Exclusive
คิดจะทำอาหารไทยขาย แต่ยังไม่รู้เทคนิค “การโขลก” ไม่ได้เด็ดขาด การโขลกพริกแกง ต้องโขลกในครกหิน เจอรายการทีวีเอาไปโขลกในครกดินเผา สากไม้ เห็นแล้วกลุ้มเมื่อไหร่จะแหลก การโขลก ต้องโขลกให้สากไถเครื่องแกงลงก้น และหมุนสากถัดไปรอบครก จะแหลกเร็วกว่า โขลกตรงๆ และต้องโขลกถี่ๆ หนักๆ จะไม่กระเด็น แหลกเร็ว การตำพริกแกง ให้แช่พริกแห้งกับน้ำให้นุ่ม บีบน้ำออกค่อยนำมาโขลกกับเกลือจนไม่เห็นเม็ดพริก จึงใส่วัตถุดิบที่แข็งลงไปโขลกต่อ เช่น ตะไคร้ ข่า แหลกแล้วถึงใส่วัตถุดิบที่มีน้ำ เช่น หอม กระเทียม กะปิ อย่าใส่เครื่องแกงลงไปโขลกทีเดียว แหลกช้า และจะหยาบ เครื่องปั่น ผสมอาหารเอามาปั่นพริกแกงได้ไหม ถ้าเป็นเครื่องปั่นตามบ้าน ปั่นพริกแกงยังไงก็ไม่ละเอียด ต้องเป็นเครื่องบดพริกแกงแบบแม่ค้าพริกแกง มีราคาเครื่องตั้งแต่หลักหมื่นถึงหลักแสน เครื่องปั่นบ้านปั่นได้ครึ่งทางแล้วต้องตำต่อ แต่พอมีวิธีอยู่ คือนำเครื่องแกงปั่นกับหัวกะทิในโถปั่นน้ำ แล้วนำไปผัดให้แตกมันเลย การตำน้ำพริกกะปิ ควรตำกระเทียมก่อน ค่อยใส่พริก จะได้ไม่แหลก แล้วจึงใส่กะปิ น้ำปลา น้ำมะนาว นิยมปิ้งกะปิห่อใบตองก่อนตำ เพื่อให้กะปิหอมและเป็นการฆ่าเชื้อโรคด้วย
จากปลูกในกล่องโฟมสู่โรงเรือน! พี่สาวสอนน้องปลูกผักตั้งแต่ ม.2 ส่งขายกรุงเทพฯ มีเงินจ่ายค่าเทอม เรียนไปด้วย ทำเกษตรไปด้วย คือเรื่องราวของ เกด-พิรกานต์ สองสี และ บิว-เพ็ญพิชชา อินเขียน วัย 18 ปี ทั้งสองช่วยพี่สาว ทราย-จุฑารัตน์ ลิ้มวงษ์ อายุ 34 ปี ปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ที่จังหวัดอุทัยธานี ตั้งแต่ชั้น ม.2 จนได้วิชาชีพเกษตรติดตัว และมีรายได้มาจ่ายค่าเทอมช่วยแบ่งเบาภาระครอบครัว ทราย เล่าให้ฟังว่า เมื่อ 5 ปีที่แล้ว ตนเองอยากปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ จึงเริ่มต้นด้วยการปลูกในกล่องโฟม จำนวน 9 กล่อง ผักเติบโตสวยงาม แม้นำผลผลิตมาทำกินแล้วยังเหลือ จากนั้นจึงเห็นโอกาสว่าพื้นที่อยู่อาศัยสามารถปลูกผักได้สวยงาม จึงปลูกเพิ่มเป็น 36 กล่อง และเริ่มหาลูกค้าในจังหวัด ทั้งร้านอาหาร และลูกค้าปลีก พร้อมปรับมาปลูกแบบน้ำวนในโรงเรือน “ปลูกผักเพราะสนใจเทรนด์สุขภาพ รู้สึกว่าการทำอะไรพวกนี้มันยั่งยืน ใจอยากปลูกเป็นอินทรีย์ด้วยซ้ำ แต่ด้วยสภาพอากาศ สภาวะต่างๆ เลยปลูกแบบไฮโดรโปนิกส์ เราศึกษาวิธีการปลูกผ่านช่องทางออนไลน์ หรือการไปดูแปลงปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ที่ได้พูดคุยและขอเทคนิคจากผู้ปลูกแต่ละคน” แต่ด้วยตนเองไม่ได้อยู่ที่จังหวัด
งิ้วไม่ตาย แค่โรยรา! วิกฤตงิ้วไทยปรับตัวเพื่ออยู่รอด ความหวังเล็กๆ แม้เหลือเพียง 10 กว่าคณะในไทย “ตราบใดที่วัฒนธรรม ความเชื่อ ความศรัทธาต่อเทพเจ้ายังคงอยู่ งิ้วจะไม่มีวันหายไป” งิ้ว หรือ อุปรากรจีน เป็นศิลปะการแสดงเก่าแก่ของจีนที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานนับพันปี ผสมผสานการขับร้อง การเจรจา และลีลาท่าทาง เพื่อเล่าเรื่องราว โดยมักนำเหตุการณ์ในพงศาวดารและประวัติศาสตร์มาดัดแปลงเป็นบทแสดง รวมถึงนำความเชื่อทางประเพณีและศาสนามาผสมผสานด้วย งิ้ว เริ่มเข้ามามีบทบาทในไทย และกระจายไปตามชุมชนชาวไทยเชื่อสายจีน โดยคณะงิ้วในประเทศไทย ย้อนไปหลายสิบปีก่อนรุ่งเรืองมาก โดยคุณต๋อง-ธัชชัย อบทอง ผู้จัดการคณะงิ้ว ไซ้หย่งฮง คณะงิ้วอันดับ 1 ของไทย ได้เล่าว่า ในปัจจุบัน คณะงิ้วใหญ่ๆ ในประเทศไทยเหลือไม่เยอะมาก เพียง 10 กว่าคณะเท่านั้น แต่คณะที่เป็นที่รู้จักและโดดเด่นนับได้ไม่เกิน 4 คณะ จากนั้นไปแต่ละคณะก็จะใช้คนไม่ถึง 20 คน สมัยก่อนนักแสดงมีเป็นร้อยคนดูเป็นพัน เมื่อก่อนรุ่งเรืองมากจริงๆ เวลาจะออกไปแสดงในแต่ละครั้งขาสั่นกันเลยทีเดียว แต่ปัจจุบันคนดูเป็นร้อยนักแสดงเป็นสิบ สำหรับการว่าจ้างงานแสดง เทียบกับปีที่แล้ว คุณต
ซื้อง่าย ขายคล่อง อาหารจานเดียว ยอดนิยมของไทย ใส่ใจคุณค่าโภชนาการ การบริการอาหารจานเดียว ควรจัดให้ครบคุณค่าทางโภชนาการ คือมีสัดส่วนของแป้งประมาณ 40% เนื้อสัตว์ 40% ผัก 20% เช่น ข้าวกะเพราไก่ไข่ดาว ควรมีผักสด แตงกวา มะเขือเทศ ผักสลัด อาหารจานเดียวยอดนิยมของไทย เช่น ผัดไทย นิยมจัดผักเคียงเป็น หัวปลี ใบบัวบก ถั่วงอก ใบกุยช่าย ข้าวคลุกกะปิ ต้องมี ไข่เจียวฝอย กุ้งแห้งทอด หอมแดง มะม่วงเปรี้ยวซอย หมูหวาน ข้าวผัดแบบไทย นิยมใส่ หอมใหญ่ มะเขือเทศ คะน้า ไข่ใส่หลังผัดข้าว นิยมให้ไข่เป็นแผ่นเล็กน้อยเกาะกับข้าวและผัก การผัดข้าวต้องผัดเร็ว ผัดไว คุมไฟแรง ไฟกลาง ให้เหมาะกับจังหวะการผัด กุ๊กมือใหม่มักจะผัดข้าวนาน ผัดแล้วผัดอีก จนข้าวฉำแฉะ ติดกระทะ ไหม้ ขนมจีนซาวน้ำ ได้ชื่อตามวิธีการทำขนมจีนคือต้มเส้นและซาว (จับเป็นเส้น) ด้วยไม้แหลม และไปซาวในน้ำเย็นให้อยู่ตัวอีกที เครื่องซาวน้ำมี กะทิต้มสุก แจงลอน (ลูกชิ้นปลาปั้นคล้ายลูกรักบี้) กระเทียมไทยซอยตามยาวกลีบ ขิงซอยเส้นยาว กุ้งแห้งป่น พริกน้ำปลา สับปะรดสับเป็นเส้น เวลากินผสมทุกอย่างคลุกเคล้าให้เข้ากัน ขนมจีนน้ำยา เครื่องแกงหลักคือ พริกแห้ง ตะไคร้ หอม กระเทียม
จากนักเทรดหุ้นพันล้าน สู่ผู้ปั้น DeepSeek คู่แข่งใหม่ ChatGPT ชวนรู้จัก ‘เหลียง เหวินเฟิง’ สตาร์ตอัปจากจีน ที่สะเทือนทั้งวงการ AI “ตอนที่เราเจอเขาครั้งแรก เขาเป็นหนุ่มเนิร์ดที่มีทรงผมแย่มากๆ พูดถึงแต่เรื่องการสร้างคลัสเตอร์ชิป 10,000 ชิ้นเพื่อฝึกโมเดลของเขาเอง เราไม่ได้จริงจังกับเขาเลย” หุ้นส่วนธุรกิจคนหนึ่งของเหลียงกล่าว เหลียง เหวินเฟิง (Liang Wenfeng) วัย 40 ปี เป็นผู้ก่อตั้งบริษัท DeepSeek กลายเป็นชื่อที่ถูกค้นหามากที่สุด หลังจากที่ DeepSeek ได้เปิดตัวแอปพลิเคชัน AI ที่กลายเป็นแอปฟรียอดนิยมอันดับ 1 ในสหรัฐอเมริกา แซงหน้า ChatGPT ส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นสหรัฐฯ โดยเฉพาะหุ้นเทคโนโลยี เช่น เอ็นวิเดีย (Nvidia) บริษัทผู้ผลิตชิปรายใหญ่ของสหรัฐฯ มูลค่าตามราคาตลาดลดลงไปแล้วเกือบ 6 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือกว่า 20,305,798 ล้านบาท ซึ่งเป็นมูลค่าการร่วงที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ แบ็คกราวน์เดิมของเหลียง มาจากธุรกิจการเงิน เขาจบการศึกษา ระดับปริญญาตรี สาขาวิศวกรรมข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ และระดับปริญญาโท สาขาวิศวกรรมข้อมูลและสื่อสาร จากมหาวิทยาลัยเจ้อเจียง ในปี 2015 เขาร่วมก่อต
รู้จัก “Crumbl” คุกกี้ขวัญใจวัยรุ่นในอเมริกา ยอดขายโต 1 พันล้าน/ปี ด้วยกลยุทธ์ ออกรสชาติ ‘ลิมิเต็ดอีดิชัน’ ทุกสัปดาห์บน TikTok ประสบการณ์ถือว่าเป็นตัวช่วยที่ดีในการก้าวข้ามผ่านอุปสรรคได้ และทำให้การดำเนินธุรกิจเติบโตไปได้เร็วขึ้น แต่สำหรับบางคน เริ่มต้นทำธุรกิจจากสิ่งที่รัก ไม่ได้มีแม้แต่ประสบการณ์เลยสักนิด ก็ประสบความสำเร็จได้ แต่ต้องพยายาม ฝึกฝน เรียนรู้ และพัฒนาตนเองอยู่เสมอ เช่นเดียวกับแบรนด์ Crumbl ที่เริ่มต้นมาจากศูนย์ เจ้าของไม่มีพื้นฐานใดๆ ในการทำคุกกี้เลย แต่ก็ลองผิด ลองถูก ฝึกฝนจนกลายเป็นคุกกี้ยอดฮิตได้ และทำรายได้ปีละ 1 พันล้านดอลลาร์ แบรนด์คุกกี้ Crumbl ก่อตั้งขึ้นในปี 2017 เริ่มต้นจากลูกพี่ลูกน้อง 2 คน คือ Jason McGowan และ Sawyer Hemsley ที่ตอนนั้นยังทำขนมไม่เป็นเลย แต่มีแนวคิดที่อยากจะทำธุรกิจเพื่อหารายได้เสริม จนปัจจุบัน ขยายสาขาไปมากถึง 980 สาขาทั่วสหรัฐอเมริกา และมียอดขายโตถึง 1 พันล้านดอลลาร์ต่อปี จุดเริ่มต้นถึงแม้จะมาจากคนที่ไม่มีประสบการณ์ แต่หากไม่ท้อถอยและตั้งใจศึกษาต่อไป ก็อาจจะประสบความสำเร็จได้ อย่าง McGowan และ Hemsley ที่ไม่เคยอบขนมเป็นอาชีพมาก่
เริ่มต้นชีวิตใหม่ในวัย 40 ที่อเมริกา! อดีตพนักงานรัฐวิสาหกิจ เปิดร้านอาหารไทย ใกล้ทำเนียบขาว ไม่ง่ายเลย สำหรับผู้หญิงไทยตัวเล็กๆ ที่ต้องเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาใช้ชีวิตอยู่อีกซีกโลกหนึ่ง ที่มีความแตกต่างทั้งด้านวัฒนธรรม ภาษา และสิ่งแวดล้อม แต่ด้วยใจมุ่งมั่นและความช่วยเหลือเกื้อกูลกันของพี่น้อง ครูตุ๊ก-ขนิษฐา ชัยชาญกุล คุณตู่-บุษบงค์ นิ่มครุธ ทำให้ คุณเก่ง-เกษร อัจฉริยวิวิธ อดีตพนักงานรัฐวิสาหกิจ สามารถเปิดร้านอาหารไทย “สัมปันนี (Sampannee)” ในกรุงวอชิงตัน ดีซี ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้สำเร็จ จากไทย สู่ อเมริกา คุณเก่ง หรือ ที่คนส่วนใหญ่ในอเมริกาเรียกว่า เคท ต่อสายตรงจากอเมริกาเพื่อพูดคุยกับ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ เธอเล่าย้อนให้ฟัง ว่าเริ่มหลงใหลการทำอาหารตั้งแต่อายุ 15 ปี โดยมีโอกาสเข้าเรียนในโรงเรียนช่างฝีมือในวังหญิง ได้รับการบ่มเพาะวิชาความรู้ด้านการทำอาหาร ขนมไทย รวมถึงวิชาแกะสลัก ร้อยมาลัย น้ำอบน้ำปรุง และดนตรีไทย ใช้เวลาเรียนได้ประมาณครึ่งปี ก็ได้กลับมาเรียนต่อจนจบปริญญาโท ด้านคอมพิวเตอร์ ก่อนเข้าทำงานในบริษัทแห่งหนึ่ง และสอบเป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจ ทำงานนี้ยาวนานถึง 25 ปี แ
ต่อขนตาบนคอนโด ธุรกิจเงินแสน ของอดีตสาวออฟฟิศ เติบโตสู่หน้าร้าน สาขาแรก คืนทุนใน 3 เดือน เพราะหมดไฟในการทำงานประจำ ทำให้ คุณส้ม-สุพิชชา พุกเผื่อน หันมาวางแผนชีวิตใหม่ กับความตั้งใจ “อยากทำให้เพื่อนสาวชาวโลกมีความมั่นใจมากขึ้น” ด้วยการเปิดร้านต่อขนตาเล็กๆ บนคอนโด ย่านทองหล่อ พร้อมรับลูกค้าหลังเลิกงานประจำอันแสนหนักหน่วง สู่การมีหน้าร้านถึง 2 สาขา และมีลูกค้าต่างชาติเป็นกลุ่มหลัก ธุรกิจนี้ขยับขยายจากคอนโดสู่หน้าร้านได้อย่างไร และทำไมถึงมีชาวต่างชาติมาเป็นลูกค้าประจำ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาไปพูดคุยกับ คุณส้ม เจ้าของร้าน LASHLY.BKK วัย 25 ปี ทำงานประจำควบคู่อาชีพเสริม หลังเรียนจบวิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล (MUIC) คุณส้มเริ่มทำงานประจำด้านไฟแนนซ์ในบริษัทแห่งหนึ่งเกือบ 2 ปี เธอได้รับเงินเดือนสูงเกือบ 4 หมื่นบาท แต่ก็เป็นงานที่มีความเครียดสะสม และระบบการทำงานที่ค่อนข้างซับซ้อน จนทำให้เธอหมดไฟในการทำงาน และเป็นเหตุผลให้ตัดสินใจลาออก แล้วหันมาจริงจังกับธุรกิจต่อขนตา ที่ได้เริ่มทำเป็นอาชีพเสริมควบคู่กับงานประจำมาสักพักใหญ่ อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง จบปริญญา มาเป็นแม่ค้า “
ไม่ต่าง ไม่โต! สถาปนิกสาว ออกแบบ “ขนมปัง” ลูกค้าชอบใจ ต่อคิวยาวเหยียด คุณฟาง-ศศิธร แซ่ฮู๋ วัย 42 ปี คือเจ้าของเรื่องราวนับจากนี้ เธอแนะนำตัวให้ฟัง จบการศึกษาสูงสุดระดับปริญญาโท ด้านสถาปนิกจากสหรัฐอเมริกา เคยทำงานอยู่ต่างแดนราว 5 ปี ก่อนกลับมาทำธุรกิจตกแต่งภายในซึ่งเป็นธุรกิจของครอบครัว หลังแต่งงานอยากหากิจกรรมเสริมทักษะให้ลูก เลยเปิดสตูดิโอสอนการทำเบเกอรี่ให้กับเด็กๆ รวมทั้งลูกของตัวเอง หวังช่วยสร้างพัฒนาการ “เป็นคนชอบทำขนม ตอนทำงานสถาปนิกเคยทำเค้ก/คุกกี้ ขาย ควบคู่กับเปิดสตูดิโอสอนเด็ก แต่พอโควิด ทุกอย่างหยุดหมด แต่เรายังขายคุกกี้ออนไลน์ส่งให้ถึงบ้านได้ แต่เป็นแค่กลุ่มคนเล็กๆ ที่ชอบ เลยคิดว่าจะทำยังไงให้ทุกเพศทุกวัยเข้าถึงของของเรา เลยคิดเป็นขนมปังดีไซน์ขึ้นมา” คุณฟาง เล่าอย่างนั้น ก่อนขยายความที่มาของ “ขนมปังดีไซน์” “เวลาเราเห็นขนมปังมันก็คือขนมปัง ข้างนอกเป็นสีขาวข้างในเป็นสีน้ำตาล ธรรมดามาก ราคาก็ไม่แพง ทีนี้เราอยากเพิ่มมูลค่า อยากทำยังไงให้มันไม่เหมือนขนมปัง ให้คนเห็นแล้วถามว่าคือขนมอะไร หรือว่ากินได้ไหม เพราะหน้าตาจะไม่เหมือนใครเลย” คุณฟาง เผยแนวคิดตั้งต้น และบอกว่า ขนมปังตัวแร
ตรุษจีน 68 ขนม-ผลไม้-เนื้อสัตว์ คึกคักขึ้น แต่ ‘กงเต๊ก’ ขายไม่ออก คนห่วงเรื่องฝุ่นที่มาจากการเผา วันที่ 27 มกราคม 68 ตรงกับวันจ่าย ผู้คนต่างออกมาจับจ่ายใช้สอยเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการไหว้ในวันพรุ่งนี้ ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตลาดย่านประชานิเวศน์ 1 โดยมีคนไทยเชื้อสายจีนเข้ามาจับจ่ายบางตา ด้วยสภาพเศรษฐกิจมีส่วนให้ผู้คนประหยัดเงินกันมากขึ้น หรือแม้แต่พฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ไม่ได้ยึดติดหรือจำเป็นต้องจัดของไหว้ชุดใหญ่ตามแบบคนรุ่นก่อนทำมา พ่อค้าแม่ค้าจึงต้องปรับตัวและตามพฤติกรรมของผู้บริโภคให้ทันเพื่อความอยู่รอด ร้านขนมน้ำเพชร กล่าวว่า ลูกค้าจะมาเป็นบางช่วง เนื่องจากวันจ่ายไม่ได้ตรงกับวันหยุด ปีที่แล้วก็ไม่ได้ตรงกับวันหยุด แต่มีความรู้สึกว่าปีนี้ดีกว่าปีที่แล้ว คึกคักกว่า ถึงแม้ต้นทุนแต่ละอย่างสูง แต่ทางร้านก็ไม่อยากปรับราคาขึ้น เพราะเข้าใจ หากปรับราคาสูงลูกค้าก็จะหนี ด้วยประสบการณ์จากปีที่แล้ว ไม่ได้เตรียมของไว้เยอะยังขายยาก ดังนั้น ปีนี้เลยไม่ได้กักตุนสินค้าไว้เยอะเท่าไหร่ อีกเรื่องคือ เงินดิจิทัล มีความคิดว่าไม่ได้มีผลช่วยกระตุ้นเท่าไหร่ เพราะคนเริ่มไหว้เจ้ากันน้อยลง พอมาคนรุ่
