Exclusive Featured

CEO ‘ศรีจันทร์’ เผยเคล็ดลับสร้างแบรนด์ กลยุทธ์สำคัญที่ SMEs ไทย ไม่ควรมองข้าม

CEO ‘ศรีจันทร์’ เผยเคล็ดลับสร้างแบรนด์ กลยุทธ์สำคัญที่ SMEs ไทย ไม่ควรมองข้าม 

ที่งาน BOOTCAMP DAY 2025 คุณรวิศ หาญอุตสาหะ CEO บริษัท ศรีจันทร์ และ Mission To The Moon ร่วมแชร์ประสบการณ์ในหัวข้อ ‘การสร้างแบรนด์เป็นกลยุทธ์สำคัญที่ SMEs ไทยไม่ควรมองข้าม’ ว่า แบรนดิ้งมีความจำเป็นต่อ SMEs มาก เพราะในปัจจุบันมีการแข่งขันสูง จากการเข้ามาของแบรนด์จีน ซึ่งเป็นหนึ่งในความท้าทายของแบรนด์ไทย อีกทั้งซัพพลายยังมากกว่าดีมานด์ในเกือบทุกตลาด 

ซึ่งในตลาดที่มีตัวเลือกมากมาย ลูกค้าตัดสินใจเลือกแบรนด์ที่ตัวตน เช่น ยอมซื้อสินค้าที่แพงกว่านิดหน่อย เพราะเชื่อว่าแบรนด์นี้น่าไว้ใจ ไม่ทอดทิ้ง หรือ เครื่องสำอาง ราคาถูกสุดไม่ได้แปลว่าขายดีที่สุด เพราะลูกค้ากลัวใช้แล้วหน้าพัง จะต้องมีความเหมาะสมในเรื่องราคาและความน่าเชื่อถือ 

ในตลาดที่มีการแข่งขันสูง มีโอกาสเสมอ ที่จะมีของใหม่ๆ ออกมาต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ก็ยังมีโอกาสสร้าง ‘จุดแตกต่าง’

และการสร้างแบรนดิ้งไม่ใช่เรื่องของบริษัทใหญ่เท่านั้น แต่เป็นเรื่องที่ทุกคนต้องทำ 

ยกตัวอย่าง After You ร้านขนมหวานชื่อดัง เริ่มต้นจากอยากเปิดร้านขนมหวานเจ้าแรก อยากทำขนมที่คนหลงรัก และยังหาไม่ได้ในตลาด รู้ว่าลูกค้าชอบกินขนมหวานเพราะต้องการฮีลใจ จึงออกแบบให้ชิ้นใหญ่ อิ่มท้อง อิ่มใจลูกค้า 

Tufu Sun น้ำเต้าหู้ 1,000 ล้าน ที่เริ่มจากซื้อน้ำเต้าหู้รถเข็นในตอนเช้าไม่ทัน เป็น SMEs เล็กๆ ที่หาโอกาสในตลาดเจอ แล้วจับ Pain Point ของลูกค้าที่ต้องการน้ำเต้าหู้ที่ซื้อสะดวก ทานสะดวก และรสชาติหลากหลาย 

Karun สร้างแบรนดิ้งด้วยการเป็นพื้นที่สำหรับคนรักชาไทยโดยเฉพาะ ที่ให้ความสำคัญกับการเพิ่มเอกลักษณ์ให้สินค้า การพัฒนาแพ็กเกจจิ้ง และการสร้างประสบการณ์ให้ลูกค้าประทับใจ 

แบรนดิ้ง กับ มาร์เก็ตติ้ง ไม่เหมือนกัน แต่ซ้อนกันอยู่ 

มาร์เก็ตติ้ง มาพร้อมกับคำว่าแคมเปญ เกิดขึ้นระยะสั้น เพื่อกระตุ้นการซื้อ ส่วนแบรนดิ้ง ต้องทำระยะยาว เพื่อสื่อสารตัวตน และสร้างภาพจำ

โดย 3 องค์ประกอบของแบรนดิ้งที่ดี ทำให้คนจดจำ คือ Purpose จุดยืนที่ชัดเจน Brand Experience มอบประสบการณ์ที่น่าประทับใจ และ Brand Communication สื่อสารความเป็นตัวเอง 

คุณรวิศ เล่าต่อ ถึงการสร้างแบรนดิ้ง ‘ศรีจันทร์’ 

ช่วงแรกที่เข้ามาทำมีความคิดอยู่อย่างเดียวคือ อยากรวย อยากมีเงินเยอะขึ้น แต่ไม่ได้เป็นแรงผลักดันที่ดีพอ จนได้คุยกับเพื่อนชาวญี่ปุ่นถึงแบรนด์ SHISEIDO เขาภูมิใจที่มีแบรนด์นี้อยู่คู่กับญี่ปุ่น แม้จะไม่ได้ซื้อแบรนด์นี้มานาน 

ทำให้เปลี่ยนแนวคิด อยากสร้างแบรนด์ไทย ที่ทำให้คนไทยภาคภูมิใจบ้าง 

คุณรวิศ เล่าว่า ย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปีก่อน คุณปู่ทำร้านขายยาขึ้นมา และเฝ้าร้านมาถึงอายุ 80 กว่า ส่วนตนเองไม่เคยเดินทางมาร้าน และไม่รู้ว่าครอบครัวทำกิจการนี้อยู่ ลูกหลานต่างแยกย้ายกันไปทำอย่างอื่น ตนเห็นแล้วเสียดาย ถึงจะเป็นธุรกิจเล็กมากๆ แต่ก็อยากทำให้ดีขึ้น 

เลยตัดสินใจคุยกับเจ้านาย ลองออกมาพัฒนาธุรกิจสัก 1 ปี ถ้าไม่เวิร์กให้กลับไปทำงานแบงก์ใหม่ 

จากนั้นจึงกลับมาช่วยคุณปู่ดูแลร้านขายยา ซึ่งภายในร้านมีของอย่างหนึ่งที่ทำกันอยู่ในห้องเล็กๆ คือแป้งโบราณชื่อ ‘ผงหอมศรีจันทร์’ ขายในโซนภาคใต้

ศรีจันทร์
ศรีจันทร์

คุณรวิศเจอความท้าทายหลายอย่าง ทั้ง ความล้าสมัยของสินค้า Conservative Marketing Strategies และช่องว่างระหว่างวัย

ก่อนค่อยๆ รีแบรนด์ ออกโปรดักต์ใหม่ แต่ก็ยังขายไม่ได้ เพราะเล่าเรื่องจาก เราคือศรีจันทร์ ขายแป้ง แป้งเราดียังไง แต่ลูกค้าบอกว่า แค่ได้ยินชื่อก็นึกถึงรำไทยแล้ว ไม่ใช่ตัวลูกค้า จนคิดอยากเปลี่ยนชื่อ เป็นเกาหลี ญี่ปุ่น เพราะรู้สึกว่าแบรนด์อาจจะไปต่อไม่ได้ ชื่อโบราณเกินไป

แต่พอนึกภาพ ถ้าเดินเข้าไปในร้านขายเครื่องสำอางขนาดใหญ่ มีแบรนด์ญี่ปุ่น เกาหลี ฝรั่ง แล้วมีแบรนด์ไทยอยู่ท่ามกลางแบรนด์ต่างชาติ จะภูมิใจมากกว่า เลยไม่เปลี่ยน แต่ต้องหาทางไปให้ได้ โดยใส่คำว่า Bangkok 1948 คือปีที่ปู่เปิดร้านลงไปใต้ชื่อแบรนด์ด้วย 

และพบว่า ต้องเล่าเรื่องแบบใหม่ พูดถึงโปรดักต์ก่อน แล้วเฉลยทีหลังว่าเป็นแบรนด์อะไร 

ขณะเดียวกัน ก็ทุ่มหมดหน้าตัก โดยยึดว่า ถ้ามีกระสุนนัดเดียว ต้องให้คนที่เข้าใจเรื่องนี้มากๆ มาสื่อสารให้ 

โดยได้ คุณต่อ-ธนญชัย ศรศรีวิชัย ผู้กำกับหนังโฆษณาชื่อดัง มาช่วยทำหนังโฆษณาให้เป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งในยุคนั้นไม่มีใครทำภาษาอังกฤษ แต่ผู้กำกับต้องการให้คนฟังไม่รู้เรื่อง และตอนท้ายจะได้ยินชื่อศรีจันทร์ จนต้องตามไปค้นหาว่าแบรนด์นี้คืออะไร 

และหนังเรื่องนี้ก็ช่วยสร้างความเปลี่ยนแปลงให้ ศรีจันทร์ ขายดีมากๆ

โดยในปี 2024 บริษัท ศรีจันทร์สหโอสถ จำกัด สามารถทำยอดขายเตะ 1,600 ล้านบาท 

จากนั้นได้แตกแบรนด์ใหม่ ชื่อว่า Sasi เพราะเครื่องสำอางวัยรุ่น อายุ 13-21 ปี มีการเติบโตสูง โดยใช้เวลา 6 เดือน เดินทางไปหลายจังหวัด สัมภาษณ์น้องๆ นักเรียน นักศึกษา เพื่อให้เข้าใจลูกค้าได้มากขึ้น เพราะ SMEs อาวุธน้อยกว่าแบรนด์ใหญ่ การเข้าใจลูกค้า และสื่อสารผ่านเอกลักษณ์ของแบรนด์ เป็นเรื่องสำคัญ 

จนได้รู้ว่า การแต่งหน้าไปโรงเรียน คือการลงทุนระยะยาว เพราะน้องๆ ชอบถ่ายรูป และมักเลือกรูปที่ตัวเองซึ่งเป็นเจ้าของกล้องสวยที่สุดไปลงโซเชียล ขณะเดียวกัน ตัวเองก็ต้องไปเป็นแบ็กกราวด์ในกล้องคนอื่น และอาจถูกแท็กในโซเชียล ซึ่งรูปก็จะอยู่ตลอดไปในแอ๊กเคานต์คนอื่น ถ้าอีก 3 ปี มีผู้ชายมาคุย แล้วไปเจอรูปสมัยนั้น หน้ามัน ไม่มีคิ้ว ไม่ตรงปก ก็ทำให้เสียโอกาส 

แบรนด์ Sasi จึงสร้างทุกอย่างจากคำว่า ‘เพราะการแต่งหน้าไปโรงเรียน คือการลงทุนระยะยาว’ และในปีหน้ากำลังจะกลายเป็นแบรนด์พันล้าน ที่เติบโตเร็วกว่าศรีจันทร์

สุดท้าย คุณรวิศ กล่าวปิดท้ายว่า ถ้าอยากเป็นแบรนด์แบบไหนในสายตาลูกค้า ให้ออกไปคุยกับลูกค้าเยอะๆ อย่านั่งอยู่แต่ในห้องแอร์ 

ถ้าอยากเข้าถึงลูกค้ามากขึ้น ต้องมีความเป็นมนุษย์ เช่น สวัสดิการของศรีจันทร์ ลาคลอดบุตร 180 วัน ลาเนื่องจากภรรยาตั้งครรภ์หรือคลอดบุตร 30 วัน ลาผ่าตัดแปลงเพศ 30 วันต่อปี ลาพักใจกรณีสูญเสียคนในครอบครัวและสัตว์เลี้ยง 10 วัน และลาปฏิบัติธรรมหรือศาสนกิจ 

นับว่าเป็นสิ่งที่ทำแล้วคุ้มค่า กลายเป็นอันดับ 1 ใน 50 บริษัทที่คนไทยอยากทำงานด้วย ในปี 2025 และไม่เคยมีปัญหาเรื่องการหาคนอีกเลย

เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2568 

Related Posts

จากแม่ที่อยากให้ลูกพูดไทยได้ สู่เจ้าของหลักสูตร “สอนภาษาไทยให้ต่างชาติ” เปิดโอกาสอาชีพติวเตอร์ออนไลน์ รับนักเรียนทั่วโลก
MK GROUP สยายปีกอาณาจักรสุกี้ครบทุกเซกเมนต์ ตั้งเป้าโต 12%