Featured
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยข้อมูล ยอดขายขนมขบเคี้ยวไทย ในปี 2568 คาดอยู่ที่ 49,550 ล้านบาท หรือโต 1.5% ชะลอจากปี 2567 ที่โต 4.7% ปัจจุบัน ‘ตลาดขนมขบเคี้ยวไทย’ มีจำนวนผู้เล่นมากกว่า 298 ราย และยังคงเป็นอุตสาหกรรมที่น่าดึงดูด เนื่องจากมีอัตรากำไรขั้นต้นสูงถึง 20-35% ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากราคาวัตถุดิบที่ไม่สูง ทำให้สร้างมูลค่าเพิ่มได้ดี จึงทำให้ตลาดขบเคี้ยวมีการแข่งขันอย่างรุนแรงจากผู้เล่นรายใหญ่ด้วยกันเอง เนื่องจากรายใหญ่มี Economy of Scale รวมถึงมีสินค้าหมุนเวียนตลอด มีการออกรสชาติหรือไลน์โปรดักต์ใหม่ๆ และมีการบริหารจัดการต้นทุน ค่าใช้จ่ายในด้านการตลาดได้ดี จึงสามารถจัดโปรโมชันกระตุ้นยอดขายได้สม่ำเสมอ ทำให้เกิดการรับรู้แบรนด์จากผู้บริโภค ขณะที่ผู้เล่นรายเล็กจะแข่งขันในตลาดได้ยากกว่า แต่ถึงแม้ว่าผู้เล่นรายใหญ่จะครองตลาดได้ แต่การแข่งขันของผลิตภัณฑ์ก็ไม่ง่าย เพราะต้องแข่งขันกันเองกับตลาดขบเคี้ยวที่มีความหลากหลาย และยังต้องแข่งกับอาหารทานเล่นอื่นๆ อาทิ ขนมหวาน ติ่มซำ เฟรนช์ฟรายด์ ลูกชิ้น เป็นต้น ตลาดขบเคี้ยวไทย ในปี 2564-2567 พบว่า ปริมาณขนมขบเคี้ยวนำเข้า อย่าง ขนมปังกรอบและเวเฟอร์ โตเฉลี่ย 2.1
เชื่อว่าหลายคนที่เห็นของตกแต่งบ้านดีไซน์สวยถูกใจ แต่ต้องวางมันลงเมื่อเห็นป้ายราคา จากประสบการณ์ที่นักช้อปส่วนใหญ่คุ้นเคยนี้ โจวี่ ลิม นักศึกษาวัย 20 ปีชาวสิงคโปร์ก็ประสบมาเช่นกัน ด้วยความหลงใหลในการออกแบบตกแต่งภายในและของแต่งบ้านที่มีสไตล์ เขาชอบโคมไฟดีไซน์ที่มีเอกลักษณ์เสมอมา แต่บ่อยครั้งที่ของเหล่านั้นมีราคาเกินเอื้อมสำหรับเขา ด้วยความมุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์ด้วยตัวเอง โจวี่จึงตัดสินใจลงทุนซื้อเครื่องพิมพ์ 3D และเริ่มทดลองออกแบบโคมไฟของตัวเองที่บ้าน หลังจากทุ่มเทเวลาหลายชั่วโมงเพื่อเรียนรู้วิธีทำให้งานออกแบบของเขากลายเป็นจริง นักศึกษาจาก Singapore Polytechnic ผู้นี้ก็ได้เปิดตัวบริษัทโคมไฟของตัวเองอย่างเป็นทางการในชื่อ Sonogo Design เมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว โดยทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้จากในห้องนอนของเขาเอง ด้วย Sonogo Design โจวี่ตั้งเป้าที่จะทำให้ “โคมไฟคุณภาพสูงและงานฝีมือสามารถเข้าถึงได้” สำหรับชาวสิงคโปร์ “โคมไฟดีไซน์” จากงานอดิเรก สู่ธุรกิจ เมื่อแรกเริ่มที่ได้เยี่ยมชมเว็บไซต์ของแบรนด์นี้ ข้อความแจ้งบนเว็บไซต์ ระบุว่า สินค้าล็อตล่าสุดขายหมดเกลี้ยงภายในวันเดียว โจวี่เชื่อว
เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2568 คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยศรีปทุม จัดงานเปิดตัวโครงการ “BUSWORK” อย่างยิ่งใหญ่ ท่ามกลางนักศึกษากว่า 1,000 คน และผู้ประกอบการจากเครือข่าย DNAbySPU ที่เข้าร่วมอย่างคับคั่ง ถือเป็นการประกาศความพร้อมของมหาวิทยาลัยในการทรานส์ฟอร์มระบบการศึกษา จาก “ห้องเรียน” สู่ “สนามอาชีพจริง” อย่างแท้จริง “มหาวิทยาลัยในวันนี้ ต้องไม่เป็นแค่ที่เรียน แต่ต้องเป็นสนามที่เริ่มต้นอาชีพได้จริง” เป็นประโยคแรกที่ ผศ.ดร.ธีรศานต์ สหัสสพาศน์ Founder of BUSWORK และผู้อำนวยการหลักสูตร DNAbySPU ผู้อยู่เบื้องหลังแนวคิด BUSWORK กล่าวเปิดตัว BUSWORK Community ที่รวมพลังนักศึกษากว่า 4,000 คน เพื่อรับงาน Freelance ด้านการตลาด คอนเทนต์ และโฆษณา ควบคู่ไปในขณะเรียน BUSWORK คืออะไร? “BUSWORK” มาจากคำว่า BUS (คณะบริหารธุรกิจ – Business Administration) + WORK (งานจริง รายได้จริง) เป็น Community ที่รวบรวม นักศึกษากว่า 4,000 คน จากคณะบริหารธุรกิจ ที่มีความสามารถด้าน Advertising, Digital Marketing, Content Creation, Live Commerce, Voi
พูดถึงธุรกิจค้าปลีกที่ประสบความสำเร็จ หนึ่งในนั้นคือ มูจิ ประเทศไทย (MUJI) ที่สามารถคว้ารางวัรล Retail Asia Awards จากเวทีใหญ่ในประกาศรางวัลด้านธุรกิจ ซึ่งจัดขึ้นโดย Charlton Media Group ประเทศสิงคโปร์ เพื่อยกย่องแบรนด์ค้าปลีกที่มีความเป็นเลิศในด้านความสำเร็จ และนวัตกรรมในอุตสาหกรรมค้าปลีกทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยในปี 2568 มูจิ ประเทศไทย ได้รับรางวัลในสาขา Brand Store of The Year – Thailand ที่คัดเลือกแบรนด์ร้านค้าปลีก ในรูปแบบร้านค้าจริง (Physical Stores) ซึ่งโดดเด่นในด้านการดำเนินงานและการมอบประสบการณ์เหนือความคาดหมายให้กับลูกค้า โดยประเมินจากความมุ่งมั่นในการให้บริการลูกค้า ความสะดวกสบาย และประสบการณ์การช้อปปิ้งที่ดี ซึ่งรวมถึงปัจจัยต่างๆ เช่นความสวยงามของร้านค้า การจัดวางสินค้า มารยาทและการบริการของพนักงาน และความพึงพอใจโดยรวมของลูกค้า นายอกิฮิโร่ คาโมการิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มูจิ รีเทล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา มูจิ ประเทศไทย มุ่งมั่นที่จะเป็นแบรนด์สินค้าไลฟ์สไตล์สามัญประจำบ้านในใจคนไทย ซึ่งการได้รับรางวัล Brand Store of The Year –
บทความโดย : อมร อำไพรุ่งเรือง กูรูแฟรนไชส์ ในโลกของภาพยนตร์ Thunder Express ไม่มีคำว่า “แฟรนไชส์” ปรากฏอยู่ในบท ไม่มีโลโก้ร้าน ไม่มีการเซ็นสัญญาสิทธิการใช้แบรนด์ แต่สิ่งที่ชัดเจนกลับเป็นภาพของคนตัวเล็กที่ต้องวิ่งให้ทันระบบใหญ่ คนที่อยู่ปลายทางของห่วงโซ่โลจิสติกส์ คนที่ถูกใช้เพื่อส่ง แต่ไม่แน่ใจว่าตัวเองคือ “ส่วนหนึ่งขององค์กร” หรือแค่ “ฟันเฟืองที่เปลี่ยนได้” และนั่นเองที่ทำให้ Thunder Express ไม่ได้สะท้อนโลกแฟรนไชส์ด้วยคำพูด แต่มันสะท้อนด้วย “โครงสร้าง” ที่บอกว่า ในอุตสาหกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยความเร็ว การขยายสาขา และการกระจายบริการ คนตัวเล็กในระบบแฟรนไชส์ กำลังเผชิญกับคำถามเดียวกัน Flash Express เคยเป็นผู้สร้างแรงกระเพื่อม ตั้งแต่วันที่ให้ใครก็ได้เปิด “Flash Home” ด้วยเงินเริ่มต้นไม่ถึงหมื่น โมเดลที่เคยถูกมองว่าเปิดให้คนทั่วไปเข้าถึงระบบขนส่งได้อย่างเสมอภาค กลายเป็นทางลัดให้คนตัวเล็กเข้าร่วมกับแบรนด์ใหญ่ในระบบแฟรนไชส์ ไม่มีหน้าร้าน ไม่มีภาระมากมาย แค่เปิดจุดส่ง รับรายได้จากยอดพัสดุ แต่เมื่อเวลาผ่านไป เรากลับพบว่า โมเดลนั้นอาจจะดีเกินไปบนกระดาษ เพราะในโลกจริง ความไม่แน่นอนของยอดส่ง การขา
ทำธุรกิจ ใครๆ ก็อยากให้เติบโต เราก็มักมุ่งเน้นไปที่เรื่องการตลาด การขาย แต่เรื่องหนึ่งที่สำคัญไม่น้อยไปกว่ากันคือ “การมีระบบ” ผมเชื่อว่ามีหลายคนที่กำลังเผชิญสถานการณ์อยากให้โต แต่ทำไมไม่ยอมโต เลยหยิบเอาเรื่องนี้มาเล่าสู่กันฟังครับ เรื่องของ “ระบบ” ที่หลายคนมองข้ามไป และเข้าใจว่า ทุกวันนี้ที่ทำงานกันอยู่ ถ้าไม่มีระบบ แล้วจะอยู่รอดมาได้อย่างไร นั่นก็จริงอยู่ครับ แต่…สิ่งที่กำลังทำอยู่ อาจเป็นเพียงระบบพื้นฐาน ที่ธุรกิจทั่วไปเขาก็ต้องทำ ต้องปฏิบัติเป็นปกติ คือถ้าไม่มีกระทั่งระบบพื้นฐาน คงจะเละเทะจนธุรกิจล่มสลายไปนานแล้ว แต่ระบบ ที่อยากเล่าให้ฟังคือ ระบบ ที่ช่วยให้การทำงานร่วมกันของทุกฝ่ายง่ายขึ้น และสามารถส่งต่อระบบนี้ ไปสร้างความเติบโตให้กับธุรกิจได้ดียิ่งขึ้น ระบบ ที่ผมกำลังหมายถึง มีหน้าตาประมาณนี้ครับ ลองจินตนาการตามนะครับ เป็นกระบวนการทำงาน ที่ง่าย รวดเร็ว สามารถถ่ายทอดให้ทุกคนทำตามในแบบเดียวกัน โดยไม่ต้องมาเสียเวลานั่งคิดว่า ฉันควรเริ่มต้นทำอะไรดี งานบางอย่างมีความสลับซับซ้อน และต้องอาศัยความละเอียดรอบคอบ การปล่อยให้คนมีประสบการณ์เท่านั้นที่ทำได้ เพราะเขามีวิธีคิดว่าต้องจัดการก
จากวุ้นโฮมเมดของแม่ ที่วางขายหน้าร้านขายยาของพ่อ ในย่านบางแค เพื่อหารายได้เสริมให้ครอบครัว หลังเผชิญวิกฤตต้มยำกุ้ง เมื่อปี 2540 แต่ใครจะคิดว่าร้านขนมเล็กๆ จะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของ ‘คุณเก๋ขนมหวาน’ แบรนด์ขนมไทยที่เติบโต จนก้าวสู่การเป็นผู้นำตลาดขนมไทยพร้อมทานอันดับ 1 ใน เซเว่น อีเลฟเว่น ด้วยกำลังการผลิต 120,000 ชิ้นต่อวัน และสร้างยอดขายกว่า 100 ล้านชิ้นต่อปี จากร้านเล็กๆ สู่เชลฟ์ร้านสะดวกซื้อ คุณกัน-มนสวรรณ ศรัณย์เวชกุล CEO บริษัท คุณเก๋ขนมหวาน จำกัด ทายาทรุ่น 2 เล่าให้ฟังว่า เมื่อก่อนแม่ของเธอเปิดร้านวุ้นคุณเก๋ ที่ตั้งตามชื่อพี่สาวคนโต โดยเริ่มต้นขายเป็นอาชีพเสริม ทั้งวุ้นเป็ด วุ้นมะพร้าวน้ำหอม วุ้นแฟนซี และอีกมากมาย ที่หน้าร้านขายยา ณ ตอนนั้น ขายออร์เดอร์แรกได้เพียงหลักสิบบาท ไปจนถึง 100 บาท ก่อนขยับขยายไปเปิดหน้าร้านที่ตลาด อ.ต.ก. และ ตลาดบองมาร์เช่ เมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว ถือว่าเป็นร้านขนมเจาะกลุ่มลูกค้าไฮเอนด์ เพราะปรับราคาขายตามทำเล เป็นกล่องละ 50 กว่าบาท ก่อนพัฒนาสู่แบรนด์ ‘คุณเก๋ขนมหวาน’ ในปี 2540 กระทั่งคุณกันเรียนจบด้านอุตสาหกรรมการเกษตร จากสถา
เจ้าของฉายา “ใช้ ดอนคิง” ที่เป็นคนไทยคนแรก สามารถขี่จักรยานยนต์คนเดียวรอบโลกมาแล้ว ถ่ายทอดประสบการณ์ส่วนหนึ่ง เมื่อครั้งนั้น ให้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ฟังว่า ถ้าจะมองในแง่นิสัยการทำมาหากินแล้ว รู้สึกทึ่งคนจีน อย่างเคยขี่มอเตอร์ไซค์ไปชนบทในที่ต่างๆ ไม่น่าเชื่อ ทั้งอเมริกากลาง อเมริกาใต้ หรือแม้กระทั่งในยุโรป ตามเมืองเงียบๆ เล็กๆ กลับไปมีร้านค้าคนจีนซ่อนอยู่ แปลว่าคนจีนไปแทบทุกที่ในโลก และมีครั้งหนึ่ง เคยไปรถเสียอยู่ก่อนถึงกรุงลิมา ประเทศเปรู ได้คนจีน ให้การช่วยเหลือ สุดท้ายคุยไปคุยมา ทราบชื่อ “มิสเตอร์ไซ” เป็นเจ้าของโรงแรม เจ้าของร้านอาหารจีน อยู่ในเมืองเล็กๆ เมืองหนึ่งในประเทศเปรู แปลว่าคนจีนไปทุกที่เลย อันนี้คือเป็นสิ่งที่ชี้ให้เห็นว่า ความขยันขันแข็ง และการมองเห็นโอกาสตลอดเวลาของคนจีนนั้น เพาะบ่มนิสัยให้ชนชาติจีนทุกวันนี้ค่อนข้างจะแข็งแรงมั่นคง คุณใช้ เล่าอีกว่า จากการไปเปิดโลกของเขา อีกอย่างหนึ่งที่มองเห็น ที่คนไทยควรภูมิใจจริงๆ คืออาหารไทย เป็นอาหารที่โม้ได้เลยว่าเป็น “นัมเบอร์วัน” ของโลกเหมือนกัน และจริงๆ แล้วเป็น Storm Power ไม่ใช่แค่ Soft หรอก เพียงแต่พวกเรามองมันเป็น Soft มาก
“จับเสือมือเปล่า” ไม่ยั่งยืนเท่า “การลงทุนภายใต้มาตรฐานอันเป็นที่ยอมรับ” โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ผลิตภัณฑ์อาหารแพลนต์เบสไทย” ที่ควรต้องมีหลักเกณฑ์มาตรฐานและข้อกำหนดที่เฉพาะ ซึ่งจากการร่วมศึกษาและผลักดันโดย สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมประกาศข่าวดีสำหรับผู้ประกอบการถึงโอกาสที่จะได้รับในการแข่งขันด้วย “ความเชื่อมั่นในความปลอดภัยภายใต้มาตรฐานโลก” โดยเท่าเทียม ภายหลัง “เกณฑ์มาตรฐานแพลนต์เบสไทย” จะประกาศใช้เป็นครั้งแรกเร็วๆ นี้ เพื่อผู้บริโภคจะได้ไม่ต้องพบกับความเสี่ยงโดยไม่จำเป็นอีกต่อไป รศ.ดร.ชนิพรรณ บุตรยี่ อาจารย์ประจำกลุ่มวิชาการและวิจัยด้านอาหารและโภชนาการ สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยถึงความคืบหน้าของการวางมาตรฐานอาหารแพลนต์เบส ที่ทางสถาบันฯ ได้ศึกษาร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) โดยมีพื้นฐานสำคัญจากการทำงานวิจัยที่พร้อมทุ่มเทมาอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้สามารถกำหนดกรอบการควบคุมคุณภาพอาหารแพลนต์เบสได้อย่างครอบคลุม พร้อมสนับสนุนและผลักดันผลิตภัณฑ์อาหารแพลนต์เบสไทยให้มีการพัฒนาด้วยมาตรฐานที่อ้างอิงได้โดย FAO CODEX และ ISO/DIS 8
เชื่อไหมครับว่า AI ฉลาดตามระดับ “ราคา” ผมว่าทุกท่านคงรู้อยู่แล้ว และเชื่ออยู่แล้ว ว่า AI ที่เราใช้กันอยู่นั้น จะฉลาดหลักแหลมมากขึ้น “ถ้าเราจ่ายเงิน” ยิ่งจ่ายแพง ยิ่งฉลาด แต่เมื่อเดือนก่อนครับ มีโพสต์หนึ่งที่แชร์กันว่อนโซเชียล เป็นเรื่องของผู้ใช้ AI ChatGPT ท่านหนึ่ง ที่แคปภาพหน้าจอมาแชร์ให้เห็นชัดๆ ว่า “ยกเลิกการใช้” พร้อมเนื้อความที่บรรยายมายาวพอสมควรว่า หลังจากใช้งานแบบเสียเงินมาเกือบ 2 ปี พบว่า มีการปรับราคาแพ็กเกจใหม่ ที่แพงขึ้น แต่ความคุ้มค่า “ลดลง” ทั้งยังมีความจุกจิกในเงื่อนไขการใช้งานบางอย่าง ที่ถูกลิมิตเอาไว้ด้วย บทสรุปคือ “ยกเลิก” ตัดญาติขาดมิตรกันไป แล้วยังแนะนำ Product ของคู่แข่งให้อีกมากมายหลายยี่ห้อ ทั้งแนะนำว่าควรเลือกใช้แบบตัวไหนถนัดอะไร ใช้ทำงานอย่างนั้น แนะนำมาทั้ง Claude, Perplexity, Midjourney, Dall-E3, Gemini ฯลฯ หลังจากย้ายค่าย ย้ายความคิด สิ่งที่ได้คือ ทำงานได้คล่องตัว เร็วขึ้นกว่าเดิม แม้จะมีค่าใช้จ่าย ซึ่งปกติก็ต้องจ่ายอยู่แล้ว แต่ความสะดวกคล่องตัวในการทำงานเป็นเรื่องสำคัญกว่า ไม่ใช่เรื่องแปลก อย่างที่เรารู้ๆ กัน AI จะฉลาดหลักแหลม คิดเก่ง คิดเร็วขึ้น ถ้าเรายอม
