Exclusive
เช็กอาการโรคชอบเก็บของ Hoarding Disorder เริ่มเป็นได้ตั้งแต่วัยรุ่น อาการแบบนี้เคยเป็นกันไหม รู้สึกว่าการทิ้งของบางอย่างเป็นเรื่องยาก รู้สึกเสียดายเมื่อต้องตัดใจทิ้ง จนภายในบ้านเต็มไปด้วยของที่ไม่มีมูลค่า ทั้งขวดน้ำ กล่องลัง ถุงหิ้วพลาสติก หรือของที่ชำรุดแล้ว รวมไปถึงอาการหวงของที่มากเกินพอดี ใครไปยุ่ง ไปแตะ ไปย้าย ก็ไม่ได้ จะเกิดอาการโมโห และถ้าของดังกล่าวถูกนำไปทิ้งโดยไม่บอกกล่าว จะโมโหมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม รู้หรือไม่ว่า? ว่าอาการเหล่านี้คือ โรคชอบเก็บของ หรือ Hoarding Disorder ซึ่งฟังดูแล้วดูเหมือนเป็นเรื่องทั่วๆ ไป แต่จริงๆ แล้ว ผู้ที่มีอาการหนักมากๆ จะมีของที่เก็บไว้เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จนไม่สามารถตัดใจทิ้งได้ รู้ตัวอีกทีข้าวของที่เก็บไว้ ก็กลายสภาพเป็นขยะรกๆ ภายในบ้าน จนไปรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันของตนเอง ซ้ำร้ายอาจสร้างความเดือดร้อนไปยังผู้อยู่อาศัยรอบบ้าน ซึ่งเราสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้ ก่อนที่อาการจะรุนแรงขึ้นตามวัยที่ร่วงโรย โรคชอบเก็บของอาจเป็นโรคทางพันธุกรรม โรคชอบเก็บของ แม้จะยังไม่มีสาเหตุที่แน่ชัด แต่ได้มีการคาดการณ์ว่าเป็นโรคทางพันธุกรรม เนื่องจากร้อยละ 50 ของคนที่เป็นโ
ปังเจริญ อาชีพเสริมวันเสาร์ของมนุษย์ออฟฟิศ ขายปังหน้าบ้าน 1,000 ก้อน คว้าเงินหมื่นใน 2 ชั่วโมง “เราตั้งใจกันตั้งแต่แรกว่าจะไม่หารายได้แค่ช่องทางเดียว เพราะการหารายได้จากหลายช่องทางจะช่วยบาลานซ์ความเสี่ยงต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งเราไม่รู้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง เราเลยต้องทำธุรกิจอะไรสักอย่างเป็นของตัวเอง” คำบอกเล่าของ คุณฟิว-เกศราภรณ์ จันทรังษี วัย 25 ปี เธอเริ่มสร้างธุรกิจร่วมกับ คุณโบ๊ท-ศิริพงษ์ คงถาวรกุล แฟนหนุ่มรุ่นเดียวกัน โดยเริ่มขายชามเซรามิกตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย สู่ร้าน “ปังเจริญ” ขนมปังปิ้งเตาถ่านที่ใช้ทำเลหน้าบ้านเป็นหน้าร้าน เปิดขายเฉพาะวันเสาร์ ประมาณ 2 ชั่วโมง สามารถสร้างรายได้ถึงหลักหมื่นบาท จุดเริ่มต้นของ “ปังเจริญ” คุณฟิวและคุณโบ๊ทเข้าเรียนคณะบัญชี มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ด้วยกัน ทั้งคู่ช่วยกันเรียนจนจบเกียรตินิยมอันดับ 1 ขณะเดียวกันก็ช่วยกันทำธุรกิจขายชามเซรามิกควบคู่จนมีรายได้หลักแสนบาท จากนั้นเมื่อทำงานประจำด้านออดิท ทั้งคู่ยังช่วยกันหาช่องทางสร้างรายได้เพิ่ม โดยอยากทำธุรกิจส่วนตัวที่สามารถทำควบคู่งานประจำในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ได้ ซึ่งเธอเลือกทำธุรก
ปีที่แล้วแค่ลูกแรก ปีนี้มาแบบสึนามิ! ส่องธุรกิจอาหาร ปี 68 แบรนด์ ‘จีน’ ไม่ได้มาเล่นๆ บุกไทยหนักด้วยกลยุทธ์ราคาและบริการ เข้าสู่ปี 2568 กันมาได้เกือบ 1 เดือน หลายคนเฝ้าจับตาสถานการณ์เศรษฐกิจ รวมทั้งธุรกิจของตัวเองว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป ในส่วนของภาคธุรกิจอาหาร ‘เส้นทางเศรษฐีออนไลน์’ ได้พูดคุยกับ คุณต่อ-ธนพงศ์ วงศ์ชินศรี เจ้าของเพจ Torpenguin เกี่ยวกับเทรนด์ธุรกิจอาหารในปีนี้ เพื่อเป็นแนวทางให้ผู้ประกอบการในการดำเนินธุรกิจ คุณต่อ กล่าวว่า ในปี 2568 แบรนด์ระดับโลกจะเข้ามาบุกไทยจำนวนมากอย่างแน่นอน เพราะในต่างประเทศเจอสถานการณ์เศรษฐกิจไม่ต่างกัน จึงถูกบังคับให้ต้องขยายธุรกิจ อย่างประเทศจีน เมื่อกำลังซื้อในประเทศน้อยลง เศรษฐกิจหดตัว เกิดฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์ แต่แบรนด์ยังต้องขยายต่อ จึงได้เห็นการเข้ามาของแบรนด์จีนในประเทศที่มีการซึมซับวัฒนธรรมได้ง่าย ไม่มีความเป็นแบรนด์ลอยัลตี้ นั่นคือ ประเทศไทย “ไทยเป็นประเทศที่เปิดรับทุกอย่าง แล้วเราก็เปิดรับจีน ทำให้เห็นหลายๆ แบรนด์เข้ามาตีตลาด แล้วปีนี้จะเป็นปีที่แบรนด์จีนเข้ามาตีตลาดในประเทศไทยมากที่สุด สึนามิคลื่นลูกใหญ่กำลังมาในอีกไม่นาน ปีที่แล้วเป
ขนมปังช่วยชีวิต! เริ่มต้นจากคอนโด ผันตัวเป็นแม่ค้าสายคอนเทนต์ ต่อยอดเปิดหน้าร้าน ยอดขายก้าวกระโดด 150 แผ่นต่อวัน “ปังชีส บางแสน สวัสดีค่า” ประโยคเปิดคลิปของสาววัย 23 ปี เจ้าของร้าน ปังชีส บางแสน ที่กำลังเป็นไวรัลในโลกออนไลน์อยู่ตอนนี้ ที่ถึงแม้ร้านจะอยู่จังหวัดชลบุรี แต่กลับโด่งดังมาก จนมีผู้ติดตามกว่า 53.9K และมีนักท่องเที่ยวจากหลายจังหวัดตามไปซื้อปังชีสที่ร้านของเธอเป็นจำนวนมาก ซึ่งปัจจุบันโซเชียลมีเดีย ส่งผลต่อยอดขายเป็นจำนวนมาก หากร้านไหนไม่สร้างตัวตนบนโลกออนไลน์ ก็อาจจะทำให้การค้าขายนั้นขายยาก ยิ่งหากอยู่ในทำเลที่ไม่ใช่คนพลุกพล่าน ดังเช่นเรื่องราวของ คุณจูน-จริยาพร คำหล่อ เจ้าของร้าน ปังชีส บางแสน ที่ก่อนนี้เธอขายขนมปังอบชีสอยู่บนคอนโด ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ต้องใช้สื่อออนไลน์ช่วยให้คนรู้จักมากขึ้น จากวันแรกขายได้วันละไม่ถึง 10 แผ่นต่อวัน สู่ปัจจุบันขายได้พีกสุด 150 แผ่นต่อวัน อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง รายได้วิศวกรไม่พอเลี้ยงทั้งครอบครัว ผันตัวเป็นพ่อค้าชาใต้สายครีเอเตอร์ ลูกค้าต่อคิว พีกสุด 316 แก้วต่อวัน ปังเจริญ อาชีพเสริมวันเสาร์ของมนุษย์ออฟฟิศ ขายปังหน้าบ้าน 1,000 ก้อน คว้าเงินหมื
5 เทคนิค “วางระบบธุรกิจยังไง ให้ขายแฟรนไชส์ได้” จาก Ozawa Ramen หลายคนเปิดธุรกิจขึ้นมาจนประสบความสำเร็จมากมาย แต่อยากที่จะต่อยอดและทำให้ธุรกิจมีความเติบโตมากขึ้น จึงคิดเปิดแฟรนไชส์ขึ้นมา แต่ไม่ใช่ว่าแค่ธุรกิจดีแล้วจะเปิดแฟรนไชส์ได้เลยทันที ทั้งนี้ ต้องมีความพร้อมในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นทีม ระบบ การตลาด เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2566 คุณวิเชียร อินทร์ไกรดี เจ้าของ Ozawa Ramen ได้ขึ้นกล่าวบนเวทีหัวข้อ “วางระบบธุรกิจยังไง ให้ขายแฟรนไชส์ได้” ในงาน Restech – Restaurant Technology & Franchise 2023 โดยกล่าวถึงการวางระบบร้านไว้ดังนี้ มาตรฐานของประเทศไทยมีการวางระบบแฟรนไชส์ที่มีความคล้ายกับตะวันตก แต่ทางด้านของคุณวิเชียร มีการนำระบบแฟรนไชส์แบบญี่ปุ่นมาใช้ จึงทำให้มีความแตกต่างจากที่อื่นๆ การที่จะทำแฟรนไชส์ที่จะประสบความสำเร็จได้นั้น มันจะต้องเหมือนการ Copy แล้ววางได้เลย ทุกสาขาจะต้องเหมือนกัน ซึ่งการวางระบบแฟรนไชส์แบบญี่ปุ่นจะมีความละเอียดมาก การจะทำแฟรนไชส์ต้องคำนึงถึงความต้องการ มองเห็นถึงปัญหาและวิธีการแก้ ซึ่งจะต้องวางทั้งในเรื่องของ Operation, ครัวกลาง, โลจิสติกส์, คู
“เหลาเหลา เต้าหู้เกลือ” เนื้อคัสตาร์ด เจ้าดังบรรทัดทอง ธุรกิจเสริมคนรุ่นใหม่ ไวรัลจนมีลูกค้าต่อคิวยาว “Láoláo Tofu House – เต้าหู้เกลือ” แบรนด์นี้เกิดมาจากกลุ่มเพื่อน 3 คน ที่มีความฝันเดียวกันคือ “อยากสร้างแบรนด์เป็นของตัวเอง” และด้วยทั้งหมดเป็นลูกหลานคนจีน จึงอยากนำหนึ่งในเมนูอาหารเหลาที่ชื่นชอบและทานกันมาตั้งแต่เด็กอย่าง “เต้าหู้ทอด” ออกมาเสิร์ฟให้ทุกคนได้ลิ้มรสโดยไม่ต้องไปถึงภัตตาคาร แต่สามารถเข้าถึงได้ง่าย ผ่านร้านสตรีตฟู้ดย่านบรรทัดทอง ที่พัฒนาสูตรให้เป็นเต้าหู้เกลือ เนื้อคัสตาร์ด ความฝันสู่อาชีพเสริม คุณนิ้ง-กันตา วิวัฒน์วงศ์ธร อายุ 28 ปี ให้สัมภาษณ์กับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ว่าพาร์ตเนอร์ทุกคนเป็นลูกหลานคนจีน ร้านเหลาเหลา เต้าหู้เกลือ จึงได้แรงบันดาลใจมาจากอาหารเหลาในภัตตาคาร ซึ่งมีเมนูที่ติดใจและทานกันมาตั้งแต่วัยเด็กคือเต้าหู้ทอด จึงอยากนำเมนูนี้มาพัฒนาสูตรใหม่ ให้เข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ได้ง่ายขึ้น ประกอบกับใช้ Data หรือฐานข้อมูลจากการทำรีเสิร์ชลูกค้า ชี้ให้เห็นว่าเทรนด์ผู้บริโภคกำลังนิยมเต้าหู้ เธอและพาร์ตเนอร์ คุณหวิน-ณิชารีย์ โรจยารุณ อายุ 23 ปี และ คุณนิ
วัยรุ่นสร้างตัว ทิ้งเงินเดือนหลักแสน เปิดร้านสมูทตี้ จากดีลิเวอรี ขายได้ 1 แก้ว สู่ 100 กว่าแก้วต่อวัน Woops Smoothie (วูบส์ สมูทตี้) เริ่มต้นจากความฝัน “อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง” ทำให้ คุณซันนี่-วีรสรณ์ ลิ้มเจริญ เอ่ยปากชวน คุณไอซ์-จักรภัทร มุ่งจิตภิญโญ เพื่อนซี้สมัยมัธยม มาเป็นพาร์ตเนอร์เปิดร้านน้ำผลไม้ปั่น แม้ตลอดเส้นทางจะมีคำถามกับตัวเองเสมอว่า “ออกมาทำไมวะ” แต่ทั้งคู่ก็สู้ ช่วยกันคิด ช่วยกันทำ จนร้านที่เปิดแบบดีลิเวอรี สามารถเปิดหน้าร้านในซอยสาทร 11 ได้สำเร็จ ถึงเวลาตามความฝัน ก่อนมาร่วมกันเปิดร้าน Woops Smoothie เมื่อกลางปีที่แล้ว คุณไอซ์ได้ลาออกจากงานประจำ มาสร้างแบรนด์เสื้อผ้าของตัวเอง ส่วนคุณซันนี่ทำงานประจำ ไปพร้อมๆ กับขายอุปกรณ์กีฬาออนไลน์ แต่ละเดือนจึงมีเงินเดือนหลักแสนบาท พื้นเพของทั้งคู่เป็นคนชอบเล่นกีฬากันมาก จึงดูแลตัวเองเป็นพิเศษ เช่น เรื่องอาหารการกินที่ดีต่อสุขภาพ ประกอบกับชอบกินน้ำผลไม้ จึงเลือกเปิดร้าน Woops Smoothie ชื่อที่เพี้ยนมาจากเสียงเวลาดูดน้ำใกล้จะหมดแก้ว จากนั้นทั้งคู่ได้เริ่มทดลองสูตรอีก 2-3 เดือน ในทุกๆ สุดสัปดาห์ คุณไอซ์จะไปบ้านของคุณซัน และใช้เวลาทั
ทำร้านอาหารต้องรู้! เมนูไหน ต้นทุนต่ำกำไรเยอะ เมนูไหน ขายมากยิ่งเหนื่อย “บ้าแหละ! ขายได้ 4 แสน แต่มีรายจ่าย 4 แสน ลงบัญชีอะไรผิดหรือเปล่า” ผมอุทานทันทีที่ลูกศิษย์ของโรงเรียนแม่บ้านทันสมัยเข้ามาปรึกษาเรื่องร้านอาหารของเธอซึ่งเปิดมาได้ประมาณ 7 เดือน ที่ผ่านมา ตั้งแต่เปิดร้านขาดทุนบ้างได้กำไรบ้าง แต่กำไรน้อยแค่หลักหมื่น แรกๆ ได้เดือนละประมาณ 2 แสนบาท พอเริ่มทำการตลาด โฆษณา หาคนมารีวิว ยอดก็ไต่ขึ้นมา 3 แสนบาท เล่นเอาดีใจกันใหญ่ ล่าสุดทำได้ถึง 4 แสนบาท แต่รายจ่ายดันตามมา 4 แสนบาทไปด้วย คำอุทานไหนๆ จึงเหมาะสมด้วยประการทั้งปวง ผมขอให้ลูกศิษย์นำบัญชีรับจ่ายตั้งแต่เปิดร้านมาดูซึ่งเขาลงได้ละเอียดดี แยกประเภทรายรับจากค่าขายอาหาร ขายเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ รายจ่ายแยกเป็นเนื้อสัตว์อะไรบ้างสั่งจากร้านไหน ผักอะไรบ้างสั่งจากร้านไหนหรือซื้อที่ไหนเช่นกัน รายจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ เงินเดือน ค่าโอที ค่าเช่าร้าน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่าซ่อมแซม ตกแต่ง ในแต่ละส่วนรายจ่ายยังนำมาเทียบเป็นเปอร์เซ็นต์กับยอดรายรับ นับว่าเป็นการลงบัญชีที่ครบครัน และตรวจสอบง่าย เมื่อดูค่าเฉลี่ยแต่ละเดือนแล้วพบว่า วัตถุดิบอาหารอยู่ที่ 39
เล่นดนตรีมาตั้งแต่เด็ก สู่อาชีพหลัก เป่าแซกโซโฟนในงานแต่ง รับเงินล้านต่อปี เรื่องราวของ Jason Nelson (เจสัน เนลสัน) ชายหนุ่มวัย 30 ปี หารายได้มากถึง 176,000 ดอลลาร์ต่อปี หรือประมาณ 6 ล้านบาทต่อปี ด้วยการเล่นแซกโซโฟน ก่อนต่อยอดเป็นอาชีพ สร้างรายได้จากการรับงานเฉลี่ย 80 งานต่อปี เจสันเริ่มเล่นเปียโนและแซกโซโฟนมาตั้งแต่สมัยเรียนประถม จนถึงมหาวิทยาลัย ขณะศึกษาปริญญาด้านการตลาด เขาได้เริ่มคัฟเวอร์เพลงด้วยแซกโซโฟนให้เพื่อนๆ และคนรอบตัวฟัง จากนั้นปลายปี 2018 หลังเรียนจบ เจสันได้เริ่มทำงานประจำด้านการตลาด และได้รับคำขอจากเพื่อนให้ไปเล่นเปียโนคลอระหว่างแขกทานอาหารค็อกเทล และเล่นแซกโซโฟนในขณะที่คู่บ่าวสาวเดินลงบันไดเข้าสู่พิธีแต่งงานของน้องสาวเธอ จากการเล่นดนตรีครั้งนั้น ทำให้เจสันรู้สึกสนุกมากที่ได้เล่นแซกโซโฟนคู่กับดีเจ เขาจึงเล่นดนตรีตลอดงานเลี้ยง ไม่ใช่แค่ช่วงที่แขกทานค็อกเทลหรือช่วงบ่าวสาวเดินเข้าพิธีแต่งงานเท่านั้น แม้ว่าจะได้รับค่าจ้างเพียงแค่ช่วงเวลานั้นก็ตาม ตั้งแต่นั้นมาเจสันได้เริ่มต้นอาชีพเสริมเป็นนักดนตรีเล่นเปียโนและแซกโซโฟน โดยได้รับค่าจ้างตั้งแต่ 300 ถึง 500 ดอลลาร์ หรือประมาณ
บาริสต้าสาววัย 24 ปี ทำคลิป แชร์ประสบการณ์เกี่ยวกับกาแฟ สร้างรายได้จากออนไลน์หลักแสนต่อเดือน การทำธุรกิจบนโลกโซเชียล หลายคนเชื่อว่าจะช่วยเพิ่มการรับรู้ สร้างความเป็นตัวตน และที่สำคัญ สร้างรายได้ให้กับตัวเองได้มากขึ้น ซึ่งการเริ่มต้นทำช่องบนแพลตฟอร์มต่างๆ อาจจะหยิบความเป็นตัวเอง ความถนัดในด้านใดด้านหนึ่ง หรือถ่ายทอดประสบการณ์ที่เรามี แล้วทำคลิปลง จะทำให้ได้รับความสนใจจากผู้ชมมากมาย เช่นเดียวกันกับ Morgan Eckroth บาริสต้าชาวอเมริกันคนนี้ ที่ได้มาถ่ายทอดประสบการณ์เกี่ยวกับกาแฟ ลงในช่องของเธอ ที่จากทำเป็นอาชีพเสริม จนกลายเป็นรายได้ที่มั่นคง แนวคิดเบื้องหลังธุรกิจโซเชียลมีเดียของ Morgan Eckroth บาริสต้าชาวอเมริกัน วัย 24 ปี คือการสร้างความอบอุ่นและความสะดวกสบายของร้านกาแฟในออนไลน์ และเธอทำได้สำเร็จ เพราะ TikTok ของเธอ ที่มีชื่อว่า morgandrinkscoffee มีผู้ติดตามกว่า 6 ล้านคนเลยทีเดียว Morgan Eckroth เปิดช่อง morgandrinkscoffee ของเธอขึ้นในเดือนมิถุนายน 2019 เพื่อเป็นการทดลองฝึกฝนทักษะการตลาดโซเชียลมีเดีย ซึ่งไม่เคยตั้งใจที่จะหารายได้จากการทำการตลาดโซเชียลมีเดีย แต่ตอนนี้ วิดีโอที่เธอทำสามารถ
