รอบโลก
ไม่ใช่มีแต่ผู้ซื้อเท่านั้นที่อยากได้ “ของถูก” พ่อค้า แม่ขาย ก็อยากขายของถูกเช่นกัน เพราะไม่ว่ายังไง “ของถูก” ก็ยังเป็น “ของที่ถูกใจ” ชาวประชาและชาวบ้านเสมอ ยิ่งในยุคที่เศรษฐกิจฝื้ดฝืด ไม่ได้คล่องปื๊ดปาน 4 จี ความจริงพ่อค้า แม่ขายทุกคนก็รู้ดีแหละว่า ของถูกคือสินค้าที่ลูกค้าต้องการ แต่วิธีที่จะไปควานหาของถูกมาขายเนี่ยสิ เป็นโจทย์ที่ท้าทายอยู่เหมือนกันนะว่าจะไปหาได้จากที่ไหนบ้าง? ขณะที่พ่อค้า แม่ขายส่วนใหญ่อาจจะ “มองเมิน” หรือมองข้ามสินค้าที่ใกล้หมดอายุ หรือสินค้าที่หีบห่อ บรรจุภัณฑ์มีรอย มีตำหนิ ซึ่งตามร้านค้า หรือซุปเปอร์มาร์เก็ตใหญ่ๆ มักจะ “คัดออก” ไม่นำไปวางขายในร้าน แต่นี่ล่ะคือ “สินค้าทำเงิน” ให้แก่ ชาร์ลอต แดงค์ สาวอังกฤษวัย 21 เจ้าของร้านขายสินค้าราคาประหยัดชื่อว่า Bargain Brand Food ในแคว้นคอร์นวอลล์ ประเทศอังกฤษ เลยล่ะค่า!!! แม่ค้ามือใหม่ซึ่งใช้เวลาไม่ถึงปีก็สามารถขยายร้านสาขาเป็นสาขาที่ 2 ได้แล้ว เล่าว่า ด้วยความที่เธอเองก็มี “เงินทุนจำกัด” ดังนั้น เธอจึงคิดทำร้านเล็กๆ เท่าที่เงินทุนของเธอสามารถเอาอยู่ จากนั้นก็คิดถึงคอนเซ็ปต์ร้านที่อยากให้คล้ายกับ “ธนาคารอาหาร” ซึ่งสามารถเป็นท
เขาว่ากันว่าตอนสงครามอันยาวนานคนเกาหลีกินข้าวกับกิมจินี้เท่านั้นและอดทนจนผ่านพ้นสงครามมาได้ คนเกาหลีจึงขึ้นชื่อเรื่องความอดทนนักหนา ฉันไปเกาหลีใต้ครั้งสุดท้ายเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ก่อนข่าวเรื่องการจัดการพบปะญาติระหว่างคนเกาหลีใต้กับคนเกาหลีเหนือครั้งแรกในรอบหลายปีจะเกิดขึ้น ระหว่างนั่งรถเที่ยว ฉันเฝ้ามองรั้วลวดหนามยาวสุดลูกหูลูกตาที่กั้นระหว่างพรมแดนเกาหลีใต้กับเกาหลีเหนือ ดูค่ายคูประตูหอรบ รถถัง รถจี๊ป ที่จอดเรียงรายตามแนวชายแดนที่กั้นแผ่นดินเดียวกันให้เป็น 2 ประเทศ แบ่งคนเชื้อชาติเดียวกัน สืบเชื้อสายจากบรรพบุรุษเดียวกัน ให้ห่างไกลกัน แนวชายแดนที่ว่านั่นไม่ได้อยู่ไกลลับตาจนเราแสร้งไม่รับรู้ หากแต่อยู่ใจกลางประเทศนั่นเอง แค่เดินทางจากสนามบินเข้ากรุงโซลก็เจอรั้วลวดหนามเรียงเกือบตลอดแนว ดูแล้วก็คิดว่าคนเกาหลีอีกฝั่งเขาจะเป็นอย่างไร จะอยู่อย่างไร เขาจะมองเราอยู่หรือเปล่า และที่สำคัญ ฉันสงสัยตลอดมาว่าคนเกาหลีทั้ง 2 ฝั่ง เขารักกันหรือเปล่า แต่เวลาที่เราเที่ยวท่องไปในเกาหลีใต้ ความเจริญทันสมัย แสงสีเสียงอะร้าอร่ามก็มักจะทำให้เราลืมไปว่า แค่มือเอื้อม ก็มีเกาหลีอีกแผ่นดินหนึ่งซึ่งผิดกับเกา
โดย : มิส มิลเลียนแนร์ “มิส มิลเลียนแนร์” เจ้าของคอลัมน์ ‘ไอเดียต่างแดน’ ประจำนิตยสารเส้นทางเศรษฐี มีไอเดียซนๆ ที่ทั้งแหวกแนวและน่าสนใจมาฝากกันอีกเช่นเคย ในเปรูมีโรงแรมสำหรับคนที่รักความท้าทายและธรรมชาติ ซึ่งไม่เพียงต้องทดสอบความกล้าในการปีนขึ้นยอดเขาที่ยากลำบาก เพื่อชมทิวทัศน์ที่สวยงามเกินบรรยาย แต่ยังต้องชื่นชอบความเรียบง่าย เพราะด้วยข้อจำกัดทำให้ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากนัก โรงแรมสุดแหวกแนวแห่งนี้มีชื่อว่า Sky Lodge Suites ของบริษัท Natura Vive ที่อยู่บนไหล่เขาของเทือกเขาในเมืองคัสโก แต่ Sky Lodge Suites ไม่ได้สร้างอยู่บนพื้นเหนือยอดเขา ทั้ง 3 ห้องพักแขวนอยู่ริมหน้าผา ที่มีความสูงราว 400 เมตร ออกแบบมาเอาใจลูกค้าที่หลงรักความหวาดเสียวอย่างเต็มที่ โดยห้องพักของโรงแรมแห่งนี้มีลักษณะเป็นแคปซูลที่ใช้กระจกใสแบบหนาทั้งหมด รวมทั้งใช้กรอบอลูมิเนียมและเหล็กยึดไว้กับหน้าผา ให้ความรู้สึกเหมือนลูกค้าลอยอยู่กลางอากาศเวลาอยู่ในห้องพัก และสามารถชมวิวได้แบบ 300 องศา ห้องพักแต่ละห้องมี 4 เตียง มีห้องน้ำในตัว และพื้นที่รับประทานอาหาร นอกจากนี้ ยังมีไฟฟ้าสำหรับให้แสงสว่างที่ได้จากแผงพลังง
คำว่า Street Vendors นี่ถ้าแปลเป็นไทยตามตรงก็คือคนขายของข้างถนน ประมาณคนขายของบนทางเท้า ซึ่งก็พบในหลายเมือง อย่างที่ฉันเล่าไปมากมายแล้ว คนขายของข้างถนนไม่ใช่มีแต่ในเมืองกำลังพัฒนา เมืองพัฒนาแล้วสุดโต่งอย่างอเมริกานี่ตัวดีนักละ ในนิวยอร์กน่ะคนขายของบนทางเท้าเยอะไม่น้อย โดยเฉพาะย่านไทม์สแควร์ที่ฉันเคยพาไปเที่ยวมาหลายครั้ง แต่ทางเท้าเขาจัดระเบียบเรียบร้อยกันดี ไม่อารมณ์ระเกะระกะใครใคร่ค้าค้าใครใคร่ขายขายไปเล้ยอย่างเมืองไทยและอีกหลายเมืองที่กำลังพัฒนา ซึ่งก็นั่นแหละนะ จะชี้หน้าโทษคนขายอย่างเดียวก็ไม่ได้ ตราบใดที่ยังมีความยากจน มันก็จะมีปัญหาเช่นนี้อยู่ร่ำไป ใครก็อยากมีร้านรวงสวยๆ เชิดหน้าชูตาทั้งนั้น แต่พอมันจน ทางออกมันก็มีไม่มากไปกว่าการรุกล้ำทางเท้าวางของขายแบบคนเห็นแก่ตัวนี่แหละ อยู่ที่ทางการจะจัดระเบียบให้มันเดือดร้อนคนเดินถนนให้น้อยที่สุดเท่านั้นเป็นรับกันไหว แต่วันนี้ฉันจะพาไปเจอ Street Vendors แบบฮาร์ดคอร์ คือไม่ใช่แค่วางขายบนทางเท้าอย่างเดียว แต่ขายกัน ìบนถนนî ให้ตรงความหมาย Street Vendors จริงๆ และเผชิญกับการขายแบบฮาร์ดเซลส์อย่างที่ยากจะหาไหนเทียบทัน เป็นการข
เรื่องโดย : อาจี๋ที่ไม่เอาไหน มื่อกลางเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสหนีแมวไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่น ระหว่างที่เดินเที่ยวเล่นอยู่นั้นก็เหลือบไปเห็น ตู้หมุนไข่ หรือเรียกกันว่า “กาชาปอง” “Gashapon” (กาชาปอง) เป็นชื่อเครื่องหยอดเหรียญชนิดหนึ่งที่บริษัท BANDAI (บันได) ในประเทศญี่ปุ่น ผลิตขึ้น มีลักษณะเป็นแคปซูลรูปทรงไข่ ภายในแคปซูลจะบรรจุโมเดลของเล่นชิ้นเล็กไว้หลากหลายแบบ และที่กำลังฮอตฮิตโดนหยอดจนหมดตู้คือ เจ้าของเล่นหมวกแมวกระต่ายน่ารักๆ ที่เพิ่งออกมาใหม่เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมานี้เอง กาชาปองหมวกแมวทรงหูกระต่ายน่ารักๆ มีชื่อภาษาญี่ปุ่นว่า kawaii kawaii neko usagichan (คาวาอี้ คาวาอี้ เนะโกะ อุซางิจัง) ซึ่งมีความหมายว่า แมวกระต่ายน่ารักๆ ที่โตเกียวจะมีให้หยอดทุกมุมเมือง ที่มีมากที่สุดคือย่านเครื่องใช้ไฟฟ้าและฟิกเกอร์ที่อากิฮาบาระ ที่จะมีตู้หยอดกาชาปองวางเรียงเป็นแถว ส่วนผมเจอตู้หยอดกาชาปองที่ซัปโปโร ที่ห้างบิ๊กคาเมร่า ร้านดองกี้ และเห็นเพื่อนบอกว่ามีที่ห้างโยโดบาชิด้วย และแล้วก็ถึงตาของผมหยอดกาชาปอง เพื่อจะได้หมวกแมวทรงหูกระต่ายกลับไปฝากแมวที่บ้านบ้างแล้ว แมวที่บ้านผมมี 60 ตัว ผมอยากได้ห
เรื่องโดย : มิสมิลเลียนแนร์ ญี่ปุ่น ขึ้นชื่อเป็นประเทศที่เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุรวดเร็วติดอันดับต้นๆ ของโลก ซึ่งนอกจากอัตราการเสียชีวิตน้อยลงเพราะการแพทย์ที่ทันสมัยขึ้น ยังมีปัจจัยจากการที่คนรุ่นใหม่แต่งงานน้อยลง หรือแต่งงานแล้วแต่ไม่อยากมีลูก ทางการญี่ปุ่นพยายามแก้ปัญหาสังคมผู้สูงอายุ ทั้งการส่งเสริมให้หนุ่มสาวแต่งงานมากขึ้น การออกมาตรการจูงใจด้วยการให้สิทธิและความช่วยเหลือต่างๆ สำหรับครอบครัวที่ต้องการมีบุตร ขณะเดียวกัน ภาคส่วนต่างๆ ในญี่ปุ่นก็พยายามสนับสนุนให้ผู้คนสละโสดและอยากมีลูกมากขึ้น รวมถึงผุดคอร์สสุดแหวกแนวที่หลายคนคาดไม่ถึง คอร์สฝึกหนุ่มโสดให้เรียนรู้วิธีเลี้ยงลูก เป็นหนึ่งตัวอย่างที่สะท้อนความพยายามแก้ปัญหาระดับชาติ นอกเหนือจากธุรกิจจัดหาคู่ที่มีดาษดื่น รอยเตอร์ส ระบุว่า บริษัทในเมืองโอซาก้าที่ใช้ชื่อว่า “อิคุเมน ยูนิเวอร์ซิตี้” ได้ริเริ่มเปิดคลาสสอนในวันอาทิตย์ เพื่อช่วยเหล่าชายโสดเพิ่มคุณสมบัติในการหาคู่ครอง ซึ่งจะทำให้มีภาษีมากกว่าผู้ชายทั่วๆ ไป อิคุเมน เป็นการผนวกกันระหว่างคำว่า การเลี้ยงเด็ก กับคำที่แปลว่า ผู้ชาย เกิดเป็นคำใหม่ที่หมายถึง พ่อบ้านที่ทำหน้าที่เลี้ยงลูก “
เรื่องโดย : อ้อมแอ้ม ณ แอลเอ เมืองที่ฉันอยู่ คือ เมืองแมดิสัน (Madison) รัฐวิสคอนซิน (Wisconsin) เป็นเมืองอยู่ทางตอนบนของอเมริกา ถ้าบอกว่าเมืองตอนบนก็หมายถึงมันใกล้ขั้วโลกเหนือเข้าไปทุกที มันจึงหนาวจับจิต ปีหนึ่งหนาวเสียครึ่ง ส่วนที่เหลือก็ยังเย็นๆ เรียกว่าไม่มีอุณหภูมิเกิน 20 องศาเซลเซียส เวลาหน้าหนาวนี่ก็ทะเลสาบแข็งกันไปทั้งเมือง วิ่งเล่นกันได้ ประมาณนั้น เมืองนี้คนหลากหลายเชื้อชาติหลั่งไหลเข้ามา ทั้งที่หนาวๆ นี่ก็เถิด คนเอเชียเองก็ไม่น้อย (คนจีนมากที่สุดตามระเบียบ) เพราะเป็นเมืองการศึกษา เป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยวิสคอนซิน-แมดิสัน (University of Wisconsin-Madison) ที่มีชื่อเสียงระดับโลก คนจึงหลั่งไหลมาเรียน-ทำงาน ร้านรวงของคนหลากหลายเชื้อชาติเหล่านี้จึงกระจายไปหมด ร้านอาหารจีน อาหารญี่ปุ่น อาหารไทย อาหารลาว อาหารแอฟริกัน อาหารอินเดีย เกินจะจาระไน นอกจากนั้นก็มีร้านสินค้าของแต่ละเชื้อชาติ เรียกว่าไม่ต่างไปจากอยู่ประเทศใครประเทศมัน อยากได้อะไรเหมือนที่เคยได้ในบ้านตัวเองก็มีให้ทั้งนั้น YUE-WAH ORIENTAL FOODS เป็นร้านขายสินค้าและเครื่องปรุงหลากหลายเชื้อชาติ คือรวมหมดทั้งเอเ
เมื่อกลางเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสหนีแมวไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่น ระหว่างที่เดินเที่ยวเล่นอยู่นั้นก็เหลือบไปเห็น ตู้หมุนไข่ หรือเรียกกันว่า “กาชาปอง” “Gashapon” (กาชาปอง) เป็นชื่อเครื่องหยอดเหรียญชนิดหนึ่งที่บริษัท BANDAI (บันได) ในประเทศญี่ปุ่น ผลิตขึ้น มีลักษณะเป็นแคปซูลรูปทรงไข่ ภายในแคปซูลจะบรรจุโมเดลของเล่นชิ้นเล็กไว้หลากหลายแบบ และที่กำลังฮอตฮิตโดนหยอดจนหมดตู้คือ เจ้าของเล่นหมวกแมวกระต่ายน่ารักๆ ที่เพิ่งออกมาใหม่เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมานี้เอง กาชาปองหมวกแมวทรงหูกระต่ายน่ารักๆ มีชื่อภาษาญี่ปุ่นว่า kawaii kawaii neko usagichan (คาวาอี้ คาวาอี้ เนะโกะ อุซางิจัง) ซึ่งมีความหมายว่า แมวกระต่ายน่ารักๆ ที่โตเกียวจะมีให้หยอดทุกมุมเมือง ที่มีมากที่สุดคือย่านเครื่องใช้ไฟฟ้าและฟิกเกอร์ที่อากิฮาบาระ ที่จะมีตู้หยอดกาชาปองวางเรียงเป็นแถว ส่วนผมเจอตู้หยอดกาชาปองที่ซัปโปโร ที่ห้างบิ๊กคาเมร่า ร้านดองกี้ และเห็นเพื่อนบอกว่ามีที่ห้างโยโดบาชิด้วย และแล้วก็ถึงตาของผมหยอดกาชาปอง เพื่อจะได้หมวกแมวทรงหูกระต่ายกลับไปฝากแมวที่บ้านบ้างแล้ว แมวที่บ้านผมมี 60 ตัว ผมอยากได้หมวกแมวทรงหูกระต่ายน่ารักๆ 60
หลายคนที่มีสัตว์เลี้ยงประจำบ้าน มักรู้สึกห่วงกังวลว่า ไปทำงานต่างจังหวัด ใครจะหาอาหารให้สัตว์เลี้ยงแสนรัก ปัญหานี้จะหมดไปหากคุณลงมือผลิตเครื่องให้อาหารสัตว์เลี้ยงอัตโนมัติด้วยตัวคุณเอง ตามคำแนะของ “ คุณทอม นิวบอร์น ” ที่ใช้งานได้เจ๋งจริง ลองนำไปทำใช้กันดู คุณทอมไม่สงวนลิขสิทธิ์ เครื่องให้อาหารอัตโนมัติ (Feeder )สำหรับให้อาหารสัตว์เลี้ยง ทำง่ายๆได้ด้วยตนเอง ด้วยงบประมาณเพียงแค่ 50 บาท ขึ้นกับชนิดและปริมาณของสัตว์เลี้ยง ใช้ได้ทั้ง เป็ด ไก่ สุนัข แมว หรือสัตว์เลี้ยงอื่นๆ ประยุกต์ใช้ตามความ เหมาะสมครับ ขนาดของ feeder ปรับตามชนิดและปริมาณของสัตว์ครับ ลองทำกันดู ง่ายๆไม่ต้องคอยให้อาหารบ่อยๆ หากใครสนใจอยากทำอุปกรณ์ชนิดนี้ เริ่มจากจัดเตรียมวัสดุ ประกอบด้วย 1. ถังขนาด 20 ลิตรพร้อมฝา หรือขนาดที่เหมาะสมกับสัตว์ 2. ขวดพลาสติก หรือวัสดุอื่นก็ได้ 3. ปืนกาวและกาวแท่ง วิธีทำ 1. เจาะถังรูปสี่เหลี่ยมหรือกลมก็ได้ ขนาด 1×2 นิ้ว หรือตามความเหมาะสม 2. ผ่าขวด แนวตั้งให้ได้ค่อนขวด สูง4 นิ้ว หรือตามความเหมาะสม 3. เจาะรูขนาดเล็กที่ก้นขวดเพื่อไม่ให้น้ำขัง 4. ติดขวดเข้ากับถังด้วยปืนกาว รอให้กาวเย็นก็นำไป
เมืองที่ฉันอยู่ คือ เมืองแมดิสัน (Madison) รัฐวิสคอนซิน (Wisconsin) เป็นเมืองอยู่ทางตอนบนของอเมริกา ถ้าบอกว่าเมืองตอนบนก็หมายถึงมันใกล้ขั้วโลกเหนือเข้าไปทุกที มันจึงหนาวจับจิต ปีหนึ่งหนาวเสียครึ่ง ส่วนที่เหลือก็ยังเย็นๆ เรียกว่าไม่มีอุณหภูมิเกิน 20 องศาเซลเซียส เวลาหน้าหนาวนี่ก็ทะเลสาบแข็งกันไปทั้งเมือง วิ่งเล่นกันได้ ประมาณนั้น เมืองนี้คนหลากหลายเชื้อชาติหลั่งไหลเข้ามา ทั้งที่หนาวๆ นี่ก็เถิด คนเอเชียเองก็ไม่น้อย (คนจีนมากที่สุดตามระเบียบ) เพราะเป็นเมืองการศึกษา เป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยวิสคอนซิน-แมดิสัน (University of Wisconsin-Madison) ที่มีชื่อเสียงระดับโลก คนจึงหลั่งไหลมาเรียน-ทำงาน ร้านรวงของคนหลากหลายเชื้อชาติเหล่านี้จึงกระจายไปหมด ร้านอาหารจีน อาหารญี่ปุ่น อาหารไทย อาหารลาว อาหารแอฟริกัน อาหารอินเดีย เกินจะจาระไน นอกจากนั้นก็มีร้านสินค้าของแต่ละเชื้อชาติ เรียกว่าไม่ต่างไปจากอยู่ประเทศใครประเทศมัน อยากได้อะไรเหมือนที่เคยได้ในบ้านตัวเองก็มีให้ทั้งนั้น YUE-WAH ORIENTAL FOODS เป็นร้านขายสินค้าและเครื่องปรุงหลากหลายเชื้อชาติ คือรวมหมดทั้งเอเชีย แอฟริกา อเมริกาใต้ เม็กซิ
