Featured
นักวิชาการธรรมศาสตร์ เห็นด้วยปรับเพิ่มเงินสมทบประกันสังคม ระบุต้องแยกส่วนระหว่าง “ประสิทธิภาพในการบริหาร-การเพิ่มเงินสมทบ” เพราะ 2 เรื่องพัฒนาไปพร้อมกันได้ แนะรัฐออกมาตรการเยียวยาผู้ประกอบการ-ลดหย่อนภาษี เพื่อผ่านพ้นช่วงเศรษฐกิจเปราะบาง พร้อมพัฒนาสิทธิประโยชน์ได้ดีกว่า “บัตรทอง” ตอบโจทย์ 2 ความกังวลผู้ประกันตน “เจ็บป่วย-เกษียณแล้วไม่มีเงิน” จากกรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบร่างกฎกระทรวงกำหนดค่าจ้างขั้นต่ำและขั้นสูงที่ใช้เป็นฐานในการคำนวณเงินสมทบกองทุนประกันสังคมตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ โดยกำหนดให้มีการปรับเพดานค่าจ้างแบบขั้นบันไดทุก 3 ปี เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2569 เป็นต้นไป และอัตราเงินสมทบยังคงคิดที่ร้อยละ 5 เช่นเดิม ซึ่งในช่วง 3 ปีแรก ตั้งแต่ปี 2569-2571 เพดานค่าจ้าง 17,500 บาทต่อเดือน ซึ่งเดิมผู้ประกันตน มาตรา 33 เคยส่งเงินสมทบสูงสุดเดือนละ 750 บาท จะปรับเพิ่มเป็น 875 บาทต่อเดือน ผศ.ดร.ธร ปีติดล อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ และผู้อำนวยการศูนย์วิจัยความเหลื่อมล้ำและนโยบายสังคม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เปิดเผยว่า ส่วนตัวเห็นด้วยกับการปรับเพดานจ่ายเงินสมทบในระบบประกันสังคมแ
สร้างรายได้เสริมได้ ไม่ต้องจ่ายแฟรนไชส์! จากเริ่มต้นขาย 20 กล่อง สู่ ‘สลัดไฮโซ’ ที่เปิดมานานกว่า 20 ปี พร้อมส่งต่ออาชีพให้คนที่อยากมีรายได้ จากจุดเริ่มต้นน้ำสลัดโฮมเมดที่ทำให้เพื่อนบ้านทดลองชิม สู่ธุรกิจที่เติบโต ‘สลัดไฮโซ’ แบรนด์ที่เป็นทางเลือกของคนรักสุขภาพ อีกทั้งยังสร้างโอกาสสร้างอาชีพให้กับผู้ที่อยากมีอาชีพเสริมสร้างรายได้ โดยไม่ต้องเสียค่าแฟรนไชส์ นี่เป็นเรื่องราวของ คุณหนึ่ง-สิรีสุรีนันท์ จงศิริกุล ผู้บุกเบิกธุรกิจ สลัดไฮโซ โดยเริ่มจากการทำขายวันแรกเพียง 20 กล่อง และได้ส่งต่อให้ทายาทรุ่น 2 คุณแพร-ณัฏฐณิชชญา วงศ์วัชระกุศล จนปัจจุบันสามารถสร้างยอดขายได้ 2,000 กล่องต่อวัน และขยายโอกาสให้คนอื่นได้มีอาชีพอย่างแท้จริง วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาไปทำความรู้จักถึงจุดเริ่มต้นแห่งความสำเร็จของสลัดไฮโซ ที่ยังคงความโฮมเมด และยกระดับแบรนด์ให้มีความเป็นระบบ มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น จุดเริ่มต้นสลัดไฮโซ “ด้วยความที่เรารักในอาชีพนี้ เราก็ทำมาเรื่อยๆ จนทุกวันนี้เวลามีคนมาถามผ่านมา 20 ปีแล้วเหรอกับอาชีพนี้ เหมือนเพิ่งแป๊บเดียวเอง” คุณหนึ่ง เจ้าของร้าน กล่าวด้วยท่าทางยิ้มแย้ม ก่อนจะเล่าต่อถึงจุดเ
กลับมาอีกครั้งกับช่วงสิ้นปี! โดยมีสิ่งหนึ่งที่เป็นเหมือนธรรมเนียมสำคัญในทุกปี โดยไม่ใช่เทศกาลคริสต์มาสหรือการนับถอยหลังเข้าปีใหม่ แต่นั่นคือ “การประกาศสีแห่งปี จาก PANTONE” สถาบันด้านสีที่ทรงอิทธิพลและสร้างมาตรฐานแห่งการใช้สี และเป็นผู้นำในการกำหนดทิศทางเทรนด์สีของโลกในทุกอุตสาหกรรม ตั้งแต่แฟชั่น การออกแบบ ความงาม โดยสีแต่ละปีถือเป็นตัวแทนของอารมณ์และทิศทางของโลกในช่วงเวลานั้นๆ อีกด้วย ล่าสุดทาง PANTONE ได้มีการประกาศสีแห่งปี 2026 โดยให้สี “Cloud Dancer” หรือ PANTONE 11-4201 โทนสีขาวละมุน ที่ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งความสงบ ท่ามกลางโลกที่ดูวุ่นวายและเร่งรีบ โดย Leatrice Eiseman ผู้อำนวยการบริหารของ PANTONE กล่าวว่า “ความวุ่นวายที่กำลังรายล้อมเราทุกวันนี้กลายเป็นสิ่งที่ทำให้เราได้ยินเสียงภายในจิตใจตัวเองได้ยากขึ้น ทำให้ PANTONE 11-4201 Cloud Dancer คือเฉดสีขาวบริสุทธิ์ที่ให้ความรู้สึกเรียบง่าย สงบ และปลดปล่อยจากสิ่งรบกวนภายนอก” ด้านมุมมองจากนักออกแบบ Uriel Tannen ผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์ Flitch กล่าวว่า “Cloud Dancer เป็นสีขาวที่ใช้งานได้จริง โดยเฉพาะกับบ้านในสหราชอาณาจักรที่แสงธรรมชาติมักจะเปล
เมื่อไม่นานมานี้ จากการประกวดสิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่ ชิงรางวัล “สุดยอดนวัตกรรมอาชีวศึกษา” ปรากฎผลงาน “ทุ่นไล่ปลาหมอคางดำด้วยคลื่นเสียงและคลื่นกระทบ” ของวิทยาลัยการอาชีพอัมพวา จ.สมุทรสงคราม “เข้าตา” กรรมการมากที่สุด สำหรับทีมนักประดิษฐ์ผลงานครั้งนี้ ประกอบด้วย นายธีระเมท หับเผย นักเรียน ปวช.2 ช่างยนต์ นายอาทิวราห์ สลีสองสม นักเรียน ปวช.2 ช่างยนต์ น.ส.พิมลรัตน์ ทับทิม นักเรียน ปวช.2 คอมพ์ มี น.ส.อรรธิกา อยู่เอี่ยม ครูสาขาตัวถังและสีรถยนต์ เป็นครูที่ปรึกษา สำหรับหลักการและเหตุผลของสิ่งประดิษฐ์เจ้าของรางวัล “สุดยอดนวัตกรรมอาชีวศึกษา” นั้น เริ่มต้นจากที่ว่า ปัจจุบันมีการใช้วิธีการกำจัด “ปลาหมอคางดำ” หลายรูปแบบ เช่น การจับด้วยแห การใช้ไฟฟ้าชอร์ต หรือการใช้สารเคมี ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสัตว์น้ำอื่นๆ ดังนั้น จึงมีแนวคิดในการพัฒนา “ทุ่นไล่ปลาหมอคางดำด้วยคลื่นเสียงและคลื่นกระทบ” เพื่อเป็นนวัตกรรมเชิงอนุรักษ์ ที่สามารถขับไล่ปลาหมอคางดำ ออกจากพื้นที่บ่อเลี้ยงกุ้งหรือบ่อน้ำ โดยไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตอื่น โครงการนี้มีความสำคัญในการช่วยลดปัญหาการรุกรานของปลาหมอคางดำ โดยใช้เทคโนโลยี
หากพูดถึงอำเภอบ่อทอง จังหวัดชลบุรี หลายคนอาจนึกไม่ออกว่าอยู่ตรงไหนของแผนที่ แต่ชายคนหนึ่งกลับมองเห็นอนาคต บนพื้นที่ที่ใครๆ ก็ว่า “ไม่เจริญ” คุณสำรวย แสงตระวัน เจ้าของ “บ่อทองบุรี โฮมสเตย์ แอนด์ รีสอร์ท” คือเกษตรกรบ้านๆ ที่เริ่มต้นจากศูนย์ แต่คิดการใหญ่กว่าที่ใครจะคาดถึง ชีวิตเขาผูกพันกับงานไร่นามาตั้งแต่เด็ก ปลูกอ้อย ปลูกมัน ปลูกยางพารา ทำสวนปาล์มนับร้อยไร่ เพราะเป็น “ลูกชาวสวน” อย่างแท้จริง กระทั่งมาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิต คือช่วงที่ได้มีโอกาสไปร่วมงานพระบรมศพรัชกาลที่ 9 และมีโอกาสสนับสนุนอาหาร เช่น มันเทศ ขนุน สับปะรด ให้ประชาชนที่มากราบถวายบังคม และเหตุการณ์ในครั้งนั้น ไม่เพียงทำให้เขา “ให้” มากขึ้น แต่ยังขยายหัวใจให้ “คิดเพื่อส่วนรวม” มากขึ้นด้วย “ผมมีโอกาส เข้าไปชมนิทรรศการของในหลวงรัชกาลที่ 9 ภาพที่พระองค์เสด็จฯ ไปในทุกพื้นที่ที่ไม่เจริญ ทำให้กลับมาตั้งคำถามกับตัวเอง แล้วบ้านเกิดของเรา จะทำอะไรให้ดีขึ้นได้บ้าง” คุณสำรวย บอกเสียงเรียบ และคำถามนั้นนำไปสู่คำตอบใหญ่ “เราจะพัฒนาอำเภอบ่อทอง ให้คนทั้งประเทศรู้จัก” เขาจึงวางแผนสร้าง “บ่อทองบุรี” สถานที่ท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ และเป็นเมื
จากร้านซาลาเปาเล็กๆ ที่เริ่มต้นผลิตและขายเองในครอบครัว ต่อยอดกลายเป็นแบรนด์ “แก้มใสเปาจี่” ที่มาพลิกประสบการณ์การกินซาลาเปาแบบเดิมๆ ให้สนุก อร่อย และแตกต่าง ด้วยเอกลักษณ์การจี่ซาลาเปาบนกระทะร้อนๆ กรอบนอกนุ่มใน หอมกลิ่นเนยและน้ำมันมะพร้าว โดยการพัฒนาของ คุณดา-จีรนันท์ ทะจันทร์ เจ้าของแบรนด์วัย 51 ปี และลูกสาว แก้มใส–ชุวิชานันท์ ทะจันทร์ ที่คอยเติมไอเดียใหม่ๆ ให้ตอบโจทย์ลูกค้าคนรุ่นใหม่ จนสามารถขายซาลาเปาจี่ได้เดือนละ 150,000 ชิ้น จากร้านเล็กๆ สู่การปั้นแบรนด์ ก่อนมาเป็นแก้มใสเปาจี่ คุณดาผลิตและเปิดหน้าร้านขายซาลาเปามานาน 30 ปี ตั้งแต่ราคาชิ้นละ 5 บาท และได้พัฒนาธุรกิจเล็กๆ นี้ให้เติบโต ทั้งรับผลิต OEM และผลิตซาลาเปา Frozen ส่งร้านขายส่ง แต่ซาลาเปานึ่ง อาจไม่ตอบโจทย์ลูกค้าปัจจุบัน โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นที่ชื่นชอบของทอดและของที่มีความกรอบ ลูกสาวที่อยู่ในช่วงวัยรุ่นเลยได้ช่วยกันต่อยอดไอเดีย นำซาลาเปาที่มีอยู่มาทดลองจี่บนกระทะเหล็กร้อนๆ และได้เริ่มนำซาลาเปาจี่ไปทดลองตลาดในห้างแห่งหนึ่ง พร้อมกับยืนแนะนำสินค้าหน้าร้านให้ลูกค้าเปิดใจและรู้จักสินค้าตัวนี้มากขึ้น จนมีลูกค้า
“ของขวัญแบบนี้มีชิ้นเดียวในโลก” ประโยคนี้เป็นสโลแกนของ SOdA PrintinG ธุรกิจภาพพิมพ์ที่เรียกได้ว่าเป็นเจ้าแรกๆ ในไทย โดยเป็นสินค้าลิมิเตด อย่างที่หลายคนอาจจะเคยเห็นผ่านหน้าโซเชียลกันมาบ้าง คงหนีไม่พ้น ภาพพิมพ์แคนวาส ที่มักจะมอบเป็นของขวัญให้ในวันสำคัญ เช่น งานรับปริญญา งานอีเวนต์ต่างๆ เป็นต้น ในคอลัมน์ #Entreprenuer เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีโอกาสได้พูดคุยกับ คุณครีม-ธวัชชัย สหัสสพาศน์ ผู้ก่อตั้ง SOdA PrintinG ธุรกิจของขวัญออนไลน์ยอดฮิต พร้อมพูดคุยกับ คุณมิ้น-อัญธิญาน์ สิทธิสุนทรานันท์ CMO (Chief Marketing Officer) ที่ดูแลเกี่ยวกับภาพลักษณ์ของแบรนด์ ล่าสุดได้มีการแตกไลน์อีกหนึ่งธุรกิจ เป็นสินค้าเกี่ยวกับไลฟ์สไตล์ มีสินค้าพร้อมจำหน่าย ชื่อแบรนด์ว่า AdOS (เอดอส) ที่มาจากคำว่า SOdA กลับหลังกัน ซึ่งหลังจากที่เปิดตัวมาเป็นระยะเวลา 2 ปี สินค้ายอดฮิตอย่าง “กระเป๋า Fluffy” สามารถทำยอดขายทะลุแสนใบ และมีการเปิดสาขา Flagship Store ที่บรรทัดทอง นอกจากนี้ ยังมีการรับทำ OEM รับผลิตสินค้าแฟชั่น เพื่อสร้างแบรนด์ของตัวเอง โดยไม่มีขั้นต่ำ ไม่จำกัดจำนวนสีและลวดลาย สามารถใส่โลโก้ที่ต้องการได้ เหมาะสำหรั
จากกรณีข่าวการจับกุม นานา ไรบีนา และการตรวจยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับคดีฉ้อโกงประชาชนและ พ.ร.ก.กู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน สิ่งหนึ่งในของกลางที่ยึดได้และได้รับความสนใจอย่างมาก คือ Ledger Nano X ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่หลายคนอาจจะยังไม่คุ้นเคย หรือไม่รู้จัก เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาไปทำความรู้จักกับอุปกรณ์สำคัญชิ้นนี้ว่าคืออะไร มีบทบาทอย่างไรในโลกของสินทรัพย์ดิจิทัล Ledger Nano X คืออะไร หลายคนอาจตั้งข้อสงสัยว่า แล้ว Ledger Nano X คืออะไร อธิบายง่ายๆ ว่า สิ่งนี้คือ ตู้เซฟดิจิทัลแบบพกพา หรือเรียกว่า ฮาร์ดแวร์วอลเล็ต (Hardware Wallet) ที่ผลิตโดยบริษัท Ledger ประเทศฝรั่งเศส ขึ้นชื่อเรื่องระบบความปลอดภัยระดับสูงสุดในวงการคริปโทฯ ลักษณะเครื่องมีความคล้ายคลึงกับแฟลชไดรฟ์ การทำงานของ Ledger Nano X ถูกออกแบบมาเพื่อจัดเก็บ Private Key (กุญแจส่วนตัว) ซึ่งเป็นรหัสลับสำคัญที่ใช้ในการเข้าถึงและทำธุรกรรมกับสินทรัพย์ดิจิทัลของคุณ โดยเก็บไว้ใน ชิป Secure Element ที่มีความปลอดภัยสูงระดับ CC EAL5+ ชนิดเดียวกับที่ใช้ในบัตรเครดิตหรือพาสปอร์ต เนื่องจาก Private Key ถูกเก็บไว้ในอุปกรณ์ที่ไม่ได้เชื่อมต่อกับ
ในยุคที่เศรษฐกิจผันผวน การค้าแข่งขันสูง และสิ่งแวดล้อมปรวนแปรจนคนไทยต้องใส่หน้ากากทุกวัน เรื่อง “สิ่งแวดล้อม” อาจเคยเป็นเรื่องไกลตัวของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี แต่บนเวที “TGO Forum & TCNN Conference 2025” คุณโกสินทร์ พึงโสภณ ผู้เชี่ยวชาญอาวุโสภาคการเงิน ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) ประกาศชัดว่า ถึงเวลาแล้วที่ SMEs ไทย ต้องมอง Green Finance เป็น “เรื่องด่วน” ไม่ใช่ “เรื่องเลือกทำ” คุณโกสินทร์ เริ่มต้นแบบตรงไปตรงมาว่า สิ่งแรกที่ SMEs คิดถึงไม่ใช่ต้นไม้หรือคาร์บอนเครดิต แต่คือ “อยู่รอดได้อย่างไรในวันนี้” อย่างไรก็ตาม เขาย้ำว่าเรื่องสิ่งแวดล้อมใกล้ตัวกว่าที่คิดมาก ทั้งฝุ่นควัน อากาศร้อนจัด และเหตุการณ์น้ำท่วม ที่กำลังเกิดบ่อยขึ้น โดยเฉพาะในภาคใต้ สิ่งเหล่านี้กระทบบัญชีรายรับ-รายจ่ายโดยตรง ทั้งค่ารักษาพนักงาน หรือความเสี่ยงธุรกิจชะงักงันจากภัยพิบัติ ผู้เชี่ยวชาญอาวุโสภาคการเงิน กล่าวต่อว่า SMEs หลายรายอาจยังคิด “สิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องรอง” ขอแค่ทำธุรกิจไปได้ก่อน แต่ในความเป็นจริง ปัญหาสิ่งแวดล้อมกำลังกลายเป็น “ต้นทุนแฝง” ที่ SMEs มองไม่เห็น ทั้งค่าแรงงานที่ป่วยบ่อย ความเสียหายจากน้ำท่วม และความร้
เมื่อเวลา 09.00-16.30 น. วันที่ 3 ธ.ค. ที่ศูนย์ประชุม ซี อาเซียน รัชดา อาคารซีดับเบิลยู ทาวเวอร์ ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพฯ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. และเครือข่ายคาร์บอนนิวทรัลประเทศไทย หรือ TCNN ร่วมกันจัดงานใหญ่แห่งปี “TGO Forum & TCNN Conference 2025 : ขับเคลื่อน Net Zero ไทย ด้วยพลังองค์กรผู้นำ” เพื่อเป็นเวทีในการเชื่อมโยงมิติเชิงนโยบาย การปฏิบัติ และนวัตกรรมสำหรับการเปลี่ยนผ่านด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยภายในงานประกอบด้วยเวทีสัมมนา การเสวนาแลกเปลี่ยน และนิทรรศการแสดงนวัตกรรม ชูเป้าความเป็นกลางทางคาร์บอน Net Zero Emissions สำหรับเวทีหลัก เริ่มด้วยการปาฐกถา และกล่าวเปิดงาน โดยได้รับเกียรติจาก ดร.ชญานันท์ ภักดีจิตต์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) มาเป็นองค์ปาฐก พร้อมมอบโล่เกียรติคุณ โดยมี คุณณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) กล่าวต้อนรับ โดย คุณรัฐกร กัมปนาทแสนยากร ประธานกรรมการเครือข่ายคาร์บอนนิวทรัลประเทศไทย (TCNN) และรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ความยั่งยืนองค์กร บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ออกมาเ
