Inspiration
ก้าวข้ามปีใหม่ได้เกือบ 1 เดือน เชื่อว่าหลายคนมีเป้าการใช้ชีวิตที่ชัดเจนมากขึ้น ทั้งการดูแลร่างกาย จิตใจ รวมไปถึงสังคมและสิ่งแวดล้อม ลองมาดูนวัตกรรมฝีมือคนไทยที่พร้อมเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตยุคใหม่ ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA กันดีกว่า ครอบคลุมตั้งแต่การดูแลสิ่งแวดล้อม การปรับไลฟ์สไตล์ให้ทันสมัยและยั่งยืน การดูแลสุขภาพกายและใจ ไปจนถึงการสร้างสังคมที่ใส่ใจทุกคน Molly Ally นวัตกรรมไอศกรีมแพลนต์เบส ตอบโจทย์คนรักสุขภาพ หลายคนมักเริ่มต้นปีด้วยการตั้งปณิธานในการดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง แต่สิ่งที่ท้าทายที่สุดในการดูแลสุขภาพคงหนีไม่พ้นเรื่องของอาหารการกิน เพราะรสชาติที่อร่อยบางครั้งก็มักตรงข้ามกับสุขภาพที่ดี ปัจจุบันผู้บริโภคต้องการอาหารทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพแต่ยังคงรสชาติที่อร่อย “Molly Ally” นวัตกรรมไอศกรีมแพลนต์เบส จึงเป็นคำตอบสำหรับผู้ที่รักสุขภาพ ผู้แพ้แล็กโทส และชาววีแกน ผลิตภัณฑ์นี้ใช้กระบวนการ Emulsify Integrated System ที่รวมกระบวนการพาสเจอไรเซชันและโฮโมจีไนเซชันเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อม
นาทีนี้ต้องยกให้เมนู “โยเกิร์ตปั่น” เป็นหนึ่งในเครื่องดื่มที่มาแรง ด้วยรสชาติที่กลมกล่อม ผสมผสานกับผลไม้สดและธัญพืช ทำให้ได้รสชาติที่ดื่มแล้วอร่อยแบบไม่รู้สึกผิด ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์เทรนด์รักสุขภาพของคนยุคใหม่ วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้รวบรวบ 4 แบรนด์โยเกิร์ตปั่นเจ้าดัง ทั้งสัญชาติไทย ออสเตรเลีย และเกาหลี ได้แก่ Yoguruto (โยกุรุโตะ), Koomi (คูมิ), Mr.Jolly Yogurt (มิสเตอร์จอลลี่) และ YogurBara (โยเกอร์บารา) โดยนอกจากจะขยายสาขาอย่างรวดเร็วแล้ว บางแบรนดฺ์ยังเปิดโอกาสให้คนที่มองหาธุรกิจได้ร่วมลงทุนแฟรนไชส์อีกด้วย Yoguruto (โยกุรุโตะ) แบรนด์โยเกิร์ตปั่นสดสัญชาติไทย ที่มีเจ้าของคือ คุณเอลฟ์-เอื้อการย์ สำรวลหรรษ์ ซึ่งเริ่มต้นธุรกิจในช่วงโควิด โดยสาขาแรกอยู่ที่หน้ามหาวิทยาลัย และภายใน 4 ปีครึ่ง ขยายไปแล้วกว่า 200 สาขาทั่วประเทศ ยอดขายทั้งหมดประมาณ 10 ล้านแก้ว ซึ่งถือว่าเป็นแบรนด์ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว โดยมีเมนูให้เลือกหลากหลาย สามารถเลือกความหวานได้ 6 ระดับ ราคาเริ่มต้น 49 บาท เมนูแนะนำ คือ โยเกิร์ตข้าวเหนียวนิล โยเกิร์ตโอรีโอ และโยเกิร์ตบุกน้ำผึ้ง หากใครที่สนใจอยากทำธุรกิจโยเกิร
จากไวรัลเสิร์ฟซูชิสายพานในงานแต่ง ไอเดียแปลกใหม่ที่ยกประสบการณ์จากหน้าร้านไปอยู่ในโมเมนต์สำคัญ วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาไปรู้จักแบรนด์ Katsu midori พร้อมเปิดราคาแพ็กเกจ Catering (รับจัดเลี้ยง) ซูชิสายพานแบบละเอียด รู้จัก Katsu midori Katsu midori (คัตสึ มิโดริ) คือแบรนด์ซูชิสายพานอันดับ 1 จากโตเกียว ที่เข้ามาเปิดให้บริการในไทยครบ 1 ปี โดยเปิดสาขาแรกที่เซ็นทรัลเวิลด์เมื่อต้นเดือนธันวาคม 2567 ก่อนเปิดสาขา 2 ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลปาร์คในช่วงเดือนกันยายน 2568 จากนั้นได้ขยายสาขาไปฟิวเจอร์ ปาร์ค รวมถึง เมกะบางนา โดยอยู่ภายใต้บริษัท เดอะ ฟู้ด ซีเล็คชั่น กรุ๊ป จำกัด ของ 2 ผู้ก่อตั้ง คุณชาร์ป-ชนวีร์ หอมเตย และคุณมิ้งค์-ศุภณัฐ สัจจะรัตนกุล ซึ่งมี 4 แบรนด์ในพอร์ต ได้แก่ ชินคันเซ็น ซูชิ, นักล่าหมูกระทะ, คัตสึ มิโดริ และนามะ เจแปนนิส ซีฟู้ด แอนด์ บุฟเฟ่ต์ หากพูดถึงความฮอตของคัตสึมิโดริในตลาดซูชิสายพาน ถือเป็นแบรนด์ที่กำลังได้รับความนิยม จากจุดเด่นแรก คือ คุณภาพ จากวัตถุดิบสดใหม่นำเข้าจากญี่ปุ่น สองคือ ร้านขนาดใหญ่ โดยสาขาเซ็นทรัลเวิลด์ สามารถรองรับลูกค้าได้สูงสุด 250 ท่าน จ
กลายเป็นกระแสที่ถูกพูดถึงอย่างมากในโลกโซเชียล เมื่อแบรนด์เครื่องหอมสัญชาติไทยอย่าง REUNROM (รื่นรมย์) ปรากฏอยู่ในภาพบนอินสตาแกรมส่วนตัวของ Maye Musk แม่ของ Elon Musk มหาเศรษฐีอันดับต้นๆ ของโลก ภาพดังกล่าว จุดกระแสความภาคภูมิใจให้กับคนไทยจำนวนมาก ที่ได้เห็นแบรนด์ไทยก้าวเข้าไปอยู่ในบ้านของคนดังระดับโลก REUNROM (รื่นรมย์) เป็นแบรนด์เครื่องหอมภายใต้เครือ KARMART บริษัท คาร์มาร์ท จำกัด (มหาชน) ซึ่งในปี 2568 ที่ผ่านมา สามารถสร้างยอดขายทะลุร้อยล้าน ล่าสุด เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีโอกาสสัมภาษณ์แบบเอ็กซ์คลูซีฟกับ คุณแก๊ป–พงศ์วิวัฒน์ ทีฆคีรีกุล ผู้ก่อตั้ง KARMART ถึงแนวคิดเบื้องหลังการสร้างแบรนด์และการพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ คุณแก๊ปเคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า “การอินทิเกรตของที่นิยมเข้ามาด้วยกัน ถ้านิยมทั้งสองอย่าง เราสามารถที่จะมาเป็น 2 in 1 ได้ไหม เพื่อที่แทนที่ลูกค้าจะเสียเงิน ต้องซื้ออันนี้ๆ เรามาจับรวมกันเลยแล้วเป็นสินค้าใหม่ขึ้นมา” หนึ่งในโปรดักต์ที่ปรากฏอยู่ในภาพของ Maye Musk คือ The Moon Perfume Collection ซึ่งถือเป็นไอเท็มไฮไลต์ของแบรนด์ โดยคุณแก๊ปเล่าถึงแนวคิดขอ
หลายท่านคงคุ้นตากับตะกร้าขนมจีน ที่มักวางกองอยู่ในมุมหนึ่งของบ้าน ทั้งที่เป็นของใช้สารพัดประโยชน์แต่กลับไม่ถูกหยิบมาใช้งาน ไม่ว่าจะตะกร้าขนมจีน กล่องลัง หรือถุงพลาสติก สิ่งเหล่านี้มักถูกรวมไว้โดยผู้สูงวัยที่รักหรือในบางครั้งอาจเป็นเราๆ ท่านๆ ที่สะสมไปโดยไม่รู้ตัว และหากยังคงเก็บต่อไปเรื่อยๆ สิ่งเหล่านี้อาจกลายเป็นของที่ไม่ได้ก่อประโยชน์อะไรในชีวิตเลย คุณอิม-อิมยาดา เรือนภู่ ผู้ที่มองเห็นปัญหาและมาพร้อมแนวทางที่จะช่วยจัดการบ้านให้กลับมาสะอาดเป็นระเบียบเรียบร้อยอีกครั้ง กับธุรกิจ “นักจัดระเบียบบ้าน” เจ้าแรกของเมืองไทย ปัจจุบันมียอดติดตามเพจมากกว่า 4 แสนคน คุณอิม เล่าเส้นทางการทำธุรกิจให้ฟังว่า หลังเรียนจบสาขาการจัดการโรงแรมและภัตตาคาร ที่วิทยาลัยการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมการบริการ ม.รังสิต ยังคงเลือกเดินบนเส้นทางการทำงานบริการในสายงานโรงแรมมาโดยตลอด ซึ่งเกี่ยวข้องกับอาคาร บ้านเรือน และการจัดการพื้นที่ จนกระทั่งเธอรู้สึกว่าตัวเองมีศักยภาพมากกว่างานที่ทำอยู่และต้องการสร้างรายได้เพิ่ม ประกอบกับความรักใน “งานบ้าน” และ “การจัดระเบียบ” ที่ฝังรากมาตั้งแต่เด็ก จึงเริ่มหัน
นับเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ SMEs ที่สะท้อนพลังของความตั้งใจ คือ “ไร่ทับทิมสยาม” แบรนด์ผลไม้อบแห้งจากเพชรบุรี ที่เริ่มต้นจากครอบครัวเล็กๆ ที่ปลูกกล้วยจนล้นสวน แล้วพลิกวิกฤตให้กลายเป็นโอกาส คุณกุลยา กนกวรกาญจน์ ลูกสาวของผู้ก่อตั้ง เล่าว่า เดิมทีคุณพ่อเพียงอยากทำเกษตรหลังเกษียณ อยากหาซื้อที่ดินเพื่อปลูกกล้วย มะละกอ และส้มโอ แต่ผลผลิตกลับมีมากเกินความต้องการ จึงเริ่มทดลองทำ “กล้วยตากอบแห้ง” ขายออนไลน์และออกบูธต่างๆ จนได้เข้าสู่เชลฟ์เซเว่นฯ เมื่อ 4 ปีที่ผ่านมา จนเป็นที่รู้จักของลูกค้าต่างชาติอย่างเวียดนามและยุโรป “เราไม่ได้มาจากสายอาหารเลยค่ะ พื้นเพเป็นคนสุพรรณบุรีโตมาจากธุรกิจผลิตเบาะนั่ง รถทัวร์ รถบัส แต่พอตัดสินใจลงมือทำธุรกิจอาหารก็รู้เลยว่ามันท้าทายมาก ต้องใส่ใจทุกขั้นตอน ตั้งแต่คัดกล้วยไปจนถึงการออกแบบแพ็กเกจจิ้ง ส่งผลให้กล้วยตากสูตรบ้านๆ กลายเป็น “กล้วยสติ๊กอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์” และต่อยอดด้วยไอเดียใหม่ๆ เพื่อให้เหมาะกับตลาดยุคใหม่ ทั้งกล้วยสติ๊กเคลือบช็อกโกแลต และล่าสุดคือ “กล้วยสติ๊กเคลือบนมรสสตรอเบอร์รี” ที่เปิดตัวในเซเว่นฯ
จากถนนสายการค้าเก่าแก่ในอดีต วันนี้ ‘ถนนทรงวาด’ กลายเปลี่ยนย่านสุดฮิตของวัยรุ่นเทสต์ดีทั้งคนไทยและต่างชาติ ที่หลงใหลในเสน่ห์ของวัฒนธรรมเก่าแก่แต่ผสานเข้ากับความร่วมสมัยได้อย่างลงตัว ทั้งตึกวินเทจสุดคลาสสิค ที่ซ่อนคาเฟ่ ร้านอาหาร และมุมถ่ายรูปมากมาย จนสื่อระดับโลกอย่างนิตยสาร Time Out ยกให้ถนนเส้นนี้ติดโผ 1 ใน 40 ย่านที่คูลที่สุดในโลก ประจำปี 2566 และในปี 2569 ถนนทรงวาด ยังกระแสดีไม่มีตก มีร้านค้า คาเฟ่เปิดใหม่มากมาย หรือแม้กระทั่งตรอกเก่าแก่ที่ถูกปิดตายมาอย่างเนิ่นนาน อย่าง ตรอกโกดังทรงวาด ได้ถูกชุบชีวิตให้กลายเป็นสถานที่ยอดฮิตของคาเฟ่ ที่เหล่าวัยรุ่นหลายคนมักจะไปเช็กอิน จุดเริ่มต้นถนนทรงวาด ถนนทรงวาดเป็นเส้นการค้าแรกในไทย ได้ขึ้นชื่อว่าเป็น ‘ถนนเจ้าสัว’ เพราะเป็นจุดเริ่มต้นธุรกิจของเหล่าเจ้าสัวเมืองไทย เช่น ธนินท์ เจียรวนนท์ หัวเรือใหญ่แห่งเครือเจริญโภคภัณฑ์ และ เจริญ สิริวัฒนภักดี เจ้าของอาณาจักรแสนล้านในธุรกิจค้าปลีก เครื่องดื่ม และอสังหาริมทรัพย์ โดยในปี 2568 ทั้ง 2 ตระกูลติดอันดับมหาเศรษฐีไทย จากการจัดอันดับของ ฟอร์บส์ โดยธุรกิจเจ้าสัวที่เริ่มต้นบนถนนทรงวาดคือ กิจการเจียไต๋
ในโลกที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือ AI (Artificial Intelligence) ได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้น โดยสิ่งที่เห็นได้ชัดเวลาไถฟีดในไทม์ไลน์ตอนนี้ คงหนีไม่พ้นคลิปที่ดูเกินจริง เพราะสร้างจาก AI หรือรูปภาพที่มองแล้วดูแปลกตา สิ่งเหล่านี้เริ่มเข้ามาแทรกซึมมากขึ้น จนบางครั้งแทบจะแยกไม่ออกเลยว่าอันไหนของจริง อันไหน AI แต่การนำ AI มาใช้ก็มีข้อดีอยู่บ้าง เพราะสามารถช่วยลดต้นทุน และประหยัดเวลาไปได้อย่างมหาศาล ส่วนอีกแง่มุมหนึ่งที่ AI ยังไม่เป็นที่ยอมรับนั่นคือ การสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ ที่หลายคนมองว่านี่เป็นการลดทอนคุณค่าของงานศิลป์หรือเปล่า? AI กับงานศิลปะ ล่าสุดกับเรื่องราวที่กำลังเป็นกระแสอยู่ตอนนี้ เมื่อมียูทูบเบอร์ชื่อดัง อย่าง ‘จันเรด’ เจ้าของช่อง RedremasteRed และ FE0000 ได้ออกมาพูดถึงหลายแบรนด์ที่มีการนำ Generative AI มาใช้ในเชิงพาณิชย์ ในซีรีส์ “ของฝากนักก็อป AI” หนึ่งในกรณีศึกษาที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือ “เกมการ์ดโอฮาน่า” โดยประเด็นในคลิปได้มีการพูดถึงเรื่องของการนำ AI มาใช้ในผลงาน พร้อมกับตั้งคำถามถึงความเหมาะสมและราคา โดยจันเรดมองว่าหากใช้ AI เพื่อลดต้นทุนและเวลา แต่ทำไมถึงกลับตั้ง
ในทุกสิ้นปีแต่ละเว็บไซต์จะมีการออกมาเผยอินไซต์ต่างๆ โดยทาง Google Trends ได้ทำการจัดอันดับคำค้นหาที่คนไทยเสิร์ชมากที่สุดประจำปี 2568 ทั้งหมด 18 หมวดหมู่ อาทิ คำค้นหายอดนิยม, ข่าว, บุคคล, สูตรอาหาร ฯลฯ วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้หยิบยก หมวดหมู่ “ร้านอาหารและคาเฟ่” ที่ถูกค้นหามากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่ อันดับที่ 1 ร้านเจ๊ไฝ อันดับที่ 2 ร้านบ้านเมี่ยงปู by ส้มตำกาแฟ อันดับที่ 3 ร้านศรณ์ อันดับที่ 4 ร้านพาข้าว บรรทัดทอง อันดับที่ 5 ร้านอาหารนายโซว อันดับที่ 6 ร้านระลึก Drink & Restaurant อันดับที่ 7 ร้านฤดูกาล อันดับที่ 8 ร้านเตี๋ยวติ๊ด อันดับที่ 9 ร้านติดอ่างคาเฟ่ อันดับที่ 10 ร้านพราว รัชโยธิน แต่ประเด็นเทรนด์การค้นหาร้านอาหารในปี 2568 ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความอร่อยเพียงอย่างเดียว แต่ยอดการค้นหาอาจมาด้วย เรื่องเล่า หรือ กระแสข่าวของร้านอาหารนั้นๆ หรือภาพอาหารที่สวยแปลกตาบน TikTok และ บรรยากาศที่สนุกสนานเหมาะกับการทำคอนเทนต์กระตุ้นความสนใจของผู้คน
ว่ากันว่า ปีนี้ ปีหน้า และปีต่อๆ ไป จะไม่ใช่ปีของการทำธุรกิจแบบเดิมอีกต่อไป ซึ่งเหตุปัจจัยนั้น มีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ ต้นทุนพลังงานสูงขึ้น ผู้บริโภคมีความตระหนักมากขึ้น ส่วน “โลก” ก็ยังส่งสัญญาณชัดเจนแล้วว่า “ความยั่งยืน” ไม่ใช่ภาพลักษณ์ แต่คือปัจจัย “ชี้เป็น ชี้ตาย” ธุรกิจไหนจะอยู่รอด และธุรกิจไหนจะเติบโต สิ่งน่าสนใจในเรื่องนี้อีกประการหนึ่ง คือ “ธุรกิจยั่งยืน” จะไม่ได้จำกัดอยู่แค่พลังงานสะอาด หรือเทคโนโลยีสีเขียวเท่านั้น แต่กำลังแทรกซึมอยู่ในโรงแรม ร้านอาหาร ไปจนถึงบริการไลฟ์สไตล์ใกล้ตัว ซึ่งกำลังกลายเป็น “ธุรกิจดาวรุ่ง” ในสายตานักลงทุนและผู้บริโภครุ่นใหม่ ดังเห็นได้จาก ผู้บริโภคยุคใหม่ จะไม่ถามแค่ว่า “ถูกหรือแพง” แต่พวกเขาจะถามลึกไปถึงว่า ธุรกิจนี้ใช้ทรัพยากรอย่างไร ดูแลคนทำงานแบบไหน และมีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมแค่ไหน และนี่คือ “โจทย์ใหม่” ที่ผู้ประกอบการต้องตอบให้ได้ ตัวอย่างแรกที่สะท้อนภาพนี้ได้ชัด ได้แก่ ศิวาเทล โรงแรมใจกลางกรุง ที่พิสูจน์แล้วว่า ความหรูหรากับความยั่งยืน สามารถเดินไปด้วยกันได้จริง นับตั้งแต่ การออกแบบอาคาร การจัดการพลังงาน ไปจนถึงแนวคิดการดูแล
