Exclusive
จากพนักงานธนาคาร สู่เจ้าของธุรกิจแฟรนไชส์ “ปังก้อนทอง” สร้างรายได้หลักล้านต่อเดือน หากพูดถึงขนมปังปิ้งที่มีราคาไม่แพงมาก หาซื้อกินได้ง่าย ชื่อ “ปังก้อนทอง” ต้องอยู่เป็นอันดับต้นๆ เพราะเป็นแบรนด์ขนมปังปิ้งที่ขายในราคาที่ถูก ชิ้นละ 25 บาท และรสชาติอร่อย อีกทั้งยังต่อยอดมาขายแฟรนไชส์จนทำรายได้ต่อเดือนอยู่ที่ล้านกว่าบาท คุณกอล์ฟ-กิตติ์กวิน บุญเชย เจ้าของแบรนด์ปังก้อนทอง ได้เปิดเผยเรื่องราวการเดินทางของแบรนด์ กว่าจะมีอย่างทุกวันนี้ได้ ต้องทำอย่างไรบ้าง จุดเริ่มต้นของคุณกอล์ฟ เดิมทีเป็นพนักงานธนาคารแห่งหนึ่ง อยู่ได้ประมาณ 1 ปี จึงตัดสินใจลาออกด้วยเหตุผลส่วนตัว หลังจากนั้นก็ได้มาทำอีกหลายอาชีพ และสุดท้ายผันตัวมาทำเบเกอรี่ และต่อยอดมาเป็นร้านปังก้อนทอง “กว่าคนที่จะซื้อเค้กก่อนหนึ่งได้ มันนาน หากเราเปลี่ยนเค้กเป็นผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ที่ใกล้เคียงกัน และคนสามารถบริโภคได้ทุกวัน ขนมปังสังขยาเลยผุดขึ้นมาในหัว แต่ว่าเราจะทำขนมปังสังขยาอย่างไรให้มีรูปลักษณ์ที่แปลกไป ให้มีความน่าสนใจมากขึ้น” คุณกอล์ฟ เล่า จากนั้นเขาจึงเริ่มมีการลองผิดลองถูก นำขนมปังมาสอดไส้ต่างๆ และนำวัตถุดิบที่หาได้ในท้องถิ่นมาใช้ จนเกิด
ย้อนไปกว่า 70 ปีจากร้านยาเล็กๆ ของครอบครัวจีนจากโพ้นทะเล “อั้งง่วนเฮง” มีการส่งต่อจากรุ่นอากง จนมาถึงวันนี้ ในแบรนด์ “สุภาพโอสถ” ธุรกิจของพวกเขา สามารถก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในผู้นำอุตสาหกรรมยาของไทยได้อย่างสง่างาม “หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ในปี 2497 อากงและพี่น้องตระกูลแดงประเสริฐ ที่อพยพมาจากจีน เริ่มต้นจากธุรกิจเรือค้าข้าว ก่อนตัดสินใจหันมาปักหลักสร้างร้านขายยา ประกอบกิจการนำเข้ายาจากอังกฤษและญี่ปุ่นมาตอบโจทย์ความต้องการของคนไทยยุคนั้น และถือเป็นหนึ่งในร้านยาที่มีชื่อเสียงพอสมควร” คุณพิษณุ แดงประเสริฐ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการขายและการตลาด บริษัท โรงงานเภสัชอุตสาหกรรม เจเอสพี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ JSP ให้ข้อมูลกับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” อย่างนั้น ก่อนเล่าให้ฟังต่อ เมื่อธุรกิจขยายตัว ร้านขายยากลายเป็นกิจการค้าส่ง และต่อยอดสู่การตั้งโรงงานผลิตยาเอง ในช่วงปี พ.ศ. 2500 อุตสาหกรรมยาไทยเริ่มก่อตัว “สุภาพโอสถ” จึงกลายเป็นรากฐานสำคัญ ก่อนที่พี่น้องตระกูลแดงประเสริฐจะแยกย้ายไปสร้างโรงงานของตัวเอง คุณพิษณุ เผยต่อว่า การทำธุรกิจในแบบครอบครัวของเขา ทำการตลาด Below the line ไม่เน้นการตล
ปฏิเสธไม่ได้ว่าชื่อของ “รัศมีแข ฟ้าเกื้อล้น” กำลังเป็นไวรัลในระดับอินเตอร์ หลังเข้าร่วมแข่งขันในรายการดังระดับโลก ที่ออกอากาศทาง Netflix อย่าง Physical:Asia คนแกร่งแข่งอึด : ศึกแห่งเอเชีย รวมสุดยอดคนแกร่งจาก 8 ประเทศ มาร่วมแข่งขัน และประลองความอึด สำหรับทีมไทย นำโดย ซุปเปอร์บอน สิงห์มาวิน แชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิ่ง รุ่นเฟเธอร์เวต, ซันนี่-เกิดแก้ว เวโชกิตติกรม นักรักบี้ทีมชาติไทย, อนุชา โยษปัญา นักมวยปล้ำอาชีพ, พลอย-นวรรณรี โอลเซน นักเพาะกายหญิง, อุราชา ธีรวนิษฐาน นักกีฬา CrossFit ระดับนานาชาติ และ เจมส์-รัศมีแข ฟาเกรลุนด์ หรือ รัศมีแข ฟ้าเกื้อล้น นักแสดง พิธีกร ที่เป็นสีสันของทีมไทย รัศมีแข โดดเด่นตั้งแต่เปิดตัว EP. แรก ด้วยสไตล์การแต่งตัวสายแฟชั่น สวมรองเท้าส้นสูง เดินเข้ารายการแบบสับๆ ทำให้ผู้เข้าแข่งขันจากประเทศอื่นหันมองกันเป็นตาเดียว และมีคำถามจากทีมเกาหลีใต้ว่า ผู้ชายใส่รองเท้าส้นสูงได้ด้วยเหรอ ส่วนทีมญี่ปุ่น ก็คิดว่ารัศมีแขร่ายมนต์ หลังเจ้าตัวทำท่าเซเลอร์มูน ในรายการ รัศมีแข ยังสร้างมีมอย่างต่อเนื่อง ภายใต้รูปร่างอันแข็งแกร่ง แต่เป็นคนยิ้มแย้ม สนุกสนาน ที่ชอบสร้างเสียงหัวเรา
จากกิจการข้าวสารของครอบครัวที่ยืนหยัดมานานกว่า 40 ปี ปัจจุบันใช้แพลตฟอร์มออนไลน์อย่าง Shopee ในการพลิกกลยุทธ์ วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้นำเรื่องราวความสำเร็จของ คุณปุ๊ก-ศิริรัตน์ อินทร์คล้าย กรรมการบริษัทและทายาทรุ่นที่ 2 เจ้าของ “ข้าวหอมบัวจัสมิน” แบรนด์ SMEs จากกาญจนบุรี ต่อยอดสู่การขายออนไลน์เต็มรูปแบบ โดยเฉพาะการใช้ Shopee Live ที่สามารถทำยอดขายโต 200% สร้างยอดขายพีกสุด 2,000 ออร์เดอร์ต่อวัน และคว้ารางวัล DBD Influencer Award มาครอง พร้อมทั้งกระจายรายได้ให้คนในชุมชนและเติบโตอย่างยั่งยืน “ข้าวหอมบัวจัสมิน” พลิกกลยุทธ์ด้วย Shopee คุณปุ๊ก เล่าถึงจุดเริ่มต้นของแบรนด์ว่า กิจการข้าวสารนี้สืบทอดมาจากพ่อแม่ที่ทำมาแล้วกว่า 40 ปี “หลังจากเรียนจบ เราตั้งใจกลับมาช่วยต่อยอด เพราะอยากให้คนไทยได้ทานข้าวหอมคุณภาพดี ในราคาที่เข้าถึงได้ แบรนด์ยืนหยัดด้วย ความซื่อสัตย์และคุณภาพ เราไม่เคยบอกเกินจริงว่าข้าวของเราเป็นข้าวหอมมะลินาปี แต่บอกตามจริงว่าเป็นข้าวหอมนาปรัง ที่ผ่านการคัดสรรอย่างพิถีพิถัน ไม่หัก ไม่ป่น และไม่ผสมข้าวแข็ง” ก่อนจะเล่าต่อว่า ความท้าทายของแบรนด์ “ข้าวหอมบัวจัสมิน” จะเป็นใน
“เราไม่ได้อยากให้ลูกค้าจดจำอะไรทั้งนั้น ทั้ง ชื่อ เบอร์โทร หรือส่วนประกอบต่างๆ เพราะอยากให้จดจำเฉพาะความอร่อยตรงหน้าเท่านั้น” ใครจะรู้ว่าเบื้องหลังชามราเมนร้อนๆ ที่ร้าน No Name Noodle BKK นั้น ได้ซ่อนเรื่องราวความผูกพันและความตั้งใจไว้อย่างมากมาย ก่อตั้งโดย เชฟชินจิ อิโนะอุเอะ ซึ่งเชฟชินจิ เล่าให้ฟังว่า แรงบันดาลใจในการทำราเมนมาจากคุณแม่ ย้อนกลับไปประมาณ 40 ปีที่แล้วได้เรียนรู้และซึมซับการทำราเมนมาตลอดตั้งแต่เล็กจนโต เชฟชินจิ เล่าให้ฟังว่า เส้นราเมนทุกเส้นที่เสิร์ฟในร้าน ผ่านกรรมวิธีการทำที่พิถีพิถัน ตั้งแต่การคัดเลือกวัตถุดิบไปจนถึงการต้มซุป รสชาติของราเมนที่ No Name Noodle BKK นั้นเป็นเอกลักษณ์ ไม่เหมือนใคร และการันตีความอร่อยด้วยรางวัล LINE MAN Wongnai Users’ Choice 2024 อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง จุดเริ่มต้น เชฟชินจิ เล่าว่า “คุณแม่เปิดร้านยาไต (屋台) เป็นร้านรถเข็นขนาดเล็กในประเทศญี่ปุ่น สำหรับสไตล์ยาไต จะเป็นการเสิร์ฟชามต่อชามให้กับลูกค้า” เมื่อประมาณ 6 ปีที่แล้ว เชฟชินจิมาประเทศไทย และเขาพบว่าไม่มีร้านอาหารไหนที่มีเชฟเป็นคนญี่ปุ่นเลย “รู้สึกเหงาครับ รู้สึกว่าไม่มีคนบ้านเด
การเริ่มต้นชีวิตใหม่ ตามแบบฉบับที่ตนเองต้องการ ไม่มีคำว่า สายเกินไป เชื่อว่าบางครอบครัวอาจมีความคาดหวังว่า ลูก จะต้องประคองตัวให้อยู่รอด แล้วสิ่งที่จะทำให้ชีวิตมั่นคงได้นั้น คือ การมีงานประจำทำ แต่ความถนัด ความชอบ หรือความคิดของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ผู้เขียนได้พูดคุยกับ คุณบอย-ศิวดล ระถี เจ้าของร้านนนบุราเมน พูดคุยถึงเรื่องราวในชีวิต กว่าจะก้าวมาเปิดร้านราเมนได้ ต้องผ่านปัญหาที่เรียกได้ว่า สารพัดอย่าง และปัญหาที่ว่านี้ ก็คล้ายๆ จุดเปลี่ยนและกลายเป็นจุดที่ทำให้เขาได้เริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง แรงกดดัน-ความเครียด-การเปลี่ยนแปลงทางบทบาทและหน้าที่ สาเหตุของการเป็น Midlife Crisis คุณบอย เล่าให้ฟังว่า ก่อนออกจากงานมาทำร้านราเมนได้ทำงานที่หน่วยงานรัฐแห่งหนึ่ง แต่ในช่วงที่ทำงานมันเป็นช่วงรอยต่อที่เกิดเหตุการณ์ที่กระทบจิตใจ คือการสูญเสียคุณพ่อ โดยจังหวะที่คุณพ่อเสียเป็นจังหวะที่จะเริ่มทำงาน พอดี ทำได้ประมาณ 4-5 ปี เรื่องราวของคุณพ่อจะมาเกี่ยวข้องอะไรกับการเริ่มต้นชีวิตใหม่ของเขา ต้องเล่าย้อนไปก่อนหน้านั้นว่า คุณพ่อมีความคาดหวังให้ลูกมีอาชีพการงานที่มั่นคง หลังจากเรียนจบในปี 2540
เมื่อร่างกายส่งสัญญาณว่าทำงานหนักเกินไปจนเป็นออฟฟิศซินโดรม ทั้งอาการปวดหัว ปวดหลังรุมเร้า ทำให้อดีตกราฟิกดีไซเนอร์ คุณหลี-ประภาวี ศิวเวทกุล ตัดสินใจหันกลับมาดูแลตัวเอง พร้อมนำสมุนไพรข้างรั้วของแม่ที่เคยใช้บรรเทาอาการเจ็บป่วยในวัยเด็ก มาสร้างแบรนด์ Herbpiness ด้วยความตั้งใจอยากให้คนที่ใช้เครื่องหอมสมุนไพรได้บรรเทาความเหนื่อยล้า คลายความเครียดและเพิ่มความสุข จุดเริ่มต้น Herbpiness เครื่องหอมสมุนไพร “ตอนเด็กๆ ไม่เข้าใจหรอกเวลาที่แม่ใช้สมุนไพรมาบรรเทาอาการเจ็บป่วยแทนการใช้ยาปฏิชีวนะ เช่น เอาใบพญายอมาบดแล้วโปะเวลาโดนยุงกัดหรือเป็นลมพิษ หรือใช้ว่านหางจระเข้เวลาโดนน้ำร้อนลวก รู้ตัวอีกทีอาการก็บรรเทาลงแล้ว และกลายเป็นความผูกพัน ความรักในการใช้สมุนไพรของแม่ที่เป็นนักชีววิทยาและชาวสวน พอมีอาการเจ็บป่วยจากการทำงานก็ทำให้เราตกตะกอนความคิดชวนแม่มาสร้างแบรนด์เครื่องหอมสมุนไพร” คุณหลี เล่าให้ฟัง Herbpiness คือแบรนด์เครื่องหอมสมุนไพรไทยที่ตั้งใจนำความเป็นไทยมาตีความใหม่ให้เข้าใจและเข้าถึงง่าย ด้วยการออกแบบกลิ่นมาเพื่อคลายความเครียด บรรเทาความเหนื่อยล้า และเพิ่มความสุข พร้อมบรรจุในแพ็กเกจจิ
ใครจะคิดว่าการห่อข้าวไปกินที่ออฟฟิศ เพราะเบื่อกับเมนูเดิมๆ ร้านเดิมๆ จะกลายเป็นจุดเริ่มต้นธุรกิจของสาววัย 28 ปี เรื่องราวของ คุณขนม-ไปรดา จันทรภิรมย์ เจ้าของร้านกล่องข้าวแม่ (Mama.box) แบรนด์ที่เริ่มต้นจากการแก้ Pain Point ของตัวเอง สู่การมีหน้าร้าน 4 สาขา และรับทำข้าวกล่องจัดเลี้ยงด้วยเมนูหลากหลาย ดูน่าทาน ราคาจับต้องได้ จึงทำให้มีออร์เดอร์สูงสุด 1,000 กล่องต่อวัน สร้างรายได้หลักแสนบาทต่อเดือน ก่อนมาเป็นเจ้าของแบรนด์ คุณขนม เรียนจบนิติศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และจบเนติบัณฑิต ก่อนย้ายไปเรียนต่อต่างประเทศอีก 6 เดือน และกลับมาเป็นทนายความที่ Law firm อีก 2 ปี โดยการทำงานส่วนใหญ่อยู่ในออฟฟิศเป็นหลัก และกินข้าวในโรงอาหารเดิมๆ ทุกวัน จนเริ่มรู้สึกเบื่อ ประกอบกับรสชาติไม่ค่อยถูกปาก และการสั่งดีลิเวอรีก็ไม่ตอบโจทย์ทั้งในแง่ราคาและปริมาณ เธอจึงห่อข้าวฝีมือแม่มากิน อีกทั้งยังแบ่งให้เพื่อนๆ ได้ลิ้มรสชาติ จนติดใจ จึงทำให้เกิดแนวคิด “ทำไมเราไม่ลองขายดู” ในตอนนั้นได้เปิดเป็นร้านขายข้าวแกงแบบพรีเมียม จากวัตถุดิบ อย่าง กุ้งแม่น้ำ หมึกจากชุมพร และขายเมนูที่หาทานได้ยาก ตามจุดออฟฟิศ
ในยุคที่เศรษฐกิจฝืดเคือง คนไม่กล้าลงทุน “โก๋นักบิน” แฟรนไชส์ปาท่องโก๋ชื่อดัง ที่อยู่คู่คนไทยมากว่า 4 ปี กลับไม่หยุดนิ่ง ล่าสุดเปิดตัวสินค้าใหม่ “แป้งปาท่องโก๋สำเร็จรูปโก๋นักบิน” ภายใต้คอนเซ็ปต์ “อวสานปาท่องโก๋ทำยาก” หวังช่วยต่อยอดให้ทั้งแม่ค้า ร้านอาหาร และโรงแรม สามารถเพิ่มเมนูใหม่ได้โดยไม่ต้องยุ่งยาก “ที่ผ่านมา หลายคนอยากขายปาท่องโก๋ แต่พอเห็นขั้นตอนหมักแป้งข้ามคืนมักถอดใจ เราเลยคิดค้นสูตรแป้งสำเร็จรูปที่ทำง่ายสุดๆ แค่ นวดแป้ง 3 นาที พักแป้งเพียง 1 ชั่วโมง ทอดได้เลย ไม่ต้องใช้แอมโมเนีย แถมกรอบนอกนุ่มใน เหมือนมืออาชีพทำเอง” คุณหนุ่ม-ณัฐธร และขวัญ เจ้าของแบรนด์ “โก๋นักบิน” เผยกับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ถึงที่มาของสินค้าตัวล่าสุด ที่มาพร้อมแนวคิด “ทำง่าย กำไรดี” แป้งปาท่องโก๋สำเร็จรูป “โก๋นักบิน” จึงถูกออกแบบให้ตอบโจทย์ทุกกลุ่มลูกค้า ตั้งแต่แม่ค้าขายอาหารเช้า ร้านอาหารที่อยากเพิ่มเมนู ไปจนถึงโรงแรมและรีสอร์ตที่ต้องการเสิร์ฟเมนูพื้นบ้านร้อนๆ ในไลน์บุฟเฟต์เช้า เพราะเพียงฉีกถุง เติมน้ำเล็กน้อย แล้วนวด พร้อมทอดขายได้ทันที โดยแป้ง 1 ถุง น้ำหนัก 1 กิโลกรัม ราคา 120 บาท หากตัดขนาดม
“อาหารจีนมี 4 ภาคเหมือนประเทศไทย เราเลยจ้างเชฟมาโดยเฉพาะ อย่าง เป็ดปักกิ่ง ก็จ้างเชฟทำเป็ดปักกิ่งมา ติ่มซำ ก็จ้างเชฟทำติ่มซำมา ลูกค้าที่ร้านเราจะได้ทานอาหารครบทุกภาค ในรสชาติต้นตำรับ ผมอยากทำให้คนไทยรู้จักอาหารจีนมากขึ้น ไม่ต้องซื้อตั๋วเครื่องบินไปกิน และสมัยนี้ร้านอาหารจีนเปิดเยอะมาก แต่เรายังคงสไตล์เดิม รสชาติดั้งเดิม อาจจะฟิวชันนิดหน่อย เพื่อให้เข้าถึงลูกค้า” คำบอกเล่าของ เชฟแมน หรือ เชฟไว ยิน มาน เชฟผู้มากประสบการณ์กว่า 40 ปี ล่าสุดได้เปิดให้บริการสาขาใหม่ ขนาดใหญ่กว่าเดิม ในโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เพรสทีจ บนถนนราชดำริ ก่อนพาทุกคนไปสัมผัสความอร่อยของเมนูในสาขานี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ขอพาไปทำความรู้จักกับ เชฟไว ยิน มาน หรือที่หลายคนเรียกว่า เชฟแมน หรือ เชฟมาน ให้มากขึ้น เชฟแมน เกิดและเติบโตในฮ่องกง ก้าวเข้าสู่วงการอาหารตั้งแต่อายุเพียง 13 ปี โดยเริ่มต้นจากการเป็นลูกมือในร้านอาหาร จนได้เรียนรู้เทคนิคการทำอาหารให้มีรสชาติอร่อย จากการทุ่มเททำงานอย่างหนักทุกหน้าที่ในห้องครัว เมื่อเก็บเล็กผสมน้อยจนมีประสบการณ์มากพอ เขาได้ตัดสินใจย้ายถิ่นฐานมาทำงานในประเทศไทย ในปี 2538 โด
