Exclusive Featured SMEs

กันแดดพันล้าน! Mizumi แบรนด์ไทยยอดฮิต กวาดยอดขายทะลุ 2,000 ล้านบาท ในปี 67 พร้อมบุกตลาดเวียดนาม 

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเรามักจะเห็นการเติบโตของแบรนด์ไทยในหลายอุตสาหกรรม โดยเฉพาะวงการ “บิวตี้และสกินแคร์” ที่ไม่ได้เติบโตเฉพาะในประเทศเท่านั้น แต่หลายๆ แบรนด์ยังสามารถสร้างชื่อเสียงโด่งดังไปไกลถึงตลาดต่างประเทศ โดยใช้ภาพลักษณ์แบรนด์ที่แตกต่างและสินค้าดีมีคุณภาพ

ซึ่งหนึ่งในแบรนด์ไทยที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด ทำยอดขายทะลุ 2,000 ล้านบาท ในปี 2567 ที่ผ่านมา นั่นคือแบรนด์สกินแคร์คนไทย Mizumi (มิซึมิ) ที่มีอายุกว่า 10 ปี เจ้าของคือ คุณหนุย-วริษฐา สืบพันธ์วงษ์ CEO & Founder, MizuMi 

ช่วงแรกของแบรนด์ Mizumi

ในช่วง 5 ปีแรกของแบรนด์ Mizumi มีการเติบโตมาอย่างช้าๆ เพราะเป็นแบรนด์เล็กๆ ที่คุณหนุยใช้เงินตัวเองในการเติบโตมาเรื่อยๆ

เธอเล่าว่า “จากปีแรกมีรายได้ 2 ล้านบาท แต่ประมาณ 4 ปีให้หลัง แบรนด์ก็เริ่มเติบโตเยอะมากขึ้น โดยปี 2567 ที่ผ่านมา สามารถทำยอดขายไปกว่า 2,000 ล้านบาท โดยในปี 2568 ทางแบรนด์ตั้งเป้าโต 30%”

โดยปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตลาดแบรนด์ไทยโตขึ้น นั่นก็เพราะ คนไทยหันมาใช้แบรนด์ไทยกันมากขึ้น ทำให้แบรนด์เติบโตได้ในระดับหนึ่ง

ซึ่งผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ Mizumi จะเน้นไปที่กลุ่มกันแดดและสกินแคร์ โดยสินค้าที่เป็น Hero Product นั่นคือ “ครีมกันแดด” ทั้งสำหรับผิวหน้าและผิวกาย โดยกลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นคนไทยกลุ่ม First Jobber 

นอกจากนี้ Mizumi ยังมีการบุกตลาดต่างประเทศ โดยเริ่มจากตีตลาด ‘เวียดนาม’ เพราะเป็นประเทศที่มีประชากรวัยทำงานเป็นจำนวนมาก ถ้าเทียบกับเมืองไทยที่อีก 10 ปีข้างหน้า อาจจะเป็น Aging Society หรือสังคมผู้สูงอายุ

ซึ่งเหตุผลที่เลือกตลาดเวียดนามนั่นก็เพราะคนเวียดนามส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับแบรนด์ Mizumi เยอะมาก อาจจะชอบที่แบรนดิ้ง และราคาที่จับต้องได้ 

ปัจจัยที่ทำให้แบรนด์เติบโต

ผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ Mizumi ที่โดดเด่นหลักๆ นั่นคือ ครีมกันแดด ที่ทางแบรนด์จะพยายามใช้จุดแข็งในการเติบโตของแบรนด์ ทั้งยังมีการวางกลยุทธ์ที่ชัดเจน ในแง่ของ Branding และการกระจายสินค้า การทำงานร่วมกับช่องทางที่ใกล้ชิดมากขึ้น จะช่วยให้แบรนด์ทำยอดขายได้ดี

“เมื่อสินค้าดี แบรนดิ้งดี คนก็จะกลับมาซื้อซ้ำ ไม่ว่าแบรนด์จะออกผลิตภัณฑ์อะไรใหม่ๆ ลูกค้าก็พร้อมที่จะลอง ประกอบกับคุณภาพและราคาสินค้าที่จับต้องได้ จึงเป็นจุดที่ลูกค้าให้การตอบรับที่ดี”

อีกทั้งแบรนด์ยังมีการทำ Royalty หรือการสร้างความเชื่อมั่น สร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า และทำผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพเกินราคา ทำให้ Mizumi เป็นแบรนด์ที่ไม่ได้อาศัยการขายจากพนักงานขาย แต่เป็นแบรนด์ที่สามารถวางขายบน Shelf Retail และมีคนมาหยิบจับซื้อหาอยู่เรื่อยๆ 

อีกทั้งคุณหนุยยังมีการใช้ช่องทาง TikTok ในการสื่อสารกับลูกค้า โดยจะเน้นการทำคอนเทนต์ที่เป็นเครื่องมือสื่อสารให้กับแบรนด์ ทำมาเพื่อประกาศสินค้าใหม่  หรือตอบคำถามลูกค้า

กระแสแบรนด์ไทยมาแรง

การที่คนไทยหันมาใช้แบรนด์ไทยมากขึ้น คุณหนุยมองว่า ตอนนี้แบรนด์ไทยทำออกมาได้ดีเยอะขึ้นมากหลายแบรนด์ มีความแข็งแรงขึ้น และที่สำคัญ คนไทยทำแบรนดิ้งเก่งไม่แพ้กับแบรนด์ต่างชาติ

“ตอนนี้ก็มีแบรนด์ของเด็กรุ่นใหม่ที่ตั้งใจทำกันเยอะขึ้น เพราะฉะนั้น คุณภาพของสินค้าและแพ็กเกจจิ้งก็ดีขึ้น บวกกับราคาที่คุ้มค่า ทำให้ผู้บริโภคเกิดความรู้สึกว่าใช้แบรนด์ไทยก็ดี มีคุณภาพ และรู้สึกภูมิใจที่ได้ส่งเสริมผู้ประกอบการไทย”

การเติบโตของแบรนด์ไทยยังได้รับแรงหนุนจาก Eco System ของสื่อ ที่พูดถึงผู้ประกอบการ SMEs มากขึ้น เช่น เพจต่างๆ ที่เผยแพร่เรื่องราวของผู้ประกอบการรุ่นใหม่ แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จ ความพยายามของผู้ประกอบการไทย และผู้บริโภคเกิดความรู้สึกร่วมและอยากสนับสนุน

คิดว่าแบรนด์ไทยจะอยู่ได้ในระยะยาวไหม?

“หนุยคิดว่าเทรนด์นี้อยู่ได้อีกนาน ตราบใดที่ไม่มีใครทำให้น้ำมันเน่า ตราบใดที่ผู้ประกอบการที่ทำอยู่ พยายามรักษาคุณงามความดีของอุตสาหกรรมเอาไว้ หนุยว่าอยู่ได้แน่ๆ”

โอกาสขยายสู่ตลาดต่างประเทศ

ตอนนี้เทรนด์ T-Beauty กำลังมา เป็นจังหวะดีที่แบรนด์ไทยจะเติบโตไปตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดกลุ่ม Southeast Asia ที่เขามองแบรนด์ไทยว่าดี ค่อนไปทางพรีเมียม ส่วน East Asia อย่าง จีน เกาหลี ญี่ปุ่น อาจต้องใช้เวลา

ในฝั่งตะวันออกกลางก็มีโอกาสสูง เพราะเขาชอบตลาดเครื่องสำอางของไทย เนื่องจากว่ามีความหลากหลาย มีความสนุกมากกว่าตลาดในพื้นที่ของเขา ที่สำคัญคือ ราคาจับต้องได้ และสินค้ามีคุณภาพ

อนาคตของ Mizumi

Mizumi ตั้งใจจะยกระดับความเป็นกันแดดเมืองไทยให้ชัดมากขึ้น พร้อมทั้งผลักดันแบรนด์ใหม่ อย่าง “Gentle Colors” ให้เป็นแบรนด์ที่ส่งเสริมเรื่องความแตกต่าง เรื่องทัศนคติที่มีความเป็นตัวของตัวเอง ใช้นางแบบที่หลากหลาย ทั้งอ้วน ผอม ขาว คล้ำ เพราะเราอยากจะเป็นแบรนด์ที่ผูกไปกับจิตวิญญาณของคนรุ่นใหม่ และตั้งใจจะดันให้เป็นเหมือนกับ Symbolic ไปด้วย

โดยสินค้าที่มาแรงที่สุดในแบรนด์ Gentle Colors จะเป็น “Gentle Colors Ai Cushion” ที่เป็นเหมือนเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่น่าค้นหา

Related Posts

ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย เปิด 5 ประเด็นที่ SME ควรให้ความสำคัญอย่างใกล้ชิด
อยากสร้างอาณาจักรแห่งความสุข จุดเริ่มแบรนด์ Happy Sunday ของ “ไอซ์ พาดี้” ที่ล้มบ้าง ลุกบ้าง จนเติบโตราว 8 ปี
"ละลายช้า อร่อยถึงคำสุดท้าย" จุดแข็งที่พา "Blendies"เจลาโต้สัญชาติไทยโตเร็ว จนไปเข้าตาฮ่องกงขอซื้อแฟรนไชส์ไปเปิด