Featured
กลุ่มเกษตรอินทรีย์-ยโสธร สู้ต่อ บ่ ยั่น! “ฝนหลาย แตงเน่า เราก็ปลูก…ฟักทอง” เครือข่ายปลูกฮัก จังหวัดยโสธร เป็นการรวมตัวกันของสมาชิกเกษตรกรราว 200 ชีวิต ในพื้นที่จังหวัดยโสธร มีภารกิจปลูกและจำหน่ายผลิตผลทางการเกษตรอินทรีย์ จากเกษตรกรภึงผู้บริโภคโดยตรง โดยผลิตผลส่วนใหญ่จะเป็นข้าวเหนียวและข้าวเจ้าสายพันธุ์ต่างๆ แต่ผลิตผลที่สร้างชื่อเสียงและเป็นผลิตผลซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดอย่างมาก ชนิดที่ผ่านมาเรียกว่า ปลูกออกมาเท่าไหร่ก็ไม่พอขายนั้นได้แก่ “แตงโมออร์แกนิก” แต่จากผลกระทบพายุ โพดุล เมื่อเร็วๆนี้ ส่งผลให้แปลงแตงโมอินทรีย์พื้นที่ภูสูง อ.เลิงนกทา ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกของเครือข่ายปลูกฮัก นั้น บางแปลงเสียหายร้อยเปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว คุณพรทวี ศรีสง่า ประธานเครือข่ายปลูกฮัก ให้สัมภาษณ์ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ว่า เวลานี้พื้นที่เพาะปลูกของสมาชิกเครือข่ายฯ น้ำเริมลดแล้ว พบข้าวบางส่วนเริ่มเน่า แต่เสียหายไม่มาก เพราะน้ำท่วมขังไม่นาน ส่วน แปลงแตงโมอินทรีย์ ได้รับน้ำฝนต่อเนื่อง ประกอบกับใกล้ช่วงเก็บเกี่ยว ทำให้ผลเน่าจนเก็บเกี่ยวไม่ได้ มูลค่าเสียหายราวหนึ่งแสนบาท ประธานเครือข่ายปลูกฮัก กล่าวอีกว่
จากต้นไม้หน้าบ้าน สู่ ‘สครับฟักข้าวรังไหม’ ของดีระดับแชมป์ เตรียมวางขายต่างประเทศ “สครับฟักข้าวรังไหม สำหรับผู้ที่มีผิวหน้ามัน และผิวหน้าแพ้ง่าย” ภายใต้แบรนด์ Cocoon Face Scrub คือ ผลงานของ คุณแมกซ์-นิรันดร์ ปันทะนันท์ ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปรรูปเกษตรอินทรีย์บางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก ที่ได้รับเลือกให้เป็น โปรดักต์ แชมเปี้ยน 2019 จาก มหาวิทยาลัยแม่โจ้ คุณแมกซ์ได้เล่าแนวคิดการทำ “สครับฟักข้าว” ให้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ฟังว่า ก่อนที่จะมาเป็นกลุ่มวิสาหกิจแปรรูปเกษตรอินทรีย์บางกระทุ่ม เดิมทีเขามีสวนเล็กๆ ของพ่อแม่ ชื่อ “สวนป้าแจ๋วเกษตรอินทรีย์” ภายในพื้นที่ 3 งาน ซึ่งตั้งใจจะทำตามแบบเกษตรอินทรีย์ ที่มีการเพาะปลูกผักในรูปแบบสวนผสมหลายชนิด เช่น ตะไคร้ กล้วย ผักบุ้ง มะละกอ และข้าวโพด ซึ่งมีราคาค่าผลผลิตไม่สูงนัก และจำเป็นต้องพึ่งพาพ่อค้าคนกลางในการซื้อขาย คุณแมกซ์เห็นว่ามีต้น “ฟักข้าว” มาขึ้นอยู่บนต้นไม้หน้าบ้าน จึงเกิดความสนใจและศึกษาสรรพคุณของฟักข้าว ก็พบว่ามีประโยชน์หลากหลาย ตั้งแต่ยอดต้นไปจนถึงราก เช่น ส่วนยอด สามารถนำไปต้มกินน้ำพริกได้ ใบต้นฟักข้าว สามารถเอาไปทำเป็นยาโป๊ แก้อาการปว
มมส ปิ๊งไอเดีย “ข้าวเหนียวหมูย่าง” สเตอริไลซ์ ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ในยามคับขันแบบนี้ ถึงทีพี่น้องคนไทยต้องช่วยกัน…ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา คนไทยทางภาคอีสาน โดยเฉพาะจังหวัดอุบลราชธานี ต้องเผชิญวิกฤตน้ำท่วมใหญ่ บ้านเรือนจมหายไปกับน้ำ ไร้ที่อยู่ ขาดทั้งข้าวปลาอาหาร และปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิต แต่ถึงอย่างนั้นยังมีน้ำใจจากพี่น้องคนไทยอีกหลายภาคส่วน ช่วยกันบริจาคเงิน และสิ่งของจำเป็นช่วยผู้ประสบอุทกภัย โดยหนึ่งในวิธีการช่วยเหลือที่น่าสนใจ คือผลงานจาก ภาควิชาเทคโนโลยีการอาหารและโภชนศาสตร์ คณะเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม “โครงการกล่องข้าวน้อยให้แม่” กับเมนูอาหาร ข้าวเหนียวหมูย่าง สเตอริไลซ์ เก็บได้นาน 2 ปี อาจารย์ ดร.อัศวิน อมรสิน อาจารย์ภาควิชาเทคโนโลยีการอาหารและโภชนศาสตร์ คณะเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม กล่าวว่า จุดเริ่มต้นของการทำ “กล่องข้าวน้อยให้แม่” หรือข้าวเหนียวหมูย่าง สเตอริไลซ์ มาจากติดตามข่าวน้ำท่วมในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะจังหวัดอุบลราชธานีที่ค่อนข้างหนัก และยาวนาน จึงอยากใช้ความรู้ความสามารถที่มีในเรื่องของการถนอมอาหารและบรรจุภัณฑ์ มาเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือ และเกิดไอเดีย ทำ
ถอดบทเรียนน้ำท่วมปี 54 “เอสเอ็มอี ต้องตั้งสติ ทุกอย่างเริ่มใหม่ได้” อีกหนึ่งสถานการณ์ที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิดขณะนี้คือ วิกฤตน้ำท่วมใหญ่ โดยเฉพาะภาคอีสาน จังหวัดอุบลราชธานี ที่ได้รับผลกระทบมากกว่าใคร บ้านเรือนจมน้ำเสียหาย ประชาชนต้องทิ้งบ้านอพยพหนีน้ำ เพื่อเอาชีวิตรอด ในสถานการณ์เช่นนี้ เชื่อว่าส่วนหนึ่งของประชาชนผู้ประสบอุทกภัย คงเป็นผู้ประกอบการ หรือเอสเอ็มอีตัวเล็กๆ ที่คาดเดาได้ว่าธุรกิจคงได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์น้ำท่วมในครั้งนี้ เช่นเดียวกับ นักธุรกิจหนุ่ม คุณโก้-ปิติพงศ์ รอยเรืองพานิช อายุ 30 ปี ผู้ประสบอุทกภัยน้ำท่วมเมื่อปี 2554 หลังทุ่มเงินราว 16 ล้านบาท สร้างโรงงาน ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด แบบ OEM หรือผู้รับจ้างผลิต บนพื้นที่ 3 ไร่ แถวศาลายา เพียง 3 วัน ต้องเจอกับเหตุการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่ ทุกอย่างจมไปกับน้ำนาน 2 เดือน “น้ำเริ่มท่วมปลายเดือนตุลาคมครับ ผมไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน ตั้งตัวไม่ทัน แต่ก็พยายามป้องกันทุกวิถีทาง ปิดรูหน้าต่าง กระจก ทุกบาน โบกปูนปิดประตูทางเข้าไว้ครึ่งหนึ่ง วางแนวกระสอบทราย ตั้งเครื่องสูบน้ำ ยกข้าวของวัตถุดิบขึ้นที่สูง แต่ไม่เป็นผล น้ำไหลมาเร็วกว
อภัยภูเบศร พลิกฟื้น “ยาแผนไทยเข้ากัญชา” พร้อมแจกจ่ายให้โรงพยาบาลทั่วประเทศ ต้นปีหน้า ระหว่างวันที่ 16-19 กันยายน 2562 โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เป็นเจ้าภาพ จัดโครงการ “อบรมการปลูกกัญชาทางการแพทย์แบบเกษตรอินทรีย์ สำหรับประชาชนและเกษตรกร” โดยการสนับสนุนจากกองส่งเสริมงานคุ้มครองผู้บริโภคด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพในส่วนภูมิภาคและท้องถิ่น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และให้มูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรฯ เป็นแกนกลางในการระดมผู้เชี่ยวชาญและผู้มีประสบการณ์ เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านเกษตรอินทรีย์และการปลูกกัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ให้แก่เกษตรกรผู้เข้าร่วมอบรม เมื่อวันที่ 17 ก.ย. 62 นายแพทย์นำพล แดนพิพัฒน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวตอนหนึ่งในพิธีเปิดโครงการว่า เนื่องจากการปลูกกัญชาเพื่อใช้ทางการแพทย์เป็นเรื่องค่อนข้างใหม่ในประเทศ จึงมีความจำเป็นที่เกษตรกรต้องได้ทราบถึงหลักการและแนวทางปฏิบัติให้ถูกต้องทั้งทางกฎหมายและแนวทางด้านการเกษตร เพื่อให้ได้กัญชาที่มีคุณภาพนำไปใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ได้จริง ตลอดจนเพื่อทดสอบคู่มือสำหรับประชาชนและเกษตรกรในการปลูกกัญชาทางการแพทย์แ
“ผลิตภัณฑ์จากว่านหางจระเข้บนดินภูเขาไฟ” ของดีเมืองบุรีรัมย์ เตรียมส่งออกต่างแดน บุรีรัมย์ นอกจากจะเป็นเมืองเก่าแก่แหล่งรวมอารยธรรมขอมโบราณ ที่มีความสำคัญในฐานะแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ขึ้นชื่อ อย่าง ปราสาทหิน พนมรุ้ง และ ปราสาท เมืองต่ำ แล้ว ยังถือเป็นจังหวัดที่ขึ้นชื่อในเรื่องของ ดินภูเขาไฟเมืองไทย อีกด้วย “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” มีโอกาสได้คุยกับ คุณไอรีน-ชนกชนม์ อักษรวุฒิ ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนปลูกและแปรรูปว่านหางจระเข้ จังหวัดบุรีรัมย์ อีกหนึ่งในเคสที่เล็งเห็นประโยชน์และคุณสมบัติของว่านหางจระเข้ ในการสร้างเงินรายได้จากพืชชนิดนี้ โดยคุณไอรีน เล่าให้ฟังว่า ธุรกิจปลูกและแปรรูปว่านหางจระเข้ เกิดจากความสนใจด้านเครื่องสำอางของตนอีกทั้งมีโอกาสได้เข้าร่วมอบรมด้านผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง จนเกิดเป็นองค์ความรู้ และนำมาต่อยอดประยุกต์ใช้เข้ากับสวนไร่ของพ่อแม่ ที่มีอยู่ประมาณ 10 ไร่ มาปลูกว่านหางจระเข้ โดยคัดเลือกว่านหางจระเข้พันธุ์ บาร์บาเดนซิส ซึ่งเป็นพันธุ์ใหญ่มีถิ่นกำเนิดในแอฟริกา แต่ปลูกแพร่หลายในยุโรป มาปลูกในไร่หมู่บ้านสระเร่ จ.บุรีรัมย์ ซึ่งพื้นดินของจ.บุรีรัมย์ เป็นดินที
อบรมสี่วัน-รู้เรื่อง! “การปลูกกัญชาทางการแพทย์ฯ สำหรับประชาชนและเกษตรกร” ข่าวแจ้งว่า ในเวลา 08.30 น. วันอังคารที่ 17 กันยายนนี้ ที่ศูนย์การเรียนรู้สมุนไพรและภูมิปัญญาสุขภาพบางเดชะ (ภูมิภูเบศร) โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จังหวัดปราจีนบุรี จะมีการจัดอบรม “การปลูกกัญชาทางการแพทย์แบบเกษตรอินทรีย์สำหรับประชาชนและเกษตรกร” รุ่นที่ 1 ปี 2562 ภาคบรรยายและปฏิบัติการ โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี เป็นประธานเปิดงาน และผู้อำนวยการโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวถึงวัตถุประสงค์และรายละเอียดในการจัดอบรมครั้งนี้ โดยผู้เข้าร่วมอบรม ประกอบด้วย คณะเจ้าหน้าที่จากกองส่งเสริมงานคุ้มครองผู้บริโภคด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพในส่วนภูมิภาคและท้องถิ่น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา บุคลากรโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร คณะวิทยากรและเจ้าหน้าที่จากสหกรณ์เกษตรอินทรีย์ปราจีนบุรี มูลนิธิเจ้าพระยาอภัยภูเบศร และกลุ่มเกษตรกรจากจังหวัดต่างๆ สำหรับเนื้อหาการจัดอบรม ประกอบไปด้วย องค์ความรู้ด้านการนำกัญชาไปใช้ประโยชน์ในทางการแพทย์, เรียนรู้พฤกษศาสตร์ของกัญชา, หลักการและแนวทางปฏิบัติของการปลูกกัญชาแบบเกษตรอินทรีย์, การดูแลรักษา,
คนทุนน้อยเฮ! ผลไม้รถเข็น “ผลสุวรรณ” ผุดธุรกิจให้พ่อค้าแม่ค้ารับผลไม้ไปขาย โดยที่ไม่ต้องลงทุนเอง มาแต่ตัวก็เข็นรถพร้อมผลไม้ไปขายได้เลย เเบ่งกำไรกัน รายได้เฉลี่ยวันละ 600 บาท คุ้นหน้าคุ้นตากันเป็นอย่างดีสำหรับ “ร้านผลไม้รถเข็น” ร้านผลไม้เคลื่อนที่สามารถพบเห็นได้ตามตรอก ซอกซอย หน่วยงานต่างๆ ทั้งห้างร้าน โรงเรียน บริษัท ฯลฯ เป็นอาชีพยอดนิยมของคนไทย เพราะใช้พื้นที่ไม่มากในการเปิดร้าน เพียงมีมอเตอร์ไซค์พ่วงข้าง มีตู้กระจกแบ่งช่องสำหรับใส่ผลไม้ที่ผ่านกระบวนการทำความสะอาด หั่น บรรจุถุง เรียบร้อยพร้อมจำหน่าย รอเพียงลูกค้าเข้ามาอุดหนุน จากผู้บริโภคที่ชอบทานผลไม้เป็นชีวิตจิตใจ ทำให้ คุณเบนซ์-ภานุวัฒน์ คำลอย หันมาสร้างแบรนด์ให้กับผลไม้รถเข็น ใช้ความเชี่ยวชาญด้านการตลาด และการสร้างแบรนด์รวมกับสิ่งที่รัก เกิดเป็น “ผลสุวรรณ ผลไม้” เสิร์ฟผลไม้สะอาด สดใหม่ ได้มาตรฐานมายาวนานกว่า 3 ปี “ผมเป็นคนชอบทานผลไม้มาก พยายามหาร้านผลไม้รถเข็นที่สะอาดได้มาตรฐานแต่ก็ยังไม่เจอ ผมเลยคิดว่าทำแบรนด์เองเลยดีกว่า เริ่มศึกษาขั้นตอนการทำจากพ่อค้าแม่ค้าว่ามีกระบวนการทำอย่างไร จากนั้นคำนวณว่าต้องใช้เงินทุนเท่าไ
อดีตโปรดิวเซอร์ทีวี เบนเข็มสร้าง “เอี่ยมดี รีไซเคิล” ธุรกิจจัดการขยะ ปันโอกาสเพื่อสังคม “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” มีโอกาสได้พูดคุยกับเจ้าของธุรกิจน่าสนใจอย่าง “เอี่ยมดี รีไซเคิล” ธุรกิจจัดการขยะ ของ คุณโดม-สัมพันธ์ เณรรอด วัย 36 ปี อดีตโปรดิวเซอร์รายการสารคดีชื่อดัง อย่าง กบนอกกะลา และฅนค้นฅน ที่ผันตัวมาทำธุรกิจเกี่ยวกับขยะนี้ได้ปีกว่าแล้ว “เราอยู่กับวงการทำโปรดักชั่นมา 16 ปี เรียกได้ว่าอยู่มาตั้งแต่ยุคก่อตั้งบริษัททีวีบูรพาเลย ทำเบื้องหลังมาหลายรายการ ทั้งกบนอกกะลา ฅนค้นฅน ด้วยอาชีพของเราที่มันเป็นรายการเพื่อสังคมอะไรพวกนี้อยู่แล้ว บวกกับผมเองก็ชอบเรื่องสิ่งแวดล้อมด้วย ก็เลยทำให้ผมมีความสนใจในด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม มันก็ถึงจุดที่ผมรู้สึกว่า เราอิ่มตัวแล้ว เลยอยากลองทำอะไรที่มันตอบโจทย์ชีวิตดูสักหน่อย เอาที่สามารถเป็นธุรกิจได้ และก็ช่วยเหลือสังคมได้ด้วย” คุณโดม กล่าว จากนั้นเขาจึงตัดสินใจลาออกจากงานเงินเดือน 6 หลัก แล้วหันมาเริ่มต้นธุรกิจช่วยเหลือสังคมตามที่ใจปรารถนา คุณโดมเล่าต่อว่า ก่อนจะเป็น เอี่อมดี รีไซเคิล เขาพาตัวเองเข้าไปเป็นอาสาสมัคร ไหนจะเรีย
เปิดเทคนิค จัดแต่งจานอาหารยังไงให้สวยมัดใจลูกค้า เพราะสมัยนี้อาหารทุกจานต้อง “แต่งให้สวย” กันสุดฤทธิ์ เนื่องจากค่านิยม “แชะก่อนกิน” นั้นมาแรง จัดเป็นสิ่งที่ต้องทำอันดับ 1 ของคนยุคปัจจุบัน ก่อนจะกินอาหารทุกครั้งในร้านอาหาร ต้องยกมือถือขึ้นมาถ่ายรูปอาหาร หลายคนลงทุนซื้อกล้องราคาแพงเพื่อการนี้ ถ่ายเสร็จรีบแชร์ขึ้นออนไลน์ อวดเพื่อนฝูงได้มากินของอร่อยจานสวยแล้วน้า คนยุคนี้จึงตามตัวกันง่าย อยู่ที่ไหนตอนไหนรู้หมด อาหารในร้านอาหารต่างๆ จึงต้องคิดวิธี “แต่งสวย” กันสุดฤทธิ์ วิชาจัดแต่งจานที่เมื่อก่อน จำกัดอยู่แค่ในแวดวงเชฟโรงแรมกับในรั้วการศึกษาเลยออกมาแพร่หลายขึ้นในวงการร้านอาหาร ร้านไหนจัดจานได้สวยปิ๊งชวนคนมา “เช็กอิน” กันได้มากๆ ยิ่งเป็นการเชิญชวนแขกมาเข้าร้านตัวเองได้มากขึ้น บางร้านแต่งได้สวยมากจนไม่อยากกิน บางร้านคิดว่าแต่งได้สวยจนไม่อยากกินเช่นกันเพราะกินไม่ลง เผอิญผมและทีมงานโรงเรียนแม่บ้านทันสมัย ได้รับคำเชิญจากมหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ ฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบโครงการอบรมอาจารย์และบุคลากรภาควิชาคหกรรมศาสตร์ การโรงแรม การท่องเที่ยว วิชาการจัดแต่งอาหาร หรือ อาหารสมัยใหม่ เป็นโครง
