จากกรณีข่าวการจับกุม นานา ไรบีนา และการตรวจยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับคดีฉ้อโกงประชาชนและ พ.ร.ก.กู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน สิ่งหนึ่งในของกลางที่ยึดได้และได้รับความสนใจอย่างมาก คือ Ledger Nano X ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่หลายคนอาจจะยังไม่คุ้นเคย หรือไม่รู้จัก เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาไปทำความรู้จักกับอุปกรณ์สำคัญชิ้นนี้ว่าคืออะไร มีบทบาทอย่างไรในโลกของสินทรัพย์ดิจิทัล
Ledger Nano X คืออะไร
หลายคนอาจตั้งข้อสงสัยว่า แล้ว Ledger Nano X คืออะไร อธิบายง่ายๆ ว่า สิ่งนี้คือ ตู้เซฟดิจิทัลแบบพกพา หรือเรียกว่า ฮาร์ดแวร์วอลเล็ต (Hardware Wallet) ที่ผลิตโดยบริษัท Ledger ประเทศฝรั่งเศส ขึ้นชื่อเรื่องระบบความปลอดภัยระดับสูงสุดในวงการคริปโทฯ ลักษณะเครื่องมีความคล้ายคลึงกับแฟลชไดรฟ์
การทำงานของ Ledger Nano X ถูกออกแบบมาเพื่อจัดเก็บ Private Key (กุญแจส่วนตัว) ซึ่งเป็นรหัสลับสำคัญที่ใช้ในการเข้าถึงและทำธุรกรรมกับสินทรัพย์ดิจิทัลของคุณ โดยเก็บไว้ใน ชิป Secure Element ที่มีความปลอดภัยสูงระดับ CC EAL5+ ชนิดเดียวกับที่ใช้ในบัตรเครดิตหรือพาสปอร์ต
เนื่องจาก Private Key ถูกเก็บไว้ในอุปกรณ์ที่ไม่ได้เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตตลอดเวลา การทำธุรกรรมทุกครั้งจะต้องมีการ กดอนุมัติด้วยตนเอง บนตัวอุปกรณ์ Ledger Nano X ทำให้ลดความเสี่ยงจากการถูกแฮกทางออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
คุณสมบัติเด่น
– ความปลอดภัยสูงสุด เก็บ Private Key แยกจากสมาร์ทโฟนหรือคอมพิวเตอร์
– ความสะดวกในการพกพา ขนาดเล็ก สามารถพกพาไปได้ทุกที่
– รองรับสินทรัพย์กว่า 5,000 สกุล Ledger Nano X รองรับเหรียญและโทเค็นมากกว่า 5,000 สกุลคริปโทฯ ตั้งแต่ Bitcoin, Ethereum, Solana, Polygon, XRP, BNB ไปจนถึง Memecoin อย่าง DOGE และ PEPE รวมถึง NFT ด้วย
– การเชื่อมต่อ เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งในจุดเด่น เพราะมีรองรับการเชื่อมต่อผ่าน Bluetooth สามารถเชื่อมต่อกับมือถือได้โดยไม่ต้องใช้สาย USB เหมาะกับคนที่เดินทางบ่อยหรืออยากจัดการผ่านแอปมือถือ Ledger Live
ทำไม Ledger Nano X จึงสำคัญในโลกคริปโทฯ
ในโลกของคริปโทเคอร์เรนซี ผู้ที่เป็นเจ้าของสินทรัพย์อย่างแท้จริงคือผู้ที่ถือครอง Private Key ไม่ใช่ตัวเหรียญ การเก็บ Private Key อย่างปลอดภัยจึงเป็นหัวใจสำคัญ
นักลงทุนระดับโลกหรือมหาเศรษฐีหลายๆ คน อาจมีการเลือกใช้ ฮาร์ดแวร์วอลเล็ต (Hardware Wallet) เป็นเครื่องมือในการเก็บรักษาสินทรัพย์ดิจิทัล อย่าง Cameron และ Tyler Winklevoss (Winklevoss Twins) ผู้ร่วมก่อตั้ง Gemini และเป็นหนึ่งในผู้ถือ Bitcoin รายแรกๆ และรายใหญ่ของโลก โดยในปี 2014 ทั้งคู่ได้ก่อตั้ง Gemini แพลตฟอร์มตลาดซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซี ซึ่งในปัจจุบัน เป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มชั้นนำของโลก มีมูลค่าการซื้อขายประมาณ 16,500 ล้านบาทต่อวัน
หรือจะเป็นคนดังในวงการบันเทิงที่เข้ามาในวงการ NFT อย่าง Michael Saylor (MicroStrategy) ชายผู้รวยขึ้นเกือบ 50,000 ล้านในวันเดียว เขาคือ CEO ของบริษัทที่ถือครอง Bitcoin จำนวนมาก ดังนั้น การเลือกใช้ ฮาร์ดแวร์วอลเล็ต (Hardware Wallet) เพื่อรักษาความปลอดภัยระดับสูงจึงเป็นสิ่งสำคัญ
โดยทั่วไปการเก็บ Private Key สามารถทำได้หลายวิธี แต่วิธีที่ถือว่าปลอดภัยที่สุดคือการใช้ Hardware Wallet อย่าง Ledger Nano X โดยมีเหตุผลดังนี้
1. ป้องกันการถูกแฮกออนไลน์ Private Key ไม่เคยเปิดเผยหรือเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตโดยตรง ทำให้แฮกเกอร์ไม่สามารถขโมย Private Key ไปได้หากไม่ได้ครอบครองตัวอุปกรณ์และรหัสกู้คืน
2. การยืนยันธุรกรรม การทำธุรกรรมใดๆ จะต้องได้รับการยืนยันด้วยการกดปุ่มบนตัวอุปกรณ์จริงเท่านั้น หากไม่มีการยืนยันจากเจ้าของ ก็ไม่มีใครสามารถโอนสินทรัพย์ออกจากวอลเล็ตได้
3. การกู้คืน หากอุปกรณ์สูญหายหรือเสียหาย ผู้ใช้สามารถกู้คืนสินทรัพย์ทั้งหมดได้ด้วย วลีกู้คืน 24 คำ ซึ่งเปรียบเสมือนกุญแจผีหนึ่งเดียวในโลกที่ใช้ไขเข้าสู่กระเป๋าเงินนั้นๆ
บทบาทของ Ledger Nano X ในข่าว “นานา ไรบีนา”
การที่เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจยึด Ledger Nano X ได้จากบ้านพักของ นานา ไรบีนา ในคดีฉ้อโกงที่มีมูลค่าความเสียหายสูงถึง 195 ล้านบาท เป็นจุดที่น่าสนใจอย่างยิ่ง เนื่องจากอุปกรณ์นี้มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับการจัดเก็บสินทรัพย์ดิจิทัล ทำให้เกิดการตั้งข้อสันนิษฐานและติดตามตรวจสอบถึงการเชื่อมโยงกับเงินที่ถูกฉ้อโกงไป
Ledger Nano X ที่ถูกยึดไปเป็นของกลางนั้น เปรียบเสมือน “ตู้เซฟดิจิทัล” ที่อาจมีสินทรัพย์ดิจิทัล (คริปโทเคอร์เรนซี) เก็บอยู่ อย่างไรก็ตาม การเข้าถึงเงินในอุปกรณ์นี้ ต้องใช้รหัสกู้คืน 24 คำ ที่เจ้าของเก็บไว้ หากไม่มีรหัสนี้ หรือเจ้าตัวปากแข็งไม่ยอมบอก เจ้าหน้าที่ก็ไม่สามารถเปิดตู้เซฟเพื่อตรวจสอบหรือนำสินทรัพย์ออกมาได้เลย
การยึดอุปกรณ์นี้จึงเป็นขั้นตอนสำคัญที่เจ้าหน้าที่จะนำไปสู่การขยายผลและตรวจสอบต่อไปว่า Ledger Nano X นี้มีความเกี่ยวข้องกับเส้นทางการเงินที่ได้จากการฉ้อโกงหรือไม่ และจะสามารถใช้เป็นกุญแจสำคัญในการไขปริศนาเส้นทางการเงิน 195 ล้านบาทที่หายไป ซึ่งยังคงเป็นประเด็นที่ต้องรอการตรวจสอบและรายงานจากเจ้าหน้าที่ต่อไป
การปรากฏของ Ledger Nano X ในคดีของนานา ไรบีนา นี้จึงตอกย้ำให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์วอลเล็ตในการเป็นเครื่องมือจัดการสินทรัพย์ดิจิทัล และในขณะเดียวกันก็เน้นย้ำถึงความท้าทายในการติดตามตรวจสอบสินทรัพย์ในโลกคริปโทฯ เมื่อ Private Key ถูกเก็บไว้ด้วยระบบความปลอดภัยที่สูง
อาจสรุปได้ว่า Ledger Nano X คือ ฮาร์ดแวร์วอลเล็ต (Hardware Wallet) ที่ทำหน้าที่เป็น “ตู้เซฟดิจิทัลแบบพกพา” สำหรับสินทรัพย์ดิจิทัลทั้งหมด ตั้งแต่คริปโทเคอร์เรนซีมากกว่า 5,000 สกุล จนถึง NFT ถูกออกแบบมาเพื่อจัดเก็บ Private Key ซึ่งเป็นรหัสลับในการเข้าถึงสินทรัพย์ ไว้ใน ชิป Secure Element ที่มีความปลอดภัยสูง และตัดขาดจากการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตโดยสิ้นเชิง การทำธุรกรรมใดๆ จะต้องได้รับการอนุมัติด้วยการกดปุ่มบนตัวอุปกรณ์จริงเท่านั้น ทำให้ Ledger Nano X เป็นมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดในการปกป้องสินทรัพย์จากการถูกแฮกออนไลน์ ด้วยหลักการนี้ทำให้อุปกรณ์ดังกล่าวเป็นที่นิยมอย่างยิ่งในกลุ่ม นักลงทุนระยะยาว และ มหาเศรษฐีคริปโทฯ ทั่วโลก ที่ต้องการควบคุมและปกป้องความมั่งคั่งมูลค่ามหาศาลของตนเอง
ขอบคุณข้อมูล
https://www.zestbuy.co.th/article/1004932249
https://merkle.capital/articles/what-is-hardware-wallet
