ทำความรู้จัก ระดับการบดกาแฟ ปรับอย่างไรให้ถูกใจ ถูกปากลูกค้า
ธุรกิจร้านกาแฟ หรือการเปิดคาเฟ่ที่มีเมนูกาแฟให้ลูกค้าเลือกดื่มอย่างหลากหลาย เป็นธุรกิจในฝันของใครหลายๆ คน ทั้งนี้ การเปิดร้านกาแฟให้ประสบความสำเร็จ มีลูกค้าประจำแวะเวียนอยู่ตลอด ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเสมอไป เพราะ ‘กาแฟ’ เครื่องดื่มสุดฮิตนี้มีดีเทลยิบย่อยที่เหล่าบาริสต้าต้องพิถีพิถันและให้ความใส่ใจในทุกๆ ขั้นตอนเพื่อให้ได้รสชาติกาแฟออกมาดี มีคุณภาพ และถูกปากลูกค้ามากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการเลือกเมล็ดพันธุ์กาแฟ การเลือกยี่ห้อกาแฟ อุปกรณ์การชง รวมไปถึง ‘ระดับการบดกาแฟ’ อีกหนึ่งตัวแปรสำคัญของการบดเมล็ดกาแฟให้ได้รสชาติที่ดี มีเอกลักษณ์ ซึ่งเหล่าบาริสต้ามือใหม่หลายคนอาจมองข้ามเรื่องนี้ไป วันนี้ Peaberry Thai ผู้นำด้านการขายอุปกรณ์ชงกาแฟครบวงจรขอพาเหล่าบาริสต้ามือใหม่ หรือคนที่สนใจเปิดธุรกิจร้านกาแฟมาทำความรู้จักกับระดับการบดของเมล็ดกาแฟกันให้มากขึ้น ว่ามีความสำคัญอย่างไร มีระดับไหนบ้างเพื่อการรังสรรค์กาแฟเสิร์ฟลูกค้าให้ได้รสชาติดีมากที่สุด ตามไปดูกันได้เลย!
ทำไมเหล่าบาริสต้าควรให้ความสำคัญกับระดับการบดกาแฟ?
รู้หรือไม่ ระดับการบดกาแฟเป็นตัวแปรที่ส่งผลต่อรสชาติ ความหอม ความเข้มของเครื่องดื่มกาแฟ ด้วยการชงหรือปรุงกาแฟแต่ละรูปแบบนั้นต้องใช้ ‘ความละเอียดของผงกาแฟ’ ที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นการบดละเอียด บดปานกลาง หรือบดหยาบ ก็ล้วนต้องมีการสกัดรสชาติและกาเฟอีนจากกาแฟด้วยน้ำร้อนในระดับที่ต่างกัน ใช้เวลาต่างกัน จึงส่งผลต่อรสชาติ ความหอมของกาแฟ รวมถึงให้รสสัมผัสออกมาที่ต่างกันตามไปด้วย อย่างกาแฟบดละเอียดก็จะทำให้น้ำร้อนซึมผ่านกาแฟได้มาก สกัดกาแฟออกมาได้ไว จึงทำให้ได้รสชาติเข้มข้น ออกไปทางรสขม แต่หากเป็นกาแฟบดหยาบ น้ำจะซึมผ่านกาแฟได้น้อยลง ใช้เวลาในการสกัดที่มากกว่า รสชาติของกาแฟจึงไม่ขมจนเกินไปนั่นเอง
4 ระดับการบดกาแฟ รู้จักครบ เลือกใช้เหมาะสม ได้รสชาติกาแฟที่ถูกใจ
แล้วเหล่าบาริสต้าควรจะบดกาแฟระดับไหนดีถึงจะเหมาะสม? ยิ่งหากใช้เครื่องบดกาแฟด้วยแล้ว ควรจะตั้งค่าหรือปรับเครื่องบดกาแฟให้เป็นเบอร์ไหนดี เอาล่ะ มาทำความรู้จักการบดกาแฟ 4 ระดับหลักๆ และการเลือกความละเอียดให้เหมาะกับเครื่องชงกาแฟกันได้เลย
1) ระดับบดกาแฟแบบหยาบ (Coarse Grind) ได้รสชาติเข้มข้น
เริ่มต้นกันด้วยระดับที่มีความหยาบมากที่สุด ระดับบดกาแฟแบบหยาบ (Coarse Grind) โดยตัวผงกาแฟนั้นจะมีลักษณะเป็นเม็ดใหญ่ มีความหยาบสูง ใกล้เคียงกับดอกเกลือ หรือเกลือทะเล จึงเหมาะกับเครื่องชงแบบ French Press ที่จะค่อยๆ สกัดรสชาติออกมาช้าๆ และต้องแช่น้ำร้อนเป็นเวลานาน ตัวเครื่องถึงค่อยดันตัวกรองด้านบนเพื่อสกัดกาแฟออกมา นอกจากนี้ ยังมีแผ่นกรองเพื่อป้องกันไม่ให้ผงกาแฟหยาบผสมไปกับน้ำกาแฟด้วย โดยกาแฟบดหยาบ (Coarse Grind) นี้จะเหมาะกับกาแฟสกัดเย็น (Cold Brew) เป็นพิเศษ เพราะได้รสชาติที่เข้มข้นนั่นเอง
2) ระดับบดกาแฟแบบแบบปานกลาง (Medium Grind) ชงได้หลายรูปแบบ หอมกลิ่นกาแฟ
ถัดมากับระดับบดกาแฟแบบปานกลาง (Medium Grind) ที่ลักษณะผงกาแฟจะมีความละเอียดมากขึ้นในระดับคล้ายเม็ดทราย น้ำร้อนจะซึมผ่านได้พอดี เหมาะกับการชงกาแฟได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นแบบดริป (Pour Over or Filter Brewers) ที่เพียงแค่ใส่น้ำร้อนผ่านกาแฟ ก่อนจะแยกน้ำกาแฟที่ได้ออกจากกากกาแฟด้วยกระดาษกรอง ได้เป็นกาแฟดริปที่รสชาตินุ่มนวล หอมกลิ่นเมล็ดกาแฟมากขึ้น การชงแบบแอโร่เพรส (Aeropress) ซึ่งเป็นการชงระหว่างเครื่องชงเอสเพรสโซ่และการชงแบบฟิลเตอร์ มีหลักการคือ ชงกาแฟในน้ำร้อน และใช้มือกดลูกสูบเพื่อดันน้ำกาแฟผ่านตัวกรอง จะได้รสชาติออกมาเข้มข้นมากขึ้น นอกจากนี้ ยังเหมาะกับการชงแบบไซฟอน (Syphon Brewer) ที่เป็นการชงโดยใช้ไอน้ำจาก Lower Bowl ให้ระเหยขึ้นไปบน Upper Bowl ที่ใส่เมล็ดกาแฟอยู่ เมื่อสกัดได้ที่แล้ว กาแฟจะไหลผ่านตัวกรองมาที่ Lower Bowl ได้รสออกมากลมกล่อม หอม ที่สำคัญ ยังไร้ตะกอนกาแฟด้วย
3) ระดับบดกาแฟแบบแบบละเอียด (Medium fine Grind) ชงได้รสขมและเข้ม รังสรรค์เมนูกาแฟได้ครบ
ระดับที่สามเป็นระดับบดกาแฟแบบละเอียด (Medium Fine Grind) ที่ตัวผงกาแฟจะมีลักษณะป่นละเอียด ไม่จับตัวเป็นก้อน ละเอียดเหมือนกับน้ำตาลทรายขาว จึงเหมาะกับเครื่องชงกาแฟแบบโมกาพอต (Moka Pot) ซึ่งจะชงโดยอาศัยแรงดันสกัดกาแฟ ช่วยเสริมให้สกัดรสชาติกาแฟออกมาได้รสขมและเข้มข้น และหากใครที่ชอบความเข้มมาก สามารถเพิ่มระดับการบดของกาแฟให้มีความละเอียดมากขึ้นได้ด้วย สามารถนำไปรังสรรค์เมนูเครื่องดื่มกาแฟได้ค่อนข้างครบ ทั้งร้อนและเย็น ไม่ว่าจะเป็นเอสเพรสโซ่ อเมริกาโน่ คาปูชิโน่ มอคค่า หรือจะเป็นลาเต้ผสมกับนมก็ได้รสชาติดีเช่นเดียวกัน
4) ระดับบดกาแฟแบบละเอียดมาก (Fine Grind) ชงเอสเพรสโซ่ รสชาติกลมกล่อม
สุดท้ายกับระดับบดกาแฟแบบละเอียดมาก (Fine Grind) เป็นผงกาแฟที่มีความละเอียดมากกว่าน้ำตาลทรายขาวเล็กน้อย แต่ไม่ถึงขั้นเป็นผงแป้ง เป็นระดับที่เหมาะกับเครื่องชงกาแฟตามร้านกาแฟทั่วไป อย่างการชงแบบเอสเพรสโซ่ (Espresso) ด้วยตัวเนื้อกาแฟมีความละเอียดสูงมาก น้ำซึมผ่านได้ง่ายมากที่สุด ได้เครื่องดื่มสกัดกาแฟอย่างรวดเร็ว รสชาติสดใหม่ มีความกลมกล่อม ทั้งยังมีกลิ่นหอมละมุน เหมาะกับการชงเอสเพรสโซ่ หรือเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของกาแฟเอสเพรสโซ่ชอต เช่น อเมริกาโน่ กาแฟดำ คาปูชิโน่ หรือจะเป็นมัคคิอาโต้ เป็นต้น
และนี่คือ 4 ระดับการบดกาแฟ อีกตัวแปรสำคัญที่เหล่าบาริสต้าและคนทำธุรกิจกาแฟควรใส่ใจและพิถีพิถันในการเลือกให้แมตช์กับเครื่องชงกาแฟและการรังสรรค์เมนูต่างๆ เพราะเป็นสิ่งที่ช่วยเสริมให้ได้รสชาติและกลิ่นของกาแฟออกมาตอบโจทย์เหล่าลูกค้าและคนรักกาแฟมากขึ้น อย่างระดับบดกาแฟแบบหยาบที่จะได้รสชาติเข้มข้น แบบปานกลางที่ชงกับเครื่องชงกาแฟได้หลายรูปแบบ หอมกลิ่นกาแฟ แบบละเอียดที่เหมาะกับคนชอบรสขม หรือจะเป็นแบบละเอียดมากที่เหมาะกับการชงเอสเพรสโซ่ ได้รสชาติกลมกล่อมก็ด้วย
ส่วนสายรักกาแฟ หรือเหล่าผู้ประกอบการร้านกาแฟคนไหนที่ต้องการอุปกรณ์เกี่ยวกับการทำกาแฟ หรือต้องการวัตถุดิบเมล็ดกาแฟเกรดพรีเมียม Peaberry Thai ผู้นำด้านการขายอุปกรณ์ชงกาแฟครบวงจร มีเครื่องชงกาแฟและเครื่องบดกาแฟคุณภาพหลายแบบตอบโจทย์การใช้งานหลายสไตล์ พร้อมด้วยเมล็ดกาแฟพรีเมียม จากหลากหลายสายพันธุ์ กลิ่นหอม มีเอกลักษณ์ เพื่อให้ได้กาแฟที่รสชาติดี รองรับทั้งการชงกินเองที่บ้าน หรือจะใช้ประกอบธุรกิจร้านกาแฟก็มีให้เลือกครบครัน
