Exclusive
พ่อค้าปลาหมึกสายคอสเพลย์ เปลี่ยนคาแร็กเตอร์ทุกวัน กระตุ้นยอดขาย ขวัญใจลูกค้ารอบดึก “ถ้านึกถึงปลาหมึกบดอะ หน้าผมต้องลอยเข้าไปเลย” เจ้าของร้านปลาหมึกบดที่มีคาแร็กเตอร์สุดกวนได้กล่าวเอาไว้ จากพนักงานดับเพลิงในบริษัทเอกชน ที่เป็นถึงระดับหัวหน้า มีความอิ่มตัว และผันตัวมาเป็นพ่อค้าขายปลาหมึกบดที่มีความเป็นตัวเองสูง และมีความคิดว่าปลาหมึกบดจะนำพาเขาไปได้ไกลมากกว่านี้ คุณเบียร์-ภาคิน อภิวรพุทธา เจ้าของร้าน ปลาหมึกบดรถลุงหนวด ได้เปิดเผยเรื่องราว กว่าจะมาเป็นเจ้าของร้าน “ปลาหมึกบดรถลุงหนวด” ได้นั้น ต้องเจอกับอะไรมาบ้าง เริ่มต้นจากเป็นเด็กต่างจังหวัด เรียนจบแค่ ม.3 เพราะว่าไม่มีเงินเรียนต่อ จนทำให้เขาต้องเดินออกมาจากที่บ้าน หางานทำเพื่อหวังแค่ว่าจะมีรายได้ในการใช้ชีวิตไปแต่ละวัน ระหว่างนั้นก็ได้ทำอะไรที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเด็กนั่งคุยกับคนขับรถ หรือภาษาที่ใช้เรียกกัน คือ แอดรถ เปลี่ยนมาขายแผ่นซีดีบ้าง โดยรู้สึกว่า การขายมันตอบโจทย์เขา เพราะจะแต่งตัวอย่างไรก็ได้ จะทำผมแบบไหนก็ได้ ก็เลยทำให้เขารู้สึกรัก และชอบในอาชีพค้าขาย “รู้ตัวเองว่าตัวเองเนี่ย ชอบ รักในการขาย ผมเชื่อว่าผมขายอะไรก็ได้ หยิบอะไร
ออกจากเชฟ สานฝัน เปิดร้านราเมน ด้วยคอนเซ็ปต์ “ขายราเมนในราคาสบายกระเป๋า” จากเชฟร้านอาหาร ลาออกมาเปิดธุรกิจเป็นของตัวเอง ใช้ประสบการณ์ที่มีผสมกับความชอบ พร้อมกับเงินลงทุน จึงได้เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นตามที่ตัวเองต้องการ เป็นเวลาหลายปีที่ Gary Chua Lee Heng เคยมีความคิดที่จะเริ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มของตัวเอง และในที่สุด เมื่อเขามีอายุ 33 ปี ก็มีธุรกิจเป็นของตัวเองที่ Bedok North แล้ว นั่นก็คือร้าน Tsuki Ramen เขาตัดสินใจเปิดร้านอาหาร เน้นขายราเมนเป็นหลัก โดยขายราเมน 1 ชามในราคาสบายกระเป๋าเพียง $6.90 หรือประมาณ 225 บาท รวมถึงอาหารญี่ปุ่นราคาไม่แพง อย่าง เกี๊ยวซ่าหมูและคาราอาเกะไก่ ต้องบอกว่า Gary Chua Lee Heng เคยทำงานเป็นเชฟอยู่ที่ร้านอาหารญี่ปุ่นอีกร้านหนึ่ง คือร้าน Takagi Ramen ก่อนที่จะเริ่มต้นทำธุรกิจของตัวเอง ความหลงใหลอันลึกซึ้งต่อราเมน “ผมเลือกที่จะเปิดกิจการของตัวเองซึ่งขับเคลื่อนด้วยความหลงใหลอย่างลึกซึ้งในราเมน” เขาบอก เขาเชื่อมั่นอย่างยิ่งในศักยภาพของ Tsuki Ramen และรู้สึกว่าตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่จะเริ่มต้นการเดินทางครั้งนี้และสร้างสรรค์สิ่งที่มีคว
อดีตเชฟร้านดัง วัย 30 ลาออกมาทำธุรกิจร้านอาหาร ตามความชอบ แม้ลำบากแต่คุ้ม เผย มีความสุขมาก Louis Saw (หลุยส์ ซอว์) เชฟวัย 30 ปี ที่ใช้เวลา 1 ใน 3 ของชีวิต ทำงานในร้านอาหาร ร้านกาแฟ และแผงขายอาหารริมทางต่างๆ รวมถึงแบรนด์ดังอย่าง Prive, Josh’s Grill และ Quan Ji เขายังมีประสบการณ์ในการบริหารธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มร่วมกับเพื่อนๆ หลายแห่ง แต่หลังจากทำอาหารในหลายๆ สถานที่มานานกว่า 10 ปี หลุยส์ก็ตัดสินใจว่าเขาชอบชีวิตแบบพ่อค้าแม่ค้าเร่มากกว่า ดังนั้น เขาจึงเปิดร้านของตัวเองที่ศูนย์อาหารฮงลิม ซึ่งเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 67 ชื่อร้านว่า “ข้าวไก่ทอดนันยาง” ขายตามชื่อร้านเลย นั่นก็คือ ข้าวไก่ทอด นั่นเอง แรงบันดาลใจจากคุณยาย หลุยส์เติบโตมากับอาหารอร่อยๆ เนื่องจากได้รับอิทธิพลจากคุณยายผู้เป็นที่รัก “เธอเป็นคนทำอาหารเก่งมากเลยนะ” เขาเล่าอย่างภูมิใจ หลังจากเสร็จสิ้นการรับราชการ เขาตัดสินใจที่จะเดินตามความฝันด้านการทำอาหาร แม้ว่าจะมีทักษะการทำอาหารขั้นพื้นฐานที่เขาได้เรียนรู้มาจากคุณยายก็ตาม งานเต็มเวลาแรกของเขาในฐานะเชฟ คือที่ร้านอาหารร่วมสมัย Prive’s Wheelock branch โ
เสียงสะท้อนจากผู้ประกอบการ : รัฐบาลโยกย้าย ประชาชนย่ำแย่ “รายได้ดีทุกสาขา แต่ตอนนี้ บางสาขาก็เข้าเนื้อ เพราะเศรษฐกิจมันไม่ดี ยุบพรรค โยกพรรค ภาครัฐยังไม่นิ่ง มันขึ้นอยู่กับรัฐบาลด้วยนะ” คำว่า “เศรษฐกิจไม่ดี ขึ้นอยู่กับรัฐบาล” เป็นส่วนหนึ่งของความจริง เพราะรัฐบาลต้องมีนโยบายแก้ไขปัญหาปากท้องประชาชน ช่วยเหลือฟื้นฟูเศรษฐกิจให้กลับมาดีขึ้นได้อย่างรวดเร็ว แต่ก็มีอีกหลายปัจจัยที่ส่งผลให้เศรษฐกิจไม่ดี เช่น ปัญหาภายนอกที่อาจจะเกิดจากสถานการณ์เศรษฐกิจโลก สงคราม หรือแม้แต่ภัยพิบัติธรรมชาติ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้มีโอกาสพูดคุยกับผู้ประกอบการ แม่ค้า หาเช้ากินค่ำ ถึงประเด็นที่พวกเขาอยากจะสะท้อนออกมา โดยทางผู้ประกอบการได้สะท้อนเรื่องราวความเดือดร้อนออกมาว่า “ประมาณ 2 เดือนที่ผ่านมา เหตุการณ์ทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นการยุบพรรค โยกพรรค อะไรต่างๆ มีส่วนมาก เศรษฐกิจที่ไม่ดีมีผลมาจากที่รัฐบาลโยกย้ายกันค่อนข้างมาก จากเมื่อก่อนได้กำไรตลอด รายได้ดีทุกสาขา แต่ตอนนี้ บางสาขาก็เข้าเนื้อ เพราะเศรษฐกิจมันไม่ดี ทุกสิ่งทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับรัฐบาลด้วยนะ แน่นอนว่า ประเด็นที่เหล่าผู้ประกอบการต้องการจะสื่อออกมาก็คื
อาชีพใหม่ ตอบโจทย์การหย่าร้าง “สัปเหร่อความรัก” สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ คู่รักส่วนใหญ่เมื่อคบหาดูใจกันถึงจุดหนึ่งก็จะขยับไปสู่การเริ่มต้นชีวิตคู่ บ้างก็ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันจนแก่เฒ่า แต่ก็มีไม่น้อยที่ต้องแยกทางกันไป แน่นอนว่า เมื่อรักร้าวจนต้องเลิกรากัน สิ่งของที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นสัญลักษณ์แทนใจก็กลับกลายเป็นของที่ไม่อยากเห็น ยิ่งเป็นของชิ้นใหญ่อย่างภาพแต่งงาน ก็ไม่รู้จะวางแอบไว้ตรงไหนของบ้าน ปัญหาดังกล่าวจะหมดไป เพราะมีอาชีพใหม่ที่ตอบโจทย์การหย่าร้าง และสามารถสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ “วอชิงตัน โพสต์” หยิบยกเรื่องราวของ “หลิว เหว่ย” ชาวจีนวัย 42 ปี ที่เรียกตัวเองว่า “สัปเหร่อของความรัก” มีอาชีพทำลายความทรงจำของอดีตคนเคยรักกัน ไม่ว่าจะเป็นรูปภาพ ชุดแต่งงาน หรือของขวัญต่างๆ ก่อนหน้านี้ “หลิว” เริ่มต้นธุรกิจเล็กๆ จากการรับทำลายเอกสารและข้อมูลส่วนบุคคล แต่เพิ่งทำเงินได้เป็นกอบเป็นกำจากการรับทำลายรูปภาพแต่งงานเมื่อต้นปีที่แล้ว ซึ่งเป็นบริการใหม่ที่ยังไม่มีคนทำ แต่มีลูกค้าจำนวนมาก ในระหว่างปี 2559-2563 มีจำนวนการหย่าร้างในจีนมากกว่า 4 ล้านคู่ ส่งผลให้รัฐบาลต้องปรับแก้กฎหมายให้การหย่าร้างมีขั้น
รายได้หลักล้านต่อเดือน! คุณแม่วัย 35 ปี ทำอาชีพเสริมด้านการถ่ายภาพ ต่อยอดเป็นธุรกิจ จนกลายเป็นเศรษฐีพันล้าน ทุกคนล้วนมีความฝัน หรืออาชีพที่อยากจะทำ บางคนมีโอกาส บางคนอาจจะยังไม่มีโอกาส แต่หากเราพยายามต่อไป อาจจะประสบความสำเร็จได้สักวันหนึ่ง เช่นเดียวกับเธอคนนี้ Katelyn Alsop ที่ไม่ละทิ้งความฝันของการเป็นช่างภาพมืออาชีพ เรียนรู้และหาประสบการณ์อยู่เสมอ จนสุดท้ายนำสิ่งที่ได้ไปต่อยอดและกลายเป็นช่องทางของรายได้ที่เติบโต ในปี 2008 Katelyn Alsop เริ่มงานเสริมด้านการถ่ายภาพจากหอพัก โดยมีเป้าหมายคือการเป็นช่างภาพมืออาชีพ แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจตกต่ำ แต่เธอก็ไม่เคยยอมแพ้ ปัจจุบันนี้ Katelyn Alsop อายุ 35 ปี และเป็นเศรษฐีพันล้านที่ทำธุรกิจถ่ายภาพงานแต่งงานและให้ความรู้เกี่ยวกับการถ่ายภาพภายใต้ชื่อ Katelyn James Photography ซึ่งช่วยให้ผู้คนมากกว่า 100,000 คนได้เรียนรู้เกี่ยวกับการถ่ายภาพร่วมกับ Michael สามีของเธอ ซึ่งเข้ามาดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินในปี 2013 ในปี 2022 เธอสามารถสร้างรายได้ได้ประมาณ 240,000 ดอลลาร์ หรือประมาน 8 ล้านบาทต่อเดือน ซึ่ง 80% ของราย
คุ้มสึ แฟรนไชส์ร้านอาหารสไตล์ญี่ปุ่น พื้นที่แค่ 4 ตร.ม. ก็เริ่มได้ ราคาเบากระเป๋า เหมาะสำหรับมือใหม่ ถ้าพูดถึงร้านอาหารสไตล์ญี่ปุ่น ที่มีมากกว่า 60 สาขา ราคาไม่แรง แถมรับประกันความคุ้ม คงหนีไม่พ้น ร้านอาหารที่ชื่อว่า คุ้มสึ ที่มีเมนูอาหารให้เลือกอย่างหลากหลาย คุ้มจนต้องตะโกนออกมาว่า คุ้มสึ! เส้นทางความสำเร็จ กว่าจะมีวันนี้ได้ ต้องเรียนรู้ ต้องทดลอง ต้องหาทางให้เจอ วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะนำรื่องราวการเดินทางของร้านคุ้มสึ ที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก มาฝากกับทุกท่าน เพื่อเป็นแรงบันดาลใจ และเป็นแนวคิดในการทำธุรกิจต่างๆ คุ้มสึ ชื่อนี้มีที่มา ชื่อร้าน คุ้มสึ มีที่มาที่ไป โดย คุณเอิร์ท-จักรรัฐ โชติดำรงค์ เจ้าของร้าน คุ้มสึ ได้แชร์เรื่องราวธุรกิจให้ฟังที่ร้านตรงซอยอารีย์ มีจุดเริ่มต้นมาจากเนื้อ ซึ่งมีราคาค่อนข้างดีเลยทีเดียว จึงทำให้เกิดคำคำหนึ่งออกมาว่า คุ้มสัส จึงทำให้เกิดความสนใจในชื่อ แต่ด้วยที่ชื่อมีความดุดันจนเกินไป เลยต้องคิดคำมาใช้แทน คำว่า คุ้ม เป็นคอนเซ็ปต์สำคัญที่บ่งบอกถึงร้าน จึงเลือกใช้คำว่า คุ้ม เป็นคำหลัก แล้วคิดหาคำมาต่อท้าย ไม่ว่าจะเป็น คุ้มดิ ซึ่งพอฟังแล้วยังคงดูธรรมด
ถอดสูตรเด็ด ผู้ประกอบการ ปั้นคอนเทนต์ยังไง พาร้านค้าโตด้วย TikTok ในงาน Restech-Restaurant Technology Expo 2024 มีหนึ่งเซกชันที่น่าสนใจ คือ “แกะสูตรลับพาร้านอาหารโตด้วย TikTok” โดย คุณวิ-วิดา เตรียมรักตกุล Account Strategist Lead TikTok Thailand และ คุณฟ้า-บุญสิตา โพบาทะ Account Strategist F&B expertise TikTok Thailand TikTok เป็นหนึ่งช่องทางเพื่อเพิ่มความสำเร็จ TikTok เป็นหนึ่งช่องทางเพื่อเพิ่มความสำเร็จ ซึ่งมีผู้คนกว่า 47.5 ล้านคนใช้งานแพลตฟอร์มนี้ โดยเฉลี่ยแล้วใช้เวลา 100+ นาที/วัน เปิดแอปมากกว่า 13 ครั้งต่อวัน และที่สำคัญ TikTok ยังเป็นเสมือนพื้นที่สำหรับโฆษณา ช่วยให้ทุกคนสามารถบอกเล่าเรื่องราวของธุรกิจ ทำให้เกิดผู้ชมในวงกว้างได้รับรู้และมีส่วนร่วมเพื่อกระตุ้นให้เกิดความต้องการ การซื้อ และได้ยอดขายจากผู้ชมเหล่านั้น สูตรเด็ดทำคอนเทนต์สร้างยอดขายสุดปัง 1. แฮชแท็กยอดนิยม หนึ่งสิ่งสำคัญที่จะทำให้คอนเทนต์ของเราขึ้นฟีด และเข้าถึงคนดูมากขึ้น ดูจากตัวอย่างแฮชแท็กสายอาหาร ดังนี้ #TikTokพากิน แฮชแท็กนี้มีทั้งหมด 1.7 ล้านวิดีโอโพสต์ และยอดการรับชม 90 ล้านวิว #ห้องครัวTikTok แฮชแท็กนี้มี
เปิดท้ายขายดอกไม้ รายได้เสริมเสาร์-อาทิตย์ ของ Kukoo.Flower ร้านดอกไม้ออนไลน์ สร้างรายได้หลักหมื่น จะทำอย่างไร หากธุรกิจของเรายอดขายลดน้อยลง ผู้บริโภคเปลี่ยนเทรนด์สินค้าไปเรื่อยๆ เรื่องราวของ Kukoo.Flower (กุ๊กกู๋ ฟลาวเวอร์) ร้านดอกไม้ที่ขายแบบไม่มีหน้าร้านของ คุณชมพู่-โยษิตา จิรวรางกูร อายุ 28 ปี เธอเริ่มทำธุรกิจนี้เป็นอาชีพเสริมระหว่างเรียนมหาวิทยาลัย ก่อนจริงจังเป็นธุรกิจหลักมาถึงปัจจุบัน แต่ธุรกิจนี้ไม่ได้สดใสเหมือนสีสันของดอกไม้ต่างๆ เพราะมีช่วงขึ้นลงของยอดขาย คุณชมพู่จึงได้เสริมบริการ “เปิดท้ายขายดอกไม้” ขับไปจอดตามจุดท่องเที่ยว จนกลายเป็นกลยุทธ์สำคัญในการเพิ่มยอดขาย ให้กลับมาสร้างรายได้หลักหมื่นบาทในช่วงวันเสาร์และอาทิตย์ Kukoo.Flower ขายดอกไม้ เป็นอาชีพเสริม คุณชมพู่มีใจรักในการค้าขายมาตั้งแต่สมัยเรียนชั้นมัธยม เธอหยิบจับสินค้าหลากหลายมาขายเพื่อสร้างรายได้ กระทั่งได้เข้าเรียนคณะมนุษยศาสตร์ สาขาวิชาดนตรีตะวันตก มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งการเรียนมีรายจ่ายในเรื่องต่างๆ ทั้งค่าโน้ตเพลง ค่าจ้างนักเปียโน สำหรับการสอบของแต่ละเทอม รวมถึงค่าอุปกรณ์อื่นๆ อีกมากมาย ประกอบกับเธอชอบดอกไม
ซอฟต์พาวเวอร์ รุ่นบุกเบิก “มณีไทย” ร้านอาหารสร้างชื่อไกลถึง USA “มณีไทย-Marnee Thai” เป็นชื่อของร้านอาหารไทย ตั้งอยู่ในซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา เป็นกิจการขนาดไม่ใหญ่ไม่เล็ก รับลูกค้าได้ประมาณ 50 ที่นั่ง สาขาแรกเปิดให้บริการเมื่อประมาณ 38 ปีที่แล้ว มี คุณหมู-ชัยวัฒน์ ศิริญาณ และภรรยา ร่วมกันบุกเบิกก่อตั้ง “ใช้เวลาไม่นานเราก็ประสบความสำเร็จ อาจเพราะร้านอาหารไทยมีไม่มากเหมือนทุกวันนี้ คือเปิดได้ 3 เดือน มีหนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ในซานฟรานฯ มาทำข่าว มีนักชิม มายกย่องว่าอาหารอร่อย บริการดี กระทั่งมีลูกค้ารอคิวกันนาน ไม่ถึงเวลาเปิดร้านมารอกันแล้ว” คุณหมู เจ้าของกิจการ “มณีไทย” ในวัยใกล้ 70 ปี เริ่มต้นบทสนทนากับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” อย่างนั้น ก่อนย้อนความเป็นมาให้รู้จักกันมากขึ้น เกิดในครอบครัวขายอาหาร คุณยาย คุณแม่ พื้นเพเป็นคนอยุธยา ทำอาชีพขายข้าวแกงเลี้ยงลูกมาตลอด วิชาด้านการทำอาหารของเขา จึงได้รับตกทอดมาเป็นรุ่นที่ 3 สำหรับประวัติส่วนตัว เรียนจบปริญญาตรี จากคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) เมื่อปี พ.ศ. 2519 จากนั้นได้ไปทำงานแผนกบุคคลบริษัทใหญ่ อยู่ได้ 3 ปีครึ่ง ก่อนลา
