Featured
จากจุดเริ่มต้นของการนำ “กล้วยน้ำว้า” ผลผลิตจากสวนของเกษตรกรไทย มาต่อยอดเป็นเมนูขนมพื้นบ้านอย่าง “กล้วยบวชชี และกล้วยปิ้ง” รวมถึงขนมไทยอีกหลากหลายรายการ วันนี้แบรนด์ “แม่ซู่กี๊ ขนมไทย” ภายใต้ บริษัท เจ เอช แอนด์ สโนว์ กรุ๊ป จำกัด ได้พัฒนาแนวคิดการแปรรูปวัตถุดิบไทยให้กลายเป็นขนมที่เข้าถึงผู้บริโภคยุคใหม่ โดยยังคงเอกลักษณ์รสชาติแบบไทย พร้อมวางจำหน่ายในร้านเซเว่น อีเลฟเว่นทั่วประเทศ เบื้องหลังความสำเร็จของขนมไทยบนชั้นเชลฟ์ ไม่ได้มีเพียงรสชาติที่คุ้นเคยเท่านั้น แต่ยังมาจากการบริหารวัตถุดิบต้นน้ำอย่างเป็นระบบ โดยบริษัทรับซื้อกล้วยน้ำว้าจากเกษตรกรเฉลี่ยกว่า 48,000 กิโลกรัมต่อเดือน เพื่อนำมาแปรรูปเป็นสินค้าหลากหลายเมนู พร้อมขยายพอร์ตสินค้าในเซเว่นฯ ถึง 12 รายการ ด้วยกำลังการผลิตกว่า 120,000 ชิ้นต่อวัน ทำให้แบรนด์แม่ซู่กี๊ ขนมไทยสามารถครองใจลูกค้าในเซเว่นฯ ได้อย่างต่อเนื่องจนธุรกิจเติบโต “คุณก้อง” ก้องปพัฒน์ เรืองจินดาชัยกิจ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เจ เอช แอนด์ สโนว์ กรุ๊ป จำกัด เล่าย้อนกลับไปถึงเส้นทางการเข้าสู่ร้านเซเว่นฯ เริ่มต้นขึ้นในปี 2554 เมื่อบริษัทตัดสินใจนำสินค้าเข้าไปเสนอเป็นบิงซ
เมื่อประมาณสัปดาห์ที่แล้วมีโอกาสได้ไปเดินแถวๆ พลับพลาไชย อีกหนึ่งชื่อที่อยู่เชื่อมกับย่านเยาวราช จะเป็นชุมชนที่มีไทย-จีน อยู่กันเยอะ อยู่ใกล้กับแหล่งท่องเที่ยวหรือแหล่งธุรกิจมากมาย ไม่ว่าจะเป็นตลาดสำเพ็ง พาหุรัด และยังมีร้านอาหารดังๆ ให้ได้เข้าไปลองชิม แอน ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ หนึ่งในร้านดังคู่ย่านพลับพลาไชยมาเป็นเวลากว่า 70 ปี ส่งต่อความอร่อยระดับตำนานจากรุ่นสู่รุ่น จากร้านที่ไม่มีชื่อกลายเป็นร้านรางวัลการันตีมิชลิน 6 ปีซ้อน เดินเข้าไปในร้าน ได้พบกับคุณแอน-พรหมพร โอภาสจรัสเรือง วัย 49 ปี ทายาทรุ่นที่ 3 เป็นลูกสาวคนเล็กในครอบครัวท่ามกลางพี่ชายทั้งหมด 4 คน เธอได้เล่าเรื่องราวตำนานความอร่อย กว่าจะเป็นแอน ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่อย่างทุกวันนี้ได้ ใช้เวลานานกว่า 10 ปี ทุกสิ่งที่ได้มาเพราะปริญญาชีวิต คุณแอนเป็นลูกคนที่ 5 ของครอบครัว เป็นลูกสาวคนเดียวในตระกูล มีพี่ชาย 4 คน ด้วยความเป็นครอบครัวคนจีน เขาก็จะเอ็นดูแต่ลูกผู้ชาย (เธอเล่าปนหัวเราะ) จึงทำให้เธอต้องทำงานตั้งแต่อายุ 6 ขวบ ฐานะของครอบครัวไม่ได้มีความมั่งคั่งแต่อย่างไร ล้มลุกคลุกคลานกันมา พอถึงวัยเรียนก็เรียนโรงเรียนวัดแถวๆ นั้น เลิกเรียนมาก็ช่ว
บทความโดย : ดร.ยศพิชา คชาชีวะ กูรูวงการอาหาร เจ้าของคอลัมน์ “ตู้จดหมายพลศรี” นักเรียนสาวคนหนึ่งของโรงเรียนแม่บ้านทันสมัย (ทุกคนที่มาเรียนเป็นสาวหมดเลยครับ 50 อัพก็ยังสาว) ขอสูตรแป้งทอดกรอบจะเอาไปชุบไก่ทอดขาย สูตรแป้งทอดกรอบชุบปีกไก่ ลูกชิ้นทอด ไก่ทอดหาดใหญ่ ไก่ทอดข้าวมันไก่ ไก่ทอดฟาสต์ฟู้ด มีกันหลายสูตรมากมาย สูตรที่ 1 ตำรับที่ง่ายๆ ที่สุด เอาไว้หมักและชุบปีกไก่ คือ ใช้แป้งทอดกรอบสำเร็จรูปโรยหมักไปกับไก่ ใส่ผงปรุงรสรสไก่โรยๆ ลงไป ไก่มีความชื้นอยู่แล้ว แป้งก็จะละลายข้นๆ หมักเก็บไว้ในตู้เย็น 1 คืน เป็นสูตรที่ทำกันทั่วไปและง่ายมาก เวลาทอดก็ตั้งน้ำมันร้อน ไฟกลาง เอาไก่ลงทอดได้เลย ไม่ต้องชุบแป้งอีกแล้ว กินร้อนๆ อร่อยมาก สูตรที่ 2 ยังเป็นแบบง่ายๆ เอาปีกไก่หมักกับผงปรุงรสไก่ ใส่พริกไทยพอหอม ขยำๆ หมักไว้ พอจะทอดเอาแป้งมันสำปะหลังละลายกับน้ำเย็นๆ สัดส่วน 1 : 1 ให้แป้งออกข้นหน่อย แล้วเอาไก่ที่หมักลงชุบแป้งทอดให้กรอบ สูตรที่ 3 แบบยังง้อแป้งทอดกรอบสำเร็จรูปและผงปรุงรสไก่อยู่ แต่เพิ่มส่วนผสมอื่นให้มีแป้งกรอบเคลือบติดหนังไก่ กินกรอบๆ และกรอบทนมากขึ้น หอมเครื่องเทศ แปลงเป็นไก่ทอดหาดใหญ่ได้เลย สูตรนี้
ทุกวันนี้ “การออกกำลังกาย” ไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมดูแลสุขภาพ แต่กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งในไลฟ์สไตล์ของคนยุคนี้ หลายคนเปลี่ยนจากการนัดกินข้าวหรือสังสรรค์ ปาร์ตี้หลังเลิกงาน มาเป็นการชวนกันวิ่ง หรือชวนกันเข้าคลาส สิ่งที่น่าสนใจคือ ผู้คนไม่ได้มองการออกกำลังกายเป็นแค่เครื่องมือสร้างความฟิตหรือความแข็งแรงให้ร่างกาย แต่มองเป็นพื้นที่สร้างความสัมพันธ์ เป็น “คอมมูนิตี้” ที่เปิดโอกาสให้ผู้คนได้พบปะ พูดคุย และเชื่อมต่อกับคนที่มีความสนใจคล้ายกัน รวมเทรนด์คอมมูนิตี้สายเฮลท์ เทรนด์ออกกำลังกายที่เติบโตควบคู่ไปกับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่มีด้วยกันหลากหลาย เริ่มตั้งแต่ “Run Club” คอมมูนิตี้ที่พัฒนามาจากกลุ่มวิ่งเล็กๆ ของคนรักการวิ่ง ด้วยรูปแบบกิจกรรมที่ “เข้าถึงง่าย” ไม่ได้จริงจังเรื่องความเร็ว ความเก่ง หรือการแข่งขันเพื่อสร้างสถิติ แต่เป็นการวิ่งที่เน้นการเข้าสังคม ความสนุก ใครจะวิ่งช้าหรือเร็วก็สามารถไปด้วยกันได้ ดังนั้นจึงไม่จำกัดว่าต้องเป็นนักวิ่งมืออาชีพ แต่มือใหม่ก็สามารถเข้าร่วมได้เช่นกัน ตามด้วย “HYROX” การแข่งขันฟิตเนสระดับโลกที่ผสมผสานการวิ่งกับฐานออกกำลังกายสุดโหดที่ใช้ร่างกายครบทุกมิ
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงเป็นที่กล่าวถึงอย่างมากในแง่ผู้ทรงปรีชาสามารถ ทั้งด้านกฎหมาย การทูต การทหาร และงานเพื่อสังคม โดยเฉพาะการทำงานเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนและผู้ต้องขังหญิง ทรงมีบทบาททั้งในระดับประเทศและเวทีนานาชาติพร้อมกันได้อย่างโดดเด่น พระอัจฉริยภาพของพระองค์ ด้านกฎหมาย ทรงสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีสองสาขา คือ ปริญญานิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ด้วยคะแนนเกียรตินิยมอันดับสอง และปริญญารัฐศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ด้วยคะแนนเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง และเคยทรงปฏิบัติหน้าที่ในสายงานอัยการจริง ตั้งแต่อัยการผู้ช่วย ไปจนถึงอัยการจังหวัด ได้รับขนานพระนามจากสื่อไทยและต่างประเทศในฐานะ “เจ้าหญิงนักกฎหมาย” ด้านการต่างประเทศและสิทธิมนุษยชน พระองค์เคยทรงเป็นเอกอัครราชทูตไทยประจำออสเตรีย และผู้แทนถาวรไทยประจำองค์การสหประชาชาติ ณ กรุงเวียนนา อีกทั้งทรงทำงานร่วมกับ UN ในประเด็นสิทธิสตรีและผู้ต้องขังหญิง จนเกิดแนวทางที่เรียกว่า “Bangkok Rules” ซึ่งเป็นข้อกำหนดสากลเกี่ยวกับการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิง ด้านการ
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงเป็นพระราชธิดาพระองค์โตในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ทั้งทรงเป็นพระราชนัดดาพระองค์แรกในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเป็นพระเชษฐภคินี ในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร ประสูติเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2521 ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงโปรดเกล้าฯ ให้จัดพระราชพิธีสมโภชเดือนและขึ้นพระอู่ ในวันที่ 11 มกราคม พุทธศักราช 2522 ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ในพระราชพิธี พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงจรดพระกรรบิดกริบพระเกศา และทรงเจิมพระขวัญ ตามราชประเพณี ทรงเริ่มศึกษาที่โรงเรียนราชินีในระดับอนุบาลจนถึงชั้นมัธย
ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของเมือง แต่เสน่ห์ของ “นางเลิ้ง” หนึ่งในตลาดเก่าแก่ที่อยู่คู่กรุงเทพฯ มานานนับกว่าร้อยปี ยังคงดึงดูดผู้คนและผู้ประกอบการรุ่นใหม่ให้เข้ามาสร้างสรรค์ธุรกิจบนพื้นที่แห่งนี้ หนึ่งในนั้นคือ “Ssoundnamm” หรือ ซาวน์น้ำ คาเฟ่เล็กๆ ในตึกเก่า ที่นำความคลาสสิกของแผ่นเสียงมาหลอมรวมกับวัฒนธรรมไทย ผ่านสินค้าท้องถิ่น เครื่องดื่มและเมนูภายในร้านได้อย่างลงตัว ในคอลัมน์ Entrepreneur เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ พาไปพูดคุยกับ คุณเงิน-ณพวุฒิ จุลไสย Co-founder ผู้ปั้นร้านซาวน์น้ำ ถึงจุดเริ่มต้นและการชูความเป็นไทยให้เป็นพื้นที่ของทุกเจเนอเรชัน จุดรวมความชอบของคู่รักสู่ธุรกิจ ซาวน์น้ำ เกิดขึ้นจากความชอบของ “คุณเงิน” และ “คุณอาย” รวิสรา ตั้งจิตรัตน์ คู่รักที่มีเส้นทางอาชีพหลักแตกต่างกัน คุณเงินทำงานด้านการเมืองและเป็นอาจารย์พิเศษประจำคณะสถาปัตยกรรมและการออกแบบ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ส่วนคุณอายทำงานเป็นแอร์โฮสเตส คนหนึ่งหลงใหลในแผ่นเสียงเก่าและเสน่ห์ของวัฒนธรรมไทย ส่วนอีกคนมีความสุขกับโลกของกาแฟ ทำให้ทั้งคู่ร่วมกันสร้างพื้นที่แห่งนี้ขึ้นมาในตึกเก่าย่านนางเล
หากพูดถึงมหกรรมฟุตบอลโลกที่สร้างความทรงจำร่วมกันให้กับคนทั้งโลก และยังคงถูกพูดถึงอยู่เสมอจนถึงทุกวันนี้ คงหนีไม่พ้น “ฟุตบอลโลกปี 2010” ที่จัดขึ้น ณ ประเทศแอฟริกาใต้ ทัวร์นาเมนต์นี้เรียกได้ว่าเป็นปีที่สร้างตำนานและสีสันไว้อย่างมากมายชนิดที่หาปีไหนมาเทียบได้ยาก ไม่ว่าจะเป็นปรากฏการณ์ “หมึกพอล” เจ้าปลาหมึกยักษ์แสนรู้ที่ทายผลการแข่งขันได้อย่างแม่นยำจนกลายมาเป็นจุดเริ่มต้นและต้นแบบของการนำสัตว์ต่างๆ มาพยากรณ์ผลการแข่งขันในเวลาต่อมา หรือในแง่ของป๊อปคัลเจอร์อย่างเพลง “Waka Waka (This Time for Africa)” ของ Shakira ที่กลายเป็นไวรัลร้องเต้นตามกันได้ทั่วบ้านทั่วเมือง และแน่นอนว่าหากหันกลับมามองที่ประเทศไทย… สิ่งที่ทุกคนต้องนึกถึงในฟุตบอลโลกครั้งนั้น ก็คงหนีไม่พ้นมหกรรมการนั่งเขียนและส่ง “ไปรษณียบัตรทายผลแชมป์บอลโลก” กันจนมือหงิก ส่งกันไปเป็นร้อยๆ ล้านใบเพื่อลุ้นรางวัลใหญ่ ถือเป็นโมเมนต์ประวัติศาสตร์ที่ทำให้บรรยากาศในบ้านเราตอนนั้นคึกคักและสนุกสนานแบบสุดๆ วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาทุกคนร่วมย้อนรอยปรากฏการณ์ ที่ทำให้ฟุตบอลโลกปี 2010 กลายเป็นทัวร์นาเมนต์ในความทรงจำที่ไม่มีวันลืม “ห
มนุษย์เราสัมผัสและรับความสุขเข้ามาเติมเต็มในใจได้ 6 ทาง ผ่านตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ แต่ทางที่หยั่งรากลึกและอยู่กับเราได้ยาวนานที่สุดก็คือ “อาหารที่เราทานเข้าไป” สำหรับ คุณจอม-ภูมิพันธ์ เอี่ยมปรเมศวร์ ผู้ก่อตั้ง “บ้านนอกเข้ากรุง” ร้านอาหารไทยพื้นถิ่นโคราช ที่ทุกความสุข ความสำเร็จล้วนมีจุดเริ่มต้นมาจาก “รสมือแม่” เป็นอาหารที่ทานเข้าไปแล้วสัมผัสได้ถึงความสุขอย่างบอกไม่ถูก ทั้งคนในครอบครัว แขกเหรื่อที่มาเยี่ยมเยือนบ้าน หรือแม้กระทั่งชาวต่างชาติที่ได้ลิ้มลอง ต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “อาหารของแม่คุณจอม ทานแล้วมีความสุขอย่างบอกไม่ถูกจริงๆ” วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาทุกคนไปร่วมพูดคุยและเจาะลึกทุกแง่มุมชีวิตของ ‘คุณจอม’ อดีตหัวหน้าบัตเลอร์ที่ดูแลคนระดับโลกมาอย่างมากมาย จนมาสู่การเปิดร้านอาหารพื้นถิ่นโคราชตำรับคุณแม่ ที่สามารถคว้ารางวัลมิชลินได้ภายใน 5 เดือน จากโคราช…สู่มหานครนิวยอร์ก ย้อนกลับไปในอดีต คุณแม่และคุณพ่อของคุณจอมเติบโตมาในสองตระกูลใหญ่ แห่งตำบลโคกกรวดและอำเภอขามทะเลสอ จังหวัดนครราชสีมา โดยมีทางรถไฟเป็นเส้นกั้นระหว่างสองตระกูลนี้ นี่คือเหตุผลว่าทำไมหน้าร้าน บ้านนอก
LINE MAN แพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีอันดับ 1 ของไทย ขึ้นแท่นอันดับ 1 ฟู้ดดีลิเวอรีในโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) มีร้านค้าลงทะเบียนเข้าร่วมผ่าน LINE MAN แล้วกว่า 46,533 ร้านค้า จำนวน 46,566 สาขา (ข้อมูลตั้งแต่เริ่มเปิดลงทะเบียน วันที่ 10 มิ.ย. ถึงข้อมูลล่าสุด 11 มิ.ย. เวลา 13.00 น.) สะท้อนการตอบรับที่แข็งแกร่งจากผู้ประกอบการทั่วประเทศที่เลือก LINE MAN โดยถือเป็นการตอกย้ำจุดแข็งของ LINE MAN ที่สามารถรักษาอันดับ 1 ตั้งแต่โครงการคนละครึ่ง, คนละครึ่ง พลัส, สู่โครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการทั่วประเทศที่เลือก LINE MAN เป็นพาร์ทเนอร์สำคัญในการเข้าถึงสิทธิประโยชน์ภายใต้โครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) เพื่อขยายฐานลูกค้า เพิ่มยอดขาย และเสริมสภาพคล่องให้ธุรกิจในช่วงที่เศรษฐกิจกำลังฟื้นตัว นอกจากนี้ LINE MAN เตรียมมอบสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ใช้สิทธิในโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ทั้งส่วนลดค่าอาหาร สิทธิส่งฟรี และคูปองส่วนลดสำหรับการสั่งอาหารผ่านแอป เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพของผู้บริโภค พร้อมกระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศ และส
