ท่ามกลางตึกสูงรายล้อมและรถไฟฟ้าตัดผ่านในย่านอารีย์ยังมีโฮสเทลเล็กๆ ซ่อนตัวอยู่ เราเรียกที่นี่ว่า “The Yard Hostel” ที่พักสายกรีนบนพื้นที่ 300 ตารางวาเปิดมานาน 11 ปี ของ คุณส้มเล็ก-อติพร สังข์เจริญ และ คุณส้มใหญ่-อมรรัตน์ อมรศิริชัยรัตน์ อดีตพนักงานประจำและเจ้าของธุรกิจเสื้อผ้าในตลาดนัดจตุจักรที่ผันตัวมาทำ “ที่พัก” ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่เริ่มจาก “ลองเสี่ยง”
จุดเด่นของที่นี่คือการผูกเรื่องสิ่งแวดล้อมไว้ในทุกมุมของที่พัก ตั้งแต่การเลือกใช้วัสดุ อุปกรณ์ต่างๆ ไปจนถึงการจัดการขยะให้เหลือทิ้งน้อยที่สุด ประกอบกับบรรยากาศความเป็นกันเองเหมือนมาพักบ้านญาติ ทำให้ที่พักแห่งนี้กลายเป็นขวัญใจนักท่องเที่ยวต่างชาติถึง 95%
ในคอลัมน์ Sustainability เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาไปพูดคุยกับ “คุณส้มใหญ่” ถึงแนวทางการสร้างที่พักสายกรีนและการเชื่อมโยงผู้คนกับสิ่งแวดล้อม

จากงานประจำสู่โฮสเทล ธุรกิจที่เริ่มจาก “ลองเสี่ยง”
ก่อนตัดสินใจทำธุรกิจที่พัก คุณส้มเล็กและคุณส้มใหญ่ทำงานบริษัทและขายของในตลาดนัดจตุจักรควบคู่กัน โดยขายมาตั้งแต่ร้านเล็กนอกรั้วก่อนขยับเข้ามาเช่าร้านด้านใน ซึ่งขายดีขึ้นเรื่อยๆ คุณส้มใหญ่จึงตัดสินใจลาออกจากงานมาทำร้านเสื้อผ้าตัดยูนิฟอร์มเต็มตัว
ธุรกิจนี้เติบโตขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งคุณส้มเล็กอยากเปลี่ยนงาน ทั้งคู่จึงช่วยกันคิดไอเดียว่าจะออกมาทำอะไร สเต็ปแรกไม่ใช่โฮสเทล แต่เป็นการทดลองเปลี่ยนบ้านเป็นร้านอาหารให้ลูกค้าต่างชาติเข้ามาทานเมนูไทยๆ ที่ทำกินกันเป็นประจำอยู่แล้ว ร้านนี้ไปได้ดีกว่าที่คิดและเป็น “จุดประกายไอเดีย” สู่การทำ “โฮสเทล” เพราะเธอชอบคอมมูนิตี้ของที่พักประเภทนี้ แม้จะไม่ค่อยได้เข้าพักก็ตาม
“ลูกค้าหลายคนบอกส้มทำไมยูไม่ทำบ้านเป็นที่พัก ฉันอยากมานอน มันกลายเป็นจุดประกาย หรือเราจะลองทำที่พักดี เพราะส้มเล็กอยากออกจากงาน แต่มันคืออสังหาฯ ลงทุนก้อนใหญ่ ถ้าไม่เวิร์กก็พักแล้วแยกย้ายไปทำงานประจำเหมือนเดิม ลองเสี่ยงกันดู” คุณส้มใหญ่เล่าย้อนเรื่องราวเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้วให้ฟัง
ก่อนปักหมุดย่านอารีย์ทั้งคู่ช่วยกันมองหาทำเลหลายแห่ง ทั้งพญาไท สีลม สุขุมวิท แต่ใช้เวลาดูร่วมเดือนก็ยังไม่ใช่
“ไปที่อื่นถ้าลูกค้าถามว่ากินอะไร ที่ไหน จะบอกเขายังไง ร้านไหนเก่าแก่ ไม่มีไอเดียเลย อารีย์น่าจะเหมาะกับเราที่สุดเพราะเป็นที่คุ้นเคย เจอเขาประกาศเช่าพอดี เป็นที่ว่างมีบ้านเก่าหนึ่งหลัง หญ้าขึ้นรกร้าง มีรถพังหนึ่งคันมาจอดไว้ เจ้าของก็น่ารักเคลียร์ทุกอย่างให้ เลยเช่าพื้นที่ตรงนั้น” คุณส้มใหญ่เล่าเสริม

หลังจากนั้นทั้งคู่ช่วยกับปรับปรุงพื้นที่ ด้วยเงินทุน 8 ล้านบาท แบ่งเป็นทุนตัวเอง 1 ล้านและเงินกู้ 7 ล้าน ก่อนเปิดบริการช่วงแรกด้วยไม่มีประสบการณ์หน้าที่พนักงานต้อนรับไปจนถึงแม่บ้านจึงเป็นงานของทั้งคู่และน้องอีกหนึ่งคนช่วยกัน
“สเกลยังเล็ก คนพักประมาณ 40 คน พอไปได้ เพราะเราไม่มีความรู้เรื่องโรงแรม จริงๆ ควรประกาศจองก่อนเสร็จด้วยซ้ำ แต่เราทำเสร็จแล้วถึงเข้า OTA หรือแพลตฟอร์มจองที่พักต่างๆ” เธอเล่าถึงการทำงานโดยไม่มีประสบการณ์
แต่พลังของ “การบอกปากต่อปาก” และการเป็นพื้นที่สีเขียว มีบริเวณให้นั่งพักผ่อนและทำกิจกรรมตามความชอบของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ชอบออกมาใช้ชีวิตข้างนอก อาบแดด เหยียบพื้นดินพื้นหญ้า จึงทำให้โฮสเทลเล็กๆ แห่งนี้เป็นที่รู้จักภายในปีแรก
จากการเติบโตของธุรกิจทำให้เธอต้องเพิ่มพนักงานเข้ามาเสริมกำลัง ซึ่งทำให้ Cost เริ่มสูงกว่าที่คิดไว้ ประกอบกับกู้เงินมาจำนวนมาก จึงต้องค่อยๆ ปรับธุรกิจด้วยการเพิ่มห้องพัก กว่าจะลงตัวใช้เวลาถึง 6 ปี หนี้สินยังมีอยู่ แต่รู้แล้วต้องมีกี่ห้อง พนักงานกี่คนถึงจะทำให้ธุรกิจเดินต่อได้
โดยปัจจุบันมีพนักงาน 8 คน แม่บ้าน 2 คน จำนวน 24 ห้อง พักได้ประมาณ 72 คน ราคาเตียงละ 500 บาท แบ่งพื้นที่ฝั่งที่พัก 150 ตารางวา กับปล่อยให้ร้านค้าเช่าอีก 150 ตารางวา ซึ่งมีทั้งร้านทำเล็บ ร้านอาหาร ฯลฯ ทำให้ที่พักแห่งนี้กลายเป็นคอมมูนิตี้ที่น่าอยู่
“ส่วนใหญ่พักกันเป็นเดือน บางคนอยู่หนึ่งอาทิตย์และไปเที่ยวที่อื่นต่อ บางคนทำงานไปด้วยเที่ยวไปด้วยก็มี แบ็กแพ็กที่นี่เป็นวัย 25-40 ปี ทำงานแล้วแต่เบรกงานมาท่องเที่ยว” เธอเล่าเสริม

“พื้นที่สีเขียว” เข้าพักและรักษ์โลกไปด้วย
คอนเซ็ปต์ของ The Yard Hostel คือเหมือนมาพักบ้านญาติ นอนบ้านลุงบ้านป้า มีที่หลับที่นอนพร้อมหาข้าวให้กิน และชูการเป็น “พื้นที่สีเขียว” ให้ผู้เข้าพักได้ร่วมกันดูแลสิ่งแวดล้อม ซึ่งแนวคิดนี้มาจากคุณส้มเล็ก เธอใช้ประสบการณ์จากการทำงานประจำที่นั่งประชุมเป็นส่วนใหญ่ ทำให้อยากมีพื้นที่สีเขียวนอกจากห้องสี่เหลี่ยม ประกอบกับความชอบจึงทำที่พักในแบบที่ตัวเองอยากเข้าพัก ซึ่งลูกค้าที่จองมาก็ชื่นชอบในสไตล์เดียวกัน
“ตอนเราสร้างมันมีวัสดุให้เลือกหลายอย่าง เราใช้กระดาษรีไซเคิล เพราะตอนทำงานประจำทำเกี่ยวกับก่อสร้างเลยรู้จักวัสดุ มันเทียบเท่ากับฉนวนโฟม บางจุดก็อาจจะมีโฟมบ้างเพราะหลีกเลี่ยงไม่ได้
โครงสร้างหลักเป็นตู้คอนเทนเนอร์ที่ไม่ใช่มือหนึ่ง เอามาปรับปรุงใหม่ เราอยากใช้วัสดุที่มันไม่ต้องทิ้งไปและเป็นพื้นที่เช่ามันเคลื่อนย้ายได้ เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ก็เลือกแบบประหยัดพลังงาน หลอดไฟแอลอีดี มีจุดแยกขยะ ซึ่งเราเสิร์ฟผลไม้ ขนมปัง โยเกิร์ตเป็นอาหารเช้า ถ้าทานไม่หมดเอาไปทำปุ๋ยให้เหลือทิ้งน้อยที่สุด และมีจุดเติมน้ำให้ เขาก็พกแก้วพกกระติกกันมา ช่วยลดพลาสติกได้ส่วนหนึ่งแล้ว
อีกปัญหาคือแพ็กเกจจิ้ง พวกกล่อง ถุงพลาสติกจากการสั่งดีลิเวอรี เราทำสเตชั่นให้เขาได้คลีน ไม่ต้องสะอาดมาก แล้วเอาไปส่งเพื่อเปลี่ยนเป็นเชื้อเพลิง พยายามกำจัดให้ได้มากที่สุดทำที่ทำได้”

นอกจากนี้ยังทำโครงการร่วมกับชุมชนแห่งหนึ่งในจังหวัดลำพูนซึ่งประสบปัญหาไฟป่า ในชื่อโครงการ Rest for Forest โดยลูกค้าสามารถเป็นส่วนหนึ่งได้ด้วยการจองตรงในเว็บไซต์ โดยมีส่วนลดให้แต่น้อยกว่าส่วนลดใน OTA แต่ส่วนลดนั้นจะถูกส่งต่อไปช่วยเหลือชุมชนโดยที่พักจะสมทบเพิ่ม
“เราทำมาประมาณ 5 ปีแล้ว คนในชุมชนดีใจมากและขอบคุณเราที่ไปช่วย เขาต้องซื้ออุปกรณ์เยอะมากเพื่อป้องกันไฟป่า ช่วงปีที่แล้วเราเปิดที่พักอีกแห่งที่เชียงใหม่และมีแขกเข้าพักมากขึ้นด้วยทำให้เราได้เงินสมทบมากขึ้น ล่าสุดเป็นหลักแสน เขาได้เงินซื้ออุปกรณ์มากกว่าที่ต้องมาดัดแปลงเอง หมู่บ้านนี้เป็นต้นแบบเราอาจจะมีโครงการที่อื่นเพิ่ม”
คุณส้มใหญ่ยังบอกถึงความสำคัญของเรื่องสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนว่า “แต่ก่อนเราอาจจะไม่ได้ตระหนักรู้มาก แต่ตอนนี้ผลกระทบจากสิ่งแวดล้อมเกิดขึ้นหลายอย่าง แล้วมากขึ้นเรื่อยๆ ก็ทำเต็มกำลังของเรา ถ้าหลายคนช่วยกันก็จะพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น

ส่วนความยั่งยืนต้องบอกก่อน ในการทำธุรกิจถ้าทำแล้วอยู่ไม่รอดมันคือความไม่ยั่งยืน ต้องทำยังไงให้ธุรกิจอยู่รอด แต่ไม่ได้รอดคนเดียวสิ่งรอบตัวต้องรอดไปด้วยกัน Planet คือสิ่งแวดล้อม การแยกขยะ ช่วยชุมชนที่เผชิญไฟป่า Profit ทำธุรกิจต้องมีกำไร และ People คือทีมพนักงาน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่สุด ถ้าเขามีความสุขพลังทั้งหมดจะส่งต่อไปที่แขก แขกก็จะมีความสุขไปด้วย และเพื่อนบ้านอารีย์ด้วยยังเป็นสังคมที่อบอุ่นและทักทายกัน” เธอเล่าเสริม

ต่อยอดเปิด The Yard Hostel ที่เชียงใหม่
ปัจจุบัน The Yard Hostel ขยายสู่เชียงใหม่เป็นที่เรียบร้อย โดยเปิดให้บริการมาประมาณ 1 ปีครึ่ง ซึ่งเกิดจากหลังโควิดเธอรู้สึกว่าการท่องเที่ยวดีขึ้นเพราะคนอัดอั้นไม่ได้ไปเที่ยวไหน ทำให้การเงินหมุนดีขึ้นและหมดหนี้แล้วจากก้อนแรก จึงเริ่มมีแรงต่อยอดธุรกิจและมี Data ของลูกค้าที่ไม่ได้พักแค่ในกรุงเทพฯ ประจวบเหมาะเธอและส้มเล็กชอบไปเชียงใหม่ และเจอโรงแรมบูทีคเก่าให้เช่าซึ่งเหมาะเป็น The Yard Hostel อีกแห่ง จึงเป็นที่มาของที่พักแห่งที่สอง
โดยมีคอนเซ็ปต์เดียวกับอารีย์ใช้เวลาก่อสร้าง 4 เดือน บนพื้นที่ 2 ไร่ครึ่ง แบ่งเป็น 12 ห้องของโรงแรมเดิม และอีกโซนคือห้องแบบ Prefab ห้องสำเร็จรูปที่พับแล้วขนขึ้นรถ 6 ล้อมากางหน้างาน รับลูกค้าได้ 80 คน ราคาเตียงละ 500 บาท ใช้งบลงทุนประมาณ 8 ล้าน ซึ่งเป็นการกู้เงินมาลงทุน
สำหรับอนาคตของ The Yard Hostel ทัั้งสองแห่ง ยังคงเป็นที่พักแบบโฮสเทล การเติบโตนี้ไม่ใช่แค่ธุรกิจ แต่พนักงานทุกคน “เติบโตไปด้วยกัน” และมีความสุขทุกวันที่ได้ออกไปเจอลูกค้า เจอพนักงาน คงไม่ได้เปลี่ยนสายไปทำธุรกิจอื่นแค่ปรับรูปแบบไปในทิศทางที่โตขึ้น
และธุรกิจนี้ก็ให้บทเรียนกับเธอว่า “คิดไอเดียแล้วทำเล็กก่อนก็ได้ ไม่ต้องทำใหญ่ เราก็เริ่มจากขายของนอกรั้ว ค่าที่ไม่กี่ร้อยบาท จนเรามาลงใหญ่ ใจเราก็ฝึกมาแล้ว เอาว่ะ ถ้าไม่ดีก็จะต้องไปหามาคืนให้ได้”
ท้ายนี้คุณส้มใหญ่แนะนำถึงการปรับตัวสู่สายกรีน เธอบอกว่าเรื่องกรีนช่วยให้ประหยัดมากขึ้น เช่น การลดใช้หลอดสามารถลดต้นทุนได้ หรือจุดน้ำเติมก็ถูกกว่าการซื้อเป็นขวดมาให้แขก
“เรื่องกรีนทำง่ายมาก ไม่ต้องใช้ทุนเยอะ แค่ต้องมีการสื่อสาร” คุณส้มใหญ่กล่าว
