ม็อบหน้ามาอีก! พ่อค้าร้านน้ำ เผย ขายดีเป็นเท่าตัว ยันจะตามขายเรื่อยๆ




“อย่ารอให้เกษียณแล้วค่อยทำ แต่ควรเริ่มตั้งแต่ตอนที่เรายังแข็งแรงอยู่ เพื่อที่จะได้มีเวลาเสพสุขกับมันไปนานๆ” จะมีสักกี่คนที่เลือกใช้วันหยุดจากงานประจำ กลับมาปลูกต้นไม้ ทำสวน และสร้างคาเฟ่เล็กๆ ด้วยตัวเอง ในคอนเทนต์ชุดพิเศษ “โอกาสธุรกิจเกษตร” เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ x เทคโนโลยีชาวบ้าน ขอพาไปพูดคุยกับ คุณแป้ง-ธิดารัตน์ อนันตรกิตติ ที่นอกจากอาชีพหลักอย่างการเป็นผู้ประกาศข่าวแล้ว เธอยังสวมหมวกอีกใบ นั่นคือการเป็นเจ้าของคาเฟ่เล็กๆ ในจังหวัดฉะเชิงเทรา ชื่อว่า “บ้านสวนกำไรสุข” โดยเธอใช้เวลานอกเหนือจากงานประจำ ค่อยๆ สร้างพื้นที่แห่งนี้ด้วยตัวเอง ซึ่งเบื้องหลังบ้านสวนแห่งนี้ ไม่ได้มีแค่เรื่องของการเปิดร้านอาหารหรือทำเกษตร แต่ยังเป็นเรื่องของความตั้งใจเล็กๆ ที่อยากให้พิสูจน์ว่า ความสุขไม่จำเป็นต้องรอถึงวันเกษียณเสมอไป เริ่มต้นจากความฝัน คุณแป้งเล่าให้ฟังปนรอยยิ้มว่า ความจริงแล้ว “เกษตรกร” คือความฝันแรกในชีวิต เพราะเติบโตมาในครอบครัวที่ทำเกษตร คุณพ่อเป็นเกษตรกรปลูกสวนมะม่วงมาตลอด แต่เพราะภาพจำในอดีตที่เห็นว่าการปลูกพืชเชิงเดี่ยวมีรายได้น้อย อีกทั้งยังโดนกดราคาจากพ่อค้าคนกลาง คุณแม่จึงไม่สนับสนุนให้เ
บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MK GROUP ในฐานะผู้นำตลาดสุกี้อันดับ 1 ของไทย ประกาศทิศทางธุรกิจปี 2569 ปรับแนวทางการสร้างแบรนด์ภายใต้แนวคิด Find The Right STP (Segmentation-Target-Positioning) มุ่งเน้นการวิเคราะห์ 3 ส่วน ทั้งเลือกแบ่งตลาด การเข้าใจลูกค้า และการวางตำแหน่งของแบรนด์ พร้อมตั้งเป้าหมายสร้างรายได้เติบโตกว่า 12% เดินหน้ายกระดับประสบการณ์ใหม่ให้กับแบรนด์ในเครือ ขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง และเตรียมเปิด 2 แบรนด์ใหม่ที่ตอบโจทย์ไลฟสไตล์คนไทย คุณทานตะวัน ธีระโกเมน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ตลอดปีที่ผ่านมา เราเก็บข้อมูลเชิงลึกและวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคอย่างละเอียด ทำให้เราเข้าใจกลุ่มลูกค้าแต่ละเซกเมนต์มากขึ้น ช่วยให้สามารถออกแบบและวางตำแหน่งแบรนด์ได้ตรงจุด โดนใจลูกค้ามากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นในการพัฒนาแบรนด์ MK ในโมเดลต่างๆ รวมไปถึงการเปิดแบรนด์น้องใหม่อย่าง โบนัสสุกี้ ต่อยอดสู่กลยุทธ์ STP ของปีนี้ ทำให้ MK GROUP สามารถตอกย้ำความแข็งแกร่งของพอร์ตโฟลิโอที่ครอบคลุมทุกเซกเมนต์ ด้วยโมเดลที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพา
“โก๋แก่” แบรนด์ถั่วคู่วัยรุ่นไทย ยืนหนึ่งเรื่องถั่ว เปิดตัวร้าน “โก๋นมถั่ว” (Nut Milk Bar) เป็นร้านที่เนรมิตสารพัดเมนูถั่วสุดฟินเอาใจคนรุ่นใหม่ พร้อมประกาศแลนดิ้งปักหมุดความอร่อยต้อนรับสาขาใหม่ล่าสุด ณ ซีคอนบางแค ชั้น 4 บริเวณหน้า Street Gourmet ดีเดย์เปิดวันแรก 1 มิถุนายน 2569 นี้! การสปินออฟ (Spin-off) แตกไลน์ธุรกิจสู่ร้าน “โก๋นมถั่ว” ในครั้งนี้ ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการเจาะกลุ่มผู้บริโภคยุคใหม่ ด้วยการหยิบอินไซต์ (Insight) ผู้บริโภคของหวานและคนรักสุขภาพมารวมกันอย่างลงตัวพร้อมกับ ยกระดับวัตถุดิบจาก “ถั่วคุณภาพ” สู่เมนูไอศกรีม เบเกอรี่ และเครื่องดื่ม ภายใต้คอนเซปต์ “มันส์ทุกเม็ด” ตาม DNA ของแบรนด์โก๋แก่ สำหรับ ไฮไลต์เมนู เด็ดที่ห้ามพลาดและพร้อมเสิร์ฟแบบจัดเต็ม ได้แก่ : และเมนูอื่นๆ มากมาย เช่น ไอศกรีม Softserve เนยถั่วซันเดย์ , ปังโก๋ และเมนูน้องใหม่ เครื่องดื่ม “โก๋เฟรช Refreshing” เมนูเครื่องดื่มเบสเลมอนผสมโซดาซ่าส์สูตรใหม่ เน้นความซ่าส์ ดับร้อน เติมความสดชื่น แนะนำรส “บ๊วย เลมอนเนด โซดา” ความลงตัวของความเปรี้ยว ซ่า อร่อย สดชื่นสะใจ ฉลองเปิดร้านใหม่และสาขาใหม่ทั้งที โก๋แก่จัดหนักอัด
เว็บไซต์ TasteAtlas หรือเว็บไซต์ที่รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับอาหารท้องถิ่น วัตถุดิบดั้งเดิม และร้านอาหารยอดนิยมจากทุกมุมโลก ได้จัดอันดับเครื่องดื่มยอดฮิตที่สุดในโลก โดยมีหัวข้อที่ว่า “Best Non-alcoholic Beverage Types in the World” หรือแปลเป็นไทยว่า อันดับเครื่องดื่มไร้แอลกอฮอล์ยอดเยี่ยมที่สุดจากทั่วโลก โดยเมนู “ชาไทย” จากประเทศไทย ติดโพลอยู่ในอันดับที่ 9 ทาง TasteAtlas ได้อธิบายความเป็นชาไทยไว้ว่า “ชาเย็น” (หรือชาไทย) ขนานแท้ คือส่วนผสมที่ลงตัวของชาดำรสเข้มข้น นมข้นหวานหรือนมข้นจืด น้ำตาล เสิร์ฟพร้อมน้ำแข็งป่น โดยตามธรรมเนียมดั้งเดิมนั้น ตัวชาจะทำจากใบชาดำแบบแห้ง เช่น พันธุ์อัสสัม ซีลอน หรือคีมุน หรือบางสูตรจะมีการเพิ่มส่วนผสมอย่าง มะขามบด โป๊ยกั๊ก หรือกระวาน ลงไปด้วย อย่างไรก็ตาม ทั้งในปัจจุบันที่เป็นแบบรถเข็นข้างทางและในร้านอาหาร มักนิยมใช้ผงชาแบบสำเร็จรูปที่มีการผสมสีผสมอาหาร ซึ่งทำให้ชามีสีส้มที่โดดเด่นและดูไม่เป็นธรรมชาติ ในขณะที่ชาแบบดั้งเดิมควรจะมีสีน้ำตาลอำพันที่เข้มและลึก โดยปกติแล้วจะนำน้ำชาไปทำให้เย็นก่อนนำมาผสมกับน้ำแข็ง ชาไทยนั้นมีจำหน่ายทั่วไปตามร้านรถเข็นข้างทาง และยังพบได้
ใครที่ชอบถ่ายรูป ถ่ายวิดีโอ หรือเป็นสายครีเอเตอร์ที่ถนัดในการเจนภาพ AI วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีวิธีสร้างรายได้เสริมผ่านช่องทางออนไลน์มาแนะนำกัน โดยจะเป็นการขายภาพบน Adobe Stock หรือ แพลตฟอร์มขายภาพชื่อดัง ขั้นตอนการสมัครสมาชิก 1. กดเข้าที่เว็บไซต์ https://stock.adobe.com/th 2. มองหาและกดที่เมนู “ขาย” บริเวณแถบด้านบน 3. ระบบจะพาไปอีกหน้าจอหนึ่ง ให้กดปุ่ม “เข้าร่วมเลย” 4. หน้าจอจะแสดงหน้าต่าง “สร้างบัญชี” 5. ขั้นตอนที่ 1 : กรอกอีเมล พร้อมตั้งรหัสผ่าน จากนั้นกด “ดำเนินการต่อ” 6. ขั้นตอนที่ 2 : กรอกชื่อ-นามสกุล (เป็นภาษาอังกฤษตรงตามบัตรประชาชน) และใส่วันเดือนปีเกิด (เน้นย้ำว่าเป็นปี ค.ศ.) เสร็จแล้วกด “สร้างบัญชี” 7. เข้าไปเช็กกล่องข้อความในอีเมลที่สมัครไว้ กดลิงก์ที่ระบบส่งมาเพื่อยืนยันตัวตน เมื่อขึ้นข้อความ “Your email has been verified!” ให้กด “Continue” เพื่อเข้าสู่ระบบและเริ่มใช้งานได้เลย ขั้นตอนการอัปโหลดรูปภาพเพื่อวางขาย 1. กดปุ่ม อัปโหลด (Upload) ภาพที่ต้องการ โดยสามารถเลือกรูปได้จากในอัลบั้มหรือถ่ายจากกล้องได้เลย (สามารถกดเลือกได้มากกว่า 1 ภาพ) 2. เมื่อเลือกรูปเสร็จเรียบร้อย
บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MK GROUP ในฐานะผู้นำตลาดสุกี้อันดับ 1 ของไทย ประกาศทิศทางธุรกิจปี 2569 ปรับแนวทางการสร้างแบรนด์ภายใต้แนวคิด Find The Right STP (Segmentation-Target-Positioning) มุ่งเน้นการวิเคราะห์ 3 ส่วน ทั้งเลือกแบ่งตลาด การเข้าใจลูกค้า และการวางตำแหน่งของแบรนด์ พร้อมตั้งเป้าหมายสร้างรายได้เติบโตกว่า 12% เดินหน้ายกระดับประสบการณ์ใหม่ให้กับแบรนด์ในเครือ ขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง และเตรียมเปิด 2 แบรนด์ใหม่ที่ตอบโจทย์ไลฟสไตล์คนไทย คุณทานตะวัน ธีระโกเมน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ตลอดปีที่ผ่านมา เราเก็บข้อมูลเชิงลึกและวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคอย่างละเอียด ทำให้เราเข้าใจกลุ่มลูกค้าแต่ละเซกเมนต์มากขึ้น ช่วยให้สามารถออกแบบและวางตำแหน่งแบรนด์ได้ตรงจุด โดนใจลูกค้ามากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นในการพัฒนาแบรนด์ MK ในโมเดลต่างๆ รวมไปถึงการเปิดแบรนด์น้องใหม่อย่าง โบนัสสุกี้ ต่อยอดสู่กลยุทธ์ STP ของปีนี้ ทำให้ MK GROUP สามารถตอกย้ำความแข็งแกร่งของพอร์ตโฟลิโอที่ครอบคลุมทุกเซกเมนต์ ด้วยโมเดลที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพา
ในยุคที่ AI ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือช่วยตอบคำถาม แต่สามารถ “ลงมือทำงาน” แทนมนุษย์ได้อย่างเป็นระบบ แนวคิดของ AI Agent จึงกลายเป็นกุญแจสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในองค์กรและธุรกิจยุคใหม่ วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีคอร์สเรียนออนไลน์ฟรีจากมหาวิทยาลัยมหิดลมาแนะนำกัน เป็นการยกระดับทักษะด้าน Data, AI และเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อสร้างความก้าวหน้าในอาชีพ เรียนรู้ ลงมือทำ และได้รับรองมาตรฐาน AI Agents in Action – “ให้ AI ทำงานแทน” หลักสูตร AI Agent in Action นี้ ออกแบบมาเพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจตั้งแต่พื้นฐานของ AI Agent ไปจนถึงการพัฒนาและใช้งานจริง โดยเน้นการเรียนรู้แบบลงมือทำ (Hands-on) ผ่าน Workshop และโปรเจกต์ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ทันที ผู้เรียนจะได้เรียนรู้การออกแบบ Workflow ของ AI Agent การใช้งานผ่าน CLI การสร้าง Content อัตโนมัติ การพัฒนา Web Application ที่เชื่อมต่อกับ AI รวมถึงการใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลและสรุป Insight อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อจบหลักสูตร ผู้เรียนจะสามารถสร้าง AI Agent ของตนเอง ที่ช่วยลดงานซ้ำซ้อน เพิ่มความรวดเร็วในการทำงาน และยกระดับศักยภาพในการทำงานในยุคดิจิทัลไ
สบายใจ ไม่รวย แต่พอกิน! คนรุ่นใหม่ทำเกษตร ปลูกผักสลัดบนดอย มีรายได้หลักหมื่น แถมได้ดูแลพ่อแม่ “ถามว่ามีความสุขไหม ทำเกษตรแรกๆ คือร้องไห้เลย มือแตก มือลอก รู้สึกว่า “กูปิ๊กมาอะหยังวะ” ท้อมาก แม่ก็ไล่กลับไปอยู่เวียง (เชียงใหม่) แต่เรารู้สึกว่าไม่สนุก เลยกลับมาสู้ต่อ เพราะทำเกษตรสบายใจกว่า ไม่ต้องแข่งกับใคร แข่งกับตัวเองพอ ขยันมากก็ได้มาก และได้กลับมาอยู่กับพ่อแม่ด้วย” คำบอกเล่าจาก คุณกระแต-วนิดา สุขกำแหง สาววัย 27 ปี เธอเติบโตมาในครอบครัวชาวสวนลำไย จึงซึมซับวิถีเกษตรมาตั้งแต่เด็ก อีกทั้งเมื่อได้ลองทำงานประจำ แต่ไม่ตรงใจ การกลับมาทำเกษตร อาชีพดั้งเดิมของพ่อแม่ จึงเป็นความตั้งใจจริง นำมาสู่การสร้างรายได้ต่อเดือนที่มั่นคงจากผักสลัด ที่เริ่มจากปลูกเล็กๆ ในสวนลำไย สู่การเช่าพื้นที่บนดอยเพิ่มผลผลิต งานประจำไม่ใช่ทาง คุณกระแต เล่าให้ฟังว่า เธอไม่มีทุนเรียนต่อปริญญาตรี หลังจบ ปวส. ด้านอุตสาหกรรมการเกษตร ที่วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเชียงใหม่ จึงหยุดเรียนเพื่อหาทุนศึกษาต่อ โดยเลือกทำงานประจำ เป็นบาริสต้า เปิดร้านกาแฟ และเป็นบาร์เทนเดอร์ ใช้ชีวิตเป็นมนุษย์เงินเดือนนาน 2 ปี ซึ่งการทำงานก็ทำให้ค้นพ
“ทองหล่อ” ในภาพของใครหลายๆ คน อาจนึกถึงพื้นที่ที่เป็นแหล่งทางธุรกิจสำคัญของกรุงเทพมหานคร เป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยบริษัท คอนโดหรู รวมไปถึงสถานบันเทิงอันเป็นแหล่งรวมตัวของเหล่านักเที่ยวไฮโซ แต่อาจจะน้อยคนนักที่ทราบว่า ในทองหล่อซอย 3 ยังมีพื้นที่ขนาด 250 ตารางวา ที่ถูกอุทิศให้เป็นสาธารณะประโยชน์ ที่แห่งนี้คือ “สวนครูองุ่น” โดยผู้ตั้งชื่อคือ คุณสมบัติ บุญงามอนงค์ เพื่อเป็นเกียรติและเฉลิมฉลองให้กับคุณครูองุ่น มาลิก ประหนึ่งว่าตัวท่านและเจตนารมณ์ในการทำประโยชน์เพื่อสังคมจะยังคงอยู่ ไม่หายไปไหน วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ขอพาทุกคนไปพูดคุยกับ คุณโซเฟีย-สิริพร สุขชูศรี ผู้จัดการสวนครูองุ่นและหัวหน้าโครงการสวนครูองุ่น โดยใช้เวลากว่า 3 ปีกว่าจะพิสูจน์ให้ชุมชนเห็นว่า พื้นที่สีเขียวที่ “ฟรี” และ “เข้าถึงง่าย” คือสิ่งที่คนเมืองโหยหาจริงๆ โมเดล “ธุรกิจเพื่อสังคม” ย้อนกลับไปจุดเริ่มต้น ที่ดินผืนนี้เป็นของ คุณครูองุ่น มาลิก ซึ่งก่อนเสียชีวิตในปี พ.ศ. 2533 ท่านได้เขียนพินัยกรรมและบันทึกประจำวันทิ้งไว้เพื่อแสดงความตั้งใจที่อยากให้ที่ดินผืนนี้เกิดประโยชน์ต่อสังคม จนกระทั่งเกิดความร่วมมือกันระหว่าง มูลนิธ
จากโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส (60/40)” ที่เปิดให้ประชาชนใช้จ่ายได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน – 30 กันยายน 2569 เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพ กระตุ้นกำลังซื้อ และสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการ โดยนอกจากใช้สิทธิในร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการแล้ว ยังสามารถสั่งอาหารและเครื่องดื่มผ่านแพลตฟอร์มฟู้ดดีลิเวอรีได้อีกด้วย โดยจะเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2569 – 30 กันยายน 2569 เงื่อนไขสำหรับประชาน แพลตฟอร์มฟู้ดดีลิเวอรีที่เข้าร่วม เงื่อนไขสำหรับผู้ประกอบการ วิธีสมัครร้านค้าถุงเงิน การเข้าร่วมไทยช่วยไทย พลัส (60/40) วิธีลงทะเบียนร้านค้าในแพลตฟอร์มฟู้ดดีลิเวอรี หมายเหตุ : กรณีร้านค้าในโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ไม่เห็นแบนเนอร์สมัครใช้งานฟู้ดดีลิเวอรีให้อัปเดตแอปฯ ถุงเงินเป็นเวอร์ชั่นล่าสุด หรือตรวจสอบ “ประเภทร้านค้า” ในแอปฯ ถุงเงิน โดยกดเมนู ตั้งค่า > ข้อมูลแอปพลิเคชัน (ร้านที่มีสิทธิเห็นแบนเนอร์สมัครฟู้ดดีลิเวอรี จะต้องได้รับอนุมัติให้เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ประเภท อาหาร ของหวาน และเครื่องดื่มเท่านั้น) อ้างอิงข้อมูลจาก https://lmwnmerchantcenter.com/thai-chuay-thai-plus-6
