สุขภาพ
งานวิจัยชิ้นใหม่ของนักวิจัยทางเคมีประจำมหาวิทยาลัยเซาเธิร์น แคโรไลนา รัฐเซาธ์แคโรไลนา สหรัฐอเมริกา ซึ่งนำโดย รูฮัลเลาะห์ มาสซูดี ศาสตราจารย์วิชาเคมีของมหาวิทยาลัย ชี้ให้เห็นว่า เทียนและเทียนหอมที่ทำขึ้นจากพาราฟิน หรือขี้ผึ้งที่เป็นผลพลอยได้จากการกลั่นน้ำมันปิโตรเลียมนั้น มีสารที่สามารถก่ออันตรายให้เกิดกับมนุษย์ได้ โดยอาจก่อให้เกิดภูมิแพ้ หืดหอบ เรื่อยไปจนถึงก่อให้เกิดมะเร็งได้ ในการวิจัยดังกล่าว ทีมวิจัยเปรียบเทียบผลของการจุดเทียน 2 ชนิดโดยเทียนที่เลือกมาเปรียบเทียบกันก็คือ เทียนที่ผลิตจากสารพาราฟิน ซึ่งเป็นเทียนส่วนใหญ่ในท้องตลาด กับเทียนที่ได้จากแหล่งที่มาที่เป็นพืช ทั้งเพื่อให้ความสว่างนุ่มนวลเพียงอย่างเดียว กับที่ทั้งให้ความสว่างและก่อให้เกิดกลิ่นหอมควบคู่กันไป นำเทียนทั้ง 2 ชนิดมาจุดในกล่องขนาดเล็กที่จัดทำขึ้นเพื่อการทดลองต่อเนื่องเป็นเวลา 6 ชั่วโมง จากนั้นก็เก็บอากาศในแต่ละกล่องมาวิเคราะห์เพื่อตรวจวัดคุณภาพ ทีมวิจัยสรุปผลว่า เทียนซึ่งผลิตจากพาราฟินไม่ว่าจะมีกลิ่นหอมผสมอยู่ด้วยหรือไม่ เมื่อเผาไหม้จะปล่อยสารเคมีที่เป็นพิษ คือโทลูอีน และเบนซีลออกมา “เทียนพาราฟินที่เราทดสอบจะปล่อยสาร
ภญ.สุภาภรณ์ ปิติพร เลขาธิการมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภุเบศร กล่าวว่า เถาวัลย์เปรียงเป็นสมุนไพรที่แพทย์แผนไทยรู้จักใช้กันดี ปรากฏอยู่ในตำรายาแพทย์ศาสตร์สงเคราะห์ในหลายคัมภีร์ เป็นสมุนไพรที่มีความถี่ในการใช้และปรากฏในตำรายาสูงมากชนิดหนึ่ง โดยใช้เถาเป็นส่วนประกอบในตำรับยาแก้กษัยแก้เหน็บชา ถ่ายเส้นเอ็น ถ่ายกษัย แก้เส้นเอ็นขอด แก้เมื่อยขบ ทำให้เส้นหย่อน แก้ปวด แก้ไข้ ขับปัสสาวะ แก้ปัสสาวะพิการ แก้โรคบิด แก้โรคหวัด แก้ไอ ขับเสมหะ ถ่ายเสมหะลงสู่คูดทวาร ถ่ายอุจาระ บีบมดลูก สรรพคุณเหล่านี้คล้ายคลึงกับการใช้ของหมอยาพื้นบ้านทั่วไป เถาวัลย์เปรียง สรรพคุณเพียบ ภญ.สุภาภรณ์ เล่าว่า เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2535 คุณแม่ลีสี แซ่เอี้ยว ปัจจุบันท่านมีอายุ 92 ปี เป็นคุณแม่ของ ภญ.พัชรี ศรานุรักษ์ (ปัจจุบันรับราชการที่โรพยาบาลบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ) ในปีนั้นท่านได้มาพบและออกปากฝากสมุนไพรชนิดหนึ่งไว้ว่าอย่าให้สูญไป ยาตัวนี้ก็คือเถาวัลย์เปรียง ท่านได้ความรู้มาจากซินแส ที่จังหวัดราชบุรี โดยใช้เป็นยาแก้ตกขาว ท่านบอกให้คนรักษาตัวเองหายมาแล้วหลายราย ไม่ใช่เฉพาะตกขาวอย่างเดียว ตกเหลืองตกเขียว ตกแดงช้ำๆ ก็กินหายมาแ
เมื่อก่อนเวลาปวดหัวตัวร้อนเป็นไข้ โดยเฉพาะปวดเมื่อย ใครๆ ก็ใช้บริการ “แอสไพริน” หรือแม้กระทั่งไม่นานมานี้ยังเชื่อกันว่า กิน เบบีแอสไพริน (ขนาดสําหรับเด็ก 81 มก.) หนึ่งเม็ดทุกวัน ช่วยลดโอกาสเกิดหัวใจวายและโรคหลอดเลือดสมอง (stroke) ในความเป็นจริงถ้าเป็นผู้ที่สุขภาพปกติดี การกินแอสไพรินทุกวัน อาจก่อปัญหาเลือดออกรุนแรงได้ เปลี่ยนมาใช้บริการแอสไพรินจากธรรมชาติดีกว่า ใน “บลูเบอร์รี่” นอกจากจะมีสารต้านอนุมูลอิสระมากที่สุดในบรรดาผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ มีกากใยสูง กินทุกวันยังช่วยยับยั้งการก่อตัวของมะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งปากมดลูก มะเร็งลำไส้ และมะเร็งต่อมลูกหมาก เรียกได้ว่าเหมาะทั้งหญิงและชาย บำรุงผิวพรรณ บำรุงเลือด นอกจากอุดมด้วยวิตามินซี ยังมีสารแอนโทไซยานิน ซึ่งมีในพืชผักสีแดงอมม่วง ช่วยทำให้หลอดเลือดแข็งแรง ช่วยการไหลเวียนของเลือดในระดับที่เล็กมากๆ และช่วยการทำงานของกระบวนการเมตาบอลิซึ่มของเซลล์เรตินา ประโยชน์เพียงแค่นี้ก็ทำให้ต้องรีบจัดหาเป็นการด่วนแล้ว ที่สำคัญ ช่วยบำรุงระบบประสาท ทำให้สมองทำงานได้เต็มที่ ทำให้ความจำดีขึ้น อีกทั้งถ้ารับประทานอย่างต่อเนื่องยังสามารถป้องกันโรคความจำเสื่อมในวัยสูง
ป่าบ้านทุ่งตะเซะ ต.ทุ่งกระบือ อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง มีเนื้อที่กว่า 2,000 ไร่ มีสภาพเป็นป่าชายเลน เชื่อมระหว่างทะเลอันดามัน กับป่าบกที่มีความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต พันธุ์ป่าชายเลน ไม่ว่า จะเป็นโกงกางใบเล็ก แสมดำ ปรง ปอทะเล หยีทะเล แม้กระเช้าผีมด หรือ ต้นหัวร้อยรู เป็นต้น ล้วนแต่มีประโยชน์ทั้งในด้านสิ่งแวดล้อม หรือแม้แต่ในเรื่องการดูแลสุขภาพโดยอาศัยสมุนไพรในพื้นที่ในการรักษา และกว่าจะผ่านความเป็นป่าที่สมบูรณ์มาได้นั้น ได้ผ่านเรื่องราวการต่อสู้มาแสนสาหัส เนื่องจากป่าถูกทำลายจากสัมปทาน ระหว่างปี 2536-2538 ผู้ใหญ่น้อม ฮั้นเย็ก ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 9 ต.ทุ่งกระบือ อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง ริเริ่มระดมความคิด ปลุกจิตวิญญาณของคนในชุมชน ให้เห็นคุณค่าของป่าชายเลน เนื่องจากถูกทำลายไปมาก สร้างผลกระทบต่อชุมชน รณรงค์ทุกวิถีทางเพื่อที่จะชุมชนเกิดความรู้สึกห่วงแหน ป่าชายแห่งนี้ หลายต่อหลายครั้ง ที่ร่วมกับชุมชน ร่วมกันปลูกป่าชายเลนรอบๆหมู่บ้าน พร้อมเสนอความต้องการจัดการพื้นที่ป่าใช้สอยของชุมชน กระทั่งสามารถตั้งศูนย์แห่งการเรียนรู้ป่าชายเลนชุมชนทุ่งตะเซะ จนกลายเป็นห้องเรียน ขนาดใหญ่ ทุกวันนี้ผู้ใหญ่น้อม ได้ชื่อว่าเป็น
ชื่อวิทยาศาสตร์ Cissus quadrangularis L ชื่อวงศ์ Vitaceae ชื่ออื่นๆ สันชะฆาต, สามร้อยต่อ, ขันข้อ, ต้นต่อกระดูก (ราชบุรี) ตำลึงทอง (ท้องถิ่นทั่วไป) ฉันกังวลกับชื่อของฉัน เพราะฟังแล้วเหมือนผู้ที่โหดร้าย ใจร้าย เป็นเพชรฆาตสังหารนักโทษหรือนักฆ่าคน แต่ก็สบายใจที่มีคำว่า “เพชร” ในชื่อ อย่างน้อยก็เคยเป็นหนังเรื่อง “เพชรตัดเพชร” ตั้งแต่สมัย 50 ปีที่แล้ว มีนางงามจักรวาล ชื่อ อาภัสรา หงสกุล เป็นนางเอกคู่กับ ลือชัย นฤนาท และตอนนี้ยังมีละครทีวีเรื่อง “กุหลาบตัดเพชร” กำลังดังอยู่ ฉันก็ยิ่งภูมิใจ อยากจะเปลี่ยนชื่อเป็น “เพชรพิฆาต” ด้วยซ้ำ เพราะฆ่า “ริดสีดวง” มาเยอะแล้ว จริงๆ แล้วฉันก็เป็นพระเอกนักฆ่าหน้าหยกนั่นแหละ เพราะได้รับฉายาเป็น “สมุนไพรใส่สูท” ชนิดหนึ่งที่โด่งดังแถวๆ โรงพยาบาลอภัยภูเบศร ถูกอัดอยู่ในแคปซูลเพชรสังฆาตในบัญชียาโรงพยาบาลสำหรับรักษาโรคริดสีดวงทวาร ซึ่งสำหรับโรคนี้ไม่ใช้ยาแผนปัจจุบันอื่น เพราะเป็นสมุนไพรที่ปลอดภัยไม่เป็นพิษ กลืนได้ บรรจุในแคปซูล ไม่มีขม เมื่อผงยาสัมผัสกับกรดในกระเพาะอาหารก็จะไม่มีฤทธิ์ระคายเคืองแต่อย่างใดจึงกลายเป็น “เพชรสังฆาตพิฆาตริดสีดวง” ต้นเพชรสังฆาตเป็นพ
“หมากซู่ลูด” ทานผลได้ทั้งดิบและสุก คุณประโยชน์ทางโภชนาการสูง ชาวไทใหญ่ปลูกกันนานกว่าร้อยปี หมากซู่ลูด เป็นผักสวนครัวพื้นบ้านไทใหญ่ เป็นมรดกแห่งแผ่นดิน ที่บรรพบุรุษชาวไทใหญ่ปลูกติดต่อกันมานานกว่าร้อยปี กินได้ทั้งผลดิบและผลสุก ชาวบ้านนิยมเก็บหมากซู่ลูดไปสับให้เป็นเส้นยาว และนำไปตำส้มตำแทนเนื้อมะละกอ ปรากฎว่า มีรสชาติอร่อยกว่า ส้มตำจากเนื้อมะละกอเสียอีก ต้นหมากซู่ลูด สามารถเจริญเติบโตได้ข้ามปี อยู่ในกลุ่มไม้เถาเลื้อยตระกูลแตง ลักษณะลำต้น ใบ และยอด คล้ายกับแตงกวา ผสมกับฟักเขียว มีระบบราก ที่มีการสะสมขนาดใหญ่ ใบมีสีเขียวเป็นหยักใบหยาบ ดอกสมบูรณ์เพศ มีชั้นของเกสรตัวผู้ เกสรตัวเมียครบถ้วน และมีกลีบดอกสีม่วงเข้ม ผลเป็นรูปกลมยาวขนาดปานกลาง เปลือกสีเขียว ผลดิบ เนื้อในจะมีสีขาว เนื้อแน่น ฉ่ำน้ำ ตรงกลางมีเมล็ด ผลสุก จะมีเนื้อสีเหลือง ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด ปลูกได้ในดินร่วนปนทรายระบายน้ำได้ดี หมากซู่ลูด เป็นผักสวนครัวชนิดหนึ่งที่ปลูกง่าย และลงทุนน้อยโดยไม่พึ่งปุ๋ยหรือสารเคมี โดยทั่วไป ชาวไทใหญ่นิยมนำผลดิบของหมากซู่ลูด ที่มีลักษณะคล้ายเนื้อฟัก ไปปรุงอาหารหลากหลายเ
เคล็ดลับแนะนำการบริโภคอาหารเพื่อช่วยกระตุ้นการย่อยอาหารและล้างระบบทางเดินอาหาร สำหรับคนที่อยากจะเริ่มต้น หรือกำลังจะเริ่มต้นรับประทานคลีน แนะนำให้ปรับเตรียมร่างกายตามนี้กันค่ะ เริ่มต้นเช้าวันใหม่ด้วยน้ำเลมอนอุ่นๆ ใส่ขิง หรือใบสะระแหน่บ้าง เป็นครั้งคราวเพิ่มความหวานหอม หรือน้ำว่านหางจรเข้ ปริมาณประมาณ 40-60 มิลลิลิตร ช่วงเช้า ดื่มน้ำส้มวิเนก้า 1 ช้อนโต๊ะ ก่อนรับประทานอาหารทุกมื้อ เพื่อช่วยเพิ่มกรดในกระเพาะอาหารที่จะช่วยย่อยและดูดซึมสารอาหารให้ร่างกาย ลดปริมาณ ลดการดื่มผลิตภัณฑ์นมจากสัตว์ เช่น นม, โยเกิร์ต, ชีส, ไอศกรีม หันมาดื่มผลิตภัณฑ์นมจากพืชแทนนะคะ เช่น นมจากอัลมอนด์ และถั่วเหลือง เป็นต้น งดน้ำตาล อาหารฟาส์ตฟู้ด งดน้ำอัดลม แอลกอฮอล์ จำกัดการดื่มกาแฟ สำหรับคอกาแฟอย่างเราๆ เหลือแค่วันละแก้วพอนะคะ แล้วเปลี่ยนมาผสมนมถั่วเหลืองแทนกันค่ะ ลดปริมาณฟรุกโตส ถึงจะเป็นน้ำตาลจากผลไม้ แต่ถ้าร่างกายได้รับในปริมาณมากไม่เป็นผลดีเลย เพราะมีส่วนส่งผลต่อปริมาณไขมันในเส้นเลือดที่สูงขึ้นได้ค่ะ ลดอาหารกล่อง หรือเรียกง่ายๆ ว่า ทำรับประทานเองสบายใจที่สุด อย่างที่วินได้เน้นย้ำบ่อยๆ เพราะเรารู้ว่าร่างกายเราต้
บัวหิมะ( เสวี่ยเหลียนกว่อ) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Smallanthus sonchifolius หรือที่เรียกขานกันในภาษาอังกฤษว่า Yacon (ผลไม้แห่งพระเจ้า) เป็นพืชในตระกูล ทานตะวัน เป็นพืชพื้นเมืองที่มีอยู่ทั่วไปตามแถบเขา แอนเดส อเมริกาใต้ ที่ชาวอินเดียแดงใช้เป็นอาหารดั้งเดิมนานมาแล้ว ความสูงของต้นประมาณ 2 ~ 3 เมตร หัวของพืชชนิดนี้ ผู้คนในประเทศจีนเรียกกันว่า เสวี่ยเหลียนกว่อ ถ้าแปลตามตัวอักษรแล้วก็ หมายความว่า ผลของบัวหิมะ ชาวจีนเรียกเห็นเป็นผลไม้ไปโน่น ทั้งๆ ที่เป็นส่วนของรากที่เกิดอยู่ในดิน เข้าใจว่าที่เรียกเช่นนี้ เนื่องจากนิยมนำมากินสดๆ เหมือนผลไม้นั่นเอง เมื่อโตเต็มที่จะแทงดอกสีเหลืองประมาณ 4 – 5 ดอกก่อนที่จะลงหัวที่มีลักษณะภายนอกคล้ายหัวมันเทศมาก ผิดกันที่ว่ามีความหนาแน่นของแป้งน้อยกว่า มีปริมาณของน้ำมากกว่า มีรสหวานเฉพาะตัวที่แตกต่างจากพืชชนิดอื่นๆ บัวหิมะ(เสวี่ยเหลียนกว่อ) พืชหัวชนิดนี้เริ่มปลูกกันมากขึ้น ในมณฑลยูอิ๋นหนานของประเทศจีน เนื่องจากความต้องการของตลาดได้ขยายออกไปกว้างขวางทั่วประเทศ และจากการรณรงค์ด้านการตลาดในโครงการ ซานหนง ที่ทางการให้การสนับสนุนและส่งเสริมจนกลายเป็นอุตสาหกรรมเกษตรไปเสียแล
ปัจจุบันหลายคนหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น ไม่ว่าจะเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกาย ตลอดจนนอนพักผ่อนให้เพียงพอ อีกหลายคนก็เลือกรับประทานอาหารมังสวิรัติ อาหารคลีน ขณะที่อีกหลายคนเชื่อว่ารูปร่างตนเองดีอยู่แล้ว คิดว่ากินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน จึงกินโดยไม่กลัวอะไร เหล่านี้เป็นพฤติกรรมที่ถูกต้องแล้วหรือไม่ นักโภชนาการระดับโลกจะมาให้คำแนะนำ พญ.โรซิโอ เมดินา คนเอเชียมีปัญหาน้ำหนักเกิน พญ.โรซิโอ เมดินา รองประธานกรรมการที่ปรึกษาด้านโภชนาการของเฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่น กล่าวว่า ปัจจุบันคนส่วนใหญ่ในโลกไม่ค่อยให้ความสำคัญกับสัดส่วนร่างกาย น้ำหนัก และโรคอ้วน เพราะคิดว่าไม่ส่งผลกระทบอะไร อย่างคนอเมริกันและเม็กซิกันที่ประสบปัญหาโรคอ้วน พบว่า 8 ใน 10 มีสาเหตุมาจากการบริโภคอาหารไม่ดี ขณะที่ในโซนเอเชียแปซิฟิกซึ่งอุดมสมบูรณ์ไปด้วยอาหารที่ดี มีทั้งผัก ผลไม้ ปลา กลับพบว่าก็มีปัญหาโรคอ้วนเช่นกัน ทั้งนี้ เมื่อลงลึกไปถึงสาเหตุของโรคอ้วน พบว่าไม่เพียงการบริโภคอาหารเกินความจำเป็นของร่างกายเท่านั้น แต่ยังมีเรื่องวิถีชีวิตที่เร่งรีบ ความเครียด การไม่เคลื่อนไหวร่างกายในแต่ละวัน “ตอนนี้คนเอเชียเริ่มมีปัญหาน้ำ
นางจันทิรา ยิมเรวัต วิวัฒน์รัตน์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครแฟรงก์เฟิร์ต รายงานถึงการสำรวจตลาดกระเทียมดำในเยอรมนีว่า ปัจจุบันกระเทียมดำมีแนวโน้มเติบโตมาก ร้านจำหน่ายกระเทียมดำและผลิตภัณฑ์ที่ใช้กระเทียมดำเป็นส่วนประกอบเพิ่มขึ้นรวดเร็ว จึงเป็นโอกาสดีของผู้ส่งออกไทย ทั้งนี้ เป็นผลจากการเผยแพร่งานวิจัยของแพทย์ทางอายุรกรรม มหาวิทยาลัยไฟร์บวร์ก ที่ทำการวิจัยเกี่ยวกับกระเทียมดำในทางการแพทย์ธรรมชาติต่อการรักษาโรคหลายแขนงและการบำบัดรักษาอาการปวด โดยระบุว่า กระเทียมดำอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุ วิตามินซี ซีลีเนียม และโพแทสเซียม มีสารต้านอนุมูลอิสระ มีคุณสมบัติดีกว่ากระเทียมสด โดยสามารถลดไขมันในเลือด ลดความดันเลือด ต้านเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา รักษาโรคเบาหวาน โรคหัวใจ ต่อต้านโรคภูมิแพ้ ลดปริมาณคอเลสเตอรอล และความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็ง เป็นต้น
