SMEs เกษตร
แม้จะเป็นคนชอบกินผักและเดินสายไปทำข่าวตามจังหวัดต่างๆ มาหลายปี แต่เพิ่งได้ยินชื่อ “ต้นขาไก่” เมื่อไม่นานมานี้ จากข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ข่าวสด ซึ่งทาง คุณประสิทธิ์ ทองขาว เกษตรอำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง กำลังสนับสนุนให้เกษตรกรในพื้นที่ปลูกกันมากขึ้น เนื่องจากเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ที่น่าส่งเสริม แทนที่จะปลูกกันไว้บริโภคเองภายในครัวเรือนเท่านั้น ราคาดีกว่าผักเหมียง ด้วยความที่ว่า “ขาไก่” เป็นผักที่มีรสชาติอร่อยและปลูกไม่ยาก ที่สำคัญได้ราคาดี ตกกิโลกรัมละ 100 บาท เทียบกันแล้วได้ราคาดีกว่าผักเหมียง ที่มีราคาแค่กิโลกรัมละ 50-60 บาท ฟังแค่นี้น่าจะเป็นแรงจูงใจสำคัญที่ทำให้เกษตรกรและคนทั่วไปสนใจอยากจะปลูกต้นขาไก่ เพราะเห็นหนทางชัดเจนว่ามีโอกาสทำเงินได้ก้อนโตหากมีตลาดรองรับ เพียงแต่ว่าตอนนี้ผู้บริโภคยังไม่รู้จักในวงกว้างเท่านั้น ในขณะที่ต้นขาไก่เองมีคุณสมบัติเด่นหลายประการ อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าคงมีผู้คนจำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะคนในภูมิภาคอื่นที่ไม่รู้จักต้นขาไก่ที่ว่านี้ เพราะเป็นพืชพื้นถิ่นของทางภาคใต้ ซึ่งปัจจุบันเกษตรกรจะปลูกแซมในสวนยางพาราและสวนผลไม้ทั่วไป ถือว่าเป็นผักที่มีประโยชน์ต่อร่างกายเ
เจ้าภาพการปรับปรุงพันธุ์ทุเรียนของไทยอยู่ที่ศูนย์วิจัยพืชสวนจันทบุรี สถาบันวิจัยพืชสวน กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเริ่มปรับปรุงพันธุ์ทุเรียนอย่างจริงจังมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2531 มี ดร. ทรงพล สมศรี เป็นหัวหน้าโครงการ และผ่านการรับรองพันธุ์จากคณะกรรมการรับรองพันธุ์ กรมวิชาการเกษตร เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2549 จำนวน 3 พันธุ์ คือ พันธุ์จันทบุรี 1 จันทบุรี 2 และ จันทบุรี 3 ทุเรียนพันธุ์จันทบุรี 1 พันธุ์จันทบุรี 1 เป็นลูกผสมระหว่างต้นพ่อหมอนทอง กับต้นแม่ชะนี ลักษณะประจำพันธุ์มีทรงพุ่ม รูปฉัตรโปร่ง กิ่งแขนงห่าง ต้นสูง 8.80 เมตร ผลมมีขนาดปานกลาง น้ำหนักอยู่ระหว่าง 2.65-3.61 กิโลกรัม ต่อผล ก้านของผลยาว 7.10-11.60 เซนติเมตร ทรงผลค่อนข้างกลม ฟู นูนขึ้นเล็กน้อย ร่องพูไม่ลึก หนามเล็ก ถี่ และสั้น เนื้อหนา 0.89 เซนติเมตร สีเหลือง รสชาติหวานมัน เนื้อค่อนข้างละเอียด กลิ่นหอมอ่อน หลังจากปลิงหลุดแล้วเนื้อไม่เละ ทุเรียนพันธุ์จันทบุรี 2 พันธุ์จันทบุรี 2 เป็นพันธุ์ลูกผสมระหว่างต้นพ่อพวงมณี กับต้นแม่ชะนี ลักษณะประจำพันธุ์ ทรงต้นมีพุ่มเป็นรูปฉัตร โปร่ง กิ่งแขนงห่าง ต้นสูง 10.50 เมตร เมื่ออายุ 10 ป
ไม้ผลดั้งเดิมหลายชนิดสร้างรายได้อยากให้กลับมา ไม้ผลดั้งเดิมของจังหวัดอุบลราชธานีมีหลายตัว โดยเฉพาะพืชที่เป็นผลไม้ที่สร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัด ไม่ว่าจะเป็น มะม่วง มะขามหวาน มะขามเปรี้ยว ลำไย ล้วนแต่เป็นพันธุ์ดีๆ ทั้งนั้น เนื่องจากบางส่วนช่วงยางพาราบูม ทำให้พี่น้องเกษตรกรตัดผลไม้ออกบางส่วน มาปลูกยางพารา พื้นที่ลดลง ก็เลยอยากให้ผลไม้กลับมาสู่จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อสร้างรายได้ให้พี่น้องเกษตรกร จุดเริ่มต้นของไม้ผลชนิดใหม่ เริ่มจาก คุณโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านมองภาคการเกษตรมีความจำเป็น น่าจะมีการปรับโครงสร้างการผลิต ให้สอดคล้องกับพื้นที่ ให้เหมาะสมกับเทคโนโลยีที่จะเป็นไปได้ ไม่ใช่ปลูกตามความเคยชิน ตามประเพณีนิยม ก็เลยให้มีการสำรวจว่ามีศักยภาพตรงไหนอย่างไร ควรมีการปรับเปลี่ยนการผลิตของเกษตรกร ช่วงนั้นเรียกว่าแผนปรับปรุงการผลิตทางการเกษตร ให้พี่น้องปรับปรุงการผลิตทางการเกษตรขนานใหญ่ อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี มีการนำพืชเศรษฐกิจตัวใหม่เข้ามา มีความเหมาะสมที่จะปลูกไม้ผล มีการนำเข้ามาตั้งแต่ช่วงนั้น ผลผลิตออกมาดี เริ่มมีการขยายตั้งแต่นั้นมา ไ
“พริกไทย” จัดได้ว่ามีความสำคัญทางเศรษฐกิจและจำเป็นสำหรับชีวิตประจำวันของคนไทยมาช้านาน ในการประกอบอาหารและใช้เป็นเครื่องเทศ ปรุงรสชาติอาหาร ช่วยดับกลิ่นคาวของเนื้อสัตว์ ส่วนประกอบของเครื่องแกงต่างๆ การถนอมอาหาร และใช้ประโยชน์ในด้านเภสัชกรรมยาสมุนไพร ทุกส่วนของพริกไทยสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้หลายรูปแบบ เช่น เมล็ดพริกไทยอ่อน เมล็ดพริกไทยดำ เมล็ดพริกไทยขาว พริกไทยป่น พริกไทยแช่แข็ง น้ำมันหอมระเหยพริกไทย และพริกไทยดอง เป็นต้น ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ พริกไทย เป็นพืชสมุนไพรและเครื่องเทศ เจริญเติบโตได้ดีในประเทศเขตร้อน เช่น ประเทศบราซิล หมู่เกาะอินเดียตะวันตก ประเทศไต้หวัน มาเลเซีย และปลูกมากในจังหวัดจันทบุรีของประเทศไทย เป็นพืชตระกูลเดียวกับ ดีปลี ชะพลู และพลู ชอบอากาศร้อนชื้น อุณหภูมิระหว่าง 15-35 องศาเซลเซียส ดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ ระบายน้ำได้ดี ไม่ชอบที่ลุ่มน้ำขัง ลำต้น มีลักษณะเป็นเถาเลื้อยยืนต้น ต้องอาศัยค้างในการพยุงและยึดเกาะลำต้น โดยใช้รากขนาดเล็กที่เกิดตามข้อปล้อง เรียกว่า มือตุ๊กแก ต้นพันธุ์พริกไทยจากกิ่งตอนมาชำลงถุงดำแล้วอบในโดมพลาสติก ลำต้น สามารถเจริญเติบโตเป็นกิ่งข้าง หรือกิ่
การปลูกพริกไทย หากเทียบกับผลตอบแทนที่ได้ในแต่ละปีจะดีกว่าผลไม้หลายๆ ชนิด ที่ใช้พื้นที่ปลูกเท่าๆ กัน ดังนั้น การปลูกพริกไทยในพื้นที่น้อยก็สามารถสร้างรายได้หลักแสนให้แก่เกษตรกรได้ไม่ยากนัก ราคาพริกไทยสดค่อนข้างสูงเกือบตลอดทั้งปี หรือแม้แต่ราคาพริกไทยแห้ง คือ พริกไทยดำ พริกไทยขาว ก็เช่นกัน นอกจากจำหน่ายในประเทศแล้วยังส่งออกไปขายยังต่างประเทศด้วย เป็นเครื่องเทศที่เป็นสากล พริกไทย เป็นพืชที่สามารถเจริญเติบโตและให้ผลผลิตดี แม้ในพื้นที่ซึ่งมีความชื้นสูง ไม่มีน้ำท่วมขัง สูงจากระดับน้ำทะเล 0-1,200 เมตร สภาพเป็นดินร่วน ดินร่วนปนทราย หรือดินร่วนเหนียว มีความอุดมสมบูรณ์สูง ระบายน้ำได้ดี ค่าความเป็นกรดเป็นด่างอยู่ที่ 6.0-6.5 ความลึกของหน้าดินมากกว่า 50 เซนติเมตร พื้นที่อยู่ระหว่างเส้นรุ้งที่ 20 องศาเหนือและใต้ อุณหภูมิ 10-30 องศาเซลเซียส ปริมาณน้ำฝน 1,200-2,500 มิลลิเมตร มีแหล่งน้ำที่สะอาดปราศจากสารพิษเจือปน มีความเป็นกรดเป็นด่างอยู่ระหว่าง 5.0-6.5 พริกไทย พืชที่ใช้พื้นที่น้อยแต่สามารถสร้างมูลค่าให้ผลตอบแทนที่ดี สรุปว่า ปลูกได้ทั่วไป เนื่องจากสามารถสร้างโรงเรือน มุงซาแรนพรางแสงช่วย และมีระบบน้ำ เช่
หน้าร้อนปีนี้ผมได้ไปเที่ยวที่จังหวัดพิจิตร มีโอกาสได้ไปเยี่ยมชมและชิมมะม่วงน้ำดอกไม้ที่สวนสมหมาย เป็นสวนที่ผลิตมะม่วงส่งออกต่างประเทศ แต่ละปีเป็นจำนวนมาก แต่ผมได้เพียงชิมและดูคนงานนำมะม่วงสดบรรจุกล่องเท่านั้น ทว่า ตอนที่ผมได้ไปชมสวนมะม่วงที่จังหวัดฉะเชิงเทรา นอกจากผมมีโอกาสได้กินมะม่วงสุกสดๆ จากต้นแล้ว ยังได้พูดคุยกับเจ้าของสวนคือ ปราโมทย์ วรชาติตระกูล ด้วย สวนมะม่วงแห่งนี้รู้จักกันในนาม สวนลุงโมทย์ ถูกแล้ว ถ้าไปถึงตำบลคลองเขื่อน อำเภอคลองเขื่อน บอกว่าอยากไปที่ สวนลุงโมทย์ ก็จะได้รับการชี้บอกทาง เพราะใครๆ ก็รู้จักนั่นเอง ตอนที่ผมไปถึงสวนลุงโมทย์นั้น เป็นต้นเดือนเมษายน มะม่วงกำลังออกลูกดก เพียงแต่มองไม่เห็นลูก เพราะแต่ละลูกจะถูกห่อด้วยถุงกระดาษ ผมมารู้ตอนหลังว่า สมัยก่อนมะม่วงจะถูกห่อด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์ แต่ในปัจจุบันมีถุงกระดาษสำเร็จรูปไว้สำหรับห่อผลไม้ขายอยู่ทั่วไป ถุงกระดาษชนิดนี้เรียกเป็นทางการว่า ถุงสารคาร์บอน มะม่วงที่อยู่ในถุงกระดาษนี้จะป้องกันแมลง กระรอก และนก ไม่ให้เข้ามากัดกิน จึงได้มะม่วงแต่ละลูกมีผิวเกลี้ยงไม่มีจุดดำ เหลืองอร่าม น่ากิน ตอนที่ผมไปถึงสวนพบว่า ลุงโมทย์กำลังบั
การเลี้ยงกุ้งขาว เป็นอีกหนึ่งอาชีพที่น่าสนใจ เนื่องจาก เป็นอาหารที่ป้อนตลาดได้ตลอดเวลา เข้าไปอยู่แทบจะทุกวงการอาหารบ้านเรา ตลาดสด ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านหมูกระทะ ร้านสุกี้ ร้านอาหารเล็กไปจนถึงใหญ่ระดับภัตราคาร ฯลฯ กุ้งขาว ราคาตลาดไม่ค่อยเหวี่ยงขึ้นลง ขนาด 60 ตัวต่อกิโลกรัม ราคาวิ่งอยู่ที่ 260-300 บาท แต่สำหรับวันนี้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” จะนำเสนอเรื่องราวอาชีพ การเลี้ยงลูกกุ้งขาว เพื่อส่งต่อให้เกษตรกรนำไปเลี้ยง หรือเรียกว่าขุนเพื่อให้โตต่อไป บ่ออนุบาลกุ้งขาวที่ว่านี้ จะรับซื้อไข่กุ้งมา จากนั้นไม่กี่ชั่วโมง ก็จะฟักเป็นตัว แล้วเลี้ยงไปราว 20 วัน ก็จับขายส่งต่อให้เกษตรกร เกษตรกร นำไปเลี้ยงอีก 2 เดือน นำออกขาย สู่ผู้บริโภค วงจร มีสั้นๆ แค่นี้ แต่ทำเงินได้อย่างไม่น่าเชื่อ คุณอำไพ ผ่องประเสริฐ หรือคุณต้อย อายุ 56 ปี ทำฟาร์มอนุบาลกุ้ง ที่ ต.โสธร อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา เล่าว่า “ทำมา 30 ปีแล้ว ก่อนหน้านี้ เคยทำงานเป็นพนักงานขายเสื้อผ้า เครื่องสำอาง ได้เงินไม่ค่อยดี เห็นญาติทำบ่อกุ้งที่ฉะเชิงเทรา อนุบาลลูกกุ้ง แค่ 20 วัน ก็เห็นเงินแสนแล้ว” จากความคิดที่อยากเปลี่ยนอาชีพ แต่ไม
ช่วงหลายปีมานี้ผู้คนจำนวนไม่น้อยมักไปศึกษาหาความรู้เรื่องการทำเกษตรตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ที่บ้านของ”คุณสงวน มงคลศรีพันเลิศ” วัย 50 กว่า ซึ่งได้จัดตั้งเป็นศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลหนองทะเล, ศูนย์เครือข่ายปราชญ์ชาวบ้าน และศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงชุมชนบ้านเขากลม ต.หนองทะเล อ.เมือง จ.กระบี่ ทำไมต้องไปดูงานที่นี่ก็เพราะ เขาผู้นี้ได้รับรางวัลมากมาย ทั้งระดับจังหวัดและประเทศ อาทิ เป็นเกษตรกรดีเด่น ปี 2548 สาขาปศุสัตว์, รางวัล 76 คนดีแทนคุณแผ่นดินปี 2552, รางวัลการประกวดผลงานตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงด้านประชาชนทั่วไป ปี 2550 และได้รับรางวัลศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรชนะเลิศอันดับ 1 ระดับจังหวัดปี 2550 ฯลฯ คุณสงวนเล่าความเป็นมาให้ฟังว่า เริ่มต้นเมื่อปี 2540 ตัวเองเป็นมนุษย์เงินเดือนทำงานอยู่ในบริษัทแห่งหนึ่งใน จ.ปราจีนบุรี มีรายได้ถึงเดือนละ 28,000 บาท แต่ไม่เคยมีเงินเหลือเก็บ คิดถึงในหลวง ร.9 สอนให้คิดเรื่องกินก่อนคิดเรื่องเงิน จึงตัดสินใจกลับบ้านที่ จ.กระบี่ เริ่มต้น ศึกษาและเรียนรู้เองจนตกผลึกทางความคิดว่า เมื่อจะทำเกษตรแบบพอเพียง ต้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกษตรกรชาวตำบลบ้านป่า อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก ซื้อพันธุ์สับปะรดฉีกตาจากภาคใต้มาปลูกให้ผลผลิตดี เมื่อเปิดขายผ่านโซเชียลได้รับความสนใจ มีผู้สั่งจองซื้อจนผลิตให้ลูกค้าไม่ทัน เกษตรกรผู้นี้คือ นายเยี่ยม ตาเห็น อายุ 70 ปี บ้านเลขที่ 42 หมู่ที่ 4 บ้านแหลมดู่ ตำบลบ้านป่า อำเภอเมืองพิษณุโลก เปิดเผยว่า ทดลองซื้อกล้าสับปะรดพันธุ์ฉีกตามาจากภาคใต้ นำมาปลูกในไร่นาสวนผสม เหตุที่ทดลองปลูกเพราะเพื่อนแนะนำมา เนื่องจากสับปะรดพันธุ์นี้มีความหวาน ไม่กัดลิ้น ที่สำคัญเพียงผ่าผลครึ่งลูกก็สามารถฉีกตารับประทานได้ไม่ต้องปอกเปลือกให้ยุ่งยากเหมือนสับปะรดทั่วไป หลังจากสับปะรดออกผล ลูกสาวก็นำไปให้เพื่อนๆ ลองรับประทาน หลายคนชื่นชอบและสั่งซื้อ ประกอบกับลองนำไปขายในโซเชียล ปรากฏว่ามีคนสั่งซื้อและจองกันจำนวนมาก จนถึงขณะนี้ไม่สามารถผลิตสับปะรดได้ทันต่อผู้สั่งจองทีเดียว โดยตนขายในราคากิโลกรัมละ 60-90 บาท เท่านั้น
