SMEs
ในช่วงที่โลกธุรกิจกำลังเร่งเครื่องเข้าสู่การเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI กลายเป็นหัวใจของการทำงานในเกือบทุกอุตสาหกรรม ส่งผลให้ SMEs ไทย ต้องมองหาแนวทางใหม่เพื่อเพิ่มความเร็ว ความแม่นยำ และลดความผิดพลาดในการตัดสินใจ ขณะเดียวกัน โลกก็ขยับเข้าสู่ “ฮวงจุ้ยยุค 9” (พ.ศ. 2567–2586) ซึ่งเป็นยุคที่พลังงานของสถานที่และจังหวะเวลา มีผลต่อการทำงานและสุขภาพทางอารมณ์มากขึ้นกว่ายุคที่ผ่านมา บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) โดยศูนย์เซเว่น อีเลฟเว่น สนับสนุนเอสเอ็มอี และสมาคมการค้าปลีกและเอสเอ็มอีทุนไทย ได้เสริมศักยภาพผู้ประกอบการ SMEs เชิญวิทยากรจาก 2 วงการ ผนึก 2 องค์ความรู้ ทั้ง AI และฮวงจุ้ยเชิงเหตุผล มาเป็น “คู่แนวคิด” ใหม่ให้ SMEs เตรียมพร้อมสู่ “ปีมะเมีย 2569” คุณอัจฉริยะ ดาโรจน์ ผู้เชี่ยวชาญด้าน AI เล่าว่า SMEs ไม่จำเป็นต้องใช้ AI ทุกอย่าง แต่ควรให้ AI รับหน้าที่เป็น “ผู้ช่วย” แก้ปัญหาที่ทำให้เสียเวลาในการทำงานประจำ ตัวอย่างเช่น การใช้ Manus AI ช่วยจัดการเอกสาร ตอบอีเมล ค้นข้อมูล หรือวางตารางงาน ทำให้ผู้ประกอบการมีเวลาไปโฟกัสงานขายและงานสร้างสรรค์มากขึ้น ไม่ต้องทำงานซ้ำซ้อ
จากร้านค้าส่งในตลาดสำเพ็ง สู่แบรนด์ Moshi Moshi (โมชิ โมชิ) ร้านขายสินค้าไลฟ์สไตล์ดีไซน์น่ารักที่เปิดให้บริการถึง 190 สาขาในปัจจุบัน โมเดลธุรกิจนี้เกิดจากการมองเห็นช่องว่างทางการตลาด โดยทายาทเจน 3 ที่เข้ามาปรับธุรกิจของครอบครัวให้เติบโต ช่องว่างเล็กๆ สู่โมเดลธุรกิจใหม่ อชิระ บุญสงเคราะห์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายจัดหาและพัฒนาผลิตภัณฑ์ บมจ.โมชิ โมชิ รีเทล คอร์ปอเรชั่น ร่วมพูดคุย ในงานสัมมนาประชาชาติ Thailand 2026 ปรับ เปลี่ยน ไปต่อ บนเวทีเสวนาพิเศษ ถอดบทเรียน…จุดเปลี่ยนธุรกิจ NextGen ไว้อย่างน่าสนใจ อชิระ เล่าว่า ก่อนมาเป็นโมชิ โมชิ ภาพจำในวัยเด็กของเขา คือวิ่งเล่นอยู่ในร้านค้าส่งของพ่อแม่ที่ตลาดสำเพ็ง บรรยากาศในช่วงนั้น ทั้งวุ่นวายและครึกครื้นเพราะเป็นย่านค้าส่งขนาดใหญ่ พอโตขึ้น พ่อกับแม่ก็เริ่มให้เข้ามาช่วยงานจัดร้าน และเป็นแคชเชียร์ “ตอนนั้นยังเด็กมาก ไม่ได้สนใจอะไร ผู้ใหญ่บอกให้ไปช่วย ก็ไป” อชิระ เล่าเสริม ก่อนเล่าย้อนกลับไปในปี 2016 ตอนนั้นกำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 4 พร้อมกับมีแผนในใจ “จะกลับมาช่วยธุรกิจที่บ้าน” แต่ผู้ใหญ่กลับไม่อยากให้เจเนอเรชัน 3 กลับมาสานต่อโดยตรง เพราะอย
ในขณะที่อุตสาหกรรมความงามเต็มไปด้วยผู้เล่นยักษ์ใหญ่ ทั้ง K-Beauty จากเกาหลีใต้ที่ครองกระแสมาอย่างยาวนาน, J-Beauty จากญี่ปุ่น หรือแม้แต่ C-Beauty จากจีนที่กำลังเร่งทำคะแนนเพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งตลาด การแข่งขันใน ‘อุตสาหกรรมความงาม’ จึงทวีความร้อนแรงขึ้นในทุกปี โดยเฉพาะในทิศทางของปี 2025 ที่ผู้บริโภคมีความต้องการที่หลากหลาย ซึ่งท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดนี้ T-Beauty ก็เป็นอีกหนึ่งผู้เล่นสำคัญที่กำลังผลักดันให้แบรนด์ไทยเป็นที่ยอมรับด้วยคุณภาพของสินค้า เพราะจุดเด่นของเครื่องสำอางไทย ต้องมีความเบาบาง ติดทน ไม่เหนอะหนะ กันน้ำ กันเหงื่อ และราคาที่จับต้องได้ ในคอลัมน์ #MadeinThailand เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาไปคุยแบบเอ็กซ์คลูซีฟกับ คุณแก๊ป-พงศ์วิวัฒน์ ทีฆคีรีกุล ผู้ก่อตั้ง KARMART (คาร์มาร์ท) อาณาจักรแบรนด์บิวตี้มูลค่าพันล้าน ที่เผยให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและวิสัยทัศน์ในการผลักดันแบรนด์ไทยไปสู่เวทีโลก ผ่านการปรับตัว สร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ และกลยุทธ์ Collaboration ที่จะพาแบรนด์ไทยเติบโตไปพร้อมกัน สู่เป้าหมายยอดขาย 10,000 ล้านบาท ภายในปี 2030 ก่อร่าง สร้างอาณาจักร ‘T-Beauty’ “KARMART เราเกิดมาในยุ
ทุกคนเคยคิดไหมว่าจากความชอบในวัยเด็กจะเปลี่ยนมาเป็นเงิน 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปี 1,589 ล้านบาทต่อปี ได้จริง นี่คือเรื่องราวของ Ryan Vesler (ไรอัน เวสเลอร์) ซีอีโอวัย 42 ปี ผู้ที่ไม่ได้แค่ชอบเสื้อผ้ากีฬาเก่าๆ แต่ใช้ความหมกมุ่นนั้นเป็นเชื้อเพลิงในการสร้าง Homage แบรนด์เสื้อผ้าสปอร์ตและป๊อปคัลเจอร์ที่ชุบชีวิตอดีตให้กลับมาเท่อีกครั้ง จนกลายเป็นธุรกิจที่ดารา A-List อย่าง Ryan Reynolds และนักกีฬา NBA อย่าง Kevin Durant ต้องร่วมลงทุนด้วย จุดเริ่มต้นของ Homage ไม่ได้เกิดมาจากห้องประชุมหรูหรา แต่มาจากความตื่นเต้นในวัย 13 ปีของ Ryan Vesler ขณะที่กำลังคุ้ยกองเสื้อผ้าเก่าๆ ในร้านมือสอง เขาไม่ได้เพียงมองหาสินค้าทั่วไป แต่กำลังค้นหาความพิเศษ ความรู้สึกของการเจอเสื้อยืดกีฬาหรือเจอร์ซีย์สีรุ้งของ Houston Astros ที่หายาก มันทำให้เขารู้สึกว่าสิ่งที่ทำอยู่ไม่เหมือนใคร ความหลงใหลนี้ทำให้เขาผันตัวเป็นนักธุรกิจตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัย เขากวาดซื้อของสะสมวินเทจจากร้านเล็กๆ และใช้ eBay (แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ) เป็นตลาดหลักในการขายต่อ จนทำเงินได้เกือบ $20,000 หรือประมาณ 6 แสนกว่าบาทต่อปี พูดง่ายๆ ว่า เงินท
ATIPA จับมือ KARMART เปิดตัวแบรนด์ใหม่ “ATP Beauty” รุกตลาดความงาม ด้วยผลิตภัณฑ์กลุ่มแรก “ชีทมาสก์ 4 สูตร” ในราคาจับต้องได้ เตรียมไลฟ์เปิดตัวครั้งแรกวันที่ 12 ธ.ค. นี้ บนช่องทาง TikTok @atipashop โดยใช้สูตรการตลาดที่ผสมระหว่าง TikTok Commerce กับ Trend Beauty เข้าด้วยกัน หวังบุกตลาดเครื่องสำอางเต็มรูปแบบ ตั้งเป้า 8 หลักในปี 2026 บริษัท คาร์มาร์ท จำกัด (มหาชน) ผู้คร่ำหวอดในธุรกิจเครื่องสำอางชั้นนำของไทย ประกาศความร่วมมือกับ ATIPA Shop แบรนด์แฟชั่นที่มีอัตราการเติบโตโดดเด่นบนแพลตฟอร์ม TikTok จับมือรุกตลาดเครื่องสำอาง “แลกความเก่งของแต่ละฝ่าย” ผสานจุดแข็ง R&D รวมกับความเข้าใจ Insight ผู้หญิงบน TikTok และพลังของ Live Commerce เกิดเป็นแบรนด์ใหม่ “ATP Beauty” ผลิตภัณฑ์กลุ่มแรก คือ “ชีทมาส์ก 4 สูตร” ได้แก่ Dewy Glass, Bright Glow, Sebum Control และ Wrinkle Away การร่วมมือกันครั้งนี้ นำโดย คุณพงศ์วิวัฒน์ ทีฆคีรีกุล รองกรรมการผู้จัดการสายงานสื่อสารการตลาดและสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ บริษัท คาร์มาร์ท จำกัด (มหาชน) และ คุณอติภายิ์ คงคาลัย ผู้ก่อตั้ง ATIPA Shop ที่มีจุดมุ่งหมายพัฒนาผลิตภัณฑ์คว
จากเรื่องฉาววงการสงฆ์ที่เกิดขึ้นมากมาย จนเป็นกระแสสังคม และทำให้ใครหลายคนมองภาพลักษณ์ของพระสงฆ์เปลี่ยนไป ทำให้เรานึกถึงซีรีส์เรื่องดัง ที่ตีแผ่เรื่องราวในวงการสงฆ์ อย่าง “สาธุ” จากซีซันแรก สู่ซีซันสองที่ดำเนินเรื่องอย่างเข้มข้น เจาะลึกเรื่องราวของ พุทธพาณิชย์ การแสวงหาผลประโยชน์ทางการเงินจาก “วัดภุมมาราม” และเผยให้เห็นถึงเส้นทางอำนาจเงิน การคอร์รัปชัน ของนักการเมืองท้องถิ่นผู้ทรงอิทธิพลอย่าง “สจ.เอ๋” จากพรรคธรรมพัฒนา รับบทโดย โดนัท-มนัสนันท์ พันเลิศวงศ์สกุล ที่สวมบทบาทเป็นเหมือนสะพานบุญแต่กลับเป็นสะพานบาป สร้างความดีมาบดบังความเลวร้ายของตัวเอง นี้จึงเป็นการผสมผสานระหว่าง “การเมือง” และ “พุทธพาณิชย์” ที่ทุกฝ่ายล้วนต้องได้ประโยชน์ร่วมกัน ปล. เนื้อหาหลังจากนี้อาจจะมีสปอยล์ได้!!! เมกะโปรเจ็กต์ มูลค่าพันล้าน ในซีซันสอง เมกะโปรเจ็กต์ของ สจ.เอ๋ คือการสร้าง “โรงพยาบาลวัดหนองขาล” ที่ได้คำแนะนำจาก พระเอกชัย รับบทโดย เผ่าเพชร เจริญสุข โดยพระเอกชัยบอกกับ สจ.เอ๋ ว่า “สมัยนี้คนไม่ทำบุญกับวัดกันแล้ว แต่ทำบุญกับโรงพยาบาล” ทำให้ สจ.เอ๋ เร่งหาทุนมาสร้างโรงพยาบาล โดยบังคับให้ เกมและวิน รับบทโดย พี
ย้อนกลับไป 10 ปีที่แล้ว แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซยังเป็นสิ่งใหม่สำหรับผู้ประกอบการไทย จนกระทั่งเกิดการระบาดของวิกฤต COVID-19 กลายเป็นแรงผลักดันให้ผู้ประกอบการจำนวนมากปรับตัว สร้างช่องทางจำหน่ายใหม่ๆ และขยายไปสู่ผู้บริโภคทั่วประเทศอย่างกว้างขวาง Shopee จึงกลายเป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่เข้ามาเป็น ‘สะพานดิจิทัล’ ช่วยเชื่อมต่อผู้ผลิตท้องถิ่นกับผู้บริโภค และเป็นกลไกสำคัญที่ทำให้สินค้าไทยเข้าถึงตลาดที่กว้างขึ้น เนื่องในโอกาสครบรอบ 10 ปี Shopee จึงอยากถ่ายทอดเรื่องราวความสำเร็จของ 4 ผู้ประกอบการไทย ที่สร้างการเปลี่ยนแปลงเติบโตจากออนไลน์สู่โอกาสระดับประเทศ พร้อมสร้างงานแก่คนในชุมชน จุดเริ่มต้น Plearn Herbal Cosmetics คุณโต้ง-ธนิตศักดิ์ ศรีสัมฤทธิ์ ผู้ก่อตั้ง Plearn Herbal Cosmetics ผลิตและจำหน่ายเครื่องสำอางสมุนไพรและน้ำมันมะพร้าวจากจังหวัดสมุทรสงคราม ที่ทำมานานกว่า 10 ปี ที่ถูกนำเสนอเป็นกรณีศึกษาภายในรายงาน Shopee : A Decade of Impact for Sellers รวมถึงปรากฏในสารคดีชุดใหม่ “Shopee : Keeping Cultures Alive” หรือ “ช้อปปี้ : สืบสานวัฒนธรรมให้คงอยู่” ที่จัดทำขึ้นในโอกาสฉลองครบรอบ 10 ปีของ Shopee “มะพ
ใครจะเชื่อว่า “งานบ้าน” ซึ่งหลายคนมองว่าเป็นงานพื้นฐานธรรมดา จะกลายเป็นธุรกิจใหม่ที่มีคิวจองยาวข้ามปี และพาให้หญิงสาวคนหนึ่งเติบโตมีรายได้มั่นคง เปลี่ยนชีวิตตัวเองและเปลี่ยนชีวิตลูกค้านับพันราย โอกาสนี้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” จะพาไปพูดคุยกับ คุณอิม–อิมยาดา เรือนภู่ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ “แมวบิน” ธุรกิจจัดระเบียบบ้านระดับพรีเมียม ที่ถูกขนานนามว่าเป็น “นักจัดระเบียบบ้านเจ้าแรกของเมืองไทย” ในคอลัมน์ #YoungEntrepreneur “เติบโตมาในครอบครัวผู้รับเหมาก่อสร้าง ทำให้คุ้นชินกับอาคาร บ้าน ห้อง และความเป็นระเบียบตั้งแต่เด็ก และความที่เป็นครอบครัวใหญ่ หลายชีวิต หลานสาวเยอะ และหนึ่งในทรัพยากรสำคัญที่สุดของคนจนในยุคนั้น คือ การสอนงานบ้าน ทุกวันจึงต้องทำงานบ้านเป็นวินัย ฝังเป็นเลือดเนื้อไปแล้ว” คุณอิม เกริ่นบทสนทนา ก่อนเล่าต่อ เมื่อถึงวัยมหาวิทยาลัย เธอเลือกเรียน คณะการโรงแรม ม.รังสิต เพราะหลงใหลสถาปัตยกรรม ความเนี้ยบ ความเรียบร้อยของพื้นที่อยู่อาศัยอยู่แล้ว หลังเรียนจบ ทำงานในวงการอสังหาริมทรัพย์จนถึงช่วงโควิด ที่ทุกอย่างสั่นคลอน ทั้งงาน การเงิน และอนาคต “ตอนนั้นคิดว่า ต้องมีอาชีพเสริม ทำอะไรก็ได้ที่เป็นต
ในช่วงเวลาเพียง 2 ปี แบรนด์เวชสำอางสัญชาติไทยอย่าง SKINPRO Rx สามารถสร้างยอดขายทะลุ 148 ล้านบาท ได้ด้วยเติบโตจากฐานสูตรเวชสำอางที่ใช้ใน ‘พรเกษม’ มายาวนานกว่า 40 ปี สู่แบรนด์ที่กำลังกลายเป็นที่รู้จักในวงกว้าง ด้วยจุดยืนที่ชัดเจนว่าเป็น “เวชสำอางที่เข้าใจผิวคนไทยอย่างแท้จริง” เบื้องหลังความสำเร็จนี้ คือการผสมผสานระหว่างความเชี่ยวชาญทางการแพทย์ของพรเกษม กับกลยุทธ์ธุรกิจที่ทันสมัยโดยทายาทรุ่นสอง คุณหั่ง-สัมมา ศรีปรัชญาอนันต์ จุดเริ่มต้นจากผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในคลินิก สู่แบรนด์เวชสำอาง ทายาทรุ่น 2 เล่าว่า จากการรักษาปัญหาผิวหนังมาตลอด 40 ปี ทำให้พรเกษมพัฒนาสกินแคร์ขึ้นมาเพื่อจ่ายให้คนไข้ในคลินิก ซึ่งขายดีชนิดที่ว่าคนไข้รักษาสิวหายแล้ว ก็ยังมาซื้อใช้ต่อ แต่ปัญหาคือ คนอยากซื้อ ต้องมาถึงคลินิกเท่านั้น ในจุดนี้เองทำให้ มองเห็นโอกาสว่า “แล้วทำไมเราไม่เอาของดีที่มีอยู่แล้วในคลินิก มาทำให้ซื้อได้ง่ายขึ้นล่ะ” จึงเป็นที่มาจากโจทย์การนำผลิตภัณฑ์สกินแคร์ที่ใช้อยู่ในคลินิก มาทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงง่ายขึ้น ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ใช้บริการคลินิกก็หาซื้อได้ โดยหลังจากเรียนจบ MBA
สร้างรายได้เสริมได้ ไม่ต้องจ่ายแฟรนไชส์! จากเริ่มต้นขาย 20 กล่อง สู่ ‘สลัดไฮโซ’ ที่เปิดมานานกว่า 20 ปี พร้อมส่งต่ออาชีพให้คนที่อยากมีรายได้ จากจุดเริ่มต้นน้ำสลัดโฮมเมดที่ทำให้เพื่อนบ้านทดลองชิม สู่ธุรกิจที่เติบโต ‘สลัดไฮโซ’ แบรนด์ที่เป็นทางเลือกของคนรักสุขภาพ อีกทั้งยังสร้างโอกาสสร้างอาชีพให้กับผู้ที่อยากมีอาชีพเสริมสร้างรายได้ โดยไม่ต้องเสียค่าแฟรนไชส์ นี่เป็นเรื่องราวของ คุณหนึ่ง-สิรีสุรีนันท์ จงศิริกุล ผู้บุกเบิกธุรกิจ สลัดไฮโซ โดยเริ่มจากการทำขายวันแรกเพียง 20 กล่อง และได้ส่งต่อให้ทายาทรุ่น 2 คุณแพร-ณัฏฐณิชชญา วงศ์วัชระกุศล จนปัจจุบันสามารถสร้างยอดขายได้ 2,000 กล่องต่อวัน และขยายโอกาสให้คนอื่นได้มีอาชีพอย่างแท้จริง วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาไปทำความรู้จักถึงจุดเริ่มต้นแห่งความสำเร็จของสลัดไฮโซ ที่ยังคงความโฮมเมด และยกระดับแบรนด์ให้มีความเป็นระบบ มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น จุดเริ่มต้นสลัดไฮโซ “ด้วยความที่เรารักในอาชีพนี้ เราก็ทำมาเรื่อยๆ จนทุกวันนี้เวลามีคนมาถามผ่านมา 20 ปีแล้วเหรอกับอาชีพนี้ เหมือนเพิ่งแป๊บเดียวเอง” คุณหนึ่ง เจ้าของร้าน กล่าวด้วยท่าทางยิ้มแย้ม ก่อนจะเล่าต่อถึงจุดเ
