Featured
นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า กรมศิลปากร เปิดเว็บไซต์ Fine Arts Souvenir รวบรวมต้นแบบผลิตภัณฑ์จากทุนทางวัฒนธรรม ผลงานการออกแบบและจัดทำโดยสำนักช่างสิบหมู่ สอดแทรกกลิ่นอายของศิลปกรรมในแหล่งเรียนรู้ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโบราณสถาน โบราณวัตถุในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ผ่านการศึกษา วิเคราะห์สู่การออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ผสานภูมิปัญญาช่างศิลป์ไทย ทั้งงานประณีตศิลป์ งานจิตรกรรมและงานประติมากรรม รวมทั้งงานศิลปะประยุกต์ ด้วยเทคนิค ความชำนาญเฉพาะด้าน และความคิดสร้างสรรค์ เพื่อนําเสนอผลงานที่มีความสวยงาม ร่วมสมัย ใช้งานได้จริง เหมาะสำหรับเป็นของขวัญ ของสะสม ของฝาก เผยแพร่ และจำหน่ายให้แก่ประชาชนทั่วไป เว็บไซต์ Fine Arts Souvenir รวบรวมผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลาย กว่า 100 รายการ จากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุพรรณบุรี แบ่งเป็นหมวดเครื่องประดับ เครื่องใช้ และของที่ระลึก อาทิ แหวนรูปงูสมัยทวารวดี แหวนเงินอักษรมงคล ต่างหูกินรี ที่วางโทรศัพท์รูปคันฉ่อง ปลามงคลหล่อโล
วงการไลฟ์สดไทยว่าคึกคักแล้ว ลองมาดูพี่จีนที่ล้ำหน้าไปอีกขั้น เมื่อมีการนำ AI Avatar หรือร่างเสมือนจริงมาไลฟ์ขายของแทนคนจริงๆ และสามารถสร้างยอดขายได้อย่างถล่มทลาย ในเวลากว่า 6 ชั่วโมง การใช้ AI Avatar เริ่มต้นมาจาก Luo Yonghao (ลั่ว หยงเฮ่า) ผู้ก่อตั้งบริษัทสมาร์ทโฟน Smartisan ที่หันมาเป็นนักไลฟ์ขายของบนแพลตฟอร์ม Douyin หรือ TikTok เวอร์ชันจีน เมื่อปี 2020 หลังจากบริษัทประสบปัญหาด้านการเงิน จึงต้องหาทางสร้างรายได้เพื่อหาเงินมาใช้หนี้ และนั่นทำให้เขากลายเป็นนักไลฟ์ที่โด่งดังในประเทศจีน จากการมีผู้ติดตามบัญชี Be Friends บน Douyin เกือบ 24.7 ล้านคน โดยเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ลั่ว หยงเฮ่า ได้ไลฟ์สดร่วมกับคู่หู Xiao Mu (เสี่ยว มู่) ซึ่งแตกต่างจากทุกครั้ง เพราะมีการนำ AI Avatar หรือ จำลองร่างเสมือนจริงของตัวเอง มาไลฟ์ขายของบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ Youxuan ของ Baidu ซึ่งร่างเสมือนจริงนี้ สามารถพูดคุยกับผู้ชมได้แบบเรียลไทม์ เป็นเวลานานกว่า 6 ชั่วโมง และสามารถสร้างยอดขายได้ถึง 55 ล้านหยวน หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 250 ล้านบาท โดย Wu Jialu หัวหน้าฝ่ายวิจัยของบริษัท Be Friends Holding ของ ลั่ว หยง
จากนักพัฒนาซอฟต์แวร์ สู่ผู้บุกเบิกฟาร์มฮอปส์แห่งแรกของไทย ชวนรู้จัก คุณอ๊อบ-ณัฐชัย อึ๊งศรีวงศ์ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ “เทพนม (Devanom)” ที่เขาสามารถนำพืชเมืองหนาวอย่าง “ฮอปส์” มาปลูกในไทยได้เป็นรายแรกๆ พร้อมต่อยอดสู่เครื่องดื่มที่ใช้วัตถุดิบในไทย 100% ไม่ว่าจะเป็น คราฟต์เบียร์, Mead หรือไวน์น้ำผึ้ง และ สาโท ซึ่งปัจจุบันทำมาแล้วกว่า 11 ปี จุดเริ่มต้น เมื่อประมาณ 13 ปีที่แล้วคุณอ๊อบทำงานเกี่ยวกับ Software Developer (นักพัฒนาซอฟต์แวร์) แต่แล้วก็มีความรู้สึกว่างานที่ทำมันเริ่มอิ่มตัว ทั้งยังมีคู่แข่งจากต่างประเทศเข้ามาเป็นจำนวนมาก ทำให้การที่จะสู้กับตลาดค่อนข้างลำบาก จนได้มาเจอกับ คราฟต์เบียร์ ที่เมื่อลองดื่มเข้าไปแล้วรู้สึกว่ารสชาติแตกต่างจากเบียร์ทั่วไป ทำให้เขาเกิดไอเดียนำไปต่อยอดเป็นธุรกิจ เกิดเป็นแบรนด์ “เทพนม” ขึ้นในปี 2014 โดยคำว่า เทพนม หมายถึง การที่อยากให้คนดื่มรู้สึกมีความสุข เหมือนมีเทพนมอวยพรให้ เหมือนกับเวลาที่ทำซอฟต์แวร์ แล้วสิ่งนั้นสามารถแก้ปัญหาให้ลูกค้าได้จริง เปรียบได้กับเวลาเรารินเครื่องดื่มให้ลูกค้า แล้วเขาชอบ มีความสุข ฟาร์มฮอปส์แห่งแรกในไทย เขาเล่าว่า ช่วงแรกที่ได้ลอ
“การท่องเที่ยวที่มันน้อยลง ไม่ใช่เพราะเอกชนเลยนะ เอกชนทำดีที่สุดแล้ว แต่คิดว่าคนที่บอกว่าเป็นผู้นำหรือรัฐบาล เขาไม่โฟกัสกับปัญหา ทั้งที่ต้องทำอะไรที่ชัดเจนกับนโยบายการท่องเที่ยว เพื่อที่ให้ทุกคนเดินต่อไปได้” คือประโยคสนทนา เมื่อ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ตั้งประเด็นเกี่ยวกับภาพรวมเศรษฐกิจไทยเวลานี้ จากคุณอลิสา พันธุศักดิ์ คุนผลิน ผู้บริหารหญิงแห่งเทิฟฟานี่ โชว์ แหล่งท่องเที่ยวระดับโลก ของไทย จากนั้นเธอจึงขยายความต่อ “พวกเขาไม่โฟกัส ว่าปัญหาคืออะไร แล้วมันควรไปแก้ที่ปลายเหตุหรือต้นเหตุ แล้วต้นเหตุคืออะไร การแก้ปัญหาปลายเหตุ ด้วยการโฆษณา-ประชาสัมพันธ์ มันไม่ใช่ ต้นเหตุมันคือความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เพราะทุกวันนี้นักท่องเที่ยวรู้สึกว่า หนึ่ง ไทยไม่ปลอดภัย สองคือ ไทยทำไมแพง ขณะที่ประเทศคือเราควบคุมตัวเองไม่ได้ ในเรื่องของเงินเฟ้อ ประชาชนรายได้ไม่พอ” นักธุรกิจหญิงคนดัง กล่าวต่อว่า ถึงเวลานี้แล้ว ผู้นำ ควรไปโฟกัสการลดรายจ่ายของประชาชน เพราะทางแก้มีอยู่ 2 ด้าน ในเมื่อเพิ่มรายได้ไม่ได้ ก็ต้องไปลดรายจ่าย จึงคิดว่าผู้นำแก้ปัญหาไม่ถูกจุด อีกทั้งยังจะทำแต่เรื่องที่ไม่จำเป็
พญ.ชนิดา สยุมภูริจินันท์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวในการเป็นประธานเปิดการประชุมวิชาการการแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร ครั้งที่ 2 ควบคู่กับมหกรรมคุณภาพโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ภายใต้เป้าหมายสำคัญในการขับเคลื่อนบูรณาการการแพทย์แผนไทยเข้าสู่ระบบบริการสุขภาพ เขตสุขภาพที่ 6 ตอนหนึ่งว่า แพทย์แผนไทย ไม่ได้หมายถึงเพียงการนวดหรือสมุนไพรเท่านั้น หากแต่ประกอบด้วยหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นบริการการแพทย์แผนไทย การแพทย์ทางเลือก ตำรับยา อาหารท้องถิ่นที่มีส่วนผสมของสมุนไพร ไปจนถึงแนวทางการรักษาเฉพาะโรค ทั้งนี้ อภัยภูเบศรก้าวสู่การรับรองมาตรฐานเฉพาะโรค เฉพาะระบบ หรือ PDSC (Program and Disease Specific Certification) ของ สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน) เป็นโรงพยาบาลแรก แต่ปัจจุบันแทบทุกโรงพยาบาลตั้งแต่ระดับชุมชนขึ้นไป ล้วนมีหน่วยงานด้านแพทย์แผนไทยอยู่แล้ว นอกจากนี้ ในโลกยุคปัจจุบันกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เงินทองอาจไม่สำคัญเท่าความมั่นคงทางยา ทางอาหาร การปลูกผักไว้กินใช้เองอาจเป็นเรื่องใกล้ตัวกว่าที่คิด และการวางมาตรฐานขั้นต่ำที่เหมาะสมของแพทย์แผนไทย คือประตูบานแรกสู่ความม
“แบรนด์ซอสพริกศรีราชาพานิช ต้นตำรับซอสพริกศรีราชารายแรกอายุ 90 ปี (ค.ศ. 1935) สินค้าไทยแท้ 100% (Made in Thailand) ใช้วัตถุดิบพริกจากเกษตรกรไทย 100% เราฝันให้นักเดินทางจากทั่วทุกมุมโลกได้รู้จักตัวตนและหลงรักในรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ที่ใครก็เลียนแบบไม่ได้” คุณวรัญญา วิญญรัตน์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยเทพรส จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่าย ซอสพริกศรีราชาพานิช กล่าว สร้างแบรนด์ผ่าน Immersive Branding “โจทย์ท้าทายปีนี้ คือทำอย่างไรให้ชาวต่างชาติได้เปิดโสตสัมผัสทั้งห้าเพื่อทำความรู้จักกับแบรนด์ซอสพริกศรีราชาพานิช จึงเป็นที่มาของกลยุทธ์ Immersive Brand Experience ที่สื่อสารตรงถึงกลุ่มเป้าหมายเพื่อให้รับประสบการณ์จากแบรนด์ตลอดเวลา ผ่านการได้ยินและเห็น ไปจนถึงได้ลองชิมรสชาติ ซึ่งเวทีมวยราชดำเนิน มีผู้ชมนักท่องเที่ยวต่างชาติมารับชมประสบการณ์มวยไทยถึงกว่า 300,000 คนในปี พ.ศ. 2567 และมุ่งสู่กว่า 500,000 คนในปี พ.ศ. 2568 ด้วยเทคโนโลยีแสง สี เสียง ประสบการณ์ Immersive เสมือนจริงบนโดมคอนกรีตขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ทำให้เวทีมวยราชดำเนิน ตอบโจทย์สูงสุดในทุกด้าน” คุณวรัญญา
จากกรณีผู้เข้าสอบใบประกอบวิชาชีพครู ถูกยุติการสอบ หลังแต่งกายไม่ตรงตาม “เพศกำเนิด” ทั้งที่ระเบียบไม่ได้ระบุชัดเจน โดยเมื่อเร็วๆ นี้ ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์ประสบการณ์ขณะเข้าสอบใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู แต่กลับถูกยุติการสอบกลางคัน โดยคณะกรรมการคุมสอบให้เหตุผล ผู้เข้าสอบท่านนั้น ”แต่งกายไม่ตรงตามเพศสภาพที่ปรากฏในเอกสารทางราชการ” แม้เจ้าตัวจะแต่งกายด้วยชุดที่สุภาพและเหมาะสมตามที่ระเบียบการสอบระบุไว้ โพสต์ดังกล่าวระบุด้วยว่า ผู้เข้าสอบกรณีนี้ ใช้คำนำหน้า “นาย” แต่เลือกใส่กระโปรงมาสอบ ซึ่งถูกมองว่าไม่ตรงกับเพศกำเนิด แม้ในระเบียบของคุรุสภาจะระบุให้ “แต่งกายสุภาพ หรือชุดนักศึกษาตามที่สถาบันการศึกษากำหนด” โดย ไม่มีการระบุชัดเจนว่าให้แต่งกายตามเพศกำเนิด ทั้งนี้ ผู้เข้าสอบรายนี้ จึงตั้งคำถามต่อการปฏิบัติงานของกรรมการคุมสอบที่ ปล่อยให้เข้าสอบไปแล้วกว่า 30 นาที ก่อนจะมาแจ้งให้ยุติการสอบ ทั้งยังชี้ว่า หากมีแนวปฏิบัติที่เพิ่มเติม ควรแจ้งให้ชัดเจนและรัดกุม ไม่ใช่อ้างอิงเพียงการประกาศบนเว็บไซต์ที่ไม่ปรากฏรายละเอียดครบถ้วน และกรณีดังกล่าว กำลังกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในสังคมออนไลน์ โดย
‘ขนมแม่เอย’ หนึ่งในแบรนด์ OTOP ซึ่งมีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในวงการขนมไทย และได้ก้าวสู่ความสำเร็จในตลาดออนไลน์อย่างเต็มตัว การตัดสินใจขยายช่องทางจำหน่ายจากออฟไลน์สู่ออนไลน์ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้น และทำให้แบรนด์ได้รับการยอมรับในวงกว้าง จากสูตรขนมครอบครัว สู่แบรนด์ ‘ขนมแม่เอย’ คุณเอย-พิราภรณ์ มาริษชัย ทายาทรุ่น 2 ของแบรนด์แม่เอย เล่าให้ฟังว่า แบรนด์ ขนมแม่เอย เริ่มต้นมาจากคุณพ่อคุณแม่ทดลองทำขนมเปี๊ยะในยุคเศรษฐกิจยากลำบาก ช่วงปี 40 โดยใช้สูตรที่ได้จากนิตยสารและนำมาปรับให้เข้ากับรสนิยมของลูกค้า จากนั้นนำไปขายที่ร้านของฝาก ก่อนขยายธุรกิจไปสู่ห้างสรรพสินค้าและออกบูธงานอีเวนต์ต่างๆ จนมาถึงการเปิดโรงงานผลิตที่จังหวัดนครปฐม โดยมีการนำนวัตกรรมมาใช้ควบคู่กับวัฒนธรรมไทย ทำให้แบรนด์มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น และตอบโจทย์ตลาดได้อย่างครบถ้วน ความหลากหลายของขนม มีทั้ง ขนมเปี๊ยะหลากหลายรสชาติ ที่ใช้ผลไม้สด เช่น กล้วย ลำไย สตรอเบอร์รี สับปะรด มะตูม และมันม่วง รวมถึงขนมไทยพร้อมทานหลากหลายชนิด และขนมสำเร็จรูปส่งออก ที่มีอายุการเก็บรักษานานถึง 1 ปี สามาร
เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2568 สำนักข่าวซินหัว รายงานว่า มีการจัดงานแสดงสินค้าท็อป ไทย แบรนด์ คุนหมิง (Top Thai Brands Kunming) ปี 2025 ที่ศูนย์การประชุมและนิทรรศการนานาชาติคุนหมิง เตียนฉือ ในเมืองคุนหมิง มณฑลอวิ๋นหนาน (ยูนนาน) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ระหว่างวันที่ 19-24 มิ.ย. เพื่อส่งเสริมสินค้าไทยสู่ตลาดจีน โดยมีบริษัทผู้ประกอบการ 73 แห่ง ซึ่งแบ่งเป็นบริษัทผู้ประกอบการไทย 61 แห่ง และบริษัทนำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้าไทย 12 แห่ง เข้าร่วมนำเสนอสินค้าหลากหลายรายการ ทั้งอาหารและเครื่องดื่ม สินค้าเพื่อสุขภาพและความงาม เสื้อผ้าและเครื่องประดับ เครื่องเรือนและของตกแต่งบ้าน คุณพรวิช ศิลาอ่อน รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า งานนี้นำพาบริษัทผู้ประกอบการชั้นนำเจ้าของแบรนด์ไทยอันเป็นที่รู้จักดี รวมถึงวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) เจ้าของแบรนด์ที่มีศักยภาพ พบปะกับกลุ่มผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายสินค้าไทยในจีนเพื่อเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ อนึ่ง ปริมาณการค้าระหว่างไทยกับมณฑลอวิ๋นหนาน ช่วงเดือนมกราคม-เมษายน รวมอยู่ที่ 3.41 พันล้านหยวน (ราว 1.56 หมื่นล้านบาท) โดยการส่งออกจากไทยสู่อวิ๋นหนาน
ไปรษณีย์ไทย ร่วมกับ กรมการค้าภายใน เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการบริหารจัดการผลไม้ไทยต่อเนื่อง สนับสนุนเกษตรกรชาวสวน เพื่อช่วยกระจายผลผลิตผลไม้คุณภาพ จากแหล่งผลิต สู่ผู้บริโภคอย่างมีประสิทธิภาพ แจกกล่องผลไม้ DIT พร้อมจัดส่ง EMS ส่งด่วนผลไม้ ฟรี! ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวว่า “ไปรษณีย์ไทยมุ่งมั่นใช้ศักยภาพเครือข่ายการจัดส่งที่ครอบคลุมทั่วประเทศ ร่วมขับเคลื่อนโครงการบริหารจัดการผลไม้ร่วมกับกรมการค้าภายในอย่างต่อเนื่อง เพื่อบริหารจัดการผลไม้ไม่ให้เกิดปัญหาราคาตกต่ำและสินค้าตกค้างในช่วงที่มีผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมาก ช่วยลดปัญหาผลผลิตล้นตลาด รวมถึงช่วยให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงระบบขนส่งที่รวดเร็ว ปลอดภัย คงคุณภาพและความสดใหม่ตั้งแต่ต้นทางถึงมือผู้บริโภคทั่วประเทศ ซึ่งโครงการดังกล่าวเป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญ ที่ไปรษณีย์ไทยดำเนินการร่วมกับกรมการค้าภายในอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2564 โดยจัดทำกล่องผลไม้กระจายไปยังพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อแจกจ่ายให้กับเกษตรกรสามารถนำผลผลิตมาส่ง EMS ส่งด่วนผลไม้ที่ไปรษณีย์ไทยทั่วประเทศ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย” ทั
