Featured SMEs SMEs เกษตร

ถอดสูตร “โอมากาเห็ด” ฟาร์มลุงรีย์ สร้างรายได้จากทุกทรัพยากร ครีเอตเมนูเห็ด ที่ต้องจองล่วงหน้า

หากย้อนกลับไปในวันแรก จุดเริ่มต้นของที่นี่ไม่ได้เริ่มจากเห็ด แต่เริ่มจากการเลี้ยงไส้เดือนของ คุณชารีย์ บุญญวินิจ หรือ ลุงรีย์ เจ้าของ “OmakaHed (โอมากาเห็ด) ” ที่คิดอยากนำไส้เดือนมาจัดการกับ“ขยะอาหาร” แต่ไส้เดือนนั้นก็ไม่ได้จัดการอาหารได้ทุกอย่าง สามารถจัดการได้แค่บางส่วน และเปลี่ยนมันออกมาเป็น “มูลไส้เดือน” ซึ่งเป็นปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง 

แต่คำถามสำคัญที่ต้องตอบเจตนาตัวเองให้ได้ก่อนว่า “ต้องการจัดการขยะอาหารหรือต้องการได้ปุ๋ยคุณภาพสูง” ซึ่งที่ฟาร์มลุงรีย์ มีการปรับเปลี่ยนโซนและขยับพื้นที่มาแล้วไม่ต่ำกว่า 20 ครั้ง 

ปัจจุบันฟาร์มแห่งนี้เป็นการคิดแบบหมดจด นั่นคือถ้าคุณเดินจากหลังฟาร์มเข้าหน้าบ้าน มันคือเรื่องของการจัดการขยะอาหาร ย้อนมาเป็นวัตถุดิบกลายเป็นมื้ออาหารแปรรูป แต่ถ้าเดินจากหน้าบ้านไปหลังบ้าน มันคือการเริ่มจากร้านอาหาร ไปสู่ขยะอาหาร และจบที่ต้นตอของการจัดการ

“มันก็มองได้สองทางเดิน มองได้สองแบบ ก็แล้วแต่ว่าใครถนัดจากดินไปบนฟ้า ใครถนัดจากบนร้านอาหารลงมาสู่ดิน”

นิยามความยั่งยืนในแบบ ‘เกษตรกรอินดี้’

ความยั่งยืนไม่ใช่เรื่องยิ่งใหญ่เสมอไป แต่มันเป็นเรื่องของปัจเจกบุคคลมากๆ ซึ่งเศรษฐกิจแบบปัจเจกที่ออกแบบมาเพื่อส่วนบุคคล เป็นลักษณะของการที่เราต้องเข้าใจตัวเราเองว่า อะไรมันตอบโจทย์เรา อะไรที่รู้สึกตื่นมาสู้กับมันได้ทุกวันโดยไม่เบื่อ เพราะคำว่า “รวย-จน” คนเรามันไม่เท่ากันหรือคำว่า “พอดี” ของแต่ละคนมันไม่เท่ากัน 

ในพื้นที่ 100 ตารางวาของลุงรีย์ ที่ไม่ได้มีแสงแดดมากนัก จึงลากเส้นต่อไปยังพืชระยะสั้นที่ต้องการแดดน้อย อย่างพวก “เห็ด” ก็อาจจะคิดว่า “ก้อนเห็ด” เอาไปทำอะไรต่อได้บ้าง ซึ่งตอนนี้ลุงรีย์ก็ฝึกเลี้ยงพวก สปริงเทล (Springtail) และ ไอโซพอด (Isopod)

“เมื่อก่อนขายเคยไส้เดือนได้กิโลกรัมละเป็นพัน แต่ตอนนี้หันมาเลี้ยงแมลงพวกนี้ขายไม่กี่ตัวก็ได้เงินเป็นพัน บางครั้งก้อนเห็ดเก่าก็เป็นสิ่งที่มีมูลค่าสำหรับคนเลี้ยงด้วงและเลี้ยงไอโซพอดเช่นกัน”

ทั้งหมดในฟาร์มลุงรีย์ทุกอย่างผ่านการคิดมาหมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็น ก้อนเห็ดเก่าที่นำไปทำเป็นปุ๋ย หรือไก่ที่เลี้ยงอยู่ไม่ต้องออกไข่ก็ได้ แต่เป็นตัวที่จัดการแมลงส่วนเกิน

“ใบไม้ทั้งหมดนั้นเอามาขาย แกลบดิบเอามาให้เป็ดทำให้เปื่อยนุ่มเป็นอินทรีย์วัตถุได้อย่างรวดเร็ว เพราะฉะนั้นก็ขึ้นอยู่กับวิธีคิดว่าสุดท้ายแล้วมันกลายเป็นอะไร เหมาะกับเราไหม”

ฟาร์มลุงรีย์มีคนดูแลฟาร์ม 1 คน และดูแลครัวอีก 1 คน แต่สามารถอยู่รอดในรูปแบบธุรกิจได้โดยไม่ต้องมีพนักงาน 20-30 คน เพราะเน้นที่ “ระบบการจัดการและการควบคุมรายจ่าย” โดยมีไส้เดือนเป็นจุดเริ่มต้นที่ต้องหมั่นทบทวนและบำรุงรักษาไว้

ในเรื่องของกลไกราคาปุ๋ยมูลไส้เดือนก็เช่นกัน ลุงรีย์บอกว่าเราก็ต้องเคารพกลไกของมัน เช่น ขายปลีกกิโลละ 50 บาท ซื้อเยอะลดเหลือ 45 หรือ 40 บาท เพื่อให้คนที่รับไปขายต่อมีช่องว่างทำกำไรได้อีก 20 บาท ถ้าละเมิดกลไกราคา ไปตัดราคาขายเราก็ต้องเหนื่อยวิ่งขายเองทั้งหมด

ฟาร์มลุงรีย์ แบ่งเป็นหมวด อย่างเช่น เลี้ยงไส้เดือนก็ได้ตัวไส้เดือน ได้ปุ๋ยไส้เดือน แล้วก็นำหมักมูลไส้เดือน หรือว่าการบำบัดน้ำเสีย แต่ว่าถ้าเป็นปุ๋ยมูลไส้เดือนแล้วก็อาจจะทำเป็นลักษณะของที่ปรึกษา แลนด์สเคป

“ตลาดนำ ผลิตตาม 100%”

เสิร์ฟความอร่อยแบบ “โอมากาเห็ด”

การทำ “โอมากาเห็ด” (Omaka-Hed) คือการเปลี่ยนข้อจำกัดให้กลายเป็นความพรีเมียมที่คนต้อง Booking ล่วงหน้าเพื่อมากิน เพื่อมารู้ว่าเห็ดนี้หาได้ที่ไหน เพราะ ลักษณะของ “เห็ดเขตร้อน” คือมีความอร่อยจำกัดเวลา อร่อยนานไม่ได้ เก็บรักษายาก 

“เราสามารถบำรุงฟาร์มจนสุดท้ายมันเกิดกำไรได้ เพราะว่าเห็ดไม่ต้องรดน้ำ แล้วก็ใช้มูลไส้เดือนเป็นต้นทุน พอเกิดการ Booking กินเห็ด ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่ามาเที่ยวฟาร์มเห็ดแล้วได้มาเก็บเห็ด”

ลุงรีย์บอกว่า วิถีชีวิตของเกษตรกร ไม่ใช่ตื่นมาตะบี้ตะบันอยู่ในครัวจนกลายเป็นคนครัวอย่างเดียว แต่ให้มองว่าจุดยืนเราอยู่ตรงไหน หรืออยากมีชีวิตแบบไหน 

ปรบมือให้ตัวเองระหว่างทาง

ความสำเร็จก็เป็นความรู้สึกหนึ่ง ถ้าวันนี้เราเหนื่อยมาทั้งวัน แล้วเราหันกลับมามองตัวเองแล้วพูดว่า “เฮ้ย วันนี้ก็เก่งเหมือนกันนะ” แม้ว่าเราจะไม่ได้เก่งเท่าเกษตรกรระดับโลกที่ญี่ปุ่น แต่อย่างน้อยเราก็ขีดเส้นได้ว่าเราอยู่ตรงไหนเมื่อเทียบกับต้นทุนชีวิตและหนี้สินที่เรามี 

แล้วเราทำได้ขนาดนี้…แค่นี้เราก็โอเคแล้วนี่หว่า

“ถ้าระหว่างทางมันมีความสุข ก็อนุญาตให้ตัวเองมีความสุขได้ แล้วอย่าลืมตบมือให้ตัวเองระหว่างทางด้วยครับ”

Related Posts

นายเซยุน คิม ประธานบริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์
LINE MAN หั่น GP เหลือ 10% หนุนไทยช่วยไทย พลัส (60/40)
เปลี่ยนบ้านเป็นบาร์ลับ! ธุรกิจเสริมของหนุ่มสิงคโปร์ เสิร์ฟค็อกเทลแก้วละหลักร้อย ลูกค้าหลายคนจองคิวไม่ทัน