ข้าวแช่ชาววัง มีมาแต่สมัยใด ใครคือต้นตำรับ แล้วทำไมไปเด่นที่เมืองเพชร
ข้าวแช่ คือเมนูหน้าร้อนที่หลายคนนึกถึง เป็นอาหารทานเล่นหรือทานจริงก็ไม่ผิดกติกา
ข้าวแช่ ถูกจัดเป็นสำรับขนาดย่อม ประกอบด้วย มีข้าวสุกขัดแช่น้ำเย็น ซึ่งมักเป็นน้ำดอกไม้ รับประทานกับเครื่องกับต่างๆ อย่าง ลูกกะปิ พริกหยวกสอดไส้ เนื้อเค็มฝอยผัดหวาน เป็นต้น
สำหรับความเป็นมาของ “ข้าวแช่” เมนูวิจิตรนี้ มีร่องรอยหลักฐานความเป็นมา ในบทกลอนของสุนทรภู่ เรื่อง รำพันพิลาป ว่าความไว้ ดังนี้
ระดูร้อนก่อนเก่าทำเข้าแช่
น่าชมแต่เครื่องกับสำรับฉัน
ช่างทำเป็นเช่นดอกจอกเป็นดอกจันทน์
งามจนชั้นกระชายทำเหมือนจำปา
มะม่วงดิบหยิบดูจึ่งรู้จัก
ทำน่ารักรูปสัตว์เหมือนมัจฉา
จะแลลับกลับกลายสุดสายตา
เคยไปมามิได้เห็นจะเว้นวาย
…
จากบทกลอนของท่านกวีเอกสุนทรภู่ ดังกล่าว ทำให้การสันนิษฐานกันว่า ข้าวแช่ เข้าสู่ราชสำนักไทยในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3
ครั้นมาถึงสมัยรัชกาลที่ 4 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์โปรดเสวยข้าวแช่ ในฤดูร้อนเป็นอย่างมาก โดยมี เจ้าจอมมารดาซ่อนกลิ่น เป็นผู้ปรุงข้าวแช่ถวายขึ้นโต๊ะเสวย
มีการประดิดประดอย แกะสลักผักเครื่องแนมข้าวแช่ ทำเครื่องประกอบการรับประทานข้าวแช่เพิ่มขึ้น
เจ้าจอมมารดาซ่อนกลิ่น จึงถือเป็นต้นตำรับของสำรับ “ข้าวแช่ชาววัง”
และเมื่อ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ทรงแปรพระราชฐานไปประทับ ณ พระนครคีรี หรือเขาวัง เมืองเพชรบุรี ได้ถามหา ข้าวแช่ แต่ไม่มีใครทำเป็น
ห้องเครื่อง จึงรับชาวบ้านที่สนใจเข้ามาหัดทำแบบง่ายๆ ไม่ประดิดประดอย อย่างชาววัง
และต่อมาไม่นาน เมนูสำรับข้าวแช่ จึงเผยแพร่ออกไปสู่ชาวบ้านในแถบเมืองเพชรบุรี จนกลายเป็น “ข้าวแช่เมืองเพชร” สืบทอดกันมาจนถึงปัจจุบัน
