SMEs
ลองนึกภาพร้านอาหารที่ไม่มีเชฟมิชลินสตาร์ ไม่มีเมนูตายตัว แต่มีสิ่งหนึ่งที่ไม่เปลี่ยนแปลงเลย นั่นคือความรักที่ใส่ลงไปในทุกจาน เพราะคนที่ยืนทำอาหารอยู่หลังเตาไม่ใช่เชฟมืออาชีพ แต่คือคุณยายตัวจริงจากทั่วทุกมุมโลก เพราะเชฟคนแรกในชีวิตของหลายคนก็คือคุณแม่ แล้วก็คุณยาย ร้านอาหารบนเกาะ Staten Island นครนิวยอร์ก “Enoteca Maria” จึงได้ไอเดียออกคอนเซปต์สุดพิเศษ รับสมัครคุณยายไม่จำกัดเชื้อชาติ มาเป็นเชฟรังสรรค์อาหารออกมา ทำให้คนต้องนั่งเรือข้ามฟากเพื่อไปลิ้มรสอาหารที่เหมือนคุณยายทำเองจริงๆ จุดเริ่มต้นจากความสูญเสีย เรื่องราวของร้านนี้เริ่มต้นจากความเศร้า ไม่ใช่แผนธุรกิจ Joe Scaravella เจ้าของร้านได้สูญเสียแม่ ยาย และน้องสาวไปในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน หลังจากนั้นเขาตัดสินใจย้ายจากบรูคลินมาอยู่ริมน้ำที่ Staten Island และเกิดไอเดียเปิดร้านอาหารขึ้นมาเพื่อเป็นการรำลึกถึงผู้หญิงสำคัญในชีวิตที่จากไป จึงตั้งชื่อร้านตามชื่อแม่ของเขาว่า “Maria” Scaravella เคยเล่าถึงจุดเริ่มต้นของร้านนี้ไว้อย่างตรงไปตรงมาว่า เขาเปิดร้านโดยไม่มีแผนธุรกิจใดๆ ไม่เคยมีประสบการณ์ทำร้านอาหารมาก่อนเลย ทุกอย่างเกิดจากความคิดถึงและความ
เตาอบเปิดอีกครั้ง…แค่ได้ยินเสียงเก็บเยลลี่ “ติ๊ง! ติ๊ง! ติ๊ง!” พร้อมปุ่ม Jump และ Slide ที่คุ้นเคย ก็ทำให้หลายคนรีบหยิบมือถือขึ้นมาโหลด Cookie Run Classic ทันที Cookie Run เกมที่เคยสร้างความทรงจำให้ใครหลายคนในปี 2014 วันนี้กลับมาเปิดให้เล่นอีกครั้งในชื่อ Cookie Run Classic ซึ่งเปิดตัววันแรกเมื่อวันที่ 25 มิถุนายนที่ผ่านมา พร้อมพาผู้เล่นย้อนเวลากลับไปในวันที่การแข่งขันทำคะแนนและการส่ง “หัวใจ” ให้เพื่อน เบื้องหลังเกมที่คนไทยคิดถึง ไม่ได้มีแค่เรื่องของความสนุก หากยังเป็นเรื่องราวของสตาร์ทอัพเล็กๆ ที่เกือบล้ม ก่อนจะพลิกตัวเองจนกลายเป็นเจ้าของเกมระดับโลก บริษัท DevSisters ผู้พัฒนาเกมสัญชาติเกาหลีใต้ ก่อตั้งบริษัทขึ้นในปี 2009 ในตอนนั้นคนเกาหลีใต้ยังไม่สามารถหาซื้อ iPhone มาใช้ได้ด้วยซ้ำ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องการดาวน์โหลดแอปพลิเคชันเลย แต่แน่นอนว่ากาลเวลาเปลี่ยนไป ในปี 2011 App Store ของเกาหลีใต้ก็มีหมวดหมู่เกมเป็นของตัวเอง นั่นหมายความว่า ในช่วงเริ่มต้น เป้าหมายหลักของบริษัทต้องมุ่งเน้นไปที่ตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา และพวกเขาก็ทำสำเร็จเมื่อเกม OvenBreak มียอดดาวน์โหลดถล่มทลายกว
จุดเริ่มต้นจากความหลงใหลใน “พิลาทิส” ที่ไม่ได้ช่วยแค่เรื่องสุขภาพ แต่ยังทำให้ ธัญวษกา นวัตธามกุล หรือ “คุณแก้ว” รู้สึกรักและเข้าใจตัวเองมากขึ้น จนอยากส่งต่อประสบการณ์ Wellness ให้เข้าถึงผู้คนในวงกว้าง เธอจึงตัดสินใจเปิดสตูดิโอพิลาทิสเล็กๆ ในฝั่งธนบุรี ชื่อ “Kaew Pilates” ก่อนต่อยอดสู่ “พิลาทิสกลางสวน” กิจกรรมยอดนิยมในกลุ่มคนรุ่นใหม่ ที่ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่สำหรับออกกำลังกาย แต่ยังกลายเป็นคอมมูนิตี้เชื่อมโยงผู้คนซึ่งมีไลฟ์สไตล์และความสนใจด้านสุขภาพเข้าด้วยกัน โดยมีผู้เข้าร่วมมากถึงหลักพันคน เคยจองเต็มเร็วสุด 500 คน ใน 5 นาที หรือหลายๆ งานจองเต็มจำนวนใน 1 นาที จุดเริ่มต้นของ Kaew Pilates สตูดิโอพิลาทิส ย้อนกลับไปหลายปีก่อน คุณแก้วเป็นนักกีฬาที่อยู่กับการออกกำลังกายมาโดยตลอด เธอลองกิจกรรมหลากหลาย ทั้งว่ายน้ำ ตีแบด ก่อนมาหลงใหลใน “พิลาทิส” เธอเริ่มศึกษาอย่างจริงจังจนได้สอนพิลาทิส ซึ่งมีลูกค้าประจำจำนวนมากและส่วนใหญ่บอกปากต่อปาก เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงพิลาทิสและ Wellness ได้มากขึ้น จึงตัดสินใจเปิดสตูดิโอพิลาทิสเมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว แม้ในตอนแรกจะเป็นเพียงโฮมสตูดิโอเล็กๆ ปัจจุบันธุรกิจ
ถนนพระราม 2 ที่รายล้อมไปด้วยบ้านเรือนและฝุ่นควันจากการเดินทาง ใครจะไปคิดว่าจะมีร้านฟาร์มคาเฟ่กึ่งสวนสไตล์อังกฤษและนอร์ดิกซ่อนตัวอยู่ลึกเข้าไปในซอยย่านบางขุนเทียน ที่ซึ่งเมื่อเปิดประตูเข้ามา ภาพของเมืองใหญ่จะถูกลบเลือนไปแทนที่ด้วยความร่มรื่นของแมกไม้และผีเสื้อที่ตอมดอกไม้เต็มสวน พื้นที่นี้เกิดจาก คุณยุ้ย-อภิรดี นกสุวรรณ และ คุณแหม่ม-พัฐพศิญา ทิพย์สุมณฑา รุ่นพี่รุ่นน้องจากคณะพืชสวน เทคโนโลยีการเกษตร ลาดกระบัง เจ้าของฟาร์มคาเฟ่ทำสวนกับมาดาม ที่ทั้งคู่เริ่มทำจากจุดเล็กๆ นั่นคือการปลูกในบ้าน จนขยายมาเป็นคาเฟ่ที่สามารถสร้างรายได้มากกว่า 1 ทาง Chapter 1 : เมล็ดพันธุ์แรก เรื่องราวทั้งหมดเกิดขึ้นในช่วงโควิด-19 เป็นช่วงที่ทุกคนต้องอยู่บ้าน เช่นเดียวกับคุณยุ้ย เมื่อเธอต้องทำงานที่บ้าน จึงเริ่มหากิจกรรมเล็กๆ ทำ โดยเริ่มจากการปลูกผักในโรงรถ จนเธออยากจะมีที่ในการปลูกเพิ่มมากขึ้น ด้าน คุณแหม่ม พาร์ตเนอร์ที่ทำธุรกิจร่วมกันจึงเริ่มเล่าย้อนถึงจุดเริ่มต้นให้เส้นทางเศรษฐีฟังว่า “ยุ้ยเขาเป็นชอบปลูกต้นไม้มาก เริ่มต้นปลูกมาทุกอย่าง ตั้งแต่กระแสแค็กตัสฟีเวอร์ ยุ้ยก็เป็นแกนนำ ปลูกทุกสปีชีส์ ทุกซีรีส์ เขาจะมีหม
หากพูดถึงครีเอเตอร์ที่มีคาแรกเตอร์โดดเด่น หยิบเรื่องใกล้ตัวมาทำคอนเทนต์ได้อย่างน่าสนใจ และสะท้อนสังคม โดยการโรลเพลย์กับสถานการณ์จริงที่หลายคนเคยเจอ จนสามารถสร้างปรากฏการณ์ “คลิปล้านวิว” วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ชวนพูดคุยกับ ไบรท์-เอกรัตน์ คงสถิตย์ เจ้าของช่องไบรท์ไร้ไขมัน (brightekkarat) ที่เริ่มจากความฝันอยากเป็นพิธีกร สู่การเป็นครีเอทีฟเบื้องหลังรายการตลกชื่อดังระดับประเทศ และผันตัวเป็นครีเอเตอร์สายเล่าเรื่อง ผู้ติดตาม 1.7 ล้าน ที่มีผลงานไวรัลนับไม่ถ้วน จากฝันแรกของเด็กสายกิจกรรม ย้อนกลับไปในวัยเด็ก ความฝันแรกของไบรท์ไม่ใช่การเป็นคนเบื้องหลัง แต่เขาอยากเป็น “พิธีกร” ตั้งแต่สมัยเรียน เขาคือเด็กกิจกรรมตัวจริง ทั้งการเป็นพิธีกรกิจกรรมต่างๆ ประธานนักเรียน ไปจนถึงพิธีกรของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งทุกบทบาทล้วนหล่อหลอมให้เขาคุ้นเคยกับการยืนหน้ากล้อง และสื่อสารกับผู้คน กระทั่งได้มีโอกาสฝึกงานที่ A Time Media ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ ที่ทำให้ค้นพบว่าตัวเองชื่นชอบงานด้านครีเอทีฟ เช่น การคิดมุก การเขียนบท และการเล่าเรื่อง จนเริ่มจับทางสายครีเอทีฟได้อย่างจริงจัง หลังจากนั้น ไบรท์ได้รั
จากร้านข้าวสารเป็นที่รู้จักเพียง 3 อำเภอในจังหวัดชลบุรี ธุรกิจที่พ่อแม่สร้างขึ้นด้วยความขยันและอดทนมาตั้งแต่ปี 2527 แม้จะบอกกับลูกว่าเป็นงานหนัก งานร้อน และไม่ได้สร้างกำไรมากนัก แต่สำหรับ ธีรินทร์ ธัญญวัฒนกุล หรือ “คุณกอล์ฟ” ทายาทรุ่นสองของ “ข้าวตราไก่แจ้” กลับมองเห็นโอกาสในธุรกิจที่ตัวเองคลุกคลีมาตั้งแต่วัยเด็ก เขาจึงเลือกกลับมาสานต่อธุรกิจนี้หลังเรียนจบจากอเมริกา พร้อมสร้างการเปลี่ยนแปลงจาก “ระบบเถ้าแก่” สู่ “การบริหารแบบมืออาชีพ” จนกลายเป็นแบรนด์ข้าวไทยที่ส่งออกไปกว่า 40 ประเทศทั่วโลก และมียอดขายเติบโตแตะ 2,500 ล้านบาท ในคอนเทนต์ชุด “โอกาส” ธุรกิจเกษตร พาไปพูดคุยกับ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สุนทรธัญทรัพย์ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายข้าวตราไก่แจ้ ถึงเส้นทางการเติบโต การเปลี่ยนแปลงท่ามกลางความท้ายทาย และการต่อยอดธุรกิจที่ไม่หยุดแค่การจำหน่ายข้าสาร ร้านข้าวของพ่อแม่ จุดเริ่มธุรกิจพันล้าน คุณกอล์ฟเติบโตมาในร้านข้าวสารของพ่อแม่ตั้งแต่วัยเด็ก ราวปี 2527 กิจการเล็กๆ นี้มี “สุนทร ธัญญวัฒนกุล และ นภา” ภรรยา เป็นผู้บุกเบิกในตำบลกุฎโง้ง อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี ภาพจำของคุณกอล์ฟ คือไป
“เราอยากทำร้านลาบที่คนเข้ามากินแล้วทำไมรู้สึกเท่จังวะ ร้านแม่งเท่ มาฟังแผ่นเสียง กินกับลาบ” ประโยคสั้นๆ แต่สะท้อนความเป็น “Studio Larb” (สตูดิโอลาบ) ได้อย่างชัดเจน “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” จะพาไปพูดคุยกับ ตั้ม-กฤตวัฒน์ สุริย์ หนึ่งในเจ้าของร้านที่ชูความเป็น “อีสานป๊อป” ให้โดดเด่น ตั้งแต่การตกแต่งร้าน ที่นำของสะสมมาจัดวางอย่างมีสไตล์ การเปิดแผ่นเสียงที่ช่วยเพิ่มอรรถรสในการกิน ผสมผสานกับอาหารอีสานสูตรนครพนมจากรสมือพ่อแม่ ที่ปรุงอย่างพิถีพิถันก่อนเสิร์ฟทุกจาน ร้านน้องใหม่ใกล้บีทีเอสเสนานิคม Studio Larb คือโปรเจ็กต์ที่ตั้ม กับหุ้นส่วน บอล-อดิศักดิ์ กรรเชียง, เม่น-ศิริยศ เรื่องตังญาณ และ หรั่ง-เทอดภูมิ สมบูรณ์ คิดไว้นานแล้ว ว่าจะสร้างร้านที่มีความแตกต่าง พิเศษ และเท่ในแบบของตัวเอง “เราวางคอนเซ็ปต์แต่แรกแล้วว่าจะขายลาบ เปิดแผ่นเสียง เราเท่ในแบบของเรา มันคือตัวตนเราจริงๆ เพราะของทุกอย่างที่เอามาแต่งร้านเป็นของหุ้นส่วนทุกคน แผ่นเสียงเอย เครื่องเล่นเอย เฟอร์นิเจอร์เอย มันผ่านตัวตนของทุกคนที่มาทำร้านนี้จริงๆ” ตั้ม เล่าเสริมว่า ก่อนจะได้ทำเลในย่านนี้ เขาอยากกลับไปเปิดร้านที่บ้านเก
จาก “ชาเย็น” สู่ “ชาเขียว” สร้างปรากฏการณ์ชาเย็นที่จริงใจเสร็จ แบรนด์ก็หันมาปั้นชาเขียวต่อ “ฉันจะกินชาเย็นทุกวัน” คือแบรนด์ชาไทยที่เคยสร้างปรากฏการณ์ฮิตบนหน้าฟีดโซเชียลมาแล้ว โดยช่วงนั้นชาไทยเป็นเครื่องดื่มที่กำลังอยู่ในกระแส คนกำลังนิยมอย่างมาก หันไปทางไหนก็เจอเมนูชาไทย ทั้งเค้กชาไทย ไอศกรีมชาไทย ชานมไข่มุกชาไทย และหนึ่งในแบรนด์ที่ทำให้คนรักชาไทยต้องพูดถึงบ่อย ๆ คือ “ฉันจะกินชาเย็นทุกวัน” ด้วยการทำชาเย็นที่เข้มข้นถึงรสชาเย็นแท้ ทำให้คนรักเมนูนี้ต่างก็ยกให้แบรนด์ “ฉันจะกินชาเย็นทุกวัน” (everyday.thai.tea) เป็นแบรนด์หนึ่งในดวงใจ เมนูซิกเนเจอร์ของร้านนี้เป็นที่รู้จักกันดี ทั้ง ‘สลัชชี่ชาไทย’ และ ‘ชาเย็นรสเข้มข้น’ ดำเนินการโดย บริษัท เบทเทอร์บีมฟู้ด จำกัด จดทะเบียนจัดตั้งไปเมื่อ 13 ก.ค. 2566 ด้วยทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท ในปี 2566 รายได้รวม 14 ล้านบาท กำไรสุทธิ 2.5 ล้านบาท แต่นอกจากฉันจะกินชาเย็นทุกวัน ปีที่ผ่านมายังได้แตกแบรนด์โกโก้-กาแฟ แบรนด์ “เข้ม” เสริมแกร่งให้พอร์ตโฟลิโอ กระทั่งเมื่อ April Fool’s Day แบรนด์ได้ร่วมล้อไปกับกระแสแกล้งผู้บริโภคว่าจะเปิดแบรนด์น้องใหม่ “ฉันจะกินชาเขียว
ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา หลายคนคงเคยเห็นคลิปวิดีโอที่นำเสนอเรื่องราวอาหารริมทางในไทย ถ่ายทอดผ่านคาแร็กเตอร์ชายชาวญี่ปุ่นในชุดทำงาน เป็นเสื้อเชิ้ตแบบเรียบง่าย ซึ่งภายในคลิปมักจะเดินทางไปลิ้มลองอาหารไทยที่มีรสชาติจัดจ้าน พร้อมกับเครื่องดื่มกระป๋องเขียวที่เป็นซิกเนเจอร์คู่ใจ และต้องพูดคำว่า “โอ้โห” ทุกครั้ง เพราะเป็นเอกลักษณ์ประจำคลิป วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีโอกาสได้พูดคุยกับคุณ Yasuharu Nishio (ยาสุฮารุ นิชิโอะ) ชาวญี่ปุ่นวัย 51 ปี ที่หลงรักในอาหารไทย และได้ท่องเที่ยวทั่วไทยไปแล้วกว่า 70 จังหวัด ในเวลาเพียง 3-4 ปี ปัจจุบันเขาได้ทำธุรกิจมากมาย ไม่ว่าจะเป็น การเขียนบล็อกภาษาญี่ปุ่น แนะนำร้านอาหารท้องถิ่นทั่วไทย ชื่อว่า ‘激旨!タイ食堂’ ต่อมาได้จัดตั้งบริษัททัวร์ที่ให้บริการชาวญี่ปุ่นในการท่องเที่ยวไทย TRIPULL และล่าสุดกับบทบาทอินฟลูเอนเซอร์สายอาหารชื่อดัง เจ้าของช่อง Asia Gourmet Story ที่เน้นถ่ายทอดเรื่องราวผ่านคาแร็กเตอร์มนุษย์เงินเดือนที่ชื่นชอบสตรีตฟู้ดไทย ในรูปแบบคลิปวิดีโอแนว Cinematic ชีวิตบรรณาธิการในโอซาก้า นิชิโอะ เล่าถึงชีวิตในญี่ปุ่นว่า เขาเคยทำงานเกี่ยวกับการทำนิต
หากการเปิดร้านอาหาร ไม่ได้เป็นเพียงการส่งต่อความอร่อย แต่ยังเป็นการส่งต่อ “วัฒนธรรมที่กินได้” ควบคู่ไปกับการ “สร้างคุณค่าและโอกาสให้ผู้สูงวัย” ได้มีอาชีพ มีรายได้ และกลับมามองเห็นคุณค่าในตัวเอง “เราเห็นแววตาเขาเปลี่ยน โฟนว่ามันเป็นมิชชั่นอันหนึ่งคือการทำให้คนกลับมาเห็นคุณค่าตัวเอง มันมีความหมายมากกว่าแค่เปิดร้านอาหารขึ้นมาหนึ่งร้านเพื่อรักษาสูตรที่จะหายไป” นี่คือเรื่องราวของ “Hub-rare” (หาบเร่) ร้านอาหารพื้นบ้านอยุธยาหรือฟาสต์ฟู้ดสไตล์ชาวบ้าน ของ คุณโฟน-เนตรนภางค์ หงษ์อุปถัมภ์ไชย ร้านเล็กที่ให้คุณค่ากับทุกคนที่อยู่เบื้องหลังอาหารทุกจาน “หาบเร่” ฟาสต์ฟู้ดสไตล์อยุธยา คุณโฟนเติบโตมาในจังหวัดอ่างทอง เพราะครอบครัวดำเนินกิจการโรงอิฐอยู่ในอำเภอป่าโมก ขณะเดียวกันยังมีธุรกิจร้านอาหาร Grand Chaopraya (แกรนด์เจ้าพระยา) ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาบ้านเกิดของคุณแม่ที่หลงใหลในการทำอาหาร จึงเปิดให้บริการร้านนี้มามากกว่า 10 ปี จากนั้นได้ต่อยอดธุรกิจสู่โครงการThe Wine Ayudhya (เดอะไวน์ อยุธยา) และ The Artisans Ayutthaya (ดิ อาร์ทิซานส์ อยุธยา) ซึ่งในตอนแรกตั้งใจพัฒนาเป็นโรงแรม แต่ความคิดนั้นได
