Featured PR News

จากคนรักการออกกำลังกาย สู่ “Fitwhey” เวย์โปรตีนสัญชาติไทย ที่มาแก้ Pain Point ราคาแพงเกินเอื้อม ใช้เวลา 3 ปี สู่ 1,000 ล้านบาท

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เทรนด์การดูแลสุขภาพและการออกกำลังกายของคนไทยเติบโตอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ และหากพูดถึงแบรนด์อาหารเสริมสัญชาติไทยที่ครองใจสายสุขภาพมาอย่างยาวนาน 

ชื่อของ Fitwhey (ฟิตเวย์) คือหนึ่งในแบรนด์ที่หลายคนนึกถึงเป็นอันดับต้นๆ ด้วยสโลแกน #โคตรเถื่อน ที่มาพร้อมภาพจำของความ “จริงใจ ตรงไปตรงมา และคุณภาพที่พิสูจน์ได้” 

เบื้องหลังความสำเร็จนี้คือ “แดนนี่-ดนุพล ชิลลี่” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้งแบรนด์ ผู้เริ่มต้นธุรกิจจากคำถามเรียบง่ายว่า “ทำไมคนไทยต้องกินเวย์โปรตีนราคาแพงเกินจริง” และเปลี่ยนคำถามนั้นให้กลายเป็นธุรกิจที่เติบโตทะลุ 1,000 ล้านบาท ภายในเวลา 3 ปี

Fitwhey
Fitwhey

จากคนรักการออกกำลังกาย สู่แบรนด์เวย์โปรตีน

คุณแดนนี่ เล่าให้ฟังว่า แรงบันดาลใจของ Fitwhey เกิดขึ้นจากประสบการณ์ส่วนตัวของเขาที่หลงใหลในกีฬาเพาะกาย แต่กลับพบว่าเวย์โปรตีนในประเทศไทยช่วง 10 กว่าปีที่แล้ว มีราคาสูงเกินเอื้อมถึงกระปุกละ 5-6 พันบาท 

เมื่อเขามีโอกาสเดินทางไปสหรัฐอเมริกา ก็ได้พบว่าต้นทุนที่แท้จริงไม่ได้สูงอย่างที่คิด เขาจึงเริ่มต้นนำเข้าเวย์โปรตีนมาแบ่งปันให้เพื่อนฝูงในราคาที่เหมาะสม

คำถามที่ว่า “ทำไมคนไทยต้องกินเวย์โปรตีนราคาแพงเกินจริง?” กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เขาตัดสินใจก่อตั้ง Fitwhey.com ในปี 2552 ซึ่งเป็นหนึ่งในเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซด้านอาหารเสริมรายแรกๆ ของไทย เพื่อพิสูจน์ว่าสินค้าคุณภาพระดับสากลสามารถเข้าถึงได้ในราคาที่สมเหตุสมผล

ยืนหยัดด้วยความซื่อสัตย์

จากการคลุกคลีอยู่ในวงการอาหารเสริม คุณแดนนี่เล่าว่า พบปัญหาที่ผู้บริโภคส่วนใหญ่อาจไม่เคยทราบ นั่นคือการทำ Amino Spiking หรือการเติมกรดอะมิโนที่ไม่จำเป็นเพื่อเพิ่มค่าปริมาณโปรตีนบนฉลาก ซึ่งไม่ได้ให้คุณค่าทางโภชนาการที่แท้จริง รวมถึงการเคลมสารอาหารเกินจริงในตลาด 

Fitwhey จึงอยากสร้างบรรทัดฐานใหม่ด้านความโปร่งใสด้วยการใช้ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ (Lab Guarantee) ที่รับรองว่าสารอาหารในผลิตภัณฑ์ตรงตามฉลากทุกประการ เพื่อยืนยันมาตรฐานคุณภาพให้กับลูกค้าอย่างชัดเจน

คุณแดนนี่เสริมว่า “เราดำเนินธุรกิจจากคำว่า ซื่อสัตย์ต่อลูกค้ามาโดยตลอด ภายใต้แนวคิด Passion #99 Business #1 เพราะสินค้าที่ดีไม่จำเป็นต้องค้ากำไรเกินควร แต่ต้องมีคุณภาพตามที่เคลมจริง 100%”

และเพื่อควบคุมมาตรฐานให้สมบูรณ์แบบที่สุด Fitwhey จึงตัดสินใจลงทุนสร้างโรงงานผลิตของตัวเอง แทนการจ้างผลิตภายนอก (OEM) เพื่อลดปัญหาการควบคุมรสชาติและคุณภาพ ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางและกวาดรีวิวในเชิงบวกจากผู้ใช้จริงเกือบเต็มทุกรายการ

คุณแดนนี่-ดนุพล ชิลลี่
คุณแดนนี่-ดนุพล ชิลลี่

“โคตรเถื่อน” ในแบบ Fitwhey 

คุณแดนนี่เล่าว่า อีกหนึ่งเอกลักษณ์ที่สร้างความแตกต่างให้ Fitwhey คือการสื่อสารแบรนด์ที่ชัดเจนและจริงใจ ผ่านความเป็นกันเองและเข้าถึงง่ายของคุณแดนนี่ พร้อมด้วยสโลแกนโคตรเถื่อน ซึ่งไม่ได้สื่อถึงความหมายที่ก้าวร้าว แต่สะท้อนความกล้าที่จะฉีกกรอบเดิมๆ เพื่อนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูกค้า 

ไม่ว่าจะเป็น การทำคอลแลบร่วมกับลิขสิทธิ์คาแรคเตอร์ระดับโลกอย่าง Godzilla และ Baki Hanma หรือการพัฒนาสินค้าที่เป็นกระแสไวรัล อาทิ เวย์โปรตีนรสต้มยำ เบียร์ หรือ ทุเรียน รวมถึงแคมเปญมาร์เก็ตติงสุดบ้าระห่ำเพื่อคืนกำไรให้ลูกค้าอีกมากมาย สร้างความตื่นเต้นและทำให้แบรนด์เป็นที่จดจำ

แม้จะเคยเผชิญช่วงเวลาที่ยากลำบาก ตั้งแต่วิกฤตโควิด-19 ที่ส่งผลต่อวงการฟิตเนสอย่างเลี่ยงไม่ได้ ตลอดจนการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น แต่ด้วยดีเอนเอความเป็นตัวจริง ที่ไม่เคยยอมแพ้ 

ทำให้ Fitwhey สามารถกลับมาทวงบัลลังก์ผู้นำตลาดได้อีกครั้ง สร้างรายได้เติบโตจาก 500 ล้านบาท สู่ 1,000 ล้านบาท ภายใน 3 ปี และครองตำแหน่งยอดขายอันดับ 1 บนลาซาด้าในปีที่ผ่านมา

เติบโตบนอีคอมเมิร์ซ

นอกเหนือจากการสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่ง การขยายธุรกิจบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญของ Fitwhey โดยมีลาซาด้า เป็นพาร์ทเนอร์สำคัญ โดยเฉพาะบน LazMall ที่มีจุดแข็งด้านสินค้าแบรนด์ คุณภาพสูง และเชื่อถือได้

โดยคุณแดนนี่มองว่า คุณภาพของสินค้าเป็นเพียงปัจจัยขั้นต้น แต่สิ่งที่สร้างความแตกต่างอย่างแท้จริงคือประสบการณ์โดยรวมที่ลูกค้าได้รับ ตั้งแต่การจัดส่งที่รวดเร็วแม้ในช่วงแคมเปญใหญ่ ไปจนถึงการรับประกันสินค้าเพื่อสร้างความมั่นใจและความภักดีต่อแบรนด์ ซึ่ง LazMall ช่วยส่งเสริมการเติบโตของ Fitwhey ได้อย่างลงตัว

นอกจากนี้ คุณแดนนี่ยังพบอินไซต์ที่น่าสนใจ คือลูกค้าบนแพลตฟอร์มนี้มีพฤติกรรมการซื้อที่เน้นกลุ่มสินค้าพรีเมียม อาทิ เวย์โปรตีนไอโซเลท (Whey Protein Isolate) และนิยมเลือกซื้อสินค้าขนาดใหญ่ เช่น 8 ปอนด์ หรือ 10 ปอนด์ ส่งผลให้มูลค่าเฉลี่ยต่อออเดอร์ (Basket Size) บนลาซาด้าสูงกว่าช่องทางอื่นถึง 1.5 เท่า 

ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ Fitwhey สามารถวางกลยุทธ์จัดการสินค้าได้อย่างแม่นยำ จนขึ้นแท่นแบรนด์ที่มียอดขายติดอันดับท็อปในหมวดสินค้าสุขภาพ (Sports Nutrition) ในช่วงเมกะแคมเปญ 11.11 ซึ่งเป็นแคมเปญใหญ่ที่สุดแห่งปี 2568 ที่ผ่านมา

และการใช้เครื่องมือไลฟ์ของลาซาด้าอย่าง LazLive ยังกลายเป็นช่องทางหลักในการสื่อสารความจริงใจและให้ความรู้เรื่องสินค้ากับลูกค้าโดยตรง ทั้งหมดส่งผลให้ Fitwhey สามารถขยายการเติบโตบนลาซาด้าได้ถึง 2 เท่า ยอดขายแตะหลักร้อยล้านบาทได้อย่างรวดเร็ว

สำหรับเป้าหมายต่อไปของ Fitwhey คุณแดนนี่ทิ้งท้ายว่า คือการส่งมอบคุณค่าที่ลูกค้ารู้สึกถึงความคุ้มค่าสูงสุดในทุกบาทที่จ่ายไป พร้อมเดินหน้าสู่การเป็นแบรนด์เวย์โปรตีนอันดับ 1 ในเอเชีย ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์เฉพาะบุคคลของคนรุ่นใหม่ที่เข้าถึงข้อมูลได้ง่ายและตัดสินใจอย่างมีเหตุผล

Related Posts

เมื่อคนรุ่นใหม่ขอโตในย่านร้อยปี! “ซาวน์น้ำ” คาเฟ่แผ่นเสียง ชุบชีวิตตึกเก่าย่านนางเลิ้ง ดึงดีเอ็นเอความเป็นไทยมาสร้างรายได้