เรื่องราวของพี่น้องสามใบเถา คุณฝน-ประกายดาว ศิริดลธนเกษม และน้องสาว คุณฟ้า-กนกวรรณ เดชวีระพานิชย์ กับ คุณรุ้ง-อนงค์นาฎ เดชวีระพานิชย์ ที่ร่วมกันก่อตั้งร้านขนมอบสไตล์ฝรั่งเศส Trinity ในจังหวัดขอนแก่น บ้านเกิดของทั้งสามคน
จากจุดเริ่มต้นเล็กๆ ด้วยการทำขนมแจกและขายให้เพื่อนๆ สมัยเรียน ก่อนค่อยๆ เติบโตจนกลายเป็นร้านขนมที่ได้รับความนิยมในจังหวัด
คอลัมน์ Young Entrepreneur ของเส้นทางเศรษฐี พาไปพูดคุยกับ คุณฝน ถึงเส้นทางการเริ่มต้นธุรกิจของ 3 พี่น้อง เบื้องหลังการปั้น Trinity จากร้านเล็กๆ ที่เริ่มต้นเมื่อราว 13 ปีที่แล้ว สู่ธุรกิจที่ต่อยอดไปสู่ร้านอาหารและเครื่องดื่มอีกหลายแบรนด์ในวันนี้

จุดเริ่มต้นของ Trinity
คุณฝนและและน้องสาวทั้งสองเป็นชาวจังหวัดขอนแก่นโดยกำเนิด เติบโตมาในครอบครัวที่เปิดร้านอาหาร จึงซึมซับทั้งความคุ้นเคยและความหลงใหลในการประกอบและทำธุรกิจอาหารมาตั้งแต่วัยเด็ก
ในช่วงแรกเธอและน้องๆ ทำขนมเป็นงานอดิเรก ด้วยการทำขนมอบไปแจกไปขายให้กับเพื่อนๆ ร่วมชั้นเรียน ซึ่งปรากฏว่าได้รับคำชมเรื่องความอร่อย
จนกลายเป็นแรงยุแรงผลักดันให้เริ่มทำขนมส่งให้กับร้านกาแฟที่รู้จักกันภายในพื้นที่ หรือทำขนมแบบพรีออร์เดอร์จำนวนจำกัด
เรียกได้ว่าตอนนั้นทำจากความชอบ มากกว่าการตั้งใจจะเปิดเป็นธุรกิจจริง
หลังเรียนจบชั้นมัธยม คุณฝนย้ายเข้ากรุงเทพฯ มาเรียนต่อปริญญาตรี สาขาการจัดการโรงแรม ที่วิทยาลัยดุสิตธานี
ส่วนน้องสาวอีก 2 คนที่มีอายุไล่เรียงกันเลือกเรียนที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น และเรียนสาขาศิลปะการประกอบอาหารที่วิทยาลัยดุสิตธานีตามลำดับ
ทั้งสามยังคงทำขนมขายที่ขอนแก่นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะน้องสาวชื่อฟ้าที่ยังอยู่ขอนแก่นเป็นหลัก ในขณะที่คุณฝนก็ไปช่วยทำขายเวลากลับบ้าน หรือบางครั้งก็หิ้วขนมจากขอนแก่นมาขายให้เพื่อนๆ ในวิทยาลัยดุสิตธานี
“ช่วงที่เรียนจบจากวิทยาลัยดุสิตธานี ฝนและน้องๆ ก็ลองไปชิมขนมร้านอื่นเพื่อหาไอเดียเปิดร้านอย่างจริงจัง ที่ขอนแก่นคนส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ ไม่ค่อยชอบทานขนมเค้ก แต่ชอบกินขนมปังหรือครัวซองต์เป็นมื้อเช้ามากกว่า
ย้อนไป 10 กว่าปีก่อนนั้นยังไม่ค่อยมีร้านไหนทำขนมอบแบบนี้ เราเป็นร้านแรกๆ ที่ลองใช้วิธีรีดมือทำเองอยู่ที่บ้าน แต่ก็ทำได้น้อย แค่ไม่กี่อย่างต่อวัน น้องสาว (ฟ้า) เลยไปเรียนเทคคอร์สที่โรงเรียนเลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิต เพื่อเพิ่มทักษะ” คุณฝนเล่าให้ฟัง

ต่อยอดเปิดหน้าร้าน
ตอนนั้นสามพี่น้องเริ่มพัฒนาร้านจากทำขายส่งหน้าร้านต่างๆ เป็นการเปิดหน้าร้านอยู่ที่บ้าน เป็นร้านขนาดเล็กๆ แต่มีความโดดเด่นตรงที่ลูกค้าสามารถนั่งชมการทำขนมผ่านทางห้องกระจกขณะรอรับสินค้า
ต่อมาจึงเกิดไอเดียว่า ควรมีที่นั่งรับประทาน เสิร์ฟขนมมากขึ้นและให้บริการเมนูกาแฟ กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความจริงจังที่จะขยายร้านให้ใหญ่ขึ้นในอีก 4-5 ปีถัดมา
“เราเกิดไอเดียที่จะขยายร้าน แต่โควิดระบาดพอดี แต่ก็ต้องขอบคุณโควิดเพราะกลับทำให้เราขายดี” เธอกล่าวประโยคที่น่าจะแย้งกับผู้ประกอบธุรกิจรายอื่นๆ ที่ส่วนใหญ่ชะงักเพราะโควิด
“ตอนนั้นเป็นช่วงที่ครัวซองต์เริ่มเป็นที่นิยม คนอยากลองกินกันมาก นอกจากกลุ่มลูกค้าประจำแล้ว พอเกิดโควิด วัตถุดิบขาดตลาด เราจำกัดการซื้อ เลยยิ่งกระตุ้นให้เกิดปรากฏการณ์ตามล่าหาครัวซองต์ ร้านเราก็ติดหนึ่งในร้านที่คนแนะนำ เลยทำให้ร้านเรายิ่งมีคนตามมากิน
พอโควิดคลี่คลาย คนเริ่มเดินทางได้ ก็ยิ่งมีลูกค้าทั้งจากกรุงเทพฯ และจังหวัดต่างๆ ที่เดินทางมาตามหาเราจากความนิยมแบบปากต่อปาก มานั่งรอหน้าร้านตั้งแต่ร้านยังไม่เปิด”

ขายครัวซองต์และขนมปัง
ร้าน Trinity เน้นขายครัวซองต์และขนมปังเป็นหลัก ก่อนจะค่อยๆ เพิ่มไลน์ขนมมากขึ้น เน้นขนมฝรั่งเศสเสียส่วนใหญ่ เช่น คานาเล่ แมดเดอเลน ฯลฯ
โดยทางร้านได้ปรับเมนูให้เข้ากับรสนิยมคนไทย เช่น ครัวซองต์หมูหย็องพริกเผาไข่เค็ม ครัวซ็องต์หมูแดง พร้อมกับมีเมนูพิเศษตามเทศกาล อาทิ แยมลิ้นจี่ที่จะขายช่วงวาเลนไทน์
แต่เมนูที่คุณฝนภูมิใจนำเสนอมากคือ ครัวซองต์ไข่กระทะ
“ที่ขอนแก่นมีผู้คนหลายเชื้อชาติ เช่น คนเวียดนาม ฝนเองก็มีเชื้อสายเวียดนาม ไอเดียนี้เกิดขึ้นจากการทำ collab ร่วมกับ The Cloud โดยทำครัวซองต์เป็นรูปร่างกระทะ ด้วยการใส่ในพิมพ์ให้บุ๋มเป็นก้นกระทะ พออบจนเริ่มขึ้นฟูเป็นชั้น ก็ใส่ไข่และเครื่องต่างๆ แบบเดียวกับไข่กระทะลงไป ทำให้ได้รสสัมผัสที่แปลกใหม่ แต่ยังคงรสชาติไข่กระทะไว้ได้ โดยตัวครัวซองต์ก็มาแทนขนมปังบาแกตนั่นเอง”
คุณฝนบอกถึงเสน่ห์ของขนมอบสไตล์ฝรั่งเศสว่า “ขนมฝรั่งเศสต้องหนักเนย นมต้องถึง กัดเข้าไป กลิ่นเนยต้องมา แป้งฝรั่งเศสมีความเบา พอนำมาทำครัวซองต์จึงมีความโปร่ง แต่เราเอามาปรับให้เข้ากับคนไทยมากขึ้น เพราะคนไทยชอบความเคี้ยวหน่อยๆ ครัวซองต์ของเราจึงมีความโดดเด่นและแตกต่างตรงที่กรอบนอก แต่ด้านในมีความหนึบๆ”
เราตั้งข้อสงสัยว่า อะไรคือเหตุผลหรือปัจจัยที่ทำให้ขนมอบสไตล์ฝรั่งเศสขายดิบขายดีที่ขอนแก่น ซึ่งคุณฝนได้แสดงความคิดที่น่าสนใจว่า
“นอกจากคนในพื้นที่จริงๆ แล้ว ด้วยความที่ขอนแก่นเป็นจังหวัดใหญ่ จึงมีผู้คนจากหลากหลายจังหวัดมาอาศัยอยู่ด้วย เช่นเดียวกับคนกรุงเทพฯ ที่มาอยู่ที่ขอนแก่นเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะนักศึกษาที่มหาวิทยาลัยขอนแก่นที่มาจากกรุงเทพฯ ไม่ใช่น้อย เรียกว่าคนที่อาศัยในขอนแก่นมีศักยภาพทางการเงินที่เพียงพอ”
คุณฝนและน้องๆ ไม่เคยหยุดนิ่งในการเรียนรู้ หลังจากเรียนจบ ทั้งสามพากันไปเทคคอร์สเพื่อเพิ่มทักษะในการทำขนมและอาหารแบบต่างๆ อยู่เสมอ
อย่างเช่นคุณฝนกับคุณฟ้าที่เทคคอร์สเพิ่มเติมที่โรงเรียนสอนทำอาหาร เลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิต ส่วนคุณรุ้งบินไปเทคคอร์สอาหารอิตาเลียนไกลถึงประเทศอิตาลี

ต่อยอดอีกหลายธุรกิจ
ถึงปัจจุบันนอกจากร้านขนม Trinity แล้ว สามพี่น้องยังได้แตกดอกออกผลเป็นร้านอื่นๆ อีก ได้แก่ ร้าน 289 Pasta Bar ที่ขายพาสต้า ร้าน Kira Kira Tea ขายมัตฉะ ร้าน Sei Scoop ขายเจลาโต้ และร้าน Kinrin Bagel House ขายเบเกลและเครื่องดื่ม
ทางด้านคุณฝนและคุณรุ้งที่ต่างก็จบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากวิทยาลัยดุสิตธานี ทั้งคู่ได้รับความรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อการทำธุรกิจแตกต่างกัน
“น้องสาวเรียนจบสาขาศิลปะการประกอบอาหาร จึงได้ทักษะการบริหารงานในครัว การบริหารต้นทุน การตลาด ส่วนฝนเรียนจบสาขาการโรงแรมก็ได้ทักษะสายบริหารและการบริการ
วิทยาลัยดุสิตธานีสอนให้เรารับฟังทุกข้อติชม ถ้าลูกค้ามีคำแนะนำ เราก็พร้อมที่จะปรับปรุงแก้ไขอยู่เสมอ อีกทั้งเน้นย้ำให้เรามีความคงเส้นคงวา ความสม่ำเสมอ และสอนให้เรารู้ว่า การเรียนรู้ไม่มีวันหยุดหรือวันสิ้นสุด และเราไม่สามารถหยุดอยู่กับที่ได้”
คุณฝนบอกว่า จุดขายที่มัดใจลูกค้าของร้าน Trinity เสมอมานั้น คือการใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพ มีรสชาติที่คงที่ มากินกี่ครั้งก็ยังได้รสชาติเหมือนเดิมทุกครั้ง
ซึ่ง “ความคงเส้นคงวา” นี่เองนับเป็นความท้าทายในการประกอบธุรกิจนี้
ส่วนความท้าทายต่อไปก็คือ เธอใฝ่ฝันที่จะมาเปิดสาขาที่กรุงเทพฯ บ้างในอนาคต ซึ่งเราก็มั่นใจเหลือเกินว่า ความท้าทายที่ว่านั้นไม่เกินความสามารถของสามใบเถาอย่างแน่นอน
ติดตามร้าน Trinity Cafe’
