Exclusive
ลาออกจากงานมาขายอาหารคลีน ธุรกิจที่เริ่มต้นจาก “ฉันจะผอม” สู่ยอดขายหลักแสนต่อเดือน จากความตั้งใจเล็กๆ ของสาวออฟฟิศ ที่อยากดูแลร่างกายให้ฟิตแอนด์เฟิร์มก่อนไปดูคอนเสิร์ตศิลปินเกาหลีที่ชื่นชอบ นำมาซึ่งการต่อยอดอาชีพ ขายอาหารคลีนผูกปิ่นโตเป็นรายได้เสริม เธอเริ่มต้นจากครัวคอนโด ถึงปัจจุบันกลายเป็นธุรกิจรายได้หลักแสนต่อเดือน พร้อมย้ายครัวมาปรุงในบ้านหลังใหม่ที่ซื้อจากน้ำพักน้ำแรง จุดเริ่มต้น ขายอาหารคลีนผูกปิ่นโต คุณอุ้ยอ้าย-อันน์นา พิพัฒน์อัศม์เดช วัย 30 ปี เล่าให้ฟังว่า เธออยากดูแลหุ่นตัวเองให้สวยและดูดีขึ้น ก่อนไปดูคอนเสิร์ตศิลปินเคป๊อปวงโปรด เมื่อมีเป้าหมายจึงเริ่มทำอาหารคลีนทานเองและออกกำลังกายควบคู่กันไป จนสามารถลดน้ำหนักได้ราวๆ 10 กิโลใน 1 เดือน “เราทำอาหารแล้วชอบถ่ายรูปลงเฟซบุ๊ก ทำให้คนรอบข้างเห็นการเปลี่ยนแปลง จนพี่ในออฟฟิศบอกว่า ทำมาเผื่อพี่ด้วยสิ ก็ทำมาแชร์กัน ส่วนจุดเริ่มต้นผูกปิ่นโต มีน้องรหัสของพี่สาวมาวานให้ทำอาหารให้ เพราะไม่มีเวลาซื้อข้าวกิน” กระทั่งมีลูกค้ารายแรกทักเข้ามา เพราะเห็นความเคลื่อนไหวผ่านเฟซบุ๊ก ตอนนั้นคุณอุ้ยอ้ายคิดหนัก เพราะการทำอาหารขายมีรายละเอ
ดาวเด่น SMEs ปี 2568 อาหารชูอัตลักษณ์ สมุนไพรแปรรูป ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม คุณแสงชัย ธีรกุลวาณิช ประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย เปิดเผยถึง เอสเอ็มอีดาวเด่น ในปี 2568 ว่า อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น เรื่องของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เรื่องของอาหารที่มีอัตลักษณ์ของท้องถิ่น และ Soft Power ทั้ง Food Fashion Festival Fight Film จะมีบทบาทที่จะทวีความสำคัญมากขึ้น นอกจากนี้ เรื่อง BCG ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ Bio Economy Circular Economy และ Green Economy จะมีบทบาทสำคัญเพิ่มมากขึ้น ซึ่งในกลุ่ม BCG จะมีหลายๆ ธุรกิจด้วยกัน อาทิ อาหารนวัตกรรม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ ออร์แกนิกฟู้ด ฟังก์ชันฟู้ด เมดิคอลฟู้ด สิ่งเหล่านี้เป็น Flagship และมีการเติบโตขึ้นทุกปี ส่วนการแพทย์มูลค่าสูงด้านความงาม สุขภาพ และศาสตร์ของการชะลอวัย ที่ประเทศไทยเอง มีบุคลากรทางการแพทย์ที่มีคุณภาพ มีขีดความสามารถสูงไม่แพ้ชาติใดในโลก ทั้งแพทย์แผนปัจจุบัน และแพทย์แผนไทย ส่งผลให้เรื่องของสมุนไพร การแปรรูปสารสกัดสมุนไพร จะเป็นธุรกิจดาวรุ่ง และยังมีอุตสาหกรรมดิจิทัล ซึ่งอุตสาหกรรมดิจิทัล ทั้งเรื่องของ IOT ซอฟต์แวร์ โปรแกรม แอปพลิเคช
“ระเบียบวาทะศิลป์ คือทางรอดของหลายชีวิต” คุยหลังฉาก “พ่อเอ๊ะ ระเบียบวาทะศิลป์” ผู้ทิ้งความฝัน เพื่อครอบครัวและชาวคณะ “สอย สอย พี่น้องฟังสอย นกแตดแต้บินข้ามปลายไผ่ ผู้ใดบ่ฮู้จักระเบียบวาทะศิลป์ ผู้นั้นคือเช้ยเชย จังซี่กะว่าสอย” ต้องยอมรับว่า ในยุคนี้หาน้อยมากที่จะไม่มีใครไม่รู้จักคณะหมอลำที่มีนามว่า “ระเบียบวาทะศิลป์” ชื่อเสียงเรียงนามนี้ ยืนยงอยู่ในวงการหมอลำมานานถึง 61 ปี ตั้งแต่มีแค่ป้ายชื่อที่ใช้ในการแสดง จนมาถึงวงหมอลำที่จัดเต็มไปทั้ง แสง สี เสียง ตะวันลับขอบฟ้า เป็นเวลาที่หมอลำเริ่มทำการแสดง เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้มีโอกาสเข้าไปดูเบื้องหลังม่านหมอลำ และได้ร่วมพูดคุยกับ พ่อเอ๊ะ-ภักดี พลล้ำ บุคคลสำคัญที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของวงหมอลำระเบียบวาทะศิลป์ในปัจจุบัน หรือทายาทรุ่นที่สองของวง ได้เล่าย้อนถึงจุดเริ่มต้นของวงให้เราฟังว่า… ที่มาของ “ระเบียบวาทะศิลป์” หมอลำขวัญใจมหาชน ระเบียบวาทะศิลป์ ก่อตั้งขึ้นโดยคุณพ่อระเบียบ พลล้ำ และคุณแม่ดวงจันทร์ พลล้ำ สมัยก่อนคุณพ่อคุณแม่ไปเป็นตัวพระตัวนาง อยู่วงครูบาอาจารย์ หลังจากที่แต่งงานกันแล้ว ก็ขอแยกตัวมาทำเป็นวงของตัวเอง คือ ระเบียบวาทะศิลป์ ก
2568 สารพัดปัญหารุมเร้า SMEs ไทย ไม่อยากเป็น “ดาวดับ” ต้องมี “6 ภูมิคุ้มกัน” “ปี 2568 มีธุรกิจ SMEs อยู่ในเกณฑ์ดาวดับ บ้างไหม” คือคำถามที่ตั้งขึ้นเป็นหัวข้อสนทนาในโอกาสใกล้เทศกาลปีใหม่ คุณแสงชัย ธีรกุลวาณิช ประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย จึงออกตัวว่า เรื่อง “ดาวดับ” ในปีหน้า น่าจะมีอยู่แน่ แต่ไม่อยากพูดถึงว่าจะเป็นธุรกิจสาขาไหน หากอยากชี้ให้เห็น 4 เรื่องสำคัญ หากเอสเอ็มอีละเลย ไม่ทำ คือถ้าไม่มี “ภูมิคุ้มกัน” ที่ดี อาจริบหรี่หรือดับได้ ซึ่ง เรื่องที่ 1 คือ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ไม่ปรับตัวและไม่เปลี่ยนแปลงจากสถานการณ์ที่มารุมเร้าในปัจจัยเสี่ยงทั้งหลาย ถ้านิ่งเฉย ไม่ปรับตัว ไม่เปลี่ยนแปลง ไม่ตามสถานการณ์ของกระแสโลกได้ ก็จะทำให้ธุรกิจรายได้ลด กำไรหด และถอยอย่างแน่นอน การไม่ปรับตัว หรือเปลี่ยนแปลง ของเอสเอ็มอีดังกล่าว เกี่ยวข้องกับเรื่องของการนำเอาดิจิทัลเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในธุรกิจ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจ ไม่ปรับตัวในเรื่องของการบริหารจัดการทางการเงิน ไม่ปรับตัวในเรื่องของการสร้างความแตกต่าง เรื่องที่ 2 คือ ธุรกิจที่ไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องของ ESG คือเรื่องของ สิ่งแวดล้อม สังคม
“2024 ปีแห่งความใจฟู” พาเหรดความน่ารักทั้ง พี่จอง-คัลแลน หมีเนย หมูเด้ง และน้องเอวา ช่วยฮีลใจในวันที่เหนื่อยล้า หลายคนยกให้ปี 2024 เป็นปีแห่งความใจฟู คอนเทนต์เชิงบวกได้รับความสนใจเป็นจำนวนมาก อาทิ “พี่จอง-คัลแลน” จากช่อง 컬렌 Cullen HateBerry สองหนุ่มเกาหลีที่ทำคอนเทนต์เที่ยวในไทย ดึงดูดคนดูด้วยเสน่ห์ความน่ารัก ความจริงใจ ต่อมาเป็นพาเหรดความน่ารักของ “น้องหมีเนย” มาสคอตสีน้ำตาลจากร้าน BUTTERBEAR กับคาแร็กเตอร์สุดคิวต์ ทำเอาคนไทยและต่างประเทศโดนตกเข้าด้อมกันเป็นแถว ตามมาด้วย “น้องหมูเด้ง” ฮิปโปแคระ จาก สวนสัตว์เปิดเขาเขียว ที่ใครเห็นเป็นต้องตกหลุมรัก สร้างมีมเป็นไวรัลไปทั่วโลก รันทุกวงการ จนนิตยสาร New York Times ถึงกับมอบรางวัล “คนมีสไตล์แห่งปี” ให้กับเจ้าหมูเด้ง และดาราสาวตัวสุดท้าย นั่นคือ “น้องเอวา” เสือโคร่งสีทองแห่ง เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี ที่กลายเป็นขวัญใจของชาวเน็ตในชั่วข้ามคืน ความน่ารักเหล่านี้เหมือนเป็นคอนเทนต์ที่เอาไว้ฮีลใจในวันที่เหนื่อยล้า เป็นการสร้างตัวตน หรือ Personal Branding ให้กับสถานที่ท่องเที่ยวหรือแบรนด์นั้นๆ เริ่มต้นจากความจริงใจ ทำให้สามารถสร้างความประทับใจ และส่งต
รวม 10 เมนูมาแรงแห่งปี 2024 ฮิตติดเทรนด์ สร้างกระแสสุดปัง ก่อนส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ขอพาไปดู “10 เมนูมาแรงแห่งปี 2024” ซึ่งมีทั้งคาว-หวาน บอกเลยว่าแต่ละเมนูล้วนได้รับความนิยม และสร้างสถิติ ติดอันดับกันเพียบ แต่จะมีอะไรบ้างนั้น มาดูกันเลย เริ่มต้นกันที่เมนูคาว ไข่พะโล้ ไข่พะโล้ เมนูที่หลายครอบครัวทำกิน แต่ในปี 2024 ขอยกให้เป็นเมนูมาแรง เพราะถูกพูดถึงเป็นวงกว้าง จากเมนู “ไข่พะโล้” ของ “เอ-ศุภชัย ศรีวิจิตร” ผู้จัดการคนดัง ซึ่งหลายคนให้ความสนใจในความน่ากินของหมูสามชั้นชิ้นหนา และไข่ฟองโต 10 ฟอง และการตั้งราคาขาย 499 บาท ซึ่งถูกพูดถึงเป็นวงกว้างในหลายความคิดเห็น แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังขายดิบขายดี แม้ต้องแย่งกันจองคิว แต่หลายคนก็ยอมรอ เพราะอยากลิ้มรสไข่พะโล้ เอ ศุภชัย ดูสักครั้ง ส่วนใครที่ไม่สู้ราคาก็หันมาเข้าครัวทำทานเอง รวมถึงเชฟและพ่อครัวแม่ครัวต่างก็ออกมาแจกสูตรกันเต็มโซเชียล อีกทั้ง LINE MAN ได้เปิดสถิติ ยอดออร์เดอร์ไข่พะโล้ ขายไปแล้วทั่วประเทศกว่า 260,000 ฟอง ตลอด 1 เดือนที่เป็นกระแส (ข้อมูล ณ เดือนกันยายน) จึงเรียกได้ว่า ไข่พะโล้ เป็นเมนูมาแรงของปีนี้ ข
ปีหน้าแข่งเดือด! ฟู้ดแอป เร่งสร้างสีสันต่อเนื่อง เหตุผู้บริโภคเดาใจยาก คุณจิรกิตต์ กว้างสุขสถิตย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจเดลิเวอรี แกร็บ ประเทศไทย เปิดเผย “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ว่า การแข่งขันในตลาดฟู้ดดีลิเวอรี ในประเทศไทย ผู้เล่นแต่ละรายต่างต้องมีการขยับตัวและสร้างสีสันให้กับตลาดอย่างต่อเนื่อง เพราะปี 2568 คาดว่า การแข่งขันเพื่อครองส่วนแบ่งตลาดและใจผู้บริโภคยังคงเป็นความท้าทายหลัก ท่ามกลางพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและคาดเดาได้ยาก โดย แกร็บ ประเทศไทย ได้วางกลยุทธ์ระยะยาวเพื่อให้สามารถสร้างการเติบโตได้อย่างยั่งยืนผ่าน 3 แนวทางหลักคือ การขยายธุรกิจ ในพื้นที่ที่มีโอกาสและมีศักยภาพในการเติบโต การพัฒนานวัตกรรม โดยนำเทคโนโลยี AI และ Machine Learning มากกว่า 1,000 โมเดล มาช่วยยกระดับแพลตฟอร์มและบริการให้มีคุณภาพและตอบโจทย์พฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปในทุกวัน และการเพิ่มประสิทธิภาพ ในการให้บริการควบคู่ไปกับการบริหารต้นทุนเพื่อให้สามารถแข่งขันได้ โดยยังคงรักษาคุณค่าในการให้บริการอย่างดีที่สุด และในโอกาสนี้ ทางตัวแทนแกร็บ ประเทศไทย ได้ฝากข้อเสนอแนะหรือแนวทาง สำห
เทรนด์ท่องเที่ยว “เดินทางคนเดียว” แรงไม่แผ่ว หมุดสำคัญ สเปน อิตาลี กรีซ ส่องเทรนด์ท่องเที่ยว ปี 2568 เดินทางคนเดียวยังแรงไม่แผ่ว ตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการเวลาส่วนตัว และสัมผัสประสบการณ์เฉพาะบุคคล “ฟอร์บส์” ระบุว่า ผู้คนทั่วโลกออกเดินทางคนเดียวมากขึ้น ซึ่งอาจเป็นเพราะวิกฤตโควิดที่ทำให้ผู้คนคุ้นเคยกับการอยู่คนเดียวในช่วงกักตัว หรือตระหนักถึงตัวเองมากขึ้น แต่ไม่ว่าจะเหตุผลใด ผู้เชี่ยวชาญมองว่าผู้คนสนใจท่องเที่ยวคนเดียวมากขึ้น ASA Luxury เอเยนซีด้านสื่อสารและประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการท่องเที่ยว ระบุในรายงานเทรนด์ท่องเที่ยว ปี 2568 ว่า การท่องเที่ยวคนเดียวเป็นเทรนด์อันดับต้นๆ พร้อมกับอ้างถึงรายงานแนวโน้มการเดินทางทั่วโลกประจำปี 2567 ของ “อเมริกัน เอ็กซ์เพรส” ที่ชี้ว่า การเดินทางคนเดียวเป็นกระแสหลักในหมู่นักเดินทางรุ่นใหม่ โดยคนรุ่นมิลเลนเนียลและเจน Z ราว 76% วางแผนเดินทางคนเดียวในปี 2568 การวางแผนเดินทางคนเดียว เป็นเรื่องที่ทำได้ง่ายกว่าการท่องเที่ยวเป็นหมู่คณะ และสามารถทำตามใจตัวเองได้โดยไม่ต้องสนใจคนอื่น “อเมริกัน เอ็กซ์เพรส” ระบุด้วยว่า 57% ของผู้ตอบแบบสอบถามมีแนวโน้มที่จะเลือกพักผ่อนช่วงสุดส
“สับปะรดกวนกะทิสด สูตรโบราณ จากชาววังในห้องเครื่องทำขนมสมัยรัชกาลที่ 5” แบรนด์นายจอม ขนมไทยประยุกต์ ที่รับซื้อสับปะรดทับสะแก เดือนละ 40 ตัน มาทำขาย คนไทยเราโดดเด่นด้านการนำภูมิปัญญามาต่อยอดสู่สินค้า อย่าง ‘แบรนด์นายจอม’ แบรนด์ขนมไทยประยุกต์เข้าถึงง่าย เจ้าของวลีเด็ด ‘คิดถึงขนมไทย คิดถึง แบรนด์นายจอม’ ซึ่งมีขนมให้เลือกสรรมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ขนมขาไก่ มะขามคลุกทรงเครื่อง กล้วยกวนกะทิสด ถั่วกรอบแก้วเคลือบโกโก้ ABC บิสกิต ฯลฯ แบรนด์นายจอม ถือเป็น SMEs อีกรายที่โดดเด่นด้านการต่อยอดภูมิปัญญา และล่าสุด ได้นำภูมิปัญญาการใช้กะทิมาต่อยอดทำ ‘สับปะรดกวนกะทิสด’ ที่ใครได้ลองเป็นต้องติดใจ เรียกว่าเป็นสูตรโบราณ ที่ได้เคล็ดลับมาจากชาววังที่ทำงานอยู่ในห้องเครื่องทำขนมในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยนำสูตรมาประยุกต์เข้ากับยุคสมัยใหม่ทำให้คนรุ่นใหม่รู้จักว่า ขนมกวนคืออะไร แล้วก็เข้าถึงได้ง่ายมากขึ้น จนกลายมาเป็นสูตรเฉพาะของแบรนด์อีกด้วย เจเนอเรชัน 2 ของแบรนด์ คุณณัชชา จันทร์แก้วแร่ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดออนไลน์ เล่าว่า การดึงภูมิปัญญาชาวบ้าน มาประยุกต์ใช้กับสินค้า ให้เข้า
เปิดม่านชีวิต! ระเบียบวาทะศิลป์ ตลกหมอลำ สีสันประดับเวที ไม่หยุดพยายาม จนกลายเป็นอาชีพที่ทำให้มีอยู่มีกิน “ตลกหมอลำ นอกจากจะเป็นนักเอนเตอร์เทนให้กับคนดูน่าเวทีแล้ว ยังเปรียบเสมือนกาวที่คอยอัดรูรั่วของคณะ หากมีเหตุการณ์ฉุกเฉิน บุคคลที่ขึ้นชื่อว่า ตลก จะต้องรับได้กับทุกๆ สถานการณ์ ต้องสแตนด์บายไว้ตลอดเวลา” ตลกสาวเสียงอ้อน เอมอร ระเบียบวาทะศิลป์ ศิลปินขวัญใจมหาชน ผู้ที่ดิ้นรนหนีความลำบาก มาตามล่าหาความสบายในวงหมอลำ เส้นทางชีวิตที่ไม่ได้โรยไปด้วยดอกไม้นานาชนิต แต่กลับโรยไปด้วยดินลูกรังที่มีพื้นผิวที่ขรุขระ ล้มบ้าง ลุกขึ้นได้บ้าง แต่ก็ก้าวเดินข้ามผ่านอุปสรรคเหล่านั้นมาได้ เอมอร ระเบียบวาทะศิลป์ หรือ ทรงชัย ศรีสารคาม อายุ 33 ปี ดาวตลกแห่งวงหมอลำระเบียบวาทะศิลป์ ที่ได้มาถ่ายทอดเรื่องราวผ่านเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ถึงชีวิตที่หอบความมุ่งมั่น อยากจะหารายได้เพื่อมาเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง เล่าย้อนไปกว่า 20 ปีที่แล้ว เธออยู่ในวงหมอลำคณะหนึ่ง ในช่วงแรกมีความตั้งใจที่จะเป็นแดนเซอร์ ก็เต้นไปทุกๆ วัน แล้วก็เก็บประสบการณ์มาเรื่อยๆ แล้วอาชีพตลกล่ะ เกิดขึ้นตอนไหน เธอเล่าว่า การที่มาเป็นตลก ไม่ได้เป
