Exclusive Featured

2569 ปีแห่งความท้าทาย เอสเอ็มอีไทย “ควบม้า…ผจญเพลิง”

คุณแสงชัย  ธีรกุลวาณิช ประธานยุทธศาสตร์ สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย ให้ข้อมูลกับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” เกี่ยวกับสถานการณ์ความท้าทายเศรษฐกิจปี 2568 ที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อเนื่องกับเศรษฐกิจไทยปี 2569 ว่า มีหลายเหตุการณ์ที่จะต้องจับตา ไม่ว่าจะเป็น ”สงครามภูมิรัฐศาสตร์” จากความขัดแย้งชายแดนไทยและกัมพูชา ที่ส่อยืดเยื้อและสุ่มเสี่ยงต่อมือที่สามเข้ามาแทรกแซง และสร้างเงื่อนไขทางเศรษฐกิจและความมั่นคงเพิ่มขึ้น

“สงครามการค้า” และกำแพงภาษีของสหรัฐอเมริกา กับเงื่อนไขผูกโยงเศรษฐกิจและความมั่นคงซึ่งต้องเร่งการปรับกลยุทธ์ประเทศและภาคเอกชนรองรับการเปลี่ยนแปลงสู่โอกาสตลาดใหม่ “สงครามโลกเดือดระอุ” กับมหาภัยพิบัติทางธรรมชาติ ความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศกับแผนเชิงรุกในการป้องกัน รับมือ เผชิญเหตุและบริหารจัดการสถานการณ์ความเสี่ยงต่างๆ อย่างมีกลยุทธ์ที่ชัดเจน

“สงครามเทคโนโลยี AI” Cybersecurity ความทันสมัย ความสะดวกรวดเร็วที่ตอบโจทย์ การเพิ่มโอกาสสำหรับผู้ที่พร้อมปรับตัวที่มาควบคู่กับความท้าทายสำหรับผู้ปรับตัวไม่ได้ ไม่ทัน ไม่เข้าถึง และกลุ่มเปราะบางที่จะขยายความเหลื่อมล้ำออกไป หากขาดกลไกการผลักดันให้เข้าถึงเศรษฐกิจ

ประธานยุทธศาสตร์ สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย เผยถึงตัวเลขปัจจุบันให้ทราบด้วยว่า ประเทศไทย มีจำนวนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีถึง 3,255,957 ราย ร้อยละ 99.5 ของผู้ประกอบการทั้งประเทศและจ้างงานถึง 13,426,373 ราย ร้อยละ 68.8 ของการจ้างงานภาคเอกชน ปี 2568 กับการสถานการณ์ GDP SME 3 ไตรมาสแรกของปี 2568 มีมูลค่า 4,857,858 ล้านบาท ร้อยละ 34.8 ของ GDP ทั้งประเทศ ขยายตัวร้อยละ 2.4

ซึ่งหากแบ่งเป็นสัดส่วน GDP SME จำแนกตามขนาดของธุรกิจเอสเอ็มอี ดังนี้ รายย่อย (Micro) 361,776 ล้านบาท สัดส่วนร้อยละ 2.6 ขยายตัวร้อยละ 2.6, รายย่อม (Small) 2,020,516 ล้านบาท สัดส่วนร้อยละ 14.5 ขยายตัวร้อยละ 2.2, ขนาดกลาง (Medium) 2,476,067 ล้านบาท สัดส่วนร้อยละ 17.7 ขยายตัวร้อยละ 2.5

คุณแสงชัย เผยต่อ จากการสำรวจข้อมูลของสำนักงานวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) พบว่า ปี 2568 ที่ผ่านมา กลุ่มธุรกิจโดดเด่น เปรียบได้กับ “ม้าแข่งวิ่งเร็ว” ประกอบด้วย

หนึ่ง กลุ่มธุรกิจ “โลจิสติกส์” มูลค่า GDP SME รวม 160,877 ล้านบาท จำนวนผู้ประกอบการรวม 29,121  ราย จากการขยายตัวของการค้าออนไลน์ และการเปลี่ยนรูปแบบพฤติกรรมผู้บริโภคใช้บริการการขนส่งสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้องเพิ่มในธุรกิจโลจิสติกส์

สอง กลุ่มธุรกิจ “การออกแบบ Artwork” มูลค่า GDP SME รวม 28,498 ล้านบาท จำนวนผู้ประกอบการรวม 4,347 ราย รูปแบบการจัดวาง การออกแบบงานสินค้า บริการ

สาม กลุ่มธุรกิจเกี่ยวกับ “อาหารจากสัตว์น้ำ” มูลค่า GDP SME รวม 25,600 ล้านบาท จำนวนผู้ประกอบการรวม 3,034 ราย ธุรกิจภาคการผลิตหลักของประเทศเพื่อบริโภคในประเทศและตลาดส่งออกทั้งรูปแบบอาหารสด แช่แข็งและการแปรรูปเพิ่มมูลค่า

สี่ กลุ่มธุรกิจเกี่ยวกับ “เฟอร์นิเจอร์โลหะ” มูลคา GDP SME รวม 19,034 ล้านบาท จำนวนผู้ประกอบการรวม 30,674 ราย การปรับเปลี่ยนไปใช้สินค้าเพื่อความคงทน คุ้มค่ามากขึ้น

ห้า กลุ่มธุรกิจเกี่ยวกับ “วิดีโอเกมและซอฟต์แวร์” มูลค่า GDP SME รวม 11,015 ล้านบาท จำนวนผู้ประกอบการรวม 8,572 ราย ไลฟ์สไตล์ของคนปัจจุบัน ทั้งเพื่อความบันเทิง คลายเครียด และการสร้างสังคมบนโลกออนไลน์

หก กลุ่มธุรกิจ “เครื่องจักร อุปกรณ์ และเครื่องใช้ทางการเกษตร” มูลค่า GDP SME รวม 3,018 ล้านบาท จำนวนผู้ประกอบการรวม 5,089 ราย การเริ่มปรับตัวในการทำการเกษตรจากแบบดั้งเดิมสู่วิถีเกษตรรุ่นใหม่ทั้งจากผลของสังคมสูงวัยและเพื่อเพิ่มผลิตภาพการผลิต

และ เจ็ด กลุ่มธุรกิจเกี่ยวกับ “ผู้สูงอายุ” มูลค่า GDP SME รวม 901 ล้านบาท จำนวนผู้ประกอบการรวม 28,525 ราย ซึ่งประเทศไทย เริ่มเข้าสู่สังคมสูงวัยเต็มรูปแบบ ทำให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการดูแลผู้สูงวัยจากการเป็นธุรกิจแนวโน้มที่ควรมีสู่การเป็นธุรกิจจําเป็น

ส่วน กลุ่มธุรกิจท้าทาย ต้องเฝ้าระวัง เปรียบดัง “ม้าพยศวิ่งสะบัด” ประกอบด้วย

หนึ่ง กลุ่มธุรกิจเกี่ยวกับ “การขายเครื่องสําอาง” มูลค่า GDP SME รวม 22,173 ล้านบาท จำนวนผู้ประกอบการรวม 20,592 ราย สินค้ากลุ่มนี้มีการแข่งขันสูง สามารถหาซื้อได้สะดวก ผ่านช่องทางออนไลน์จากผู้ผลิต ผู้ค้ารายใหญ่ หรือแม้แต่ผู้ผลิตหรือผู้ค้าจากต่างประเทศโดยตรง

สอง กลุ่มธุรกิจเกี่ยวกับ “การขายรถยนต์มือสอง” มูลค่า GDP SME รวม 13,390 ล้านบาท จำนวนผู้ประกอบการรวม 7,604 ราย ช่วงการเปลี่ยนผ่านจากยานยนต์สันดาปสู่ยานยนต์ EV และการปรับราคาของรถยนต์ใหม่ ส่งผลต่อตลาดรถมือสอง

สาม กลุ่มธุรกิจเกี่ยวกับ “ผลิตภัณฑ์ยาง” มูลค่า GDP SME รวม 10,454 ล้านบาท จำนวนผู้ประกอบการรวม 1,154 ราย  มีการแข่งขันในตลาดผลิตภัณฑ์ยางสูง โดยเฉพาะสินค้านําเข้า ส่งผลต่อธุรกิจกลุ่มนี้

และ สี่ กลุ่มธุรกิจเกี่ยวกับ “ที่พักอาศัยนักเรียน/นักศึกษา” มูลค่า GDP SME รวม 1,014 ล้านบาท จำนวนผู้ประกอบการรวม 3,089 ราย ซึ่งเป็นผลจากการเปลี่ยนวิถีสู่ New Normal ตั้งแต่หลังโควิด ทําให้รูปแบบการเรียนเป็นรูปแบบ Hybrid มากขึ้น และมองหารูปแบบที่พักที่ให้ความสะดวก สบาย ทันสมัย อิสระ มากกว่ารูปแบบหอพักนักเรียน นักศึกษาเดิมๆ

คุณแสงชัย กล่าวอีกว่า โจทย์ใหญ่เอสเอ็มอีที่ดำเนินธุรกิจท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม ต้องอาศัย “แต้มต่อ” ในแง่ของสิทธิประโยชน์ มาตรการ โครงการต่างๆ ของภาครัฐ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการส่งเสริมเอสเอ็มอี อาทิ สสว. BOI กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กรมการค้าต่างประเทศ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน SME D Bank ธนาคารออมสิน เป็นต้น 

เพราะการ “บริหารธุรกิจ SME” ในปี “ม้า” ต้องทำให้ “ม้า SME” แข็งแรงวิ่งแซงคู่แข่งตั้งแต่ต้นยันปลายเพื่อเข้าวิน ส่วน “ม้าพยศ” หรือ ธุรกิจที่ต้องเร่งปรับตัวอย่างมีกลยุทธ์ ต้องบริหารความเสี่ยงให้รอบด้าน รัดกุมและพร้อมเปลี่ยนแปลง อย่างเข้าถึง เข้าใจ แล้วจึงพัฒนาให้ตัวเอง กลายเป็น “ม้ามืด” ในที่สุด

Related Posts

MK GROUP สยายปีกอาณาจักรสุกี้ครบทุกเซกเมนต์ ตั้งเป้าโต 12%
สบายใจ ไม่รวย แต่พอกิน! คนรุ่นใหม่ทำเกษตร ปลูกผักสลัดบนดอย มีรายได้หลักหมื่น
“โก๋แก่” แตกไลน์เปิดตัว “โก๋นมถั่ว” (Nut Milk Bar) พร้อมเมนูถั่วสุดฟิน ปักหมุดสาขาใหม่ “ซีคอนบางแค” 1 มิ.ย. นี้!