Featured
โลกอีคอมเมิร์ซในยุคดิจิทัล เปิดโอกาสให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างไร้ขีดจำกัด แต่ผู้ขายต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การพึ่งพางบโฆษณาจำนวนมากอาจไม่ใช่ทางออกอีกต่อไป ในทางกลับกันผู้ขายที่กล้าเปิดรับนวัตกรรมและใช้เทคโนโลยีอย่างชาญฉลาด เพื่อให้สินค้ามีโอกาสถูกมองเห็นและปิดการขายได้ในจังหวะที่ ‘ใช่’ คือกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จในยุคดิจิทัล รายงานล่าสุดจาก Momentum Works ร่วมกับลาซาด้า เผยว่า หากผู้ขายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สามารถใช้ศักยภาพของ AI ได้อย่างเต็มที่ จะสามารถปลดล็อกมูลค่าทางเศรษฐกิจในระบบนิเวศอีคอมเมิร์ซทั่วภูมิภาคได้สูงถึง 4.5 ล้านล้านบาทต่อปี (หรือราว 131 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) ภายในปี 2030 ตัวเลขนี้สะท้อนถึงโอกาสมหาศาลในการขับเคลื่อนธุรกิจอีคอมเมิร์ซให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด ในฐานะผู้บุกเบิกแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ลาซาด้า เล็งเห็นศักยภาพดังกล่าวตั้งแต่แรกเริ่ม และได้นำ AI มาเป็นพลังสำคัญที่ช่วยเสริมขีดความสามารถ ให้ผู้ขายไทยแข่งขันและเติบโตอย่างแข็งแกร่งต่อเนื่อง เจาะลึกโอกาสและพฤติกรรมการใช้ AI ของผู้บริโภคและผู้ขายไทย จากรายงาน Digital 2025 นักช้อปไทย ม
LINE STICKERS เดินหน้ากลยุทธ์ธุรกิจ IP Business ต่อยอดความสำเร็จ LINE CREATOR ไทย สู่โลกออฟไลน์ ผ่านการพัฒนาสินค้าลิขสิทธิ์ (Licensing Business) ทั้งในรูปแบบสินค้าและสินทรัพย์ดิจิทัลนอกแพลตฟอร์ม นำร่องด้วยโปรเจ็กต์แรกจากคาแร็กเตอร์ Dueb Dueb (ดึ๊บ ดึ๊บ) สติกเกอร์มีมสุดฮาขวัญใจผู้ใช้งานไทยที่มียอดดาวน์โหลดสติกเกอร์เกินล้านครั้ง ซึ่งเป็นการปูทางสู่การสร้างแบรนด์ที่มีศักยภาพในการเติบโตต่อเนื่องในตลาดจริง พร้อมเปิดพื้นที่สร้างสรรค์ให้กับครีเอเตอร์ไทยพัฒนาผลงานที่สะท้อนอัตลักษณ์เฉพาะตัว การเปลี่ยนผ่านจากโลกดิจิทัลสู่ของสะสมในโลกจริง การเปิดตัวกล่องสุ่ม Dueb Dueb ถือเป็นก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงบทบาทของ LINE STICKERS ในการต่อยอดสติกเกอร์ที่เป็นที่รักให้กลายเป็นสินค้าสะสมที่มีค่าในโลกจริง สร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่และเชื่อมโยงอารมณ์ความรู้สึกระหว่างแฟนๆ กับคาแร็กเตอร์ที่ชื่นชอบได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน ก็เป็นการยืนยันเจตนารมณ์ของ LINE ในการขยายและสร้างความหลากหลายให้กับพอร์ตโฟลิโอทรัพย์สินทางปัญญาผ่านการริเริ่มที่ขับเคลื่อนโดย LINE CREATOR โปรเจ็กต์นี้สอดรับกับเทรนด์การสะสม Art Toy ที่กำลั
Uncloud Coffee หรือ อันคลาวด์ คอฟฟี่ คือชื่อของคาเฟ่แห่งหนึ่งอยู่ที่พื้นที่ตำบลแสนสุข อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี ซึ่งแม้ทำเลที่ตั้งจะมองไม่เห็นทะเล อย่าง ชายหาดบางแสน แต่สามารถเรียกความสนใจจากลูกค้าได้เป็นอย่างดี ชนิดที่ว่ามีคนมา “คอยคิว” ตั้งแต่ร้านเปิดขายวันแรกกันเลยทีเดียว และล่าสุดคาเฟ่แห่งนี้ เพิ่งได้รับรางวัลตรารับรองผลิตภัณฑ์ชุมชนต้นแบบประเภทบริการ หรือ EEC Select Best Service ประจำปี 2025 ประเภทธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม 2 ดาว มาครอบครองด้วยความภาคภูมิใจ อีกด้วย คุณปุ๊ย-พูนศักดิ์ ไตรทิพยวรากุล หุ้นส่วน Uncloud Coffee สละเวลามาให้ข้อมูลกับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ด้วยอัธยาศัยยิ้มแย้มเป็นกันเอง เริ่มต้นให้ฟังว่า พื้นเพเป็นคนชลบุรี เคยผ่านงานด้านสถาปนิกและทำธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์มาหลายปี ขณะเดียวกันเป็นคนชอบไปเที่ยวชมความสวยงามด้านสถาปัตยกรรมของคาเฟ่ในทำเลต่างๆ กระทั่งวันหนึ่งเห็นโอกาส จึงอยาก “เปิดคาเฟ่” เป็นของตัวเองบ้าง แต่ด้วยความที่คาฟ่ ในพื้นที่บางแสนและทำเลใกล้เคียง มีคาเฟ่หลายเจ้า เปิดอยู่ก่อนหน้า ดังนั้น ถ้าจะเข้ามาเป็น “หน้าใหม่” ในวงการ คงต้องหาจุดเด่นหรือเอกลักษณ
ในยุคที่ปัญญาประดิษฐ์ AI เติบโตอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด ไมโครซอฟต์ได้ออกมาเผยอาชีพที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด และอาชีพที่ปลอดภัย หากยุคเอไอเข้ามาแทนที่ในอนาคตอันใกล้นี้ นิตยสาร Newsweek ได้เผยแพร่บทความวิจัยของนักวิจัยอาวุโสของไมโครซอฟต์ที่ได้ทำการวิเคราะห์เชิงลึกบันทึกการสนทนาโดยไม่เปิดเผยตัวตนจำนวน 200,000 รายการ ระหว่างผู้ใช้และผู้ช่วย AI ในปี 2024 ซึ่งจัดทำระบบประเมิน “คะแนนความสามารถในการนำ AI ไปใช้ได้” บูรณาการตัวบ่งชี้หลัก เช่น อัตราความสำเร็จของงาน ความครอบคลุมการใช้งาน และข้อเสนอแนะของผู้ใช้ และระบุหมวดหมู่ อาชีพที่ได้รับผลกระทบจาก AI มากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่ 1. ล่ามและนักแปล 2. นักประวัติศาสตร์ 3. พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน 4. ฝ่ายขาย 5. นักเขียนและนักประพันธ์ 6. ตัวแทนฝ่ายบริการลูกค้า 7. โปรแกรมเมอร์เครื่องมือ CNC 8. พนักงานรับสายโทรศัพท์ 9. พนักงานขายตั๋วและตัวแทนบริษัทท่องเที่ยว 10. ผู้ประกาศและดีเจวิทยุ ในทางตรงกันข้าม งานที่ต้องใช้แรงงานคนจำนวนมากหรือการพึ่งพาอุปกรณ์จำนวนมาก มีโอกาสน้อยที่สุดที่จะได้รับผลกระทบจาก AI 10 อันดับอาชีพ ได้แก่ 1. นักเจาะเลือด 2. ผู้ช่วยพยาบาล 3.
หากพูดถึงร้านอาหารสไตล์ “กุ๊กช็อป” ในประเทศไทย เชื่อว่าชื่อ “อากาเว่ ฟูมุ่ยกี่ 2” ต้องเป็นหนึ่งในอันดับต้นๆ ที่ลูกค้าต่างให้ความไว้วางใจในเรื่องของคุณภาพอาหาร วัตถุดิบ และรสชาติต้นตำรับที่คงความดั้งเดิมมาอย่างยาวนาน คุณหนึ่ง-ชุลีกร วรยิ่งยง ทายาทรุ่นที่ 3 วัย 54 ปี ได้มาบอกเล่ากับ เส้นทางเศรษฐี ถึงเส้นทางแห่งความอร่อยในตำนานกว่า 90 ปีที่ไม่เพียงแต่ขายอาหาร แต่ยังอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความทรงจำ เธอเล่าว่า ร้านมีจุดเริ่มต้นมาจากคุณปู่ผู่ บุ้นห้วน และคุณย่า ที่เดินทางด้วยเรือจากเกาะไหหลำมายังประเทศไทย ในตอนแรกคุณปู่ยังไม่มีงานทำ แต่โชคชะตาพาให้ได้เข้าไปเป็นพ่อครัวที่สถานทูตฝรั่งเศส (ไม่แน่ชัดว่าประเทศใด) คุณปู่จึงได้นำองค์ความรู้ด้านการทำอาหารจีนไหหลำมาผสมผสานกับการทำอาหารสไตล์ตะวันตก และได้มาเปิดร้านอาหารเล็กๆ ชื่อ “ฟูมุ่ยกี่” สาขาแรก ใกล้กับโรงแรมโอเรียนเต็ล เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2475 หลังจากเปิดร้านไม่นาน ก็ได้รับการบอกต่อจากลูกค้าอย่างต่อเนื่อง รวมถึง หม่อมราชวงศ์ถนัดศรี สวัสดิวัตน์ ผู้เป็นที่รู้จักจากการแนะนำและจัดอันดับความอร่อยของร้านอาหาร ได้มาชิมแ
สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) โดย ดร.สุรชัย สถิตคุณารัตน์ ผู้อำนวยการ สอวช. เข้าร่วมพิธีเปิดงาน อว. แฟร์ (SCI POWER FOR FUTURE THAILAND) งานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจําปี 2568 (National Science and Technology Fair 2025) และพิธีมอบรางวัล Prime Minister’s Science Award 2025 โดยมี นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานเปิดงาน โดยในปีนี้ อว.แฟร์ จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Creators of Tomorrow” ที่สะท้อนถึงบทบาทสำคัญของ “นักสร้างสรรค์แห่งอนาคต” โดยการเปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าร่วมได้แลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ และสร้างความร่วมมือในหลากหลายมิติ เพื่อพัฒนาประเทศไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืน ซึ่ง สอวช. ได้หยิบยกประเด็นการพัฒนากำลังคนตอบโจทย์ประเทศ มาร่วมออกบูธในงานดังกล่าวด้วย สำหรับบูธของ สอวช. ในปีนี้ เปิดพื้นที่ชวนคนรุ่นใหม่ ครู ผู้ปกครอง นักเรียน นักศึกษา และแรงงานยุคใหม่ มาร่วมค้นหาตัวตน ทักษะ แนวทางการพัฒนาตนเอง เพื่อไปสู่เส้นทางอาชีพที่เป็นที่ต้องการของประเทศที่มั่นคงและยั่ง
กระแสมาดี สำหรับพระเอกหน้าใหม่หนุ่มลำปางลูกครึ่งเยอรมัน “ไมกี้-ปณิธาน บุตรแก้ว” ที่ก้าวเข้าสู่วงการแบบไม่ทันตั้งตัว จาก “นักร้องเปิดหมวก” สู่พระเอกดาวรุ่ง เรียกได้ว่า โกยความนิยมจากแฟนคลับไปอย่างล้นหลามจากหลายบทบาท ความน่ารัก-มากเสน่ห์ ของหนุ่มเหนือที่ทำให้แมวมองอย่าง คุณปิ๊ก-ชาญฉลาด ทวีทรัพย์ ผู้จัดการดาราที่ปั้นนักแสดงจนโด่งดัง อย่าง เจมส์ จิรายุ เห็นถึงแววความปัง หลังพบไมกี้ เล่นดนตรีเปิดหมวกอยู่ที่ตลาดนัดแห่งหนึ่งในจังหวัดลำปาง จึงติดต่อดีลน้องเข้าสังกัด และพาไปแคสต์บทละครที่ช่อง 3 ด้วยความสามารถ ไมกี้ จึงมีโอกาสได้เป็นส่วนหนึ่งในละครชุดดวงใจเทวพรหม รวมถึงย้ายเข้ามาศึกษาต่อที่วิทยาลัยนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิตด้วย “ความฝันจริงๆ ไม่ได้อยากเป็นนักร้อง นักดนตรีอะไรหรอกครับ ตอนนั้นที่เปิดหมวกเป็นงานอดิเรก เมื่อก่อนผมฝันอยากเป็นครูสอนภาษาอังกฤษ ซึ่งถ้าลึกไปกว่านั้นการเป็นครู คือการเป็นผู้ให้ และตอนนี้ความฝันไม่ได้เปลี่ยนไปจากเดิม ยังคงอยากมอบความสุขให้กับทุกคน ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก จากเล่นดนตรีเปิดหมวกสู่การมาเป็นนักแสดง” ไมกี้ คุยอารมณ์ดี ก่อนเล่าถึงชีวิตวงการบันเทิงว่า ในวั
โคตรปัง! สาวลาออกจากงานประจำ ขายขนมปังปิ้ง ได้บ้าน ได้รถ ปิดหนี้ ปัจจุบันมีมากกว่า 100 สาขา ลพบุรีไม่ได้มีแค่ลิง แต่ยังมีร้านโคตรปัง ขนมปังปิ้งเจ้าดัง ที่ต้องบอกว่าจุดเริ่มต้นของร้านที่แท้จริง คือเจ้าของอยากมีรายได้เพิ่มจากงานประจำ และทำเป็นอาชีพเสริม ก่อนตัดสินใจลาออกจากงานประจำมาเต็มที่กับร้าน จนตอนนี้ขยายสาขาไปทั่วประเทศกว่า 100 สาขา เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้พูดคุยกับ คุณพลอย-วชิรญาณ์ แก้วเพ็ชร์ อายุ 23 ปี เจ้าของร้านโคตรปัง ซึ่งเธอก็ได้เล่าเรื่องราวชีวิตกว่าจะมีร้านขนมปังปิ้งที่เติบโตอย่างทุกวันนี้ต้องต่อสู้และอดทน ก่อนหน้าที่คุณพลอยจะมาเปิดร้านขนมปังปิ้ง ก็ได้ผ่านอาชีพอื่นๆ มาบ้าง ไม่ว่าจะเป็นแม่บ้าน รับจ้างทั่วไป และพนักงานโรงงาน ซึ่งงานประจำที่ทำอยู่ในเวลานั้น เงินไม่เพียงพอเพราะต้องรับภาระหน้าที่หลายอย่าง จึงคิดหาอาชีพเสริมเพื่อสร้างรายได้ที่มากขึ้น “เราอยากไปต่อ อยากมีรายได้เพิ่ม เลยหันมาเปิดร้านขนมปังดู ตอนแรกก็ไม่คิดว่ามันจะไปได้ดี ด้านงานประจำก็กลัวว่าถ้าออกมาจะขายได้ไหม แต่สุดท้ายพอออกมา มันก็ขายได้” คุณพลอย กล่าว ด้วยที่รายได้จากอาชีพเสริมนี้ เรียกได้ว่าแซงงานประจำไปเป็นท
จากจุดเริ่มต้นในปี ค.ศ. 1974 ที่ คณะทิฟฟานี่โชว์ พัทยา ได้ก่อตั้งขึ้น จากโชว์คาบาเรต์ในบาร์เล็กๆ ที่แหลมบาลีฮาย พัทยาใต้ อันประกอบไปด้วยนักแสดงสาวประเภทสองเพียง 3 คน สู่โรงละครคาบาเรต์ระดับโลกที่กลายเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของเมืองพัทยา ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเข้าสู่ความอลังการของแสง สี เสียง และโชว์ที่ตื่นตาตื่นใจ สะท้อนจิตวิญญาณแห่งความภาคภูมิใจของชาว LGBTQ+ ไทย ที่บรรเลงผ่านทุกบทเพลง การเต้นรำ และเครื่องแต่งกาย การแสดงทุกชุดไม่เพียงแต่สร้างความบันเทิง แต่ยังส่งต่อข้อความแห่งความเท่าเทียม ความรัก และความกล้าที่จะฝัน สู่สายตาผู้ชมจากทั่วโลกมาตลอด 5 ทศวรรษ คุณจ๋า-อลิสา พันธุศักดิ์ คุนผลิน กรรมการผู้จัดการ ทิฟฟานี่โชว์ พัทยา เล่าให้ฟังว่า ปลายปี ค.ศ. 1998 เธอเข้ามาช่วย คุณสุธรรม พันธุศักดิ์ ผู้เป็นบิดา ดูแลกิจการ “ทิฟฟานี่” ในฐานะผู้ลงทุน ซึ่งเวลานั้น ทิฟฟานี่โชว์ มีชื่อเสียงเป็นอย่างมาก การแสดงเต็มทุกรอบ แต่ค่าตอบแทนดูเหมือนไม่คุ้มกับสิ่งที่ลงทุนลงแรงไป ราวปี ค.ศ. 1999 จึงตัดสินใจรีโนเวตครั้งใหญ่ สร้างโรงละคร ให้มีความอลังการมากขึ้น ก่อนปรับราคาขายตั๋ว จาก 150 บาท เ
จากนักศึกษาที่อยากหารายได้เสริม เริ่มจากการเป็นตัวแทนขายเครื่องสำอาง และอยากมีธุรกิจของตัวเอง จึงปั้นแบรนด์เครื่องสำอางขึ้น ที่เรียกได้ว่าเติบโตอย่างรวดเร็วในวงการบิวตี้ แต่กว่าจะมาถึงทุกวันนี้ได้ คุณไอติมและคุณเฟรนฟราย ต้องเผชิญกับปัญหาต่างๆ ฝ่าดราม่ามากมาย แต่เขาก็ไม่ยอมแพ้ สามารถพลิกให้แบรนด์กลับมายืนหนึ่งได้อีกครั้ง โดยใช้กลยุทธ์ “ใช้ใจนำ” จนสามารถสร้างรายได้ทะลุ 400 ล้านบาท ภายในปีเดียว จุดเริ่มต้นแบรนด์ LA GLACE แบรนด์ La Glace (ลา กลาส) ก่อตั้งโดย คุณไอติม-เอมลินทร์ ธีรธนากิตติพงษ์ และคุณเฟรนฟราย-ทิวาทัพพ์ ธรารักษ์อนันต์ ที่ตอนนั้นทั้งคู่เป็นนักศึกษาที่อยากหารายได้เสริม โดยคุณไอติมเริ่มต้นจากการเป็นตัวแทนจำหน่ายให้กับแบรนด์เครื่องสำอางออนไลน์ก่อน หลังจากนั้นเมื่อเห็นว่ามีฐานลูกค้าเยอะขึ้น จึงตัดสินใจทำแบรนด์ของตัวเองขึ้น ชื่อแบรนด์ว่า LA GLACE (ลา กลาส) สินค้าที่ขายคือ ‘สบู่ไข่และกันแดด’ พร้อมกับปั้นตัวเองให้เป็นเน็ตไอดอล ทำคลิปลง YouTube เกี่ยวกับการแต่งหน้าและไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต ซึ่งได้รับผลตอบรับดีมาก จนมีผู้ติดตามนับแสน Subscriber ต่อมาก็เกิดประเด็นดราม่ามา
