SMEs
พิษณุโลก หัวเมืองใหญ่ภาคเหนือตอนล่าง เป็นศูนย์กลางด้านการค้าและการศึกษาแหล่งใหญ่ระดับประเทศ จังหวัดนี้จึงมักมีบรรยากาศค้าขาย “ของดี-ของเด็ด” มาอวดกันอยู่เป็นประจำ อย่างรายนี้เป็นโรตีสารพัดไส้ เรียกขานตัวเองว่า “โรตีเลิศรส” ที่ว่ากันว่าขายดิบขายดี คิวยาวตลอดๆ ลูกค้าบางรายมาสั่งไว้ตั้งแต่ร้านเปิดพอร้านปิดค่อยมารับ หลายรายนั่งเล่นโทรศัพท์คอยอยู่หน้าร้าน บางครั้งนานเกือบสองชั่วโมงก็ไม่หนี โรตีร้านนี้มีรถเข็นขายอยู่ 2 สาขา ที่ตลาดบ้านคลอง เป็นของสามี และที่ชุมชนประชาอุทิศ เขตอำเภอเมือง เป็นของภรรยาและลูกชาย มีเจ้าของกิจการอารมณ์ดี ชื่อว่า คุณบุญลือ ใจสอน อายุ 50 ปีเศษ สละเวลาหลังปิดร้าน มาให้ข้อมูล แบบกันเอง เริ่มต้นแนะนำตัว พื้นเพเป็นคนอำเภอสากเหล็ก จังหวัดพิจิตร แต่ย้ายไปอยู่ที่อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ ตั้งแต่เด็ก ก่อนหน้านี้เคยประกอบอาชีพทำไร่ข้าวโพด ช่วงแรกพอไปได้ แต่มาระยะหลังฟ้าฝนแล้งแถมหน้าดินเสื่อมโทรม ผลผลิตจึงได้มาไม่คุ้มกับที่ลงทุนไป จึงเริ่มมองหาอาชีพอื่น กระทั่งพี่ชายชวนให้ไปขายโรตีที่จังหวัดพิษณุโลก เนื่องจากเขาเปิดร้านขายอยู่ก่อนและมีวิชาที่ได้เรียนรู้มาจากพี่เขยซึ่งเป็
ย่างเข้าสู่เดือนกุมภาพันธ์ทีไร ก็มักจะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศหวานชื่น ที่บรรดาร้านรวงต่างๆ เตรียมพร้อมต้อนรับเทศกาลแห่งความรัก สำหรับคนที่ยังไม่มีคู่อาจจะรู้สึกแสลงใจนิดๆ แต่หากใครกำลังตกหลุมรัก หรือมีคนอยู่เคียงข้างแล้ว เทศกาล “วาเลนไทน์” นับเป็นช่วงเวลายอดนิยมในการเลือกซื้อสินค้า เพื่อมอบให้แทนใจและความรู้สึกดีๆ เทรนด์สินค้าต้อนรับเทศกาลแห่งความรักในปีนี้พัฒนาตามเทคโนโลยีที่ทันสมัยมากขึ้น เว็บไซต์สำนักข่าวเอพี รวบรวมสารพัดสินค้าทั้งแบบธรรมดาและไฮเทคของบริษัทสตาร์ตอัพน้องใหม่ ซึ่งน่าจะเป็นทางเลือกใหม่ๆ สำหรับคนที่ต้องการเลือกซื้อของขวัญให้คนรัก นอกเหนือจากดอกไม้ การ์ด ช็อกโกแลต และลูกกวาด โดยเฉพาะของขวัญสำหรับคนรักที่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน หรือต้องอยู่ห่างไกลกัน ในปีนี้มีสินค้าฝ่าฟันระยะทางหลากหลายรูปแบบ ซึ่งก็สามารถซื้อให้กับคนในครอบครัวได้ด้วย เพื่อสื่อถึงความรัก ความคิดถึง ที่ไม่ได้ห่างตามระยะทาง เริ่มจาก “ฟิลิมิน” (Filimin) โคมไฟสื่อรัก ที่มองผิวเผินก็เหมือนกับโคมไฟตั้งโต๊ะทั่วไป แต่มีความพิเศษอยู่ที่สามารถส่งความคิดถึงไปยังคนไกลได้ โคมไฟของฟิลิมินออกแบบโดย “จอห์น แฮร์ริสัน” และ “วาเนสซา
การปลูกสับปะรดให้ได้ผลดี ต้องเริ่มตั้งแต่การเลือกพื้นที่ปลูก ต้องสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางไม่เกิน 600 เมตร มีความลาดเอียงเล็กน้อย หากปลูกสับปะรดบรรจุกระป๋อง จำเป็นต้องอยู่ใกล้โรงงาน ดินปลูก ควรเป็นดินร่วนหรือดินร่วนปนทราย ระบายน้ำได้ดี หน้าดินลึก หากมีอินทรียวัตถุระดับปานกลางขึ้นไปยิ่งดี ดินมีฤทธิ์เป็นกรดอ่อน ระหว่าง 4.5-6.0 มีปริมาณน้ำฝนตลอดปี 1,000-1,200 เมตร การกระจายตัวของน้ำฝนดี อุณหภูมิที่พอเหมาะอยู่ระหว่าง 24-30 องศาเซลเซียส พันธุ์ปลูก พันธุ์ปัตตาเวียเหมาะสำหรับผลิตส่งโรงงานอุตสาหกรรม ส่วนพันธุ์ภูเก็ต ตราดสีทอง และนางแล เป็นพันธุ์สำหรับบริโภคสด การเตรียมดิน ไถดะ 1 ครั้ง ลึก 20-40 เซนติเมตร ตากดินให้แห้งเป็นเวลา 1-2 สัปดาห์ แล้วจึงไถพรวนอีก 1-2 ครั้ง เก็บเศษไม้และวัชพืชออกจนสะอาด ปรับผิวดินให้เรียบและลาดเอียงเล็กน้อย ป้องกันน้ำท่วมขังหลังฝนตกหนัก หรือมีการให้น้ำในช่วงแล้ง หากเป็นแปลงปลูกสับปะรดมาก่อนให้ตัดสับเศษซากสับปะรด ตากแดดทิ้งไว้เป็นเวลา 2-3 เดือน จากนั้นจึงไถกลบลงดิน และยกแปลงปลูกสูงขึ้นประมาณ 20-25 เซนติเมตร ส่วนขยายพันธุ์ ใช้ได้ 2 ส่วน คือหน่อ และจุก การใช้หน่อปลูกสามารถ
แวดวงงานด้านสื่อสิ่งพิมพ์ ตำแหน่งบรรณาธิการ คงเป็นความฝันใฝ่ของหลายๆท่าน ส่วนในกลุ่มคนทำโฆษณา ถ้าพูดถึง “เก้าอี้ผู้กำกับ” อาจไม่มีใครปฏิเสธ…นั่นคือเป้าหมายสูงสุดในอาชีพ ช่วงบ่ายของวันทำงานตามปฏิทินของชาวออฟฟิศ แต่เป็นวันว่างของ เดวิด-วรเดช บีแกนเดอร์ ฟรีแลนซ์หนุ่มลูกครึ่งไทย-สวีเดน ในฐานะผู้กำกับหนังโฆษณา ซึ่งพกพาบุคลิกสุภาพอ่อนน้อม มานั่งพูดคุยกันก่อนเวลานัดหมาย เริ่มต้นบทสนทนา…ด้วยน้ำเสียงร่าเริง “ตอนเรียนมัธยมฯ ดื้อมาก แทบเรียนไม่จบ จนวันหนึ่งคิดได้ ถ้ายังเป็นคนแบบนี้อยู่ โตขึ้นจะไปทำอะไร ต้องทำงานโรงงานหรือเสิร์ฟอาหาร แค่นั้นเหรอ ขณะที่เชื่อว่าตัวเองมีศักยภาพพอที่จะเรียนจบปริญญา ความจริงใบปริญญาใม่ใช่สิ่งสำคัญในชีวิตขนาดนั้น แต่คิดว่าคนเป็นพ่อเป็นแม่ คงอยากไปงานรับปริญญาของลูก ผมเลยตั้งหลักใหม่” แต่เพราะเป็นคนไม่ชอบอ่านหนังสือ พอเห็นเพื่อนเคร่งเครียดในการสอบเอ็นทรานซ์ เลยรู้สึกว่าทำไมต้องเครียดขนาดนั้น เขาจึงสมัครเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัยของเอกชนทันทีที่จบม.6 โดยไม่ได้ไปสมัครสอบเอ็นทรานซ์ให้เสียเวลา เริ่มต้นใช้ชีวิต “เฟรชชี่” ยังไม่มีอะไรหวือหวา กระทั่งขึ้นปี 2 เริ่มได
“โฮมสเตย์” คงไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวดังว่า เริ่มเข้ามามีบทบาทในบ้านเรา ตั้งแต่เมื่อกว่าสิบปีก่อน จนปัจจุบันขยายครอบคลุมไปแล้วแทบทุกท้องถิ่น ด้วยไม่ต้องลงทุนด้วยเม็ดเงินมากนัก ขอเพียงมีอัธยาศัยไมตรีเป็นมิตรกับผู้มาเยือนเสมือนญาติ ก็สามารถหารายได้จากที่พักอาศัยของตัวเองได้ไม่มีกำหนด แถมยังได้ใช้ชีวิตชนบท เรียบง่าย ใกล้ชิดธรรมชาติ เหล่านี้อาจเป็นเหตุผล ทำให้ทุกวันนี้ ยังมีผู้คนจำนวนมากอยากมี “โฮมสเตย์” สักแห่ง เป็นธุรกิจ…ในบั้นปลาย “บ้านกลางทุ่ง – ออร์แกนิคโฮม” อาจเป็นโฮมสเตย์ ต้นแบบในฝันของใครหลายคน และเป็นที่ถูกอกถูกใจชาว “สโลว์ไลฟ์” เป็นหนักหนา อยู่ในเขต ตำบลหนองขาว อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี มี คุณทิพวัน ประเสริฐกุล หรือรู้จักกันดีในละแวก ว่า “ป้าแอ๊ด” เป็นเจ้าของดูแล ป้าแอ๊ด เริ่มต้นบทสนทนาด้วยใบหน้ายิ้มแย้มใจดี ย้อนความเป็นมาของโฮมสเตย์แห่งนี้ให้ฟังว่า เมื่อราวห้าปีที่แล้ว ทั้งตัวเธอและสามี- คุณสาคร ประเสริฐกุล เกิดเจ็บไข้ได้ป่วยด้วยกันทั้งคู่ เลยตัดสินใจลาออกจากงาน มาหาซื้อที่ดินในเมืองกาญจน์ หวังมาอยู่อาศัยใช้ชีวิตแบบ “ชีวจิต”
คุณอภิชาติ จันทร์ทองแท้ กรรมการผู้จัดการ และผู้ร่วมก่อตั้ง Hi School บริษัท แบ่ง-ปัน-ให้ (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด ในฐานะ ผู้ริเริ่มการทำธุรกิจเพื่อสังคม ผ่านแอพพลิเคชั่นและ Online platform ต่างๆ โดยนำธุรกิจร้านอาหารควบรวมเข้ากับเครือข่ายโรงเรียนขนาดเล็กที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ในจังหวัดสมุทรสาคร ภายใต้แนวคิดการทำธุรกิจเพื่อสังคม ที่ครอบคลุมเชื่อมโยงระดับประเทศ คุณอภิชาติ เผยว่า จากประสบการณ์ในการช่วยเหลือสังคม และปัจจุบันยังดำรงตำแหน่งนายกสมาคมอนุบาลของจังหวัดสมุทรสาคร ทำให้มองเห็นปัญหาที่เกิดขึ้นในแง่ของการระดมทุนเพื่อโรงเรียนขนาดเล็กที่เป็นไปได้ยากมาก รวมทั้งได้รับแรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่จากในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ทรงทุ่มเทเพื่อพสกนิกรชาวไทยอย่างมากจนหาที่สุดมิได้ ทำให้อยากริเริ่มที่จะทำอะไรเพื่อสังคมและเพื่อคนไทยอย่างจริงจัง จึงได้เริ่มการระดมทุน ระดมสมอง ก่อนเกิด Hi School สตาร์ตอัพในรูปแบบธุรกิจเพื่อสังคม รายแรกของประเทศไทย Hi School สตาร์ตอัพในรูปแบบธุรกิจเพื่อสังคม รายแรกของประเทศไทย นั้นจะครอบคลุมเชื่อมโยงระดับประเทศ ผ่านความร่วมมือของทุกภาคส่วนที่มีความเชื่อเรื่องการสร้างคุณค่าด้วยการแ
การเลี้ยงกบยังเป็นอาชีพที่หลายคนสนใจ เพราะกบเป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำที่เลี้ยงง่าย กินง่าย โตเร็ว สามารถเลี้ยงโดยไม่จำกัดพื้นที่ ขยายพันธุ์ได้เอง จับขายได้เงินทันที ขณะเดียวกันตลาดผู้บริโภคกบในตอนนี้ให้ความสนใจมากทั้งในและต่างประเทศ เพราะเนื้อกบมีไขมันน้อย เหมาะกับการนำไปปรุงอาหารหลายประเภท เช่น กบทอดกระเทียม กบย่างรมควัน กบผัดใบกะเพรา ยำกบ กบผัดเผ็ด จึงเกิดอาชีพเลี้ยงกบทั้งเป็นรายได้เสริมและรายได้หลัก ในบรรดาสายพันธุ์กบที่เลี้ยงเป็นอาชีพ ขณะนี้มีทั้งพันธุ์ต่างประเทศและพื้นเมือง โดยแต่ละพันธุ์มีข้อดีและด้อยต่างกัน การเลือกสายพันธุ์กบจึงถือเป็นข้อพิจารณาของผู้เลี้ยงที่เน้นความต้องการของตลาดเป็นสำคัญ แต่ส่วนมากแล้วผู้เลี้ยงดึงเอาลักษณะเด่นของแต่ละพันธุ์ออกมาพิจารณาควบคู่กับความต้องการของตลาด รวมทั้งต้นทุนในการเลี้ยง คุณประเชิน-คุณตุ้งหนิง อินทร์สิงห์ คู่สามี-ภรรยา ที่มีบ้านพักอยู่ เลขที่ 108/1 หมู่ที่ 5 ตำบลท่าฉนวน อำเภอมโนรมย์ จังหวัดชัยนาท ประสบความสำเร็จจากการเพาะเลี้ยงกบเป็นอาชีพมานานกว่า 18 ปี ด้วยการใช้พันธุ์กบพื้นบ้าน เนื่องจากเลี้ยงง่าย แข็งแรง ตัวใหญ่ ต้นทุนน้อย โตเร็ว มีจำหน่ายท
สาว ป. โท ลูกข้าราชการไทย เห็นช่องว่างธุรกิจเสิร์ฟน้ำตามงานเลี้ยงโต๊ะจีน – งานสังสรรค์รื่นเริง ปิ๊งไอเดียสร้างรายได้ด้วยบริการรับเสิร์ฟเครื่องดื่มตามงาน หรือที่เรียกว่า “บาร์น้ำ” สร้างจุดเด่นชูความหลากหลายของเครื่องดื่ม และชุดยูนิฟอร์มเด็กเสิร์ฟสุดเนี๊ยบ ใส่สูท ผูกเนคไท คิดราคาย่อมเยา 4 ชม. เหมาจ่ายคนละ 40 บาท รับงานทั่วราชอาณาจักร ธุรกิจขนาดเล็กที่อาศัยการเติบโตของเศรษฐกิจ คุณเหมือนฝัน เย็นเจริญ หรือคุณเอ๋ย สาวอัธยาศัยดีวัยเพียง 25 ปี เล่าว่า ธุรกิจบาร์น้ำเป็นของครอบครัวบุกเบิกโดยคุณพ่อ คุณแม่ ดำเนินกิจการมาแล้ว 12 ปี ปัจจุบันตนเองเข้ามารับไม้ต่อ ช่วยหาลูกค้า และหวังต่อยอดให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น คุณพ่อและคุณแม่ของคุณเอ๋ยรับราชการ ส่วนธุรกิจบาร์น้ำ คือ อาชีพเสริม คุณเอ๋ย เล่าว่า จากการสังเกตของคุณพ่อคุณแม่เห็นว่าโต๊ะจีนบางร้านเสิร์ฟแต่อาหาร ไม่เสิร์ฟน้ำ ทางเจ้าภาพต้องหาน้ำดื่มมาเอง หรือ โต๊ะจีนบางเจ้ามีเสิร์ฟน้ำ แต่ไม่มีพนักงานเสิร์ฟ แขกรินน้ำดื่มเอง บางครั้งเกิดปัญหาน้ำไม่พอ จุดนี้เองเลยเกิดบริการบาร์น้ำขึ้นมา บริการ “บาร์น้ำ” ของหญิงสาว เธอสร้างจุดขายด้วยความหลากหลายของเครื่องดื่
นอกจากข้าวเหนียวมะม่วง ขนมหวานขึ้นชื่อของไทย ก็ไอศกรีมกะทินี่แหละ ที่หวาน มัน อร่อย โดนใจนักท่องเที่ยวเกือบทุกชาติ ไอศกรีมบ้านแพ้ว ร้านไอศกรีมเจ้าดังที่ตลาดนัดจตุจักร รีวิวแน่น ลูกค้าตอบรับดี ยอดขายทะลุวันละ 3 พันถ้วย เปิดร้านสร้างความอร่อยมายาวนานตั้งแต่ปี 2008 นับรวมตอนนี้กว่า 10 ปี โดย คุณภคมน วรกฤตเวคิน หรือ คุณแมคกี้ อายุ 34 ปี จุดเริ่มต้นของธุรกิจนี้ มาจากการที่คุณแมคกี้อยากหางานเสริมทำช่วงเสาร์–อาทิตย์ สมัยเรียนปริญญาโท คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถามว่า ทำไมถึงเป็นไอศกรีมกะทิ คุณแมคกี้ บอกว่า แถวบ้านมีร้านไอศกรีมกะทิใส่ถ้วย ใส่ขนมปังขายที่เราเห็นกันทั่วไป คุณพ่อของเธอชอบซื้อมะพร้าวเผามาทานอยู่แล้ว จึงลองซื้อไอศกรีมกะทิมาทานคู่กับมะพร้าวเผา สองอย่างนี้เป็นอะไรที่ลงตัว เป็นแพ็กเกจจิ้งที่น่าสนใจ จึงรับไอศกรีมกะทิโฮมเมดจากร้านแถวบ้าน เปิดร้านขายที่ตลาดนัดจตุจักร ขายวันแรกผลตอบรับยังไม่ดี “แมคใช้วิธีให้เพื่อนเป็นหน้าม้ามาซื้อไอศกรีมที่ร้าน วิธีการนี้ดีมาก ได้รับผลตอบรับทันตาเห็น คนเริ่มสนใจเดินเข้ามาซื้อมากขึ้น เลยปรับร้านให้เป็นรูปเป็นร่าง ทำโมเดล วอล์กอัพตั้งโชว์หน้าร้าน ทำป
นิตยสารเส้นทางเศรษฐีจัดกิจกรรมเพื่อสังคมในโอกาสครบรอบ 23 ปี ก้าวสู่ปีที่ 24 พร้อมทั้งเชิญชวนสมาชิกผู้อ่านนิตยสารเส้นทางเศรษฐี และแฟนเพจเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ รวมถึงผู้ประกอบการ เอสเอ็มอี ที่มีสายสัมพันธ์อันดีกันมาโดยตลอด เข้าร่วมกิจกรรมทำเพื่อสังคม พร้อมกับศึกษา เรียนรู้แนวทางการประกอบอาชีพตามเส้นทางกรุงเทพ – เขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา ในวันที่ 24-25 กุมภาพันธ์นี้ จุดปล่อยรถ ด้านหน้าตึกบริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) สู่จุดหมาย โรงแรมคีรีมายา กอล์ฟ รีสอร์ท สปา เขาใหญ่ โดยระหว่างการเดินทางจะมีกิจกรรมให้ความรู้และให้ความสุข อาทิ ศึกษาและเรียนรู้ กระบวนการปลูกข้าวโพดและแปรรูปข้าวโพดเป็นน้ำนมข้าวโพด สินค้าเพื่อสุขภาพที่กำลังเป็นที่นิยมในตลาด ณ ไร่สุวรรณ จากนั้นร่วมกันทำกิจกรรมกับน้องๆ นักเรียนชั้นประถมศึกษา โรงเรียนบ้านเขาวง ด้วยการส่งต่อ “ความรัก–ความหวังดี” มอบอุปกรณ์กีฬา ข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นรวมถึงหนังสือ ก่อนเดินทางต่อไปยังจุดหมายปลายทาง ที่ โรงแรมคีรีมายา กอล์ฟ รีสอร์ท สปา เขาใหญ่ เพื่อร่วมกิจกรรมสุดชิค พร้อม “ปาร์ตี้ บาร์บีคิว” เพื่อให้คุณดื่มด่ำกับความหรูหรา แบบมีสไตล์ จน
