Exclusive
จากธุรกิจเสริมเป็นงานประจำ ทำแบรนด์คุกกี้ Plant Based ตอบโจทย์คนรักสุขภาพ สร้างรายได้หลักล้านต่อปี เรื่องราวของ Lauren Chew ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Love+Chew แบรนด์คุกกี้ Plant Based เธอเริ่มต้นทำธุรกิจเสริมนี้ควบคู่กับงานประจำ โดยสามารถสร้างรายได้จาก 1 ล้านดอลลาร์ สู่ 3 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 99 ล้านบาทในปี 2566 และกำลังมุ่งสู่รายได้ 5-6 ล้านดอลลาร์ในปีนี้ Lauren Chew ทำงานประจำด้านพลังงานทดแทนในบริษัทสตาร์ตอัปแห่งหนึ่ง ในส่วนของการพัฒนาธุรกิจ และก่อนหน้านั้น ได้ทำงานเป็นผู้ช่วยผู้บริหารระดับสูงในบริษัทแห่งหนึ่ง Lauren Chew หันมาใช้ชีวิตแบบเน้นพืชเป็นหลัก ในเรื่องของอาหารการกิน แต่ด้วยเธอเป็นคนชอบทำขนมและชอบกินขนมเป็นชีวิตจิตใจ จึงไม่อยากเลิกทานคุกกี้ มัฟฟิน หรือขนมอื่นๆ ที่โปรดปราน เธอจึงได้พัฒนาสูตรขนมด้วยการใช้อินทผลัมเป็นสารให้ความหวานในสูตรคุกกี้ โดยเริ่มทำขนมจากครัวในบ้าน เมื่อทำเสร็จก็ได้นำไปแจกให้กับร้านขายของชำในท้องถิ่น ร้านกาแฟต่างๆ ซึ่งขณะนั้นยังไม่มีแนวคิดว่าขนมของตัวเองจะสามารถสร้างเป็นธุรกิจได้ จนกระทั่งได้รับคำสั่งซื้อจำนวนมาก และนั่นทำให้รู้ว่า การทำขนมจากครัวในบ้าน
หนทางหายนะ ของร้านอาหาร มีหลายประการ เรื่องแรก ตั้งราคาผิด หนทางหายนะ ของร้านอาหาร มีหลายประการ อันดับ 1 คือ การตั้งราคาผิด ไม่คำนึงถึงต้นทุนแฝงของร้านอาหารซึ่งอยู่ในอาหารทุกจาน คือ ค่าแรง ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าบริหาร ค่าของแตกเสีย ค่าซ่อมแซม ค่าเช่า คิดแต่ว่าจานนี้มีกำไรแล้วพอแล้ว ตัวอย่างง่ายๆ สมมติร้านสั่งขนมเค้กแช่แข็งมาขาย 50 ชิ้น ราคาชิ้นละ 40 บาท เป็นเงิน 2,000 บาท ตั้งราคาขายเอากำไรไม่มากแค่ 2 คูณ ชิ้นหนึ่งเลยขายแค่ 80 บาท กลัวขายไม่ออก เพราะในใจคิดว่าเราไม่ได้ทำอะไร แค่ซื้อมาและขายไปกำไรนิดหน่อยพอแล้วเอาไว้เรียกลูกค้า จำนวนเงินก็ไม่ได้มาก ยังไงก็ขายได้กำไรแน่ๆ ซึ่งนับว่าเป็นหนทางหายนะแท้ๆ เพราะอะไรหรือครับ หนึ่ง ตู้แช่แข็งเค้กต้องใช้ไฟฟ้า เสียค่าไฟ สอง การเอาเค้กแช่แข็งออกมารอลูกค้าต้องนำไปเข้าช่องแช่เย็นธรรมดาในตู้โชว์เค้ก เปลืองไฟเพิ่มขึ้น สาม ถ้าเค้กชิ้นนั้นขายไม่ออกภายใน 3 วัน หรือตามอายุของเค้กเจ้านั้น สภาพมันจะเปลี่ยน ขายให้ลูกค้าไม่ได้แล้ว เอาเข้าช่องแข็งใหม่ก็ไม่ได้ ทำได้อย่างเดียวคือกินเอง สี่ การบริการเค้ก ต้องใส่จาน มีช้อน ส้อม มีการตกแต่งราดน้ำซอสโน่นนี่ ตกแต่งดอกไม้ ใ
จากหนี้สินสู่ความสำเร็จ! แม่เลี้ยงเดี่ยว ขายเค้กตลาดนัด ผลิตเดือนละ 200,000 ชิ้น ส่งทั่วประเทศ “ทุกคนมีสิทธิ์ล้มลุกคลุกคลาน ทุกคนมีสิทธิ์เป็นหนี้ได้หมด แต่เป็นหนี้แล้ว คุณต้องรู้ทุกขณะจิต ชีวิตนี้ต้องสู้เพื่อคนในครอบครัว วันนี้คุณมีเงินให้พ่อแม่ได้ทานข้าว มีเงินให้ลูกไปโรงเรียน มีเงินหล่อเลี้ยงตัวเองให้ลุกขึ้นมาทำงานต่อได้ ในสภาวะแบบนี้ สิ่งสำคัญคือ ความอดทน ต่อสู้ อย่ากลัวการเป็นหนี้” คำบอกเล่าของ คุณผึ้ง-วรภรภัค ไชยมาตร เจ้าของ บริษัท หอมมนต์ กรุ๊ป จำกัด เธอผ่านเรื่องราวชีวิตมามากมาย ตั้งแต่เป็น “หนี้สิน” จากธุรกิจขายเสื้อผ้าที่ทำจน “เจ๊ง” หรือปัญหาครอบครัวที่ต้องกลายเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว แต่ความอดทน สู้ชีวิต ทำให้เธอเป็นเจ้าของอาณาจักรเค้กตลาดนัด มียอดการผลิตเดือนละ 200,000 ชิ้น ขายเสื้อผ้าจน “เจ๊ง” คุณผึ้ง เล่าย้อนให้ฟังว่า เธอเรียนจบแค่ชั้น ม.6 ช่วงอายุ 17 ปี เธอเริ่มขายเสื้อผ้าตามตลาดนัด ก่อนผันตัวมาเปิดร้านที่ประตูน้ำ ซึ่งเป็นยุคทองในเวลานั้น จึงทำให้มีออร์เดอร์เข้าไม่ขาดสาย วันละ 3,000-4,000 ตัว มีรายได้ถึงหลักแสนบาทต่อวัน แต่มีจุดพีกของชีวิต ด้วยไม่มีความรู้ทางธุรกิ
ลุงหมึก ตกงานในวัย 50 พลิกความล้มเหลวเป็นความสำเร็จ สู่ เจ้าของ ภูผาตาด โฮมสเตย์ พนักงานรัฐวิสาหกิจวัยเกือบ 50 ปี อีกไม่นานก็จะก้าวเข้าสู่วัยเกษียณ รอเงินบำนาญ แต่ไม่ทันถึงเอื้อม เหตุการณ์ฟองสบู่แตกมาพรากความหวังนี้ไปได้ เขาต้องตกงาน กลายเป็นคนไร้งานทันที ลุงหมึก-ชำนาญ มณีวงษ์ อายุ 72 ปี เจ้าของภูผาตาด โฮมสเตย์ เผยเรื่องราวชีวิตตั้งแต่ทำงานจนตกงานอันเป็นต้นเหตุแห่งความสำเร็จในวัยเกษียณ ต้องขอเล่าย้อนไปเมื่อปี พ.ศ. 2519 เขาได้เริ่มทำงานเป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ด้วยฐานะทางบ้านยากจนจึงต้องดิ้นรนทำงาน เวลาในการทำงานเพียง 8 ชั่วโมงทั่วไปคงไม่เพียงพอ เขาได้ทำงานเสริมตอนกลางคืน หวังแค่หารายได้มาจุนเจือครอบครัว และด้วยความที่อยากจะมีบ้านจึงต้องดิ้นรนทำงานหนักกว่าคนอื่นเป็น 14 ชั่วโมงต่อวัน เมื่อทุกอย่างเริ่มลงตัวแต่ใครจะคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น และเหตุการณ์นั้นคือ “ฟองสบู่แตก” เขาได้รับผลกระทบที่เรียกได้ว่าแทบรับแรงกระแทกไม่ไหว เขาในวัย 50 ปีจึงต้องกลายเป็นคนตกงานในทันที ความรู้สึกเคว้งคว้างผสมกับความเครียด ด้วยความหวังว่าอีกแค่ไม่กี่ปีก็จะเข้าสู่วัยเกษียณและได้กินเงินเกษ
รายได้หลักล้านต่อเดือน! ชายวัย 32 ปี ทำอาชีพเสริมจากปัญหาด้านสุขภาพ สร้างยอดขายถล่มทลาย ในยุคนี้ อาชีพเดียวไม่พอแล้ว เป็นความจริง เพราะรายจ่ายที่เข้ามาอาจจะมีมากกว่ารายได้ จึงจำเป็นต้องหาอาชีพเสริมมาเป็นตัวช่วยในการบริหารการเงิน และเป็นอีกหนึ่งทางรอดของการดำเนินชีวิต เรื่องราวของชายวัย 32 ปี ที่ชื่อ Sean Hall ผู้ประกอบการจากเมืองออร์แลนโด ที่เริ่มต้นทำอาชีพเสริมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่ชื่อว่า Wellious เมื่อปลายปี 2021 ขณะที่ทำงานประจำในบริษัทจัดพิมพ์ดิจิทัลชื่อ TOFM Media ซึ่งจัดพิมพ์สิ่งพิมพ์ออนไลน์เกี่ยวกับอาหารและสุขภาพ แรงบันดาลใจของเขา เริ่มต้นมาจากที่ตัวเองมีปัญหาเรื่องสุขภาพ ซึ่งต้องระมัดระวังเกี่ยวกับเรื่องอาหารการกินมากยิ่งขึ้น เขาจึงพยายามคิดค้นอาหารเสริมที่เป็นโปรตีนผงจากพืชที่สะอาดที่สุดและมีรสชาติดีที่สุด และต้องการแบ่งปันให้กับคนทั่วโลกได้ลอง ต้องบอกว่า ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารหลายๆ แบรนด์ ต่างเข้าห้องแล็บและพัฒนาคล้ายๆ กัน จึงไม่ก่อให้เกิดเป็นนวัตกรรมใหม่ๆ เขาจึงต้องการนำสิ่งที่ยังไม่มีใครทำมาพัฒนา ด้วยที่เขาทำงานด้านการทำอาหารและโภชนาการ ดังนั้น จึงต้องค้นหาคำตอบให้ไ
บินกลับจากอังกฤษ มาสานต่อธุรกิจครอบครัว พลิกโฉม “กวงข้าวต้ม” สู่ร้านเบอร์ 1 ในเพชรบูรณ์ การสานต่อธุรกิจครอบครัวที่ส่งต่อกันมารุ่นสู่รุ่น ทั้งยังต้องต่อสู้กับธุรกิจใหม่ที่เกิดมามากมายนับไม่ถ้วน มันคงไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ “เชฟโน๊ต-ศุภกิจ อรุณธนโยธิน” ทายาทรุ่นที่ 3 จากร้านกวงโต้รุ่ง คือผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ “ร้านกวงข้าวต้ม” ข้าวต้มจับบัตรคิวแห่งจังหวัดเพชรบูรณ์ ที่โด่งดังไปทั่วฟ้าเมืองไทย อีกทั้งเชฟโน๊ตยังมีดีกรีที่ไม่ธรรมดา ด้วยประสบการณ์ทำงานในโรงแรมชื่อดังมากมาย และเคยเป็นพ่อครัวใหญ่ร้านอาหารไทยในอังกฤษ จนถึงตอนที่กลับมาสานต่อกิจการครอบครัว ก็ยังได้รับเชิญไปร่วมรายการชื่อดังอีกด้วย เชฟโน๊ต จบปริญญาตรีจาก มหาวิทยาลัยนเรศวร สาขาบริหารการโรงแรมและการท่องเที่ยว จุดที่ทำให้เชฟโน๊ตสนใจในอาหารคือตอนที่เขาได้เรียนวิชา Food & Beverage และฝึกงานในโรงแรมแชงกรีล่า กรุงเทพ ทำให้เชฟโน๊ตได้เรียนรู้ในสิ่งที่ตนสนใจ ก่อนที่จะเข้าทำงานเป็นพ่อครัวในโรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล และโรงแรมโอเรียนเต็ล จุดเปลี่ยนครั้งแรกในชีวิตของเชฟโน๊ต คือเมื่อเขาถูกชักชวนให้ไปทำงานร้านอาหาร
จากเด็กต่างจังหวัดสู่เชฟดาวรุ่ง! เชฟอิน กำลังอิน สานต่อความฝัน ชูวัตถุดิบถิ่นใต้ ที่ใครอยากกินต้องจองเท่านั้น ชายหนุ่มผู้หลงใหลในการทำอาหาร ต้นแบบของการประสบความสำเร็จด้วยความมุ่งมั่น ผลักดันตนเองให้ก้าวเข้าสู่สิ่งที่ดีกว่า และเริ่มต้นความฝันนี้มาจากคำว่า “โตขึ้นอยากเป็นอะไร” เรื่องราวต่อไปนี้ เป็นเรื่องราวของ เชฟอิน-ณรงค์ฤทธิ์ แซ่ขอ หนุ่มชาวระนอง ที่กำลังเป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมอย่างมากในโลกโซเชียล โดยเฉพาะบนแพลตฟอร์ม TikTok ด้วยชื่อบัญชี @ins_kamlangin หรือที่รู้จักกันในชื่อ “กำลังอิน” และปัจจุบันเป็นเจ้าของร้าน “ครัวบ้านอิน” “อยากเรียนต่อปริญญาตรี อยากมีปริญญาใบแรกให้ที่บ้าน” เชฟอิน เกิดและโตที่จังหวัดระนอง โดยที่บ้านเปิดร้านอาหาร คุณแม่เปิดร้านขายก๋วยเตี๋ยว จึงทำให้เขาซึมซับบรรยากาศของการทำอาหารมาตั้งแต่เล็ก ซึ่งจริงๆ ในช่วงนั้น ยังไม่ได้คิดว่า อาหาร จะเป็นอาชีพในฝันของเขา จนเรียนมาจนถึง ม.2 มีครูคนหนึ่งถามเขาว่า “โตขึ้นอยากเป็นอะไร” เชฟอิน เล่าต่อว่า เคยถูกสอนมาว่า “ถ้าพ่อกับแม่เป็นอะไร เราจะเป็นให้ได้ดีกว่า อย่างพ่อเป็นผู้ใหญ่บ้าน เราก็คิดว่าอยากจะเป็นนายอำเภอ
คอนเทนต์ครีเอเตอร์ล้นตลาด! เมื่อคอนเทนต์มีมากเกินความต้องการของคนดู เชื่อหรือไม่ว่า คนไทยกว่า 70 ล้านคนเป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์ ไปแล้วกว่า 9 ล้านคน และ ทุกๆ 1 วินาที บน Facebook จะมีรูปพร้อมข้อความถูกแชร์ออกไปมากกว่า 4,050 โพสต์ และถึงแม้ว่า ผู้โพสต์นั้นจะไม่ใช่คอนเทนต์ครีเอเตอร์ไปซะทั้งหมด แต่ก็เป็นการแสดงให้เห็นว่าจำนวนผู้ผลิตคอนเทนต์บนโลกออนไลน์ต่อวินาทีนั้นมีปริมาณที่มากจริงๆ ดังนั้น ถ้าจะบอกว่ายุคนี้เป็นยุคแห่งคอนเทนต์ครีเอเตอร์ก็คงจะไม่ผิดนัก ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นเพราะว่าการทำงานของคอนเทนต์ครีเอเตอร์นั้นมีอิสระทางความคิด สามารถนำเสนอผลงานในรูปแบบที่ตัวเองต้องการ วัดฐานความนิยมจากกลุ่มคนดู ผู้ติดตามยิ่งเยอะ ยิ่งดัง ยิ่งมีชื่อเสียง นอกจากนี้ ยังมีคอนเทนต์ครีเอเตอร์หลายคนได้ดิบได้ดีกับเส้นทางนี้จนสามารถยึดเป็นอาชีพหลัก และอีกหลายคนก็ทำเป็นอาชีพเสริมจากงานประจำ ได้ผลตอบแทนเป็นที่น่าพอใจ ผลลัพธ์ออกมาเป็นแบบนี้จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่า ทำไมคนไทยถึงได้นิยมที่จะหันมาเป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์กันมากขึ้น คอนเทนต์มีมากเกินความต้องการคนดู คอนเทนต์ครีเอเตอร์ล้นตลาดแบบนี้ แล้วใครกันล่ะที่จะเสพคอนเทนต์เหล่า
ความสำเร็จ FEED Y ขับเคลื่อนซีรีส์วาย สมชื่อเมืองหลวงซีรีส์วาย ครองใจคนทั้งโลก อนาคตและความหวังของสังคมไทย ขึ้นอยู่กับความสามารถในการค้นหา พัฒนา และผลักดันศักยภาพใหม่ สู่ น่านน้ำใหม่ บนกระแสแห่งการเปลี่ยนแปลง ซึ่ง “ซีรีส์วาย” คือ ปรากฏการณ์อุตสาหกรรมบันเทิงไทย บุกตลาดโลก ที่ประสบความสำเร็จสูงสุด นับตั้งแต่ ปี 2565 FEED ผู้ผลิตคอนเทนต์ไลฟ์สไตล์ในเครือมติชน ได้จัดกิจกรรมระดับชาติ งาน “FEED Y CAPITAL เมืองหลวงซีรีส์วาย” นำเสนอเรื่องราวอุตสาหกรรมซีรีส์วาย ด้วยความเชื่อมั่นว่า “ซีรีส์วาย” คือตัวแทนพลังมหาศาลของคนรุ่นใหม่ ที่จะมาพร้อมกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ขนาดใหญ่ที่จะขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้า ด้วยแฟนคลับ ศิลปิน และทีมผู้สร้าง FEED Y CAPITAL เมืองหลวงซีรีส์วาย ปีที่ 1 (2565) ลานจอดรถที่ 3 (SEE FAH), SIAM SQUARE นำเสนอพลังอุตสาหกรรมซีรีส์วาย โดยเชิญนักแสดงซีรีส์วายยอดนิยม 4 คู่จิ้น 8 นักแสดงจากซีรีส์ Y สุดปัง มาไว้ที่เวทีเดียว เพื่อให้เหล่าแฟนด้อมได้กรี๊ดลั่นยาวๆ กว่า 7 ชั่วโมง และผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จในอุตสาหกรรมซีรีส์วาย ได้แก่ ตัวแทนนักแสดงซีรีส์วาย นักเขียน ผู้กำกับ และ
เปิดประวัติ “ผัดกะเพรา” เมนูยอดฮิตติดใจคนไทย มีที่มาที่ไปไม่ธรรมดา! ผัดกะเพรา – เคยสงสัยกันหรือไม่? ว่า ผัดกะเพรา เมนูยอดฮิตที่หลายคนแอบเรียกว่าเมนูสิ้นคิดบ้าง เมนูกันตายบ้างนั้น ใครเป็นคนต้นคิด? แล้วมีที่มาที่ไปอย่างไร? ใช่สูตรที่เราทำกินกันทุกวันนี้ไหม? วันนี้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” จะพาไปหาคำตอบกัน มีผู้ใช้นาม เสือตะหลิว สมาชิกเว็บไซต์ดังอย่างพันทิป ได้ตั้งกระทู้แชร์เรื่องราวน่าสนใจ เกี่ยวกับ ผัดกะเพรา พร้อมวิธีทำผัดกะเพราสูตรดั้งเดิมเอาไว้ โดยโพสต์บอกเล่าเรื่องราวอิงประวัติศาสตร์ได้อย่างน่าสนใจไว้ว่า จากสยามสู่ไทย…ปฏิวัติหัวใจสู่ไทยยุคใหม่ “ผัดกะเพราเนื้อ สูตร จอมพล ป.พิบูลสงคราม” เสือตะหลิวเชื่อว่าคนไทยทั้ง 70 ล้านคน ล้วนต้องรู้จักและเคยลิ้มลองเมนู “ผัดกะเพรา” กันอย่างแน่นอน และคนไทยส่วนใหญ่มักคิดเสมอว่า เมนู “ผัดกะเพรา” นั้น เป็นเมนูที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณกาล ย้อนหลังไปได้หลายร้อยหลายพันปี แต่ในความเป็นจริงแล้ว รู้หรือไม่ว่า เมนู “ผัดกะเพรา” นั้น เป็นเมนูที่เพิ่งจะถูกคิดค้นมาในช่วงประมาณ พ.ศ. 2490 สมัยของจอมพ
