Featured ข่าววันนี้

“จักสานย่านลิเภา” พืชเถาวัลย์ ทนทาน อายุใช้งานนับร้อยปี สู่หัตถกรรมพื้นบ้านระดับแบรนด์เนม สานต่อด้วยพระเมตตา “สมเด็จพระพันปีหลวง”

แม้การเสด็จสวรรคตของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จะนำมาซึ่งความโศกเศร้าอาลัยอย่างสุดซึ้งต่อพสกนิกรชาวไทย แต่พระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่และพระราชกรณียกิจนานัปการ ยังคงเป็นดวงประทีปส่องสว่างในความทรงจำ

พระราชเสาวนีย์ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เมื่อวันที่ ๑๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๒๔ ทรงเล็งเห็นศักยภาพของ “ย่านลิเภา” ว่าเป็นพืชเศรษฐกิจที่ยอดเยี่ยมที่สุดของเมืองไทย และเป็นศิลปะเก่าแก่ของบรรพบุรุษ

จึงเป็นจุดริเริ่มสำคัญที่ทำให้ประชาชนในท้องถิ่นภาคใต้รู้จักและหันมาสนใจแปรรูป “ย่านลิเภา” ซึ่งเป็นวัตถุดิบที่มีในท้องถิ่นกันมากขึ้น จนกลายเป็น “เครื่องจักสานย่านลิเภา” ที่มีชื่อเสียงในปัจจุบันทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ขอบคุณภาพจาก Museum Thailand

จักสานย่านลิเภา 

ย่านลิเภา ภาษาท้องถิ่นภาคใต้เรียกเถาไม้เลื้อยว่า “ย่าน” เป็นพืชตระกูลเฟิร์นหรือเถาวัลย์ชนิดหนึ่งที่ทอดเลื้อยพาดพันกับต้นไม้อื่น พบมากในป่าภาคใต้ของไทยในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช สตูล สงขลา ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส 

คุณสมบัติโดดเด่น คือ ความเหนียว ทนทาน และมีอายุการใช้งานที่ยาวนานนับร้อยปี โดยที่ไม่มีตัวแมลงมากัดกิน ทำให้ในอดีตมีการนำมาสานเป็นเครื่องใช้พื้นบ้านหลากหลายชนิด เช่น เชี่ยนหมาก พาน กระเป๋าถือ หมวก กล่องใส่ยาเส้น และขันดอกไม้ธูปเทียน เป็นต้น

แต่กว่าจะได้ผลิตภัณฑ์จักสานย่านลิเภาแต่ละชิ้นนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องใช้ความอดทนบวกกับทักษะฝีมือ ถือเป็นงานหัตถกรรมที่มีกรรมวิธียุ่งยากซับซ้อนไม่แพ้งานหัตถกรรมชนิดอื่น

โดยกระเป๋าสานย่านลิเภา เป็นหนึ่งในงานหัตถกรรมเครื่องจักสานพื้นบ้าน ที่มีเอกลักษณ์พิเศษของภาคใต้ ซึ่งสืบทอดจากบรรพบุรุษมาหลายร้อยปี สันนิษฐานว่าเริ่มทำกันมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา และเป็นที่รู้จักเมื่อเจ้านายจากหัวเมืองใต้นำขึ้นมาถวายในราชสำนัก และเผยแพร่ในหมู่เจ้านายมาตั้งแต่สมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์

การต่อยอดงานหัตถกรรมพื้นบ้าน

พระมหากรุณาธิคุณในการส่งเสริมงานจักสานย่านลิเภา สืบเนื่องมาจากการเสด็จฯ ไปทรงเยี่ยมราษฎรทั่วประเทศ และทรงสนพระทัยในงานฝีมือพื้นบ้านและพืชวัตถุดิบพื้นบ้าน ซึ่งจะนำมาประกอบงานฝีมือได้ รวมทั้งการทำผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมย่านลิเภาของชาวนครศรีธรรมราช จนมีการจัดตั้งมูลนิธิขึ้น พระราชทานชื่อว่า “มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ”

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจัดหาอาชีพเสริมเพื่อเพิ่มรายได้ให้แก่ชาวนาชาวไร่ ธำรงรักษาและสนับสนุนศิลปหัตถกรรมไทยให้เป็นที่นิยมของประชาชนทั่วไป ขณะเดียวกัน ทรงเห็นว่าประเทศไทยมีประวัติว่าเป็นประเทศที่เจริญด้วยศิลปหัตถกรรมอันสวยงามแต่ขณะนี้กำลังจะเสื่อมสูญไปอย่างรวดเร็ว เนื่องจากสภาพทางเศรษฐกิจและรูปแบบการดำเนินชีวิตของไทยเปลี่ยนแปลงไป  

หลังจากที่ทรงเห็นโครงการที่ริเริ่มขึ้นได้ผลตามความมุ่งหมายแล้ว จึงได้ทรงจัดตั้ง “ศูนย์ศิลปาชีพ” ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช จำนวน 2 ศูนย์ คือที่ “บ้านเนินธัมมังและที่บ้านค้อแดง” 

ซึ่งศิลปหัตถกรรมย่านลิเภาเป็นงานที่สะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรม ชีวิตความเป็นอยู่ ธรรมเนียมประเพณี และระบบสังคมชาวนครศรีธรรมราชและชาวใต้ได้เป็นอย่างดี โดยกระเป๋าย่านลิเภานั้นมีราคาเริ่มต้น 3,500 บาท ไปจนถึง 40,000 บาท ขึ้นอยู่กับรายละเอียดของลวดลาย และความประณีตของกระเป๋าแต่ละใบ ภายในอาจทำการบุด้วยผ้าสีต่างๆ ประดับด้วยกระจก เพื่อเพิ่มมูลค่าให้แก่ชิ้นงาน

นอกจากนี้ กระเป๋าย่านลิเภายังแสดงถึงรสนิยมที่มีเอกลักษณ์ บ่งบอกถึงวัฒนธรรมไทย เหมาะสำหรับงานที่เป็นทางการ เช่น งานแต่งงาน งานเลี้ยง หรืองานที่ต้องการความสวยงามหรูหรา เช่น งานแฟชั่น งานอีเวนต์ เป็นต้น

หัตถศิลป์ไทยดังไกลระดับโลก

กระเป๋าย่านลิเภา ได้กลับมาโด่งดังอีกครั้ง จากที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงกระเป๋าย่านลิเภา ของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในโอกาสที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ เยือนสหราชอาณาจักร ระหว่างวันที่ 4 ถึงวันที่ 7 พ.ค. 66 ตามคำทูลเชิญของสมเด็จพระเจ้าชาลส์ที่ 3 แห่งสหราชอาณาจักรบริเตนใหญ่และไอร์แลนด์เหนือ เพื่อทรงร่วมพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของสมเด็จพระเจ้าชาลส์ที่ 3 และสมเด็จพระราชินีคามิลลา ณ มหาวิหารเวสต์มินสเตอร์ กรุงลอนดอน

ปัจจุบัน กระเป๋าจักสานย่านลิเภา ของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ใช้เทคนิคการปักนูน เพื่อเพิ่มลวดลายในกระเป๋า ให้ดูมีความสวยงาม ซึ่งเป็นเทคนิคที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงเเนะเเนวทางการออกแบบ เพื่อเพิ่มความสวยงามและสอดรับกับยุคสมัยมากยิ่งขึ้น

อ้างอิง

องค์ความรู้เรื่อง “จักสานย่านลิเภา” – กรมศิลปากร

PDF-กรมศิลปากร

museumthailand

มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ

siamrath

Related Posts

จากแม่ที่อยากให้ลูกพูดไทยได้ สู่เจ้าของหลักสูตร “สอนภาษาไทยให้ต่างชาติ” เปิดโอกาสอาชีพติวเตอร์ออนไลน์ รับนักเรียนทั่วโลก
MK GROUP สยายปีกอาณาจักรสุกี้ครบทุกเซกเมนต์ ตั้งเป้าโต 12%