สุขภาพ
“เหล้า” แต่ละอึก ส่งผลกระทบอย่างไรต่อร่างกาย? “เหล้า” น้ำเมาที่เกิดจากการหมักหรือแช่ มักมีความเชื่อต่างๆ เกี่ยวกับฤทธิ์ของเหล้าและแอลกอฮอล์ที่ถูกบ้างผิดไปมาก โดยผู้ที่นิยมดื่ม มักอ้างฤทธิ์อันเป็นคุณของเหล้าหรือแอลกอฮอล์ มาบดบังฤทธิ์ที่ก่อให้เกิดโทษซึ่งมีมากกว่าหลายเท่า เช่น เหล้าหรือแอลกอฮอล์ มีฤทธิ์ขยายหลอดเลือด ผู้นิยมดื่ม จึงมักอ้างว่า ดื่มเพื่อให้เลือดลมดี ซึ่งก็เป็นเรื่องจริง เมื่อได้รับในปริมาณน้อย (ถึงน้อยมาก) แต่เมื่อกินเหล้าในปริมาณที่มากเกินไป แอลกอฮอล์จะกดระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้พูดจาไม่ชัด ทรงตัวลำบาก สายตาพร่ามัว ขาดสติ ตับแข็ง และอาจเกิดอันตรายต่อผู้ดื่มและคนรอบข้าง นอกจากนั้นแล้วการดื่มสุรามากจะทำให้ความสามารถในการใช้ชีวิตประจำวันลดลง เช่น การขับรถ การทำงานที่เกี่ยวกับเครื่องจักร อาจจะทำให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้ในที่สุด ทางเพจ Mahidol Channel ได้แชร์ข้อมูลทางการแพทย์เกี่ยวกับการดื่มสุราเอาไว้ให้เข้าใจง่ายๆ เกี่ยวกับโรค “Alcohol intoxication” ชื่อเรียกทางการแพทย์ ที่ใช้เรียกอาการเสียชีวิตจากการดื่มสุรา ถือเป็นพิษภัยร้ายแรงที่สุดที่อาจเก
“กะเพรา-หัวหอม-กระเทียม-ขิง-ขมิ้น-กานพลู” อาหารเป็นยา ป้องกันโรคเมื่อน้ำท่วม นายแพทย์กฤษดา ศิรามพุช ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ กล่าวว่า น้ำท่วมใหญ่ ทำให้พี่น้องคนไทยจำนวนมากได้รับความเดือดร้อน ซึ่งนอกจากบ้านเรือนไร่นาเสียหายแล้ว สุขภาพก็น่าเป็นห่วงทั้งผุ้ประสบภัยและผู้ที่ลงไปช่วยเหลือ ดังนั้นเมื่อมีการสัมผัสน้ำ ก็ต้องระวังความเสี่ยงที่น้ำอาจพามาจากการปนเปื้อนจากสิ่งปฏิกูลทั้งของสัตว์และมนุษย์ยามน้ำหลาก ซึ่งจากความเสี่ยงของการติดเชื้อนั้นมีเชื้อโรคที่ต้องระวังไว้ได้แก่ เชื้ออีโคไล จากการปนเปื้อนของสิ่งปฏิกูล เช่น อุจจาระแล้วแพร่กระจายได้ ทำให้เกิดติดเชื้อทางเดินอาหาร มีอาการท้องเสีย อาหารเป็นพิษได้ เชื้อบิด จากแหล่งน้ำธรรมชาติหรือโคลนที่อาจปะปนเข้ามาในแหล่งน้ำดื่ม เชื้อบาดทะยัก จากดิน เชื้อรา จากความชื้นแฉะ เชื้อตาแดง ที่มาจากการสัมผัสน้ำไม่สะอาด นายแพทย์กฤษดา กล่าวว่า ในช่วงที่น้ำท่วมนี้ มีหลักการใช้ชีวิตที่จะช่วยลดความเสี่ยงการติดเชื้อได้อยู่อย่างหนึ่ง คือเรื่องของอาหารการกิน ซึ่งนอกจากล้างมือให้บ่อย และไม่เอาของปนเปื้อนน้ำเข้าปากแล้ว ถ้าได้มีสมุนไพรในอาหารที่ส่งไปช่ว
3 อาหารเพื่อสุขภาพ ทานแล้วช่วยคลายเครียดได้ ช่วงนี้มีข่าวหลายอย่างเกิดขึ้น และส่งผลกระทบต่อประชาชนตาดำๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ หรือ วิกฤตน้ำท่วม ที่ทำให้ได้รับความเดือดร้อนกันถ้วนหน้า ไม่ว่าจะเป็น ผู้ประสบภัยที่เครียดเรื่องบ้านได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม หรือ พ่อค้าแม่ค้าในพื้นที่อุทกภัย ที่ไม่สามารถค้าขายหรือประกอบอาชีพได้ เพจโรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ ได้เผยแพร่บทความสุขภาพ เกี่ยวกับ อาหารต้านความเครียด เพื่อสุขภาพ ที่กินแล้วอาจช่วยทำให้รู้สึกผ่อนคลายและนอนหลับได้ดียิ่งขึ้น อาหารที่ว่านั้น ได้แก่ 1. ข้าวแป้ง หรือธัญพืชที่ไม่ขัดสี อาหารที่อุดมไปด้วยคาร์โบไฮเดรตจะช่วยเพิ่มระดับของฮอร์โมนเซโรโทนิน โดยฮอร์โมนนี้จะช่วยทำให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลาย และนอนหลับได้ง่ายขึ้น ซึ่งข้าวแป้งที่ไม่ได้ขัดสีใช้เวลาย่อยนานจึงทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดของเราค่อยๆ สูงขึ้นอย่างช้าๆ ทำให้รักษาระดับของฮอร์โมนนี้ไว้ส่งผลให้ร่างกายผ่อนคลายความตึงเครียด 2. กล้วย ถั่วเปลือกแข็ง เนื้อสัตว์ทั้งหลาย และไข่ เป็นอาหารที่มีกรดอะมิโน “ทริปโตเฟน” ที่เป็นสารตั้งต้นของการผลิตฮอร์โมนเซโรโทนิน 3. ส้ม หรือ ฝรั่ง เป็นผลไม
หลายคนอาจเคยผ่านหูผ่านตากับกระแสข่าวในสังคมออนไลน์ถึง “ผัก 5 ชนิด ห้ามกินดิบ” เพราะมีสารที่อาจก่ออันตรายได้ ประกอบด้วย กะหล่ำปลี ถั่วงอก หน่อไม้และมันต่างๆ ถั่วฝักยาว และผักโขม แต่ทราบหรือไม่ว่า ข้อเท็จจริงเป็นเช่นไร เนื่องจากผักเหล่านี้มีคุณค่าทางโภชนาการและสารสำคัญช่วยป้องกันโรคบางชนิดเช่นกัน ผศ.ชนิพรรณ บุตรยี่ อาจารย์ประจำหลักสูตรพิษวิทยาทางอาหารและโภชนาการ สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ตอบข้อสงสัยในประเด็นข้างต้นว่า จริงๆ แล้วผักทั้ง 5 ชนิด ไม่ได้ห้ามรับประทานดิบโดยสิ้นเชิง เพียงแต่ว่าผู้ป่วยบางกลุ่มอาจต้องระวัง ประกอบด้วย กะหล่ำปลี ข้อจำกัดของการห้ามกินดิบ คือ กลุ่มผู้ป่วยที่มีภาวะไฮโปไทรอยด์ (Hypothyroidism) ซึ่งเป็นภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานต่ำ โดยในกะหล่ำปลี จะมีสารชื่อ กอยโตรเจน (Goitrogen) ซึ่งอยู่ในกลุ่มของสารที่ขัดขวางการสร้างฮอร์โมนในต่อมไทรอยด์ทำให้ร่างกายนำไอโอดีนไปใช้สร้างฮอร์โมนธัยรอกซินได้น้อยกว่าปกติ หรือทำให้ต่อมไทรอยด์ทำงานต่ำยิ่งขึ้น แต่หากนำกะหล่ำปลีไปผ่านความร้อน สารกอยโตรเจนก็จะสลายไปได้ “แต่สำหรับคนปกติที่ร่างกายไม่มีปัญหาอะไร ก็สามารถกินได้ ซึ่งข้อเท็จจริงแล้ว
4 ท่าบริหารกล้ามเนื้อ เพิ่มความแข็งแรงหน้าขา ห่างไกลโรคเข่าเสื่อม ข้อเข่าเสื่อม โรคที่เกิดจากความเสื่อมของกระดูกอ่อนผิวข้อ ทั้งทางด้านรูปร่าง โครงสร้าง การทำงานของกระดูกข้อต่อและกระดูก โดยอาการที่เกิดขึ้น จะไม่สามารถกลับสู่สภาพเดิม อาจมีความเสื่อมรุนแรงขึ้นตามลำดับ โดยสาเหตุสำคัญของโรค คืออายุที่มากขึ้น รวมไปถึงสาเหตุอื่นๆ เช่น มีน้ำหนักตัวมาก เกิดอาการบาดเจ็บ หรือเป็นโรคจากกรรมพันธุ์ เป็นต้น เพจโรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ ได้เผยแพร่บทความสุขภาพ ในคอลัมน์สาระสุขภาพ เกี่ยวกับ 4 ท่าบริหารข้อเข่า ให้ห่างไกลโรคข้อเข่าเสื่อม ทำได้บ่อยแค่มีพื้นที่และเก้าอี้ 1 ตัว ดังนี้
เปิด 7 เทคนิคดูแลเท้าให้สุขภาพดี รับมือช่วงหน้าฝน-น้ำท่วม ดูแลเท้า / หน้าฝนทีไร สภาพอากาศมักมาพร้อมกับความเย็นสบายแต่ฉ่ำแฉะ ส่งผลให้น้ำท่วมขัง ต้องเดินย่ำน้ำจนเท้าเปียก ซึ่งน้ำสกปรกเหล่านั้นอาจเป็นที่มาของเชื้อโรคชนิดต่างๆ และส่งผลให้เกิดโรคอื่นๆ ตามมา ทั้ง โรคเท้าเปื่อย โรคผิวหนัง โรคท้องร่วง โรคฉี่หนู โรคตาแดง เป็นต้น ดังนั้น สิ่งสำคัญในช่วงหน้าฝนคือการดูแลเท้าให้สะอาดสุขภาพดี เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรค โดยเฉพาะผู้ที่เป็นเบาหวาน หากมีการติดเชื้อรุนแรง อาจต้องถูกตัดเท้าหรือขาได้ ศูนย์อายุรกรรม ชั้น 2 โซน D โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ ได้เผยแพร่บทความเกี่ยวกับเทคนิคในการดูแลสุขภาพเท้าในหน้าฝนไว้ 7 ข้อ โดยวิธีการดูแลสุขภาพเท้า สามารถปฎิบัติตามได้ง่ายๆ ดังนี้ ทําความสะอาดเท้าและซับเท้าให้แห้ง โดยใช้ผ้าที่สะอาดและนุ่ม เช่น ผ้าขนหนู ค่อยๆ ซับเท้าให้แห้งโดยเฉพาะบริเวณซอกนิ้วเท้า ทาโลชั่นทุกวัน เพื่อคงความชุ่มชื่นให้กับผิวบริเวณเท้า ควรทาทันทีภายหลังจากทำความสะอาดและซับจนแห้ง ให้ทาตั้งแต่เข่าไปจนถึงปลายเท้า โดยหลีกเลื่ยงการทาระหว่างซอกนิ้วเท้า ตัดเล็บเท้าด้วยความระมัดระวังและถูกวิธ
เปิดสูตรสมุนไพรไทย รักษาโรคที่มากับน้ำและแมลงกัดต่อย ช่วงนี้มีกระแสข่าวพายุเข้า ทำให้มีน้ำท่วมขังหลายๆ พื้นที่ เป็นเหตุให้มักมีโรคที่ส่งผลต่อสุขภาพตามมากับกระแสน้ำ อาทิ โรคน้ำกัดเท้า และ แมลงสัตว์กัดต่อย ที่สามารถเป็นเหตุให้เกิดโรคอื่นๆ ตามมาได้อีก เพจ สมุนไพร อภัยภูเบศร จึงได้แนะนำวิธีใช้สมุนไพรในการดูแลรักษาสุขภาพในช่วงน้ำท่วม ไว้ดังนี้ โรคน้ำกัดเท้า สมุนไพรตัวแรกที่ช่วยรักษาอาการโรคน้ำกัดเท้าได้ คือ ข่า โดยนำข่ามาหั่นให้มีขนาดเล็กลง จากนั้นนำไปตำพอให้หัวข่าแตก นำไปใส่ลงในเหล้าขาว 40 ดีกรี ทิ้งไว้ 15 วัน ก็สามารถนำมาใช้ทาบริเวณที่เป็นโรคน้ำกัดเท้าได้ สมุนไพรตัวที่ 2 กระเทียม โดยให้นำกระเทียมมาทุบให้เกิดน้ำมัน แล้วนำมาทาตรงบริเวณที่เป็นโรคน้ำกัดเท้าก็สามารถช่วยบรรเทาอาการได้เช่นกัน แมลงสัตว์กัดต่อย เป็นอีกโรคที่พบได้เมื่อยามฝนตกหรือเกิดภาวะน้ำท่วม สมุนไพรที่ใช้ในการบรรเทาอาการได้ ก็คือ เสลดพังพอน โดยให้นำเสลดพังพอนตัวเมีย มาขยี้หรือตำ แล้วนำไปหมักกับเหล้าขาว 40 ดีกรี ทิ้งไว้ 15 วันก็สามารถนำเสลดพังพอนตัวเมียที่หมักเอาไว้ มาทาโปะไปที่บริเวณแผลที่บวมแดงจากการโดนกัดต่อย ก็จะช่วยลดอาการบว
กินหวานแล้วดี! ถ้าเป็นความหวานจากผลไม้ หมอแนะผลไม้ไทย 8 อย่าง หวานชะลอวัย แถมช่วยชาวสวน นายแพทย์กฤษดา ศิรามพุช ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ กล่าวว่า หลายคนคงเคยได้ยินมาว่ากินหวานแล้วไม่ดีต่อสุขภาพ เราจึงเห็นภาพการสั่งอาหารและเครื่องดื่มของคนในยุคนี้ที่มักต้องขอต่อด้วยว่า “ขอไม่หวาน” เพราะไม่ว่าจะรับประทานกาแฟ,น้ำปั่น,ชาไข่มุกไปจนถึงก๋วยเตี๋ยว-ข้าวแกงก็อาจมีเสียงกำชับนี้ตามมา แต่ความจริงหวานแบบดีก็มีมาก อย่างหวานจาก “ผลไม้สด” เป็นต้นการกินผลไม้สดๆ ที่หวานทั้งลูกนั้นแม้จะได้น้ำตาลก็จริงแต่ก็มีสิ่งที่มีประโยชน์แถมช่วยไม่ให้น้ำตาลหวาน “เข้าเลือด” เร็วเกินไปนัก โดยเฉพาะผลไม้แบบไทยๆ นายแพทย์กฤษดา กล่าวต่อว่า สิ่งที่ผลไม้ไทยมีในเรื่องช่วยสุขภาพนั้นมีอยู่หลักๆดังนี้ ได้แก่ 1. น้ำตาลโมเลกุลเดี่ยวอย่างกลูโคสและฟรุกโตส 2. วิตามิน เช่น วิตามินเอ,แคโรทีนอยด์,วิตามินซี,กรดโฟลิกและสารต้านสนิมแก่ทั้งหลาย 3.แร่ธาตุ อย่างแมกนีเซียม,แคลเซียม,เซลีเนียมและแมงกานีส 4. น้ำ เป็นส่วนประกอบหลักในผลไม้ไทยหลายชนิด 5. ไฟเบอร์ มีทั้งเส้นใยแบบละลายน้ำและไม่ละลายน้ำ “ผลไม้ไทยหลายชนิดกินแล้วอิ่มออกชื่นใ
แพทย์ชี้! “น้ำปัสสาวะ” ดื่มแล้วเสี่ยงเชื้อโรค-ความดันสูง-หัวใจวาย ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา มีข่าวการรักษาโรคด้วย “น้ำปัสสาวะ” ออกมาหลายข่าว ทั้งการดื่ม การหยอด หรือการทา จนกลายเป็นกระแสบนโลกโซเชียล ทำให้หลายๆ คนเข้าใจไปในทางที่ผิด เพจ สำนักงานกองสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส. ได้ออกมาให้ความรู้เกี่ยวกับประเด็นการรักษาโรคด้วยน้ำปัสสาวะ โดย คุณสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เผยว่า หลังจากที่มีกลุ่มบุคคลเปิดเผยตนเอง ว่า ดื่มน้ำปัสสาวะเป็นประจำแล้วรู้สึกว่าสุขภาพดีขึ้น จึงเกิดกระแสตื่นตัวทางโลกออนไลน์ขึ้น ว่าการดื่มน้ำปัสสาวะ เสมือนยาอายุวัฒนะ บำบัดโรคร้ายได้นั้น ความจริงแล้วการใช้น้ำปัสสาวะบำบัด ไม่มีงานวิจัยทางการแพทย์และคลินิกที่น่าเชื่อถือรองรับ ซึ่งหากนำมาใช้โดยไม่ระวังอาจเกิดอันตรายต่อร่างกาย ซึ่งปัจจุบันวิทยาการและเทคโนโลยีทางการแพทย์ก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง ประชาชนจึงมีทางเลือกในการรักษาโรคหลากหลายช่องทาง ทั้งแพทย์แผนปัจจุบันและการแพทย์ทางเลือก ดังนั้นจึงควรตัดสินใจอย่างรอบคอบ โดยคำนึงถึงความปลอดภัยและประสิทธิภาพการรักษาเป็นสำคัญ กระทรวงสาธารณสุขมีเป้าหมายมุ่ง
เปิด 8 เคล็ดลับ กินชานมไข่มุกอย่างไร ให้ฟิน แถมดีต่อสุขภาพ จากกรณีข่าว หญิงสาวรายหนึ่งมีอาการ เหนื่อย เพลียหนัก พบไขมัน น้ำตาลในเลือดพุ่งปรี๊ด ต้นเหตุเพราะชานมไข่มุก! สร้างความตกใจให้กับสาวกชานมไข่มุกไม่น้อย ล่าสุด เว็บไซต์ เครือข่ายคนไทยไร้พุง ได้เผยแพร่บทความให้ความรู้ เกี่ยวกับการทานชานมไข่มุกไว้ว่า จากข่าวในอินเตอร์เน็ตในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา คงหนีไม่พ้นกระแสการพูดถึงเครื่องดื่มยอดฮิต อย่าง “ชานมไข่มุก” เชื่อได้ว่าหลายๆ คนคงทราบว่าชานมไข่มุกนั้น มีน้ำตาลเป็นส่วนประกอบหลัก และบางแก้วมีน้ำตาลสูงมาก ข้อมูลจากมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค จากการสำรวจปริมาณน้ำตาลในชานมไข่มุก 25 แก้ว พบว่ามีน้ำตาลเฉลี่ยประมาณ 10.5 ช้อนชา ซึ่งเกินกว่าปริมาณน้ำตาลที่องค์การอนามัยโลกแนะนำ คือไม่ควรเกิน 6 ช้อนชาต่อวัน การกินชานมไข่มุกเป็นประจำ อาจเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และไขมันในเลือดสูงได้ แถมถ้ากินทุกวันอาจมีโรคทรัพย์จางเพิ่มเข้ามาอีกโรคด้วยแน่ๆ แล้วอย่างนี้ ควรเลิกกินชานมไข่มุกเลยดีไหม? แน่นอน สิ่งที่ดีต่อสุขภาพมากที่สุด คือ หยุดกินซะ แต่มันก็ทำใจได้ยากกกกกก
