SMEs เกษตร
แปลงเตยหอมสีเขียวสดๆ ที่เห็นอยู่นี้อยู่ที่อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี โดยพื้นที่นี้เคยใช้ปลูกข้าว แต่ด้วยปัญหาราคาข้าวตกต่ำ และพื้นที่ขาดแคลนน้ำไม่สามารถทำนาปรังได้ ทำให้เกษตรกรอย่าง คุณโพธิ์ ภูฆัง ได้ปรับพื้นที่นามาปลูกเตยหอมแทน เนื่องจากเป็นพืชที่ปลูกและดูแลง่าย และตลาดมีความต้องการอย่างต่อเนื่อง คุณโพธิ์ บอกว่า เตยหอมเป็นพืชที่ใช้งานได้สารพัดประโยชน์ เป็นได้ทั้งอาหารและสมุนไพรแปรรูปส่งออกไปยังต่างประเทศอีกทั้งเป็นพืชที่ปลูก และดูแลง่ายกว่าพืชชนิดอื่นๆ ถึงแม้การปลูกเตยหอมจะลงทุนสูงกว่าพืชอื่น เนื่องจากต้องมีตาข่ายพรางแสงในลักษณะโรงเรือน แต่ปลูกเพียงครั้งเดียวสามารถเก็บผลผลิตได้นาน 10 ปี เรียกว่าเก็บกินกันยาวๆ สำหรับการปลูกเตยหอม คุณโพธิ์ บอกว่าต้องให้ความสำคัญกับการจัดเตรียมแปลงปลูกให้ดูแลและเข้าจัดการง่าย โดยแปลงจะมีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีท่อระบายน้ำต่อออกมายังบ่อพักน้ำที่หัวแปลงแต่และแปลง ไล่ระดับสูงมาต่ำเพื่อให้น้ำไหลผ่านได้สะดวก เนื่องจากเตยหอมชอบน้ำหมุนเวียน อีกทั้งในช่วงฤดูฝนจะมีน้ำปริมาณมาก ต้องผันน้ำออกจากแปลง ไม่ให้ท้วมขังภายในแปลง นอกจากนี้ ระหว่างแปลงจะทำทางเดิน
อาชีพการเกษตร ยังคงมีเสน่ห์แรงไม่เสื่อมคลาย ที่ดึงดูดความสนใจจากผู้ประกอบอาชีพอื่น โดยเฉพาะผู้ที่มีเงินเดือนประจำ ที่เรียกว่า “มนุษย์เงินเดือน” ถึงแม้นจะมีค่าตอบแทนที่ค่อนข้างสูง แต่ก็จะต้องแลกด้วยปัญหาสารพัดคล้ายๆ กัน เช่น ความเครียดอันเนื่องมาจากการทำงานที่จะต้องได้ผลงานตามเป้าหมาย ขาดการออกกำลังกาย และโรคภัยรุมเร้า ด้วยปัญหาดังกล่าวจึงมีบุคคลเหล่านี้มองหาทางออก และเห็นว่าอาชีพการเกษตรน่าจะเป็นวิถีที่จะสร้างอาชีพและสร้างความสุขให้แก่ตนเองได้อย่างยั่งยืน เช่น คุณมงคล เหล่ามาลา อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 135 หมู่ที่ 20 บ้านหนองแคน ตำบลศรีสุข อำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม โทร. (099) 939-6130 Id Line : มงคล@กันทรวิชัย Facebook : สวนเกษตรเพชรมงคล มหาสารคาม คุณมงคล เหล่ามาลา (ซ้าย) เกษตรอำเภอ (ขวา) เยี่ยมชมสวน คุณมงคล เล่าให้ฟังว่า ปี 2543 หลังจบ ม.6 ได้เข้าศึกษาต่อที่สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตกาฬสินธุ์ (สาขาวิชาประมง) ระหว่างเรียน ปวส. 2 ได้มีบริษัทมาคัดเลือกให้เข้าทำงานกับบริษัท ด้วยสถานะการเงินทางบ้านขณะนั้นก็ไม่ค่อยดีนัก แม้จะอยากเรียนต่อเพียงใดก็ตาม ด้วยไม่อยากเป็นภาระของพ่อแม่
ปลาหมอ เป็นปลาพื้นบ้านของประเทศที่มีรสชาติค่อนข้างดี และยังเป็นที่นิยมของคนไทยทั่วทุกภาค ปัจจุบัน ปลาหมอ ในแหล่งน้ำธรรมชาติเริ่มมีจำนวนลดลง เกิดจากสภาพแวดล้อมที่เสื่อมโทรม ความแห้งแล้ง และที่สำคัญมีการจับปลาเพื่อบริโภคเพิ่มมากขึ้น จึงทำให้จำนวนปลาหมอมีไม่เพียงพอต่อความต้องการ ปัจจุบันการเพาะเลี้ยงปลาหมอกำลังเป็นที่นิยม นับว่าเป็นอาชีพที่ทำเงินได้อีกอาชีพหนึ่งกันเลยทีเดียว เพราะตลาดกำลังต้องการ จึงนำมาเลี้ยงในเชิงการค้ามากขึ้น เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภค คุณธนวัตน์ คำเฟือง คุณธนวัตน์ คำเฟือง เป็นเกษตรกรที่เลี้ยงปลาหมอ อยู่ที่ตำบลปากพระ อำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย ซึ่งเขามองเห็นถึงในเรื่องราคาของปลาหมอว่าน่าสนใจ เมื่อเปรียบเทียบกับการเลี้ยงปลาชนิดอื่น จึงได้นำมาทดลองเลี้ยงจนประสบผลสำเร็จเป็นงานที่สร้างเงินให้กับเขาได้เป็นอย่างดี งานประจำหนุ่มโรงงาน เลี้ยงปลาเป็นอาชีพเสริม คุณธนวัตน์ เล่าให้ฟังว่า เลี้ยงปลาเพื่อเป็นอาชีพเสริมหลังว่างจากทำงานประจำ เพราะมองว่าถ้างานด้านนี้ดีก็จะหันมาทำเป็นอาชีพหลักในอนาคต ซึ่งก่อนที่จะลงมือเลี้ยงจึงได้ศึกษาและทดลองเลี้ยงมาตั้งแต่ปี 25
สวนเกษตรอินทรีย์ ของ “ลุงประกฤติ เกิดมณี” หนึ่งในตัวอย่างเกษตรกรเครือข่ายสามพรานโมเดล ที่ประสบความสำเร็จในการทำเกษตรระบบอินทรีย์ และใช้ “ตลาดสุขใจ” เป็นช่องทางกระจายสินค้าเกษตรอินทรีย์คุณภาพดีสู่มือผู้บริโภค ระยะหลัง กระแสรักสุขภาพของผู้คนในสังคมเมืองเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทำให้ โครงการ “สามพรานโมเดล” หันมาโปรโมตส่งเสริมการท่องเที่ยวแหล่งผลิตพืชผักผลไม้อินทรีย์ในพื้นที่อำเภอสามพราน ซึ่งสวนผลไม้อินทรีย์ ของ ลุงประกฤติ เป็นหนึ่งในจุดเรียนรู้วิถีเกษตรอินทรีย์ที่ผู้มาเยือนมีโอกาสสัมผัสบรรยากาศการล่องเรือโฟมไปตามร่องสวนเพื่อเรียนรู้วิธี การดูแล การเก็บเกี่ยวผลผลิต พร้อมเลือกซื้อผลไม้อินทรีย์กลับบ้านกันอย่างสนุกสนาน “หยุดใช้สารเคมี” เพื่อชีวิตปลอดภัย ลุงประกฤติ เกิดมณี เกิดในครอบครัวชาวสวนย่านคลองจินดา เรียนรู้การปลูกผัก ผลไม้ โดยใช้สารเคมีตามรอยพ่อแม่ตั้งแต่อายุ 12 ขวบ จวบจนอายุ 30 กว่า ก็พบว่าร่างกายเจ็บป่วยอ่อนเพลียโดยไม่มีสาเหตุ หมอเจาะเลือดไปตรวจ ก็พบว่า มีสารเคมีตกค้างในกระแสเลือดสูงมาก หากไม่หยุดการใช้สารเคมี สุขภาพจะยิ่งย่ำแย่ลงไปเรื่อยๆ และอาจถึงตายได้ ลุงประกฤติ เริ่มปรับการผลิตผลไม้
แม้จะเป็นคนชอบกินผักและเดินสายไปทำข่าวตามจังหวัดต่างๆ มาหลายปี แต่เพิ่งได้ยินชื่อ “ต้นขาไก่” เมื่อไม่นานมานี้ จากข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ข่าวสด ซึ่งทาง คุณประสิทธิ์ ทองขาว เกษตรอำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง กำลังสนับสนุนให้เกษตรกรในพื้นที่ปลูกกันมากขึ้น เนื่องจากเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ที่น่าส่งเสริม แทนที่จะปลูกกันไว้บริโภคเองภายในครัวเรือนเท่านั้น ราคาดีกว่าผักเหมียง ด้วยความที่ว่า “ขาไก่” เป็นผักที่มีรสชาติอร่อยและปลูกไม่ยาก ที่สำคัญได้ราคาดี ตกกิโลกรัมละ 100 บาท เทียบกันแล้วได้ราคาดีกว่าผักเหมียง ที่มีราคาแค่กิโลกรัมละ 50-60 บาท ฟังแค่นี้น่าจะเป็นแรงจูงใจสำคัญที่ทำให้เกษตรกรและคนทั่วไปสนใจอยากจะปลูกต้นขาไก่ เพราะเห็นหนทางชัดเจนว่ามีโอกาสทำเงินได้ก้อนโตหากมีตลาดรองรับ เพียงแต่ว่าตอนนี้ผู้บริโภคยังไม่รู้จักในวงกว้างเท่านั้น ในขณะที่ต้นขาไก่เองมีคุณสมบัติเด่นหลายประการ อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าคงมีผู้คนจำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะคนในภูมิภาคอื่นที่ไม่รู้จักต้นขาไก่ที่ว่านี้ เพราะเป็นพืชพื้นถิ่นของทางภาคใต้ ซึ่งปัจจุบันเกษตรกรจะปลูกแซมในสวนยางพาราและสวนผลไม้ทั่วไป ถือว่าเป็นผักที่มีประโยชน์ต่อร่างกายเ
เจ้าภาพการปรับปรุงพันธุ์ทุเรียนของไทยอยู่ที่ศูนย์วิจัยพืชสวนจันทบุรี สถาบันวิจัยพืชสวน กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเริ่มปรับปรุงพันธุ์ทุเรียนอย่างจริงจังมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2531 มี ดร. ทรงพล สมศรี เป็นหัวหน้าโครงการ และผ่านการรับรองพันธุ์จากคณะกรรมการรับรองพันธุ์ กรมวิชาการเกษตร เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2549 จำนวน 3 พันธุ์ คือ พันธุ์จันทบุรี 1 จันทบุรี 2 และ จันทบุรี 3 ทุเรียนพันธุ์จันทบุรี 1 พันธุ์จันทบุรี 1 เป็นลูกผสมระหว่างต้นพ่อหมอนทอง กับต้นแม่ชะนี ลักษณะประจำพันธุ์มีทรงพุ่ม รูปฉัตรโปร่ง กิ่งแขนงห่าง ต้นสูง 8.80 เมตร ผลมมีขนาดปานกลาง น้ำหนักอยู่ระหว่าง 2.65-3.61 กิโลกรัม ต่อผล ก้านของผลยาว 7.10-11.60 เซนติเมตร ทรงผลค่อนข้างกลม ฟู นูนขึ้นเล็กน้อย ร่องพูไม่ลึก หนามเล็ก ถี่ และสั้น เนื้อหนา 0.89 เซนติเมตร สีเหลือง รสชาติหวานมัน เนื้อค่อนข้างละเอียด กลิ่นหอมอ่อน หลังจากปลิงหลุดแล้วเนื้อไม่เละ ทุเรียนพันธุ์จันทบุรี 2 พันธุ์จันทบุรี 2 เป็นพันธุ์ลูกผสมระหว่างต้นพ่อพวงมณี กับต้นแม่ชะนี ลักษณะประจำพันธุ์ ทรงต้นมีพุ่มเป็นรูปฉัตร โปร่ง กิ่งแขนงห่าง ต้นสูง 10.50 เมตร เมื่ออายุ 10 ป
ไม้ผลดั้งเดิมหลายชนิดสร้างรายได้อยากให้กลับมา ไม้ผลดั้งเดิมของจังหวัดอุบลราชธานีมีหลายตัว โดยเฉพาะพืชที่เป็นผลไม้ที่สร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัด ไม่ว่าจะเป็น มะม่วง มะขามหวาน มะขามเปรี้ยว ลำไย ล้วนแต่เป็นพันธุ์ดีๆ ทั้งนั้น เนื่องจากบางส่วนช่วงยางพาราบูม ทำให้พี่น้องเกษตรกรตัดผลไม้ออกบางส่วน มาปลูกยางพารา พื้นที่ลดลง ก็เลยอยากให้ผลไม้กลับมาสู่จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อสร้างรายได้ให้พี่น้องเกษตรกร จุดเริ่มต้นของไม้ผลชนิดใหม่ เริ่มจาก คุณโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านมองภาคการเกษตรมีความจำเป็น น่าจะมีการปรับโครงสร้างการผลิต ให้สอดคล้องกับพื้นที่ ให้เหมาะสมกับเทคโนโลยีที่จะเป็นไปได้ ไม่ใช่ปลูกตามความเคยชิน ตามประเพณีนิยม ก็เลยให้มีการสำรวจว่ามีศักยภาพตรงไหนอย่างไร ควรมีการปรับเปลี่ยนการผลิตของเกษตรกร ช่วงนั้นเรียกว่าแผนปรับปรุงการผลิตทางการเกษตร ให้พี่น้องปรับปรุงการผลิตทางการเกษตรขนานใหญ่ อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี มีการนำพืชเศรษฐกิจตัวใหม่เข้ามา มีความเหมาะสมที่จะปลูกไม้ผล มีการนำเข้ามาตั้งแต่ช่วงนั้น ผลผลิตออกมาดี เริ่มมีการขยายตั้งแต่นั้นมา ไ
“พริกไทย” จัดได้ว่ามีความสำคัญทางเศรษฐกิจและจำเป็นสำหรับชีวิตประจำวันของคนไทยมาช้านาน ในการประกอบอาหารและใช้เป็นเครื่องเทศ ปรุงรสชาติอาหาร ช่วยดับกลิ่นคาวของเนื้อสัตว์ ส่วนประกอบของเครื่องแกงต่างๆ การถนอมอาหาร และใช้ประโยชน์ในด้านเภสัชกรรมยาสมุนไพร ทุกส่วนของพริกไทยสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้หลายรูปแบบ เช่น เมล็ดพริกไทยอ่อน เมล็ดพริกไทยดำ เมล็ดพริกไทยขาว พริกไทยป่น พริกไทยแช่แข็ง น้ำมันหอมระเหยพริกไทย และพริกไทยดอง เป็นต้น ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ พริกไทย เป็นพืชสมุนไพรและเครื่องเทศ เจริญเติบโตได้ดีในประเทศเขตร้อน เช่น ประเทศบราซิล หมู่เกาะอินเดียตะวันตก ประเทศไต้หวัน มาเลเซีย และปลูกมากในจังหวัดจันทบุรีของประเทศไทย เป็นพืชตระกูลเดียวกับ ดีปลี ชะพลู และพลู ชอบอากาศร้อนชื้น อุณหภูมิระหว่าง 15-35 องศาเซลเซียส ดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ ระบายน้ำได้ดี ไม่ชอบที่ลุ่มน้ำขัง ลำต้น มีลักษณะเป็นเถาเลื้อยยืนต้น ต้องอาศัยค้างในการพยุงและยึดเกาะลำต้น โดยใช้รากขนาดเล็กที่เกิดตามข้อปล้อง เรียกว่า มือตุ๊กแก ต้นพันธุ์พริกไทยจากกิ่งตอนมาชำลงถุงดำแล้วอบในโดมพลาสติก ลำต้น สามารถเจริญเติบโตเป็นกิ่งข้าง หรือกิ่
การปลูกพริกไทย หากเทียบกับผลตอบแทนที่ได้ในแต่ละปีจะดีกว่าผลไม้หลายๆ ชนิด ที่ใช้พื้นที่ปลูกเท่าๆ กัน ดังนั้น การปลูกพริกไทยในพื้นที่น้อยก็สามารถสร้างรายได้หลักแสนให้แก่เกษตรกรได้ไม่ยากนัก ราคาพริกไทยสดค่อนข้างสูงเกือบตลอดทั้งปี หรือแม้แต่ราคาพริกไทยแห้ง คือ พริกไทยดำ พริกไทยขาว ก็เช่นกัน นอกจากจำหน่ายในประเทศแล้วยังส่งออกไปขายยังต่างประเทศด้วย เป็นเครื่องเทศที่เป็นสากล พริกไทย เป็นพืชที่สามารถเจริญเติบโตและให้ผลผลิตดี แม้ในพื้นที่ซึ่งมีความชื้นสูง ไม่มีน้ำท่วมขัง สูงจากระดับน้ำทะเล 0-1,200 เมตร สภาพเป็นดินร่วน ดินร่วนปนทราย หรือดินร่วนเหนียว มีความอุดมสมบูรณ์สูง ระบายน้ำได้ดี ค่าความเป็นกรดเป็นด่างอยู่ที่ 6.0-6.5 ความลึกของหน้าดินมากกว่า 50 เซนติเมตร พื้นที่อยู่ระหว่างเส้นรุ้งที่ 20 องศาเหนือและใต้ อุณหภูมิ 10-30 องศาเซลเซียส ปริมาณน้ำฝน 1,200-2,500 มิลลิเมตร มีแหล่งน้ำที่สะอาดปราศจากสารพิษเจือปน มีความเป็นกรดเป็นด่างอยู่ระหว่าง 5.0-6.5 พริกไทย พืชที่ใช้พื้นที่น้อยแต่สามารถสร้างมูลค่าให้ผลตอบแทนที่ดี สรุปว่า ปลูกได้ทั่วไป เนื่องจากสามารถสร้างโรงเรือน มุงซาแรนพรางแสงช่วย และมีระบบน้ำ เช่
