รอบโลก
ซื้อขนมลดราคา นอนวัดแทนโรงแรม ไลฟ์สไตล์ Gen Z จีน เปลี่ยนไป ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ในจีนกำลังเปลี่ยนไป เนื่องจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการเข้าสู่สังคมสูงอายุอย่างรวดเร็ว ซึ่งมีแนวโน้มที่จะส่งผลต่อพฤติกรรมการบริโภคในอีกหลายปีข้างหน้า “นิกเกอิ” รายงานว่า คนจีน เจเนอเรชัน Z อายุระหว่าง 15-29 ปี ที่มีจำนวน 18.4% ของประชากรทั้งประเทศ 1.4 พันล้านคน ถือเป็นกลุ่มที่มีอิทธิพลต่อการบริโภคอย่างมาก แต่ตอนนี้พวกเขาเผชิญความไม่แน่นอนด้านเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงอัตราการว่างงานที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของคนในกลุ่มอายุอื่นๆ แรงกดดันดังกล่าวส่งผลให้การใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ในจีนเปลี่ยนไป โดยหันมาประหยัดและใช้จ่ายแบบมีเหตุผลมากขึ้น จากเดิมที่คนกลุ่มนี้เติบโตมาในยุคเศรษฐกิจเฟื่องฟู “จาง รู่” หญิงสาววัย 24 ปี เป็นตัวอย่างของความเปลี่ยนแปลง ที่ผ่านมาเธอไม่เคยกินข้าวในโรงอาหารที่เต็มไปด้วยเมนูอาหารราคาย่อมเยาอย่างผัดผักกาดขาวกับหมูสามชั้น ซึ่งเป็นเมนูยอดนิยมของบรรดาผู้สูงวัย แต่ตอนนี้เธอกลายเป็นลูกค้าประจำของโรงอาหารไปแล้ว เพราะช่วยคุมค่าอาหารไม่ให้เกิน 100 หยวนต่อวัน หรือประมาณ 500 กว่าบาท และคนวัยเดียวกับ “จาง
นักลงทุนอายุน้อย แห่สะสม ทองคำแท่งขายดีจัด หาซื้อง่ายพอกับกดกาแฟ การหาซื้อทองคำในปัจจุบันง่ายขึ้นกว่าในอดีตมาก แค่มีสมาร์ทโฟนเครื่องเดียวก็เอาอยู่ ไม่ต้องเดินทางไปร้านทองให้เหนื่อยยาก ในเกาหลีใต้ ทองคำแท่งกำลังขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ทั้งในร้านสะดวกซื้อและตู้กดอัตโนมัติ ง่ายดายพอกับการกดซื้อราเมน ไส้กรอก หรือน้ำอัดลมในบ้านเรา CNBC ระบุว่า เครือข่ายร้านสะดวกซื้อรายใหญ่ของเกาหลีใต้ CU จับมือกับหน่วยงานรัฐที่รับผิดชอบการพิมพ์ธนบัตรและออกเหรียญกษาปณ์ ในการขายทองคำแท่งไซซ์เล็กๆ ตั้งแต่น้ำหนัก 0.1 กรัม ไปจนถึง 1.87 กรัม ซึ่งราคาขายอยู่ที่ 225,000 วอน ข้อมูลจาก “พ็อกเก็ต CU” แอปพลิเคชันของเครือข่ายร้านสะดวกซื้อ CU พบว่า ผู้คนในช่วงอายุ 30-39 ปี เป็นกลุ่มที่นิยมซื้อทองคำแท่งเหล่านี้มากสุด มีสัดส่วนคิดเป็น 41% ของยอดขายทั้งหมดหลังเปิดตัว ตามด้วยกลุ่มผู้ที่มีอายุ 50-59 ปี ที่ซื้อทองคำแท่งในสัดส่วน 35.2% ของยอดขายทั้งหมด ส่วนกลุ่มอายุ 50-59 ปี มีสัดส่วน 15.6% และคนในวัย 20-29 ปี มีสัดส่วนประมาณ 6.8% ของยอดขายทั้งหมด ร้านสะดวกซื้อแห่งอื่นๆ ก็เกาะกระแสบูมทองคำแท่งเช่นกัน อย่างร้านสะดวกซื้อ GS25 ก็เปิดใ
คาเฟ่ไร้เสียง ลูกค้าต้องงดคุย ไม่อนุญาตให้เปิดเพลง เปิดบริการแล้วที่ญี่ปุ่น ความเร่งรีบและวุ่นวายของสังคมเมืองอาจทำให้ชีวิตประจำวันของหลายๆ คนไม่คุ้นเคยกับการอยู่แบบเงียบๆ เช่นเดียวกับสังคมญี่ปุ่นที่เร่งรีบและเต็มไปด้วยการแข่งขัน แต่ก็มีคาเฟ่เปิดใหม่ในโอซาก้าที่มาพร้อมแนวคิดสร้างความสุขท่ามกลางความเงียบ เว็บไซต์ soranews24.com ระบุว่า คาเฟ่แห่งนี้มีชื่อว่า “โชโจ” (Shojo) โดยลูกค้าจะต้องงดพูดคุย และไม่อนุญาตให้เปิดเพลงใดๆ เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสเสียงของความเงียบ คาเฟ่แห่งนี้มี 16 ที่นั่ง และต้องการสร้างบรรยากาศที่ไร้เสียงรบกวน เพื่อให้ผู้ใช้บริการได้อยู่กับความเงียบ มีเพียงเสียงรอบข้างที่มักถูกละเลย เช่น เสียงฝีเท้าของผู้คน เสียงการชงมัตฉะ และเสียงฝน นอกจากความเงียบจะเป็นประโยชน์ต่อการพักผ่อนหย่อนใจของลูกค้าแล้ว ยังเป็นผลดีกับพนักงานในร้าน ซึ่งหูหนวกหรือเป็นผู้มีปัญหาด้านการได้ยิน ทำให้คนทั่วไปได้สัมผัสประสบการณ์จากมุมมองของคนกลุ่มนี้ แม้ทางคาเฟ่จะขอให้ลูกค้างดเว้นการพูดคุยกัน แต่ก็ไม่ได้มีสภาพแวดล้อมที่ถูกจำกัด และชวนให้ลูกค้าเปิดใจรับการสื่อสารรูปแบบใหม่ ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ทุกคนเท่
คนอังกฤษ ปลูกเฟอร์นิเจอร์ ขาย! กว่าจะได้ไม่ง่าย บางงานใช้เวลานาน 11 ปี บนพื้นที่ 5 ไร่ทางตอนกลางของอังกฤษ แกวิน และ อลิซ มันโร สองสามีภรรยา กำลังช่วยกันทำให้คำว่า การทำธุรกิจแบบยั่งยืนที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม และเพื่อนมนุษย์ร่วมโลก ก้าวไปอีกระดับ ด้วยการผลิตเฟอร์นิเจอร์ ไม่ว่าจะเป็น โต๊ะ เก้าอี้ โคมไฟ ด้วยวิธีค่อยๆ “ดัดต้นไม้” จากต้น แล้วอดทนรอนานเป็นแรมปี กระทั่งต้นไม้นั้นมีรูปทรงตามต้องการ จึงตัดออกมาเพื่อวางจำหน่าย ปัจจุบัน สองสามีภรรยาคู่นี้มี “ฟาร์มเฟอร์นิเจอร์” อยู่ที่เมืองเดอร์บี้เชียร์ ที่ต้นไม้จำนวนมากกำลังเติบโต รอวันเปลี่ยนไปเป็น เก้าอี้ 250 ตัว, โคมไฟ 100 ดวง และ โต๊ะ 50 ตัว โดยเป็นวิธีผลิตเฟอร์นิเจอร์ที่ แกวิน และ อลิซ ต่างเห็นว่า สามารถช่วยลดก๊าซคาร์บอน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม “แทนที่เราจะปลูกต้นไม้ปล่อยให้โตไปสัก 50 ปี แล้วก็ตัดต้นไม้นำมาเลื่อย มาตัดให้มีขนาดเล็กลงเพื่อเข้าสู่กระบวนการผลิตเฟอร์นิเจอร์ สู้เรามาปลูกต้นไม้แล้วค่อยๆ ดัดทำให้มีรูปทรงตามที่เราต้องการเลยดีกว่า” แกวิน เล่าว่า ส่วนหนึ่งที่เป็นแรงบันดาลใจทำให้เกิดไอเดียนี้ เริ่มจากตอนเด็กๆ เขาเคยเห็นต้นบอนไซที่มีรูปท
โลกเราเหงาขึ้นทุกวัน ผู้ประกอบการ เข็น “ไอเทมเพื่อคนโสด” ออกมาเพียบ หลายประเทศกำลังเข้าสู่ภาวะครัวเรือนที่มีสมาชิกคนเดียว ทำให้สินค้าและบริการที่ตอบสนองคนกลุ่มนี้เพิ่มขึ้น รวมถึงแอปพลิเคชันที่ช่วยให้การใช้ชีวิตตัวคนเดียวเป็นเรื่องสะดวก ในเกาหลีใต้มีครัวเรือนที่มีสมาชิกคนเดียวคิดเป็นสัดส่วนเกือบ 1 ใน 3 ของครัวเรือนทั้งหมด หลายบริษัทพัฒนาแอปพลิเคชันสำหรับเป็นผู้ช่วยเหล่าคนโสดหรือผู้ที่ใช้ชีวิตตามลำพัง “โคเรีย เฮรัลด์” รวบรวมแอปพลิเคชันที่ผู้มีไลฟ์สไตล์เดี่ยวต้องห้ามพลาด รวมถึง The King of Honjok ที่พัฒนาขึ้นเพื่อช่วยให้ผู้ใช้มีพฤติกรรมการดูแลบ้านที่ดี โดยสามารถกำหนดตารางสิ่งที่ต้องทำในแต่ละสัปดาห์ อาทิ ตื่นนอนให้เร็วขึ้น กินมื้อค่ำก่อน 20.00 น. ทำความสะอาดบ้านอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงเก็บออมเงิน และใช้ชีวิตอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ทุกๆ ภารกิจที่ผู้ใช้งานทำสำเร็จ ผู้พัฒนาแอปจะบริจาคเงินให้กับองค์กรการกุศล และแอปนี้ยังมีข้อมูลและเคล็ดลับดีๆ สำหรับผู้ที่มีไลฟ์สไตล์เพียงลำพัง อีกแอปที่เติบโตอย่างมากตั้งแต่วิกฤตโควิด คือ Half of Thing เป็นแอปที่ช่วยลดรายจ่ายค่าส่งอาหาร โดยสามารถแชร์กับเพื่อนๆ ท
เทรนด์มาแรง ท่องเที่ยวแบบเซอร์ไพรส์ ไปไหนก็ได้ ไม่รู้จุดหมายปลายทาง หนึ่งในเทรนด์ท่องเที่ยวที่มาแรงในปี 2567 ต้องยกให้ “Surprise Travel” หรือการเดินทางท่องเที่ยวแบบไม่รู้จุดหมายปลายทาง ไปลุ้นเซอร์ไพรส์ตอนจะขึ้นเครื่องบินเลยทีเดียว BBC ระบุว่า การท่องเที่ยวแบบนี้เกิดขึ้นมาสักพักหนึ่งแล้ว แต่กลับมาได้รับความนิยมมากขึ้นอีกครั้ง ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่ผู้คนยุ่งจนหาเวลาวางแผนท่องเที่ยวได้ยาก และหันมาใช้บริการทริปลับจากบริษัททัวร์แทน Booking.com เปิดเผยผลสำรวจล่าสุดที่สอบถามความเห็นจากนักเดินทาง 27,000 คน จาก 33 ประเทศ เพื่อคาดการณ์แนวโน้มการท่องเที่ยวในปี 2567 พบว่า 1 ใน 7 เทรนด์ ได้แก่ การท่องเที่ยวแบบไม่รู้จุดหมายปลายทาง ซึ่ง 52% ของผู้ตอบแบบสอบถามกระตือรือร้นในการจองทริปลับที่จะรู้ข้อมูลท่องเที่ยวหน้างานทีเดียว แทนที่จะวางแผนการเดินทางเอง บริษัทตัวแทนท่องเที่ยวจะเป็นฝ่ายตัดสินใจ จอง และวางแผนให้ จากนั้นจะสร้างความประหลาดใจกับจุดหมายปลายทางเมื่อลูกค้าถึงสนามบินหรือรถยนต์ ซึ่งความเป็นธรรมชาติในการมุ่งหน้าไปยังจุดหมายปลายทางที่ไม่รู้จักนั้นมีความน่าตื่นเต้นสำหรับหลายๆ คน “เจค โอเบรียน” พร้อมภร
ไม่ว่าฝรั่ง หรือคนไทย หรือคนชาติใดในโลก คำพูดที่ถูกใช้เวลาคนหมดรัก “บอกเลิกกัน” น่าจะคล้ายๆ กัน หรืออาจจะเหมือนกันเป๊ะเลย!!! ไม่เชื่อก็ลองอ่านข้อความบนเค้ก บนขนมหวานเหล่านี้ดูสิ I Dont Think I Actually Love You ฉันไม่คิดว่า ฉันยังรักเธออยู่ I See You More As My Sister ฉันเห็นเธอเป็นน้องสาวมากกว่า We Can Still Be Friends เรายังเป็นเพื่อนกันได้นะ I Am So Sorry ฉันขอโทษ We Tried เราต่างเหนื่อย คุ้นๆ ทั้งนั้นเลยใช่ไหมล่ะ และไม่ว่าคำพูดไหน หรือประโยคไหน ได้ยินแล้วมันก็ “เจ็บ” เหมือนกันหมดใช่ไหมล่ะ? เจ็บแล้วก็เกิดอาการกินไม่ได้นอนไม่หลับเหมือนกันอีกใช่ไหมล่ะ? ก็ “อาการสากล” ที่ไม่ว่าคน (อกหัก) ชาติไหนก็เป็นเหมือนกันหมดนี่ล่ะ ที่ทำให้ อิซาเบลล่า จิอันคาร์โล กราฟิกดีไซเนอร์สาวสวยชาวนิวยอร์ก ในย่านบรูกลิน สหรัฐอเมริกา เกิดแรงบันดาลใจจับมาทำเป็นโปรเจ็กต์สนุกๆ “Eat Your Heart Out” ด้วยการนำเอาคำพูด “บอกเลิก” ที่เคยทำให้คนอกตรมขมขื่น กินไม่ได้นอนไม่หลับ มาทำเป็นอะไรที่ “หอมหวาน” ซึ่งหญิงสาวที่ชอบกิน มีความสุขกับการกิน และเป็นคนชอบทำเค้ก ทำเบเกอรี่ ก็เลือกทำในสิ่งที่เธอชอบ นั่นก็คือ การนำคำพูดบอกเล
เวลาไปงานแต่งงานสมัยนี้ มักจะเห็นเพื่อนเจ้าสาวและเพื่อนเจ้าบ่าวแต่งชุดธีมเดียวกันมาร่วมให้กำลังใจคู่บ่าวสาว รวมทั้งคอยช่วยเหลือให้งานผ่านพ้นไปอย่างราบรื่น คนส่วนใหญ่มักเลือกเพื่อนสนิทมาทำหน้าที่นี้ โดยเฉพาะฝ่ายเจ้าสาวที่ต้องการคนใกล้ชิดที่ช่วยดูแลเรื่องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นหน้าผมที่ต้องเป๊ะ ชุดแต่งงานที่ทำให้เจ้าสาวขยับเขยื้อนเคลื่อนกายได้ลำบาก รวมถึงไม่เอื้อให้สะพายกระเป๋าใส่สิ่งของจำเป็น เช่น โทรศัพท์มือถือ ติดกายได้ตลอดเวลา แต่ไม่น่าเชื่อว่า เพื่อนเจ้าสาวจะกลายเป็นอาชีพที่ทำรายได้เป็นกอบเป็นกำ และเป็นธุรกิจที่โตแบบเงียบๆ ตามอุตสาหกรรมงานวิวาห์ที่กำลังบูม เหตุผลที่ทำให้บริการรับจ้างเป็นเพื่อนเจ้าสาวเติบโตขึ้น เนื่องจากผู้คนไม่ค่อยมีเวลา หรือไม่สะดวกใจที่จะรับหน้าที่นี้ ซึ่งต้องมีความสามารถในการจัดการหน้างานให้ราบรื่น แก้ปัญหาเฉพาะหน้า รวมทั้งต้องมีความคล่องตัว และชอบพูดคุยกับคนอื่นๆ นี่ทำให้เจ้าสาวหลายคนตัดสินใจเลือก “เพื่อนเจ้าสาวมืออาชีพ” มารับหน้าที่นี้ แทนที่จะเอ่ยปากขอความช่วยเหลือจากเพื่อนสนิท ซึ่งไม่ได้การันตีว่าเพื่อนๆ ที่มีอยู่จะรับมือได้หรือไม่ และแม้จะมีนักวางแผนแต่งงาน หรือบ
ทิ้งอาชีพครู มา “รับจ้างซื้อของ” ได้เงินปีละกว่า 3 ล้าน!!! ตัดสินใจลาออกจากอาชีพครู ซึ่งมีเงินเดือนมั่นคงมา 20 ปี เพื่อมา “รับจ้าง” ตระเวนซื้อของให้ชาวบ้าน อาจฟังดูเป็นการตัดสินใจที่ไร้สาระ แต่ปรากฏว่า นี่คือการตัดสินใจที่ “เอ็ด เฮนเนสซี” อดีตครูโรงเรียนมัธยมศึกษาในเมืองโอวีเอโด รัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา รู้สึกว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุดเรื่องหนึ่งในชีวิต และทำให้รู้สึกด้วยว่าเขาเดินมาถูกทางแล้ว ทั้งนี้ จากรายงานข่าวของซีเอ็นเอ็น ที่นำเสนอเรื่องราวของเอ็ด เฮนเนสซี อดีตครูโรงเรียนโอวีเอโด ไฮสคูล เล่าว่า ตั้งแต่เป็นครูสอนหนังสือมา 20 ปี นายเฮนเนสซีเล่าว่า เขาไม่เคยมีรายได้เกินกว่าปีละ 50,000 ดอลลาร์ หรือราว 1,625,000 บาท และด้วยรายได้จำนวนแค่พออยู่พอกิน ทำให้เฮนเนสซีต้องใช้ชีวิตแบบกระเบียดกระเสียรมาก เพื่อให้แต่ละเดือนสามารถจัดสรรเงินได้อย่างลงตัวในการดูแลปากท้องของตัวเอง และลูกๆ อีก 2 คน แล้วยังมีหนี้ที่กู้มาตอนสมัยเรียนระดับมหาวิทยาลัย ที่ยังต้องผ่อนชำระอยู่อีกจำนวนหนึ่ง ด้วยฐานะการเงินที่แทบชักหน้าไม่ถึงหลังในแต่ละเดือน ทำให้เฮนเนสซีต้องดิ้นรนหาทางสร้างรายได้เพิ่ม และทำให้เจ้าตัว
ไปให้สุด กาแฟกลิ่นตีน?! แม้ชื่อขมคอ แต่อร่อยตะลึง ไอเดียเก๋แปลกๆ วางขายไม่กี่วัน ยอดทะลุ 200 ห่อ เป็นที่ฮือฮาในหมู่แวดวงคนรักกาแฟพอสมควร สำหรับ กาแฟกลิ่นตีน ที่ทำเอารู้สึกพิศวงกับชื่อ แต่หลายๆ คนที่ได้ลองชิมรสชาติมาแล้วในงาน Coffee Fest 2023 ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า อร่อย! เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้พูดคุยกับ คุณมนตรี อริยะภัคภิญโญ หนึ่งในเจ้าของร้านและโรงคั่วกาแฟ Sleep Enemy ที่เล่าให้ฟังว่า Sleep Enemy เป็นร้านและโรงคั่วกาแฟย่านสะพานควาย แถวแยกสะพานควาย-ประดิพัทธ์ ที่เปิดมาตั้งแต่ปี 2009 “บ้านผมพ่อแม่มีลูกชาย 3 คน แล้วเมื่อก่อนตั้งแต่พวกผมยังเด็ก คุณพ่อก็จะทำเป็นร้านแนวๆ โกปี๊ ร้านกาแฟแบบสมัยก่อน ก็เรียกว่าคลุกคลีกันมาบ้าง พอถึงจุดหนึ่งน้องชาย (คุณธนกร อริยะภัคภิญโญ) เอากาแฟมาแล้วก็ชงกาแฟดื่มเองตั้งแต่อยู่มหาวิทยาลัย พอเรียนจบก็มาเปิดร้านเล็กๆ ที่สมุยชื่อ สมุยเอสเปรสโซ่บาร์ (Samui Espresso Bar) ทำได้ประมาณสัก 5 ปี น้องชายก็ขึ้นมาเปิดร้านที่กรุงเทพฯ และเมื่อก่อนผมจะทำงานฝ่ายมาร์เก็ตติ้งมา 5 ปีก็ลาออกมาช่วยน้องชายทำร้าน เพราะเรา 3 พี่น้องก็มีความชอบเรื่องกาแฟเหมือนกัน พอเรามาทำร
