How to
‘ปลาเก๋าต้มเผือก’ ความซับซ้อนอันอ่อนโยน คอลัมน์ กฤช เหลือลมัย สมัยเด็กๆ ที่บ้านผมจะมีต้มจืดหม้อหนึ่งที่แม่มักทำกินบ่อยๆ คือ “ต้มเผือก” เท่าที่ผมจำได้ มันเป็นเผือกแก่หั่นชิ้นสี่เหลี่ยม ต้มจืดกับปลาช่อนทอดบ้าง กระดูกซี่โครงหมูทอดบ้าง ใส่ต้นหอมผักชีหั่น น้ำซุปหม้อนี้จะขุ่นขาว เพราะว่าเมื่ออุ่นไปสักครั้งหรือสองครั้ง เนื้อเผือกจะละลายปนออกมาบ้าง ซึ่งสำหรับผม มันทำให้รู้สึกว่ากลิ่นหอมเผือกยิ่งปนออกมาในน้ำซุปมากขึ้น อร่อยดีกว่าเพิ่งทำเสร็จใหม่ๆ เสียอีก แน่นอนว่า เราต่างจดจำและประทับใจสำรับกับข้าวสมัยเด็กๆ เสมอ ดูเหมือนกินอะไรที่บ้านก็อร่อยไปหมด แต่บ้านนั้นย่อมไม่ได้มีแค่บ้านเดียวนะครับ กับข้าวใดๆ ในความเห็นผมจึงไม่อาจจะมีสูตรสำเร็จเด็ดขาดไปได้ มันแล้วแต่ว่าบ้านเราชอบกินแบบไหนเท่านั้นแหละ ต้มเผือกนี้ก็เช่นกัน เมื่อมาลองค้นหาดูเล่นๆ ทั้งจากหนังสือตำรากับข้าว และสูตรในอินเตอร์เน็ต ก็พบว่าส่วนใหญ่คนจะกิน “ปลาต้มเผือก” หรือ “หัวปลาต้มเผือก” กันมากกว่า สูตรเหล่านี้เกือบทั้งหมดเป็นกับข้าวแบบจีนอย่างแน่ชัด มีทั้งที่ทอดปลาทอดเผือกก่อน ใส่ขิงซอย ปรุงน้ำมันหอย น้ำมันงา ที่เน้นเฉพาะหัวปลาแบบก
เปิด 5 ประเทศที่ต้องการแรงงานไทย เผยอาชีพสุดรุ่งตลาดต่างประเทศตามหา ชี้ภาษาเป็นสิ่งสำคัญ “จ๊อบไทย” เปิด 5 ประเทศต้องการแรงงานไทย เผยงานช่าง วิศวกรรม ไอที ยังรุ่ง รับตลาดแรงงานต่างประเทศ จ๊อบไทย (JobThai) ผู้ให้บริการหางาน สมัครงาน ออนไลน์ อันดับ 1 ของประเทศไทย เปิดเผยข้อมูลงานที่กำลังเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานต่างประเทศ จากฐานข้อมูลของจ๊อบไทยในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2562 พบว่ามีงานต่างประเทศจำนวนกว่า 1,194 อัตรา โดยมี 5 ประเทศที่มีความต้องการแรงงานไทยไปทำงานด้วยมากที่สุด คือ 1.สหรัฐอเมริกา จำนวน 626 อัตรา ตามมาด้วย 2.ญี่ปุ่น จำนวน 240 อัตรา 3.ฟิลิปปินส์ จำนวน 77 อัตรา 4.ไต้หวัน จำนวน 40 อัตรา และ 5.จีน จำนวน 20 อัตรา ซึ่งงานที่ต้องการแรงงานไทยมากที่สุด ได้แก่ งานช่าง วิศวกรรม และไอที ตามลำดับ นอกจากนี้ยังเผยให้เห็นว่าประเทศญี่ปุ่นมีความต้องการอาชีพที่น่าสนใจ คือ ผู้ดูแลผู้สูงอายุ เนื่องจากเป็นประเทศที่มีสังคมผู้สูงอายุอยู่จำนวนมาก นางสาวแสงเดือน ตั้งธรรมสถิตย์ ผู้ร่วมก่อตั้งและหัวหน้าผู้บริหารด้านปฏิบัติการจ๊อบไทย (JobThai) กล่าวว่า จ๊อบไทย (JobThai) ผู้ให้บริการหางาน สมัครงาน ออนไลน์
“ค้าขายผ่านเฟซบุ๊กไม่ใช่เรื่องยาก ขอเพียงเลือกช่องทางให้เป็นคุณเองก็มีสิทธิ์รวย…” เลือกให้เป็น มีสิทธิ์แจ้งเกิด ทุกวันนี้หากเอ่ยชื่อ “เฟซบุ๊ก” เชื่อว่าไม่มีใครที่ไม่รู้จัก แต่พอหยิบจับนำมาใช้สร้างรายได้เป็นเรื่องเป็นราวกลับไม่สามารถนำมาใช้ได้อย่างที่คาดหวัง ถามว่าเกิดจากความผิดพลาดอะไร? ปัญหาทั้งหมดเกิดจากเลือกใช้ช่องทางเฟซบุ๊กผิดที่ผิดทาง และไม่ตรงกับวัตถุประสงค์ของการใช้งานอย่างแท้จริง เฟซบุ๊กถูกแบ่งช่องทางที่ใช้สำหรับการขายของออนไลน์เป็น 4 ช่องทางหลักๆ ดังนี้ เฟซบุ๊กโปรไฟล์ (Facebook Profile) ใครก็ตามที่สมัครเฟซบุ๊กครั้งแรก เมื่อเราเข้ามาใช้เฟซบุ๊กหน้าแรกที่เห็นนั่นแหละคือ “เฟซบุ๊กโปรไฟล์” เป็นเฟซบุ๊กส่วนตัวที่หลายคนชอบโพสต์รูป โพสต์วิดีโอ หรือโพสต์เรื่องราวส่วนตัว แถมยังนำสินค้ามาขายในช่องทางนี้อีกด้วย ถามว่าทำได้ไหม ขอบอกว่าได้ แต่จะทำให้ผู้ที่เข้ามาติดตามไม่ว่าจะเป็นเพื่อน หรือใครก็ตามสับสนลายตา ค้นหาสินค้าที่ขายก็ยาก แถมขายมากจะทำเอาเพื่อนหนีหายไปอีกด้วย เฟซบุ๊กกลุ่ม (Facebook Group) การใช้ช่องทางนี้ต้องทำความเข้าใจก่อนว่าชอบกลุ่มไหนก็สมัครกลุ่มนั้น ตามวัตถุประสงค์ที่เราสน
ธุรกิจดับร้อน! ‘ไอศกรีมกะทิมะพร้าวอ่อน’ ท็อปปิ้งแน่น ขายดีมากที่ตลาดนัดจตุจักร ที่ตลาดนัดจตุจักร… นอกจากของใช้ เสื้อผ้าให้เลือกช็อปมากมายแล้ว หนึ่งอย่างที่ขึ้นชื่อไม่แพ้กันเลยคือ ของกินนานาชนิด ราคาถูก ยิ่งหน้าร้อนแบบนี้แล้วล่ะก็ “ไอศกรีม” ถือเป็นเมนูเด็ด ดับร้อนได้ดีเลยทีเดียว ไอศกรีมบ้านแพ้ว ร้านไอศกรีมเจ้าดังที่ตลาดนัดจตุจักร รีวิวแน่น ลูกค้าตอบรับดี ยอดขายทะลุหลักพันถ้วย เปิดร้านสร้างความอร่อยมายาวนานตั้งแต่ปี 2008 นับรวมตอนนี้กว่า 10 ปี โดย คุณภคมน วรกฤตเวคิน หรือ คุณแมคกี้ อายุ 34 ปี เป็นเจ้าของกิจการ เจ้าของสาวเล่าจุดเริ่มต้นให้ฟังว่า สมัยเรียนปริญญาโทคณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จะมีวันว่างช่วงเสาร์-อาทิตย์ ไม่อยากทิ้งเวลาไว้เปล่าๆ จึงคิดหางานเสริมทำ จนมาลงตัวที่ขายไอศกรีม ซึ่งเป็นเมนูโปรดของคุณพ่อ “คุณพ่อชอบซื้อมะพร้าวเผามาทาน แมคลองซื้อไอศกรีมกะทิมาทานคู่กับมะพร้าวเผา อร่อยลงตัวมาก เป็นแพ็กเกจจิ้งที่น่าสนใจ ถ้าทำขายคนน่าจะชอบ เลยรับไอศกรีมกะทิโฮมเมดจากร้านแถวบ้าน เปิดร้านขายที่ตลาดนัดจตุจักร ขายวันแรกผลตอบรับยังไม่ดี” เมื่อขาย
ปิ่นโตเถาเล็กเพิ่งกลับจากเมืองสองแคว หรือพิษณุโลก ตระเวนชิมจนได้ร้านอร่อยเด็ดมาฝากแฟนๆ เพียบ ถึงแม้ว่าข้าพเจ้าจะมาเยือนพิษณุโลกมากมายหลายครั้ง แต่ก็อยู่เพียงประเดี๋ยวประด๋าว ส่วนใหญ่เพื่อแวะมากราบสักการะพระพุทธชินราชอันงดงาม ซึ่งปวงชนชาวไทยรวมถึงปิ่นโตเถาเล็กนับถือศรัทธาเป็นอย่างยิ่ง แต่คราวนี้ได้มีโอกาสปักหลักอยู่ในตัวเมืองพิษณุโลกนานหลายวัน ผลปรากฏว่าอยากเขกกบาลตัวเองเสียจริงว่าทำไมเพิ่งมาตอนนี้ เพราะเมืองนี้มีของกินที่อร่อยจนตะลึงอยู่หลายร้านเลยทีเดียว สัปดาห์นี้จึงขอภูมิใจนำเสนอ “ร้านอาหารจานปลาแม่น้ำที่อร่อยที่สุดเท่าที่เคยกินมา” ไม่ได้เป็นคำกล่าวอ้างเกินจริงเลย ร้านนี้มีชื่อว่า “ครัวสองพี่น้อง” (ถ้าค้นหาทางไปในกูเกิ้ล ให้พิมพ์คำว่า “ครัวสองพี่น้อง มะขามสูง” นะจ๊ะ โดยชื่อร้านในกูเกิ้ลเขียนว่า ร้านอาหารสองพี่น้อง) ครัวสองพี่น้องอยู่ที่ “ตำบลมะขามสูง” ในอำเภอเมือง แต่อยู่ห่างไปทางทิศเหนือประมาณ 16 กม. ใช้เวลาเดินทางจากตัวเมืองเกือบครึ่งชั่วโมง โดยถ้านับจาก “แยกแสงดาว ที่ตัดกับถนนเลี่ยงเมืองพิษณุโลก”ไปตาม “ทางหลวงสาย 1086 พิษณุโลก-วัดโบสถ์” ประมาณ 10 กม. ก็จะเห็นร้านครัวสองพี่น้องทาง
นอกจาก “ปลาสลิดบางบ่อ” จะสร้างชื่อเสียงให้จังหวัดสมุทรปราการ ยังมีของดีขึ้นชื่ออีกอย่างหนึ่ง นั่นคือ “กุ้งเหยียด” เมนูจากภูมิปัญญาของชาวบ้านที่นำกุ้งมาเหยียดตัวให้ตรง ปรุงรสชาติเค็มนำ หวานตาม เวลาจะรับประทานบีบมะนาวเพิ่มเล็กน้อย ขายกิโลกรัมละ 400 บาท นับเป็นการเพิ่มมูลค่ากุ้งแชบ๊วย 2 -3เท่าตัวเลยทีเดียว กุ้งเหยียดป้าสุนทร ร้านขายกุ้งเหยียดชื่อดังที่บ้านสาขลา ตำบลนาเกลือ อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ ขายมานานกว่า 1 ทศวรรษ มีคุณสุนทร สุวรรณนาวิน ในวัย 74 ปี เป็นเจ้าของร้าน ป้าสุนทร เล่าว่า ก่อนจะมาขายเมนูกุ้งเหยียดและอาหารทะเลแปรรูป เคยทำนาเกลือ เคยเลี้ยงกุ้ง แต่ทว่าประสบปัญหาเรื่อง “น้ำ” มาตลอด อาทิ น้ำกร่อย น้ำไม่พอ เลยยุติและหันมาแปรรูปกุ้งและอาหารทะเลหลายอย่าง สำหรับจุดเด่นของกุ้งเหยียด ป้าสุนทร บอกว่า อยู่ที่ความสวยงาม กุ้งเหยียดตัวตรง น่ารับประทานกว่ากุ้งตัวงอ รสชาติหวาน เค็ม ต่างจากกุ้งเค็มทั่วไปที่มีรสเค็มเพียงอย่างเดียว เวลาทานเพิ่มความอร่อยด้วยการบีบมะนาวลงไป จะได้กุ้งเหยียดสามรส เปรี้ยว เค็ม หวาน จากความเเตกต่างนี้เอง จึงทำให้กุ้ง
4 ขั้นตอนเปลี่ยนขยะเป็นเงิน สร้างรายได้ให้ชุมชนตำบลบ้านสา อำเภอแจ้ห่ม จังหวัดลำปาง แต่ละปีกว่าครึ่งล้าน ที่ตำบลบ้านสา อำเภอแจ้ห่ม จังหวัดลำปาง เดิมชุมชนแห่งนี้เคยประสบปัญหาขยะล้นเมือง เนื่องจากไม่มีสถานที่ทิ้งขยะที่ถูกต้อง ทำให้เกิดกลิ่นเหม็น ทางเทศบาลตำบลบ้านสา จึงผนึกกำลังกับบริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ เอสซีจี SCG จัดทำโครงการกำจัดขยะ โดยให้ชุมชนนี้คัดแยกขยะในครัวเรือนก่อนนำไปทิ้ง สร้างจิตสำนึกให้ชาวบ้าน ที่สำคัญสร้างรายได้ให้ชุมชน สำหรับ “โครงการธนาคารขยะ” เปลี่ยนขยะให้เป็นเงิน ก่อตั้งขึ้นเมื่อ 2553 คุณนภปนนท์ สุรินทร์โท ปลัดเทศบาลตำบลบ้านสา บอกว่า ทางเทศบาลบ้านสา จะมีการรับซื้อขยะรีไซเคิลจากชาวบ้านเดือนละครั้ง โดยมีสมุดเงินฝากธนาคารขยะรีไซเคิล ให้สะสมยอดเงินแลกเป็นรางวัล เช่น เกียรติบัตร ปูนซีเมนต์ ถุงผ้าลดโลกร้อน เป็นต้น “โครงการจัดการขยะมูลฝอยชุมชน ศูนย์จัดการวัสดุไม่ใช้แล้ว ดำเนินการโดยเริ่มจากการรับซื้อขยะมูลฝอยจากชุมชน แล้วนำไปจำหน่ายให้กับบริษัทปูนซีเมนต์ไทย (ลำปาง) ในราคาตันละ 1000 บาท เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการคัดแยกและผลิตเป็นเชื้อเพลิงแข็งต่อไป” โครงการธนาคา
แม้จะเปิดได้ไม่นาน แต่ร้านข้าวมันไก่ร้านนี้ เรียกเสียงฮือฮาในหมู่นักชิมได้ไม่น้อย คงเป็นเพราะความต่างจากร้านทั่วไป ไม่มีไก่เป็นตัวๆ ห้อยอยู่ในตู้กระจกอย่างที่เคยเห็น ในทางกลับกัน ร้านนี้ตกแต่งเรียบง่ายสไตล์ญี่ปุ่น สว่างๆ ดูอบอุ่น มองเผินๆ คล้ายคาเฟ่ขนมหวานหรือร้านกาแฟนั่งชิลด้วยซ้ำ แต่เมื่อเปิดประตูเข้าไปในร้านจะพบว่า นี่คือร้านข้าวมันไก่!! ช่วงบ่ายของวันทำงาน แวะไปพูดคุยกับ คุณสตางค์-ฐิติวุฒิ ศิริเบญจวรรณ หนุ่มนักดนตรีวัย 27 เจ้าของร้าน ‘ไข่มันก้าว’ หรือข้าวมันไก่สไตล์ญี่ปุ่น ทราบว่า ข้าวมันไก่ร้านนี้เพิ่งเปิดได้ไม่นาน จะมีอายุครบหนึ่งปีในเร็ววันนี้ เหตุผลที่เปิดร้านข้าวมันไก่ เพราะเคยเป็นกิจการเก่าของครอบครัว แต่หยุดทำไปหลายปีแล้ว ช่วงแรกหลังเรียนจบไม่ได้คิดสานต่อ เลือกทำงานออฟฟิศเหมือนคนทั่วไป เป็น Sound Engineer รายได้มั่นคง แต่พูดถึงเรื่องขยับตำแหน่งคงเป็นไปได้ยาก ด้วยระยะเวลาจำกัดที่ต้องสร้างตัว ดูแลลูกแฝดและภรรยา จึงตัดสินใจลาออก แล้วมุ่งทำธุรกิจแบบเต็มตัว “มีเสียงคัดค้านเหมือนกัน บอกว่างานหายาก ทำผมลังเลไม่น้อย แต่สุดท้ายก็ลาออก มาเปิดร้านข้าวมันไก่ เพราะมีสูตรอยู่กับตัวแล้ว
ทำง่าย ไม่ยุ่งยาก! ‘เห็ดหอมสอดไส้’ ด้วยหมูบด กุ้งสับปรุงรส สุดอร่อย หลายเล่มก่อนเคยเขียนวิธีทำเห็ดสอดไส้ของฝรั่ง โดยใช้เห็ดแชมปิญอง สอดไส้ด้วยก้านเห็ดสับ เบคอนทอดกรอบ เกล็ดขนมปังและสมุนไพรฝรั่ง โรยชีสแล้วนำไปอบ วันนี้จะแนะนำเห็ดหอมสดมาสอดไส้แบบไทยๆ โดยใช้เห็ดหอมสดสอดไส้ด้วยหมูบด กุ้งสับปรุงรส นำไปนึ่ง รับประทานกับซอส ทำง่ายไม่ยุ่งยากค่ะ ส่วนผสม เห็ดหอมสด 1 1/2ขีด (ประมาณ 15 ดอก) หมูบด 1 ขีด กุ้งสับ 1 ขีด รากผักชี 1/2 ช้อนชา พริกไทยป่น 1/4 ช้อนชา ไข่ไก่ 1 ฟอง ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนชา ตกแต่ง ไข่เค็มแดง 1 ฟอง ใบผักชี พริกชี้ฟ้าแดงหั่นฝอย ซอส ซอสพริก ซอสบ๊วย ซอสทะเล วิธีทำ ใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดทำความสะอาดเห็ดหอมสด ตัดหรือบิดก้านเห็ดหอมออก ผสมหมูบด กุ้งสับ รากผักชีโขลก พริกไทย ซอสปรุงรส ไข่ไก่ให้เข้ากัน (ไข่ไก่ตีให้ไข่แดงกับไข่ขาวพอเข้ากัน แต่ไม่ถึงขั้นเป็นไข่เจียวเพื่อให้มีความเหนียว ผสมแล้วหมูกับกุ้งจับตัวกัน เทใส่หมูบดกับกุ้งสับประมาณครึ่งฟอง ส่วนที่
จากกระแสของความนิยมในการเลี้ยงนกกรงหัวจุก หรือนกปรอทหัวโขนมานาน โดยเฉพาะระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา มีจำนวนผู้เลี้ยงนกกรงหัวจุกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในจังหวัดสงขลา และอีกหลายจังหวัดในภาคใต้ และในบางพื้นพบว่ามีการเลี้ยงกันแทบทุกครัวเรือน และแต่ละครัวเรือนเลี้ยงนกกรงหัวจุกไม่น้อยกว่า 1 ตัว สาเหตุหนึ่งที่ทำให้มีการเลี้ยงนกกรงหัวจุกมากกว่า 1 ตัว ในแต่ละครัวเรือน เป็นเพราะมีการแข่งขันประกวดประชันเสียงของนกกรงหัวจุก การเลี้ยงนกกรงหัวจุกที่เพิ่มจำนวนมากขึ้น ส่งผลให้ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องเฟื่องฟูตามไปด้วย หนึ่งในนั้นคือการเลี้ยง “หนอนนก” ซึ่งเป็นอาหารของนกกรงหัวจุก จนถึงขณะนี้ มีผู้เพาะเลี้ยงหนอนนกเพื่อจำหน่ายหลายราย ลุงหมู่ ลิ้มสกุล เจ้าของโรงเพาะหนอนนก ลุงหมู่ ลิ้มสกุล อายุ 68 ปี อยู่บ้านเลขที่ 10 ถนนจันทร์วิโรจน์ เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา บอกว่า การเพาะเลี้ยงหนอนนก เป็นอาชีพที่สร้างเสริมสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ การเลี้ยงไม่ยาก ไม่ต้องลงทุนอะไร ใช้เนื้อที่ก็ไม่มาก ประมาณ 5 คูณ 5 เมตร บริเวณเรือนที่อยู่อาศัย “หนอนนก ตอนนี้ทำราคาได้ดี โดยขายส่ง 250-300 บาท/ กิโลกรัม ลูกค้าก็เป็นกลุ่มผู้เลี
