์แผนไทยกล่าวไว้ใน “วัยสมุฏฐาน” ว่าเมื่อคนเราอายุราว 30-32 ปีก็เข้าสู่แดนปัจฉิมวัย อันเ
