คอนเทนต์ครีเอเตอร์ล้นตลาด! เมื่อคอนเทนต์มีมากเกินความต้องการของคนดู
เชื่อหรือไม่ว่า คนไทยกว่า 70 ล้านคนเป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์ ไปแล้วกว่า 9 ล้านคน และ ทุกๆ 1 วินาที บน Facebook จะมีรูปพร้อมข้อความถูกแชร์ออกไปมากกว่า 4,050 โพสต์ และถึงแม้ว่า ผู้โพสต์นั้นจะไม่ใช่คอนเทนต์ครีเอเตอร์ไปซะทั้งหมด แต่ก็เป็นการแสดงให้เห็นว่าจำนวนผู้ผลิตคอนเทนต์บนโลกออนไลน์ต่อวินาทีนั้นมีปริมาณที่มากจริงๆ
ดังนั้น ถ้าจะบอกว่ายุคนี้เป็นยุคแห่งคอนเทนต์ครีเอเตอร์ก็คงจะไม่ผิดนัก ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นเพราะว่าการทำงานของคอนเทนต์ครีเอเตอร์นั้นมีอิสระทางความคิด สามารถนำเสนอผลงานในรูปแบบที่ตัวเองต้องการ วัดฐานความนิยมจากกลุ่มคนดู ผู้ติดตามยิ่งเยอะ ยิ่งดัง ยิ่งมีชื่อเสียง
นอกจากนี้ ยังมีคอนเทนต์ครีเอเตอร์หลายคนได้ดิบได้ดีกับเส้นทางนี้จนสามารถยึดเป็นอาชีพหลัก และอีกหลายคนก็ทำเป็นอาชีพเสริมจากงานประจำ ได้ผลตอบแทนเป็นที่น่าพอใจ ผลลัพธ์ออกมาเป็นแบบนี้จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่า ทำไมคนไทยถึงได้นิยมที่จะหันมาเป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์กันมากขึ้น

คอนเทนต์มีมากเกินความต้องการคนดู
คอนเทนต์ครีเอเตอร์ล้นตลาดแบบนี้ แล้วใครกันล่ะที่จะเสพคอนเทนต์เหล่านี้ได้ทั้งหมด? เพราะความต้องการให้เกิดการรับชมของเหล่าครีเอเตอร์นั้น ดันมีมากกว่าความต้องการรับชมจากผู้ชม จนเกิดเป็นอุปทานส่วนเกินหรือสินค้าล้นตลาด และเมื่อคอนเทนต์ล้นตลาด เหล่าครีเอเตอร์ก็จำเป็นที่จะต้องหาทางออก ด้วยการหาวิธีกระตุ้นให้เกิดการรับชมมากขึ้น
เหรียญสองด้านของการกระตุ้นการรับชม
ในแง่ของความคิดสร้างสรรค์ การกระตุ้นการรับชมจะส่งผลให้ครีเอเตอร์ใช้ความคิด พัฒนารูปแบบคอนเทนต์ ให้เกิดความแตกต่าง จนเกิดการแข่งขันในหมู่ครีเอเตอร์ด้วยกันเอง เพื่อให้เกิดความอยู่รอดตามหลักกลไกทางการตลาด ยิ่งคอนเทนต์ล้นตลาดยิ่งต้องสร้างความแตกต่าง เพื่อดึงความสนใจมาอยู่ที่เราให้ได้มากที่สุด
แต่ในด้านลบ คอนเทนต์ครีเอเตอร์อาจไม่ได้คำนึงถึงความถูกต้อง ความเหมาะสมในการผลิตคอนเทนต์ เน้นผลิตคอนเทนต์เพื่อกระตุ้นยอดแต่เพียงอย่างเดียว
ในปี 2566 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้เปิดเผยว่า มีจำนวนผู้โพสต์ข้อความที่เข้าข่ายเป็นข่าวปลอมมากถึง 7,394 บัญชี และมีจำนวนข่าวปลอมและข่าวบิดเบือนรวมกันสูงถึง 5,061 เรื่อง นอกจากนี้ ยังมีการใช้ Influencer ทำในสิ่งผิดกฎหมาย เช่น ชักชวนให้เล่นเว็บพนันออนไลน์ โดยผลสำรวจได้ระบุว่า คนรุ่นใหม่เล่นพนันออนไลน์สูงถึง 3 ล้านคน โดย 1 ใน 4 เป็นนักพนันออนไลน์หน้าใหม่ หรือคิดเป็นจำนวนกว่า 7.4 แสนคน

รายได้ที่ลดลง ปัจจัยที่ต้องยอมรับ
แต่สิ่งหนึ่งที่คอนเทนต์ครีเอเตอร์อาจจะต้องทำใจไว้ล่วงหน้าเลยก็คือ รายได้ที่ลดลง จากส่วนแบ่งทางการตลาดที่ลดลงตามจำนวนของคอนเทนต์ครีเอเตอร์ที่มีเพิ่มมากขึ้น ทำให้เกิดความผันผวนทางด้านรายได้ ซึ่งหมายความว่าถ้าต้องการที่จะทำคอนเทนต์ครีเอเตอร์เป็นอาชีพหลัก ก็จำเป็นที่จะต้องยอมรับกับความไม่แน่นอนทางการเงินที่อาจจะเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ตามปริมาณคอนเทนต์ครีเอเตอร์ที่มีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ นั่นเอง
