How to
สวัสดีค่ะคุณผู้อ่าน วันนี้มีเคล็ด (ไม่) ลับในการชะลอริ้วรอยแห่งวัยง่ายๆ ก่อนชวนเพื่อนๆ เข้าครัวทำเมนูอาหารกันค่ะ การดูแลสุขภาพผิวให้ดูอ่อนวัย สดใส ในช่วงวัยที่เพิ่มขึ้น นอกจากการใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงดีๆ แล้ว วินแนะนำว่า การดูแลจากภายในด้วยวิธีธรรมชาติก็มีส่วนช่วยและเห็นผลได้ชัดเจนเช่นกันนะคะ การใช้ครีมบำรุงผิว ควรเลือกให้เหมาะกับสภาพผิวของแต่ละคนนะคะ เช่น เพื่อนๆ ที่มีผิวแห้ง ควรใช้ครีมบำรุงที่มีส่วนผสมของมอยส์เจอไรเซอร์ที่ให้ความชุ่มชื่น ป้องกันผิวแห้งกร้าน อันเป็นสาเหตุให้เกิดริ้วรอยแห่งวัยง่ายและเร็วขึ้น นอกจากนี้ ครีมกันแดด ก็เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เช่นกันนะคะ ทาครีมกันแดด เพื่อป้องกันรังสียูวีต่างๆ เพื่อป้องกันไม่ให้ผิวหมองคล้ำค่ะ ดื่มน้ำเยอะๆ สม่ำเสมอ ในแต่ละวันเพื่อนๆ ต้องดื่มน้ำเยอะๆ จิบสม่ำเสมอ ไม่ให้ร่างกายขาดน้ำ เพื่อรักษาความชุ่มชื่นให้กับผิว ทานผักผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ นอกจากนี้ ผักผลไม้ยังเป็นแหล่งวิตามินและแร่ธาตุที่มีประโยชน์ในการช่วยชะลอวัยและริ้วรอยค่ะ เลือกทานไขมันดี เพื่อนๆ หลายคนที่กำลังควบคุมอาหาร อาจจะมีความเชื่อแบบผิดๆ ว่าไม่ควรทานหรือหลีกเลี่ยงไขมัน วินขอบอกว่า
คนมาเที่ยวภาคเหนือล้วนต้องร้องขอชิมขนมจีนน้ำเงี้ยว หรือที่คนในพื้นที่ที่เรียกตัวเองว่า “คนเมือง” พากันเรียกขนมเส้นน้ำเงี้ยว กันอย่างเอิกเกริก เรียกว่าเป็นอาหารพื้นเมืองที่ถูกเรียกหามากที่สุด ไม่แพ้ข้าวซอย แต่ทั้งขนมเส้นน้ำเงี้ยวกับข้าวซอยนี่ ไล่เรียงกันไปแล้วก็หาได้ใช่ของพื้นถิ่นแท้มาแต่ใด หากแต่ยักย้ายถ่ายเทผ่านวัฒนธรรมใกล้เคียงกันในแถบนี้มานั่นเอง แต่ละจังหวัดในภาคเหนือก็มีน้ำเงี้ยวสูตรของตัวเอง แต่ที่ยอมรับกันว่าแน่ ว่าเข้มข้นนักนั้นต้องน้ำเงี้ยวเชียงราย มีเอกลักษณ์ที่เผ็ดจัดจ้านกว่าน้ำเงี้ยวของเชียงใหม่ ลำพูน หรือลำปาง และเผ็ดกว่ามากเมื่อเทียบกับน้ำเงี้ยว “ไต” เมืองแม่ฮ่องสอน หรือน้ำเงี้ยวใสของเมืองแพร่ น้ำเงี้ยวที่จัดว่ายอดนั้นต้องรสชาติเผ็ด จุดตัดเชือกของน้ำเงี้ยวคือน้ำพริกที่จะนำมาปรุงต้องเข้มข้น ใช้วัตถุดิบดี เลือดไก่ที่นำมาใส่เป็นก้อนๆ ต้องสด และจะให้ขึ้นชั้นเทพต้องมีดอกงิ้วหรือดอกนุ่นแห้งใส่ด้วย นับว่าของจริงแน่แท้ คำว่า “เงี้ยว” นั้น เป็นคำเก่าใช้เรียกคนเชื้อสายไทยใหญ่ หรือเชื้อสาย “ไต” ที่อาศัยทางภาคเหนือของไทย ในเขตพม่าและไปถึงจีนตอนใต้ “น้ำเงี้ยว” นั้นจึงว่ากันว่ามีสูตร
กระแสคนแห่ไปเรียนโยคะในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ คุณกอบพงษ์ สงฆ์เจริญ หรือ คุณโอ๊ค หันไปศึกษาด้านการออกกำลังกายอย่างจริงจัง หลังจากเรียนจบภาษาจีนธุรกิจ ของมหาวิทยาลัยภาษาและวัฒนธรรมปักกิ่ง ที่ประเทศจีน โดยเริ่มจากการเรียนเกี่ยวกับกีฬาในสหรัฐอเมริกา เรียกว่า เทรนเนอร์ อเมริกัน ท็อปปิ้ง ออฟ เอ็กเซอร์ไซส์ หลังจากนั้นคุณต่อพงษ์ศึกษาต่อเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูก ในหลักสูตร “ออร์โธปิดิกส์ เอ็กเซอร์ไซส์” เกี่ยวกับกระดูกและข้อต่อ นอกจากนี้ ยังฝึกฝน แอเรียลซิลค์ หรือการออกกำลังกายโดยการปีนผ้า ที่ประเทศแคนาดา โดยไปเรียนเซอร์คัส อินสตรักเจอร์ หมายถึงผู้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับเซอร์คัส กายกรรม ทำให้คุณกอบพงษ์เป็นเจ้าของสตูดิโอออกกำลังกาย, ครูสอนปีนผ้า และผู้เชี่ยวชาญด้านการออกกำลังกายด้วยวัยเพียง 33 ปี “แต่ก่อนแสดงและถ่ายโฆษณาเกี่ยวกับแอเรียลซิลค์ เปิดได้ 3 เดือน มีประสบการณ์การสอนที่อื่น สอนแอเรียลซิลค์ 2 ปี และสอนที่โยคะ แอนด์ มี มาก่อน ส่วนสตูดิโอเวนิส ดี โยคะ (Venice Di Yoga) ที่ B101 เวนิส ช็อปปิ้ง พลาซ่า ซอยวัชรพล 2/7 โดยมีหุ้นทั้งหมด 4 คน และเลือกทำเลมองว่าแถวนี้หมู่บ้านเยอะ อยู่ใกล้โรงเรียนจ
ฝีมือคนไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก แม้กระทั่งการผลิตและออกแบบ “รถไถมินิ” ที่ช่วยให้การทำงานในไร่นาเป็นเรื่องง่าย เพราะรถไถมินิ ใช้ไถได้ดีจริง ทำแปลงปลูกผัก ยกร่อง ไถกลบหญ้า ผลงานประดิษฐ์ชิ้นนี้เป็นของ คุณวิทย์ธชัย ขันอาษา หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ “ช่างกรุง” หรือ “เสี่ยกรุง” เกษตรกรคนเก่งที่อาศัยอยู่ในจังหวัดยโสธร เสี่ยกรุง ผู้ประดิษฐ์ “รถไถมินิ” ได้เล่าให้ฟังว่า ครอบครัวของเขาอยู่ในจังหวัดยโสธร ปลูก “ข่าเหลือง” และมันสำปะหลัง เป็นรายได้เลี้ยงครอบครัว ปัจจุบันเกษตรกรในท้องถิ่นส่วนใหญ่มีอาชีพปลูกมันสำปะหลัง แต่ประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานกำจัดหญ้าในร่องมันสำปะหลัง โดยเสียค่าจ้างแรงงาน วันละ 300-400 บาท ทำให้เสี่ยกรุงเกิดไอเดียที่จะพัฒนานวัตกรรมในรูปแบบของ “รถไถมินิ” เพื่อช่วยทำงานในไร่นาและประหยัดต้นทุนค่าจ้างแรงงาน เสี่ยกรุง โชว์การทำงานของรถไถมินิ เสี่ยกรุง ใช้เวลาพัฒนารถไถนามินิ ประมาณ 2 ปี โดยจำลองรูปแบบมาจากรถไถขนาดใหญ่ ให้กลายเป็นรถไถขนาดเล็ก ที่มีน้ำหนักน้อย ใช้งานง่าย เมื่อรถไถมินิต้นแบบเสร็จสมบูรณ์ สามารถทำงานได้ดีในสไตล์ “จิ๋วแต่แจ๋ว” เสี่ยกรุงได้นำไปทดลองใช้ในไร่นาของตัวเอง ปรากฏว่า เพื
ขน…ของสุนัขเปรียบเสมือนเกราะป้องกันผิวหนังอย่างดี ก็เปรียบเสมือนเสื้อผ้าที่คนเราสวมใส่เพื่อป้องกันผิวหนังของเรานั่นเอง ฉะนั้นการดูแลขนในสุนัขมีความสำคัญไม่น้อยที่เจ้าของต้องให้ความใส่ใจมากๆ นะคะ สุนัขแต่ละสายพันธุ์ก็ย่อมมีลักษณะของขนแตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเรื่องความยาวของขน เรื่องความหนาบางของขน หรือแม้แต่ขนหยิก ขนตรงเป็นต้น สายพันธุ์ก็ทำให้ขนต่างกันนะคะ สุนัขพันธุ์ที่ขนสั้นเช่นพันธุ์ชิวาวา ปั๊ก บีเกิ้ล ลาบราดอร์ หรือแม้แต่สุนัขไทยทั่วๆไปที่เราๆเห็นกันเป็นต้น สุนัขพันธุ์ที่ขนยาวปานกลางเช่นพันธุ์บางแก้ว ไซบีเรียน พุดเดิ้ล โกลเด้นรีทรีฟเวอร์ เป็นต้น และสุนัขพันธุ์ที่ขนยาวเช่น ชิสุ ปอมเมอเรเนียน มอลทีส เป็นต้น ถ้าสุนัขของเราไม่ได้รับการดูแลขนและผิวหนังอย่างถูกวิธีแล้วล่ะก็ท่านเจ้าของสุนัขทั้งหลายก็จะพบปัญหาของผิวหนังในสุนัขของท่านตามมามากมายแน่นอน ปัจจัยที่จะส่งผลต่อสภาพขนและผิวหนังของสุนัขที่ควรทราบ ได้แก่ 1.พันธุกรรม เป็นปัจจัยแรกที่ทำให้ขนของสุนัขแตกต่างกันไป ซึ่งสุนัขแต่ละตัวจะมีพันธุกรรมที่ถูกถ่ายทอดออกมาจากพ่อแม่สุนัขในลักษณะที่แตกต่างกัน ทำให้สภาพของขนแตกต่างกันออกไป บางตัวอาจจ
เป็นอีกหนึ่งอำเภอที่มีการเลี้ยงเป็ดไข่มากที่สุด ส่งออกขายทั่วประเทศ รวมถึงส่งขายทั่วโลก สำหรับอำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม และหนึ่งในฟาร์มที่มีขนาดใหญ่เป็นลำดับต้นๆ ของจังหวัดนี้ ก็คือ “ฟาร์มเป็ด โชคอำนวย” เลี้ยงเป็ดไข่รวมทั้งสิ้น 4 หมื่นตัว และมีการเลี้ยงด้วยระบบฟาร์ม แม่เป็ดออกไข่ดก ฟองใหญ่ ขายได้ราคาดี พ่อค้าคนกลางรับซื้อหน้าฟาร์มฟองละ 4 บาท คุณอำนวย เฉลิมกลิ่น ปัจจุบันรับราชการเป็น อบต. ตำบลบางเลน จังหวัดนครปฐม และยังเป็นเจ้าของฟาร์มเป็ด โชคอำนวย เขาเผยกับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า “ผมเริ่มเลี้ยงเป็ดมาตั้งแต่ปี 2536 โดยคุณแม่เป็นผู้ลงทุนให้ทั้งหมด ขณะนั้นเลี้ยงเป็ด 4 พันตัว บนพื้นที่ กว้าง 7 วา ยาว 12 วา เลี้ยงเรื่อยมาจนปัจจุบันเพิ่มขึ้นเป็น 4 หมื่นตัว โดยเป็ด 1 ตัว จะใช้เนื้อที่ 7 ตารางเมตร” สำหรับสายพันธุ์เป็ดที่คุณอำนวยเลี้ยง มี 2 สายพันธุ์ คือ เป็ดกากี ราคาลูกเป็ดพันธุนี้ ตัวละ 10 – 21 บาท และเป็ดพันธุ์ต่างประเทศตัวละ 21-24 บาท ซึ่งเทคนิคที่ทำให้เป็ดออกไข่ดก ฟองใหญ่ ต้องเตรียมตั้งแต่ลูกเป็ดยังเล็ก โดยขุนอาหารลูกเป็ดให้ร่างกายสมบูรณ์ ตัวโต “ลูกเป็ดที่อายุ 30 วัน จะถูกนำไปปล่อยทุ่งนา (
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ร้านอารีดอย (รักคนกินเผ็ด) เป็นตู้ขายปลาหมึกย่าง กุ้งย่างเล็กๆ ตั้งอยู่หลังสนามกีฬาจังหวัดสุราษฎร์ธานี เปิดขายมากว่า 30 ปี ราคาเริ่มต้นที่หลักพัน (สตางค์) แต่ลูกค้ามาอุดหนุนกันไม่ขายสาย จากการสอบถามนายอรุณ จันทร์กำเนิด อายุ 57 ปี เจ้าของร้าน เล่าว่า เดิมทีเคยทำงานเป็นช่างซ่อม และได้ลาออกมาขายปลาหมึกย่าง กุ้งย่าง และลูกชิ้นย่าง อยู่ที่บริเวณหลังสนามกีฬาจังหวัดสุราษฎร์ธานี นานกว่า 30 ปี ลูกค้าส่วนใหญ่จะรู้จักในชื่อเรียกกันว่า ร้านอารีดอย (ผันกลับ ก็คือ อร่อยดี) โดยเริ่มขายมาตั้งแต่ ตัวละ 500 (สตางค์) จนถึงปัจจุบันขายอยู่ที่ตัวละ 1,500 (สตางค์) เนื่องจากราคาอาหารทะเลที่มีราคาสูงขึ้น โดยหมึกที่นำมาขายจะใช้หมึกกล้วยในพื้นที่ซึ่งจะสดและใหม่ทุกวัน “ด้วยความที่เป็นคนอารมณ์ดี และอยากให้ลูกค้ารู้สึกได้กินของดีและสร้างความรู้สึกสนุกสนานในการรับประทานของที่ดีของสดและมีคุณภาพแต่ราคาถูกจึงได้ตั้งราคาขายหมึกย่างเป็นราคาสตางค์ มันทำให้เหมือนลูกค้าที่มากินหมึกย่างที่ร้านเป็นคนรวยทุกคน แต่ก็เคยมีบางลูกค้าที่ไม่เข้าใจมาถามว่าหมึกย่างราคาตัวและเท่าไหร พอตนตอบไปว่า 1,500 บางคนก็เดินห
สำหรับใครที่เข้าไปซื้อของที่ร้านเซเว่น อีเลฟเว่นเป็นประจำ จะต้องเห็นกล้วยหอมทองบรรจุถุงพลาสติกวางจำหน่ายบริเวณเคาท์เตอร์ชำระเงิน ซึ่งนับว่าเป็นผลดีของผู้บริโภคที่นอกจากจะอิ่มสะดวกสำหรับชีวิตที่รีบเร่งของชาวกรุงเทพฯ และปริมณฑลแล้ว ยังได้รับประทานกล้วยหอมคุณภาพดีที่ส่งตรงจากสวนในจังหวัดเพชรบุรีทุกวันอีกด้วย ในขณะเดียวกันเกษตรกรก็ได้รับผลดีไปด้วย ลองดูคลิปที่สร้างจากเรื่องจริงของคุณสมยศ ดำเพิง พนักงานออฟฟิศที่ตัดสินใจลาออกและหันมาเป็นเกษตรกร หนึ่งในเกษตรกรของกลุ่มสหกรณ์การเกษตรท่ายาง จ.เพชรบุรี ที่ปลูกกล้วยหอมทองส่งขายยังเซเว่น อีเลฟเว่น ซึ่งจะมาเล่าเรื่องราวเบื้องหลังความสำเร็จของการประกอบอาชีพเกษตรกร ที่กว่าจะลืมตาอ้าปากได้ ต้องผ่านอุปสรรคนานาประการ สหกรณ์การเกษตรท่ายาง จ.เพชรบุรี ได้มีการจัดโครงการกล้วยหอมทอง โดยรับซื้อกล้วยหอมทองจากเกษตรกร เพื่อส่งออกและส่งเข้าไปขายยังร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ซึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้มียอดการสั่งซื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากเรื่องคุณภาพสินค้าแล้ว คือการได้รับคำแนะนำจากเซเว่น อีเลฟเว่น และการพัฒนารูปแบบบรรจุภัณฑ์ เพื่อให้ทันสมัยและสะดวกสบายต่อผู้บริโ
หากย้อนไปเมื่อหลายสิบปีก่อน หลายคนมองว่า ปลาทู เป็นอาหารสำหรับผู้มีรายได้น้อย แต่มาในวันนี้ ปลาทู กลายเป็นสินค้าราคาแพง และมีผู้บริโภคทุกกลุ่มเป้าหมาย ส่งผลก่อเกิดรายได้ต่อผู้อยู่บนเส้นทางสายนี้ ทำเงินดี กว่าเงินเดือน ก่อร่างสร้างแบรนด์ กว่า 40 ปีแล้วที่ครอบครัวของ คุณอริยาวรรณ์ พงษ์จารุคุปต์ หรือ คุณหน่อย ประกอบอาชีพค้าขายปลาทูนึ่งเลี้ยงชีพ แต่ด้วยภาวะการแข่งขัน กอปรกับคนรุ่นใหม่ไม่สนใจสานต่อธุรกิจ ทำให้ผู้ผลิตปลาทูล้มหายตายจากลงไปเป็นจำนวนมาก แต่ทว่าคุณหน่อยกลับเห็นถึงโอกาสว่าอาชีพนี้มีความยั่งยืนอย่างแน่นอน โดยสังเกตจากจำนวนผู้บริโภคปลาทูนับวันจะสูงขึ้น ครอบคลุมทุกช่วงวัย แต่หากจะให้ยอดขายดีได้นั้น หัวใจสำคัญคือต้องสร้าง “แบรนด์” “ปัจจุบัน หาคนเข้ามาสานต่ออาชีพค้าขายปลาทูค่อนข้างยาก ทั้งๆ ที่เป็นอาชีพทำเงินได้ดีกว่างานในออฟฟิศ ดิฉันเองจึงคิดว่า เราน่าจะเข้ามาสานต่อ ซึ่งที่ผ่านมาผู้ผลิตปลาทูส่วนใหญ่ คือคนรุ่นเก่า ทำตลาดไม่เป็น จึงติดอยู่กับการค้าขายรูปแบบเดิมๆ ยอดขายเริ่มตกลง เราจึงคิดว่าถ้าอย่างนั้น มาสร้างแบรนด์ดีกว่า” คุณหน่อย เล่าเท้าความถึงเหตุที่ใช้แบรนด์ “บ้านปลาทู” เพราะพ่อก
การจะทำธุรกิจอะไรสักอย่างให้ประสบความสำเร็จ ไม่ใช่เรื่องง่าย อีกทั้ง ไม่มีสูตรสำเร็จ หากเริ่มจากศูนย์ อาจจะต้องผ่านบททดสอบมากมาย และบททดสอบเหล่านั้น นั่นล่ะคือประสบการณ์ที่จะสอนเราไประหว่างทางว่าเราจะไม่พลาดอีก เรื่องราว การทำธุรกิจ ของนักธุรกิจมากมาย เป็นเช่นนั้น ไม่ต่างจากเพชร ที่กว่าจะมาเป็นเพชร มันถือถ่านที่ผ่านความร้อนและแรงกดดันมหาศาล คุณกร หรือคุณกรณ์รวี ฐิติอมรวิทย์ ที่อาจเรียกได้ว่า ผู้ประกอบเอสเอ็มอียุคแรกๆ ที่คำว่า เอสเอ็มอีเพิ่งเข้ามาสู่เมืองไทยเมื่อก่อนปี 2540 และกล่าวได้ว่า เธอเป็นนักธุรกิจในปัจจุบัน เช่นเดียวกันคนอื่นๆ คุณกร เคยผ่านงานบริษัท รายได้สูง แต่สุดท้ายก็พบว่าอาชีพอิสระ ธุรกิจของตัวเองคือคำตอบ คุณกร ทำมาแล้วหลายอาชีพ แต่ละอาชีพล้วนสอน และต่างเป็นแรงเสริมแรงดันให้กับตัวเองเรื่อยมา แต่สิ่ง ที่เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้พูดคุยและเจาะลึกในวันนี้คือ เรื่องราว การทำหมูปิ้งนมสดคุณกร ที่เธอเริ่มต้นมาตั้งแต่ราวปี 2550 กระทั่งปัจจุบัน สามารถขายแฟรนไชส์ รวมทั้งมีสาขาของตัวเองในปั๊มน้ำมัน ปตท.นับร้อยสาขา หลังจากที่เธอทำหมูปิ้งนมสดออกมา เธอมองว่า ถ้าได้เข้าไปอยู่ในปั
