Exclusive Featured SMEs

“อากาเว่ ฟูมุ่ยกี่ 2” กุ๊กช็อประดับตำนาน ตั้งแต่ปี 2475 รสชาติคลาสสิคจากครัวสถานทูต สู่ฝีมือแม่ครัวหลักวัย 80 ที่ยังไม่เคยเปลี่ยน

หากพูดถึงร้านอาหารสไตล์ “กุ๊กช็อป” ในประเทศไทย เชื่อว่าชื่อ “อากาเว่ ฟูมุ่ยกี่ 2” ต้องเป็นหนึ่งในอันดับต้นๆ ที่ลูกค้าต่างให้ความไว้วางใจในเรื่องของคุณภาพอาหาร วัตถุดิบ และรสชาติต้นตำรับที่คงความดั้งเดิมมาอย่างยาวนาน

คุณหนึ่ง-ชุลีกร วรยิ่งยง ทายาทรุ่นที่ 3 วัย 54 ปี ได้มาบอกเล่ากับ เส้นทางเศรษฐี ถึงเส้นทางแห่งความอร่อยในตำนานกว่า 90 ปีที่ไม่เพียงแต่ขายอาหาร แต่ยังอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความทรงจำ

คุณหนึ่ง-ชุลีกร วรยิ่งยง

เธอเล่าว่า ร้านมีจุดเริ่มต้นมาจากคุณปู่ผู่ บุ้นห้วน และคุณย่า ที่เดินทางด้วยเรือจากเกาะไหหลำมายังประเทศไทย ในตอนแรกคุณปู่ยังไม่มีงานทำ แต่โชคชะตาพาให้ได้เข้าไปเป็นพ่อครัวที่สถานทูตฝรั่งเศส (ไม่แน่ชัดว่าประเทศใด) คุณปู่จึงได้นำองค์ความรู้ด้านการทำอาหารจีนไหหลำมาผสมผสานกับการทำอาหารสไตล์ตะวันตก และได้มาเปิดร้านอาหารเล็กๆ ชื่อ “ฟูมุ่ยกี่” สาขาแรก ใกล้กับโรงแรมโอเรียนเต็ล เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2475

คุณย่าและคุณปู่ผู่ บุ้นห้วน

หลังจากเปิดร้านไม่นาน ก็ได้รับการบอกต่อจากลูกค้าอย่างต่อเนื่อง รวมถึง หม่อมราชวงศ์ถนัดศรี สวัสดิวัตน์ ผู้เป็นที่รู้จักจากการแนะนำและจัดอันดับความอร่อยของร้านอาหาร ได้มาชิมและเขียนบอกต่อความอร่อยในหนังสือพิมพ์ฟ้าเมืองไทย เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2505 และหลังจากนั้นทางร้านก็ได้รางวัล “เชลล์ชวนชิม” เพื่อการันตีความอร่อย

เมื่อร้านเริ่มมีชื่อเสียงและพื้นที่เล็กเกินไปสำหรับรองรับลูกค้า จึงย้ายมาอยู่ที่ถนนสุรวงศ์ ลูกค้าก็ยังคงติดตามและบอกต่อกันเช่นเดิม และในปี พ.ศ. 2531 คุณพ่อของคุณหนึ่งได้เปิด “ฟูมุ่ยกี่ 2” เป็นสาขาที่ 2 ซึ่งก็ได้รับรางวัลเชลล์ชวนชิมเช่นกัน ลูกค้ายังคงแวะเวียนมาทานอย่างไม่ขาดสาย แต่เมื่อประมาณ 10 กว่าปีก่อน ร้านฟูมุ่ยกี่ สาขาแรกที่สุรวงศ์ได้ปิดตัวลง ทำให้เหลือเพียงสาขาเดียวคือ “อากาเว่ ฟูมุ่ยกี่ 2” นั่นเอง

ภาพร้านฟูมุ่ยกี่ ที่สุรวงศ์

มุมมองธุรกิจอาหารในอดีตและปัจจุบัน

คุณหนึ่ง เล่าว่า ในยุค 90 ปีก่อน การแข่งขันไม่ได้สูงและท้าทายเท่ากับในปัจจุบัน ผู้คนยังไม่ได้หันมาประกอบธุรกิจร้านอาหารกันมากนัก จะมีร้านที่มีชื่อเสียงอยู่เพียงไม่กี่ร้าน ร้านกุ๊กช็อปจึงได้รับความนิยมอย่างสูงในยุคนั้น

แต่ในยุคปัจจุบัน การแข่งขันมีความยากขึ้น เพราะถึงแม้อาหารจะอร่อย แต่ลูกค้ามีตัวเลือกมากขึ้น และไม่ได้อยากกินอะไรซ้ำๆ อยู่ตลอดเวลา ความท้าทายจึงอยู่ที่การทำอย่างไรให้ลูกค้ายังคงนึกถึงร้านของเรา

คุณหนึ่ง เล่าต่อว่า คุณพ่อ ซึ่งเป็นผู้สืบทอดและควบตำแหน่งผู้บริหารร้านในปัจจุบัน ต้องการคงบรรยากาศแบบดั้งเดิมของร้านไว้ เพื่อให้ลูกค้าเก่าๆ ที่กลับมาทานยังคงรู้สึกถึงความทรงจำที่ดี ลูกค้าส่วนใหญ่ของร้านจึงเป็นรุ่นคุณพ่อคุณแม่และคุณปู่คุณย่า เช่น คุณพ่อคุณแม่พาลูกมาทาน เมื่อเวลาผ่านไป ลูกๆ ก็พาคุณพ่อคุณแม่กลับมาทานอีกครั้ง

เมนูที่ลูกค้ามักนิยมสั่งกันเสมอ ได้แก่ สตูลิ้นวัว, สลัดเนื้อสัน, ซี่โครงหมูอบ, ซุปหางวัว, ไก่ทอดสิงคโปร์, โกยซีหมี่ และ ขนมปังซิกเนเจอร์ ของทางร้าน

หากถามว่าความอร่อยในวันนี้ยังคงเหมือนกับเมื่อหลายสิบปีก่อนหรือไม่ คุณหนึ่ง บอกว่า ทีมงานในร้านกว่า 10 ชีวิต เป็นพนักงานชุดเดิมที่อยู่ด้วยกันมานานหลายสิบปี แม่ครัวหลักเองก็อายุถึง 80 ปีแล้ว และยังคงบริหารร้านอย่างเป็นระบบครอบครัว

เธอมองว่า ทุกวันนี้ยังมีคนชื่นชอบร้านอาหารสไตล์กุ๊กช็อปอยู่ เพราะเป็นรสชาติของความทรงจำ พอได้มาทานก็ทำให้นึกถึงคุณพ่อคุณแม่ และอาหารแบบนี้ก็หาทานได้ยากขึ้นเรื่อยๆ อีกเหตุผลสำคัญที่ทำให้เธออยากทำร้านนี้ต่อไป คือพนักงานทุกคนมีอายุมากพอสมควร หากต้องปิดร้านไป คงเป็นเรื่องยากที่พวกเขาจะหางานใหม่และอาจเดือดร้อนกันมาก

คุณพ่อและคุแม่ของคุณหนึ่ง ปัจจุบันเป็นผู้บริหารร้านอาหารแห่งนี้

“ตำนาน” ก็ต้อง “ปรับตัว”

คุณหนึ่ง ชี้ให้เห็นว่าในยุคนี้การสร้างแบรนด์คือสิ่งที่สำคัญมาก และ “อากาเว่ ฟูมุ่ยกี่ 2” โชคดีที่ให้ความสำคัญและทำมาอย่างต่อเนื่อง เพราะบางร้านที่เป็นตำนานก็อาจจะหายไปตามกาลเวลา เธอเชื่อว่าการสร้างแบรนด์คือการสร้างความทรงจำ ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ต้องใช้เวลาสั้นๆ แต่ต้องทำอย่างต่อเนื่อง

ทางร้านจึงมีการสื่อสารแบรนด์ให้ลูกค้าจดจำได้ โดยไม่ได้จำกัดเพียงแค่เรื่องรสชาติ แต่รวมถึงเอกลักษณ์ด้านอื่นๆ ที่แตกต่าง และสื่อสารความเป็นตัวตนของร้านให้ดีที่สุด

โดยจุดเด่นของ “อากาเว่ ฟูมุ่ยกี่ 2” คือ

1. เป็นอาหารที่ไม่ได้หาทานได้ง่าย “ฟูมุ่ยกี่ 2” มีกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบอาหารสไตล์นี้โดยเฉพาะ

2. เป็นร้านแห่งความทรงจำ หลายคนมาทานแล้วนึกถึงคนที่รักที่เคยมาทานด้วยกันในอดีต เช่น ครอบครัว พ่อแม่ หรือเพื่อนฝูง เป็นการรวมตัวเพื่อย้อนวันวาน

3. รสชาติคงเดิม อย่างที่กล่าวไปว่าแม่ครัวยังคงเป็นคนเดิมที่อยู่กันมาอย่างเหนียวแน่น เรื่องรสชาติจึงยังคงเสน่ห์ของความอร่อยไว้ได้อย่างดีเยี่ยม

4. ทำเพื่อสร้างความสุขแก่ลูกค้าและคนในครอบครัวฟูมุ่ยกี่ ร้านเน้นสร้างความทรงจำและความสุขในการทานอาหารให้กับลูกค้า โดยมีบรรยากาศการทำงานที่อบอุ่นและส่งต่อความสุขถึงกันและกัน

5. เป็นวัฒนธรรมร่วมสมัย “ฟูมุ่ยกี่” เปิดมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2475 เป็นการผสมผสานวัฒนธรรมการกินระหว่างอาหารฝรั่งสไตล์จีนไหหลำ ซึ่งมีเสน่ห์ในแบบฉบับของตัวเอง และเป็นอาหารที่หาทานได้ยาก เพราะบางร้านได้ปิดตัวไปตามกาลเวลา แต่ทางร้านยังคงสืบสานมาจนถึงปัจจุบัน

สุดท้ายนี้ คุณหนึ่ง ได้กล่าวทิ้งท้ายว่า

“ในยุคปัจจุบัน การทำธุรกิจค้าขายนั้นยากกว่ายุคก่อนมาก แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่ว่าแบรนด์เก่าจะได้เปรียบ เพราะพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคนี้เปลี่ยนง่าย ทุกคนมีโอกาสเท่าเทียมกัน เพียงแต่ว่าเราจะสื่อสารออกไปอย่างไรให้คนจดจำเราได้และกลับมาอีก”

หากท่านใดสนใจอยากจะไปสัมผัสกับอาหารสไตล์กุ๊กช็อป สามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ อากาเว่ ฟูมุ่ยกี่2 

Related Posts

จากแม่ที่อยากให้ลูกพูดไทยได้ สู่เจ้าของหลักสูตร “สอนภาษาไทยให้ต่างชาติ” เปิดโอกาสอาชีพติวเตอร์ออนไลน์ รับนักเรียนทั่วโลก
MK GROUP สยายปีกอาณาจักรสุกี้ครบทุกเซกเมนต์ ตั้งเป้าโต 12%