เมื่อวันที่ 22 ธันวามคม นพ.เทวัญ ธานีรัตน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงการอนุญาตให้ศึกษาวิจัยหรือส่งออกสมุนไพรควบคุม หรือจำหน่ายหรือแปรรูปสมุนไพรควบคุมเพื่อการค้า (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ตามที่ สธ. เสนอ โดยจะมีการส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาซึ่งอาจจะมีการเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปให้ข้อมูลเพิ่มเติม ก่อนที่จะส่งกลับมาที่ สธ. เพื่อปรับปรุงประกาศก่อนจะส่งให้ราชกิจจานุเบกษาประกาศใช้ต่อไป
โดยเบื้องต้นคาดว่ากระบวนการทั้งหมดจะแล้วเสร็จช่วงเดือนมกราคม–กุมภาพันธ์ 2569 ทั้งนี้ หลักสำคัญของกฎกระทรวงฉบับดังกล่าว จะเป็นการยกระดับร้านจำหน่ายกัญชาที่ได้รับใบอนุญาตจากกรมการแพทย์แผนไทยฯ อย่างถูกต้องกว่า 10,000 ใบอนุญาต ให้มาเป็นสถานพยาบาล หรือคลินิกที่มีการขออนุญาตกับกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) และขออนุญาตกรมการแพทย์แผนไทยฯ ในการจำหน่ายสมุนไพรควบคุมกัญชาตามกฎหมาย
“ซึ่งหมายความว่า ร้านที่มีใบอนุญาตขายกัญชาอยู่แล้ว ต้องไปทำเรื่องที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด เพื่อปรับปรุงร้านและขึ้นทะเบียนเป็นสถานพยาบาลตามกฎหมาย รวมถึงร้านขายยาทั้งแผนโบราณและปัจจุบันที่มีใบอนุญาตจำหน่ายยาอยู่แล้ว หากต้องการขายกัญชาเพิ่ม ก็ต้องไปขออนุญาตจำหน่ายสมุนไพรควบคุมเพิ่มด้วย” นพ.เทวัญ กล่าว
นพ.เทวัญ กล่าวต่อว่า หากมีการบังคับใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ ผู้ที่จะเปิดร้านขายกัญชาได้ นอกจากจะปรับปรุง ยกระดับร้านให้เป็นสถานพยาบาลแล้ว จะต้องมีแพทย์ 6 วิชาชีพและหมอพื้นบ้านที่ผ่านหลักสูตรอบรมกับกรมฯ อยู่ประจำที่ร้าน รวมถึงต้องมีผู้ช่วยในการแนะนำกัญชาทางการแพทย์ หรือ บัดเทนเดอร์ ที่ปัจจุบันมีผู้ได้รับใบรับรองผ่านการอบรมหลักสูตรบัดเทนเดอร์ของกรมฯ แล้วประมาณ 1,000 คน
โดยทั้งหมดนี้เป็นการปรับปรุงกฎหมายเพื่อให้เกิดการใช้กัญชาทางการแพทย์แบบ 100% คือทุกอย่างจะเป็นระบบของสถานพยาบาลอย่างถูกต้อง เริ่มตั้งแต่ร้านที่มีใบอนุญาตเป็นสถานพยาบาล มีแพทย์ที่ผ่านการอบรมอยู่ประจำร้านพร้อมกับบัดเทนเดอร์ เมื่อมีผู้ป่วยมาก็สั่งจ่ายยา ภ.ท.33 และจ่ายยาตามใบสั่ง พร้อมเก็บหลักฐานส่งรายงานกลับมาที่กรมฯ ดังนั้น ถ้ามีผู้ป่วยไปพบแพทย์เพื่อขอใบ ภ.ท.33 ไปซื้อกัญชาที่ร้านอื่น แพทย์ก็คงไม่กล้าสั่งจ่ายยาให้ เพราะถ้าจะสั่งจ่ายจริง ก็สามารถจ่ายได้ที่สถานพยาบาลนั้นๆ เลย ไม่ต้องไปซื้อที่อื่น
นพ.เทวัญ กล่าวว่า ขณะที่กรมการแพทย์แผนไทยฯ ได้จัดทำระบบการอบรมอิเล็กทรอนิกส์ (e-Learning) เพื่อจัดการอบรมให้กับแพทย์ทั้ง 6 วิชาชีพและหมอพื้นบ้าน ให้เข้าอบรมออนไลน์โดยไม่มีค่าใช้จ่าย จากนั้นก็สามารถเข้าประจำร้านและสั่งจ่ายกัญชาได้ ทั้งนี้ กรมฯ ยังได้พัฒนาระบบการตรวจสอบรายชื่อแพทย์และบัดเทนเดอร์ที่ผ่านการอบรม เพื่อให้ประชาชนตรวจสอบข้อมูลได้ ป้องกันการออกใบรับรองแพทย์ปลอม
เมื่อถามว่าการยกระดับร้านกัญชาเป็นสถานพยาบาล จะส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการจำนวนมาก นพ.เทวัญ กล่าวว่า เมื่อรัฐบาลมีนโยบายกัญชาทางการแพทย์ เราจึงต้องทำเช่นนี้ เพื่อให้เป็นการแพทย์ 100% ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงบริการได้ โดยผู้ประกอบการที่มีใบอนุญาตเดิมอยู่แล้ว เพียงว่าจะต้องปรับปรุงร้านตามเกณฑ์การขึ้นทะเบียนเป็นสถานพยาบาล ที่ สบส. กำหนด โดยอาจมีการออกมาตรการให้ผู้ประกอบมีเวลาปรับตัวด้วย เพราะกฎหมายเป็นแบบนี้แน่ๆ เพียงแต่จะประกาศใช้ตอนไหน ก็ต้องติดตาม
ที่มา มติชนออนไลน์
