สุขภาพ
ชื่อทั่วไป : Heartleaves moonseed ชื่อวิทยาศาสตร์ : Tinospora crispa/Tinospora cordifolia Family : MENISPERMACEAE บอระเพ็ด ไม้เลื้อยเถาอ่อน มีตุ่มรอบๆ ใบรูปหัวใจ ชื่อคุ้นหูคนไทยมาแต่โบราณ แม่ลูกอ่อนใช้ทาหัวนม เวลาจะให้ลูกหย่านม หรือใครที่อายุ 35-40 ปีขึ้นไป คงจะเคยโดนคุณครูประจำชั้นลงโทษสถานเบา โดยการให้อมบอระเพ็ดแก้ง่วงเหงาหาวนอนกันมาบ้าง รวมทั้งผู้เขียนด้วย ทุกวันนี้ยังจำได้อยู่เลย รสชาติตอนนั้นนี่ ขมติดปากหลอนไปหลายวัน นับว่าเป็นกุศโลบายการทำโทษที่ลึกซึ้งมากของบรรพบุรุษไทยเรา ท่านได้แฝงเอาสิ่งดีๆ ไว้ในการลงทัณฑ์ นัยว่าทำโทษด้วยความรักและหวังดีไปพร้อมๆ กัน เนื่องจากในความขมนั้นมีประโยชน์ต่อร่างกายหลายอย่างแฝงอยู่ด้วย บอระเพ็ดนั้น หาได้ไม่ยาก พบได้ทุกภาคทั่วไทย ตั้งแต่ชายป่าละเมาะ ป่าเบญจพรรณ เชิงเขา จนถึงหน้าผาหินปูนก็พบเจอได้บ่อยๆ เหมือนกัน เถาบอระเพ็ดเมื่อถูกกรีดหรือตัด จะมียางสีเหลืองไหลออกมา รสชาติขมจัด ดอกออกเป็นช่อๆ ตามซอกใบ เป็นดอกชนิดแยกเพศอยู่บนก้านช่อเดียวกัน ประกอบด้วยกลีบรองดอก 6 อัน กลีบดอกอีก 6 อัน มีเกสรเพศเมียอยู่ตรงกลางล้อมรอบด้วยเกสรตัวผู้ 6 อัน ผลกลมๆ เป็นช่อ ดิบๆ
ระยะหลังจะได้ยินคำว่า “เมตาบอลิก ซินโดรม” บ่อยครั้ง ถือเป็นศัพท์ใหม่แต่ความหมายไม่ใหม่ “เมตาบอลิก ซินโดรม” (Metabolic syndrom) หมายถึงกลุ่มโรคที่มากับภาวะลงพุง เนื่องจากการเผาผลาญอาหารผิดปกติ ที่มาของโรคไม่ติดต่อเรื้อรังต่างๆ อาทิ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง โรคหลอดเลือดหัวใจ หลอดเลือดสมอง รวมทั้งมะเร็งบางชนิด โดยเฉพาะเบาหวาน ว่ากันว่า ขนาดเอวที่ขยับเพิ่มขึ้นทุก 5 ซม. ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงของการเป็นเบาหวาน 3-5 เท่า แล้วแค่ไหนจึงถือว่าเหยียบเส้นแดงแล้ว? ตัวเลขรอบเอวโดยประมาณ ผู้ชายอยู่ที่ 90 ซม. ผู้หญิง 80 ซม. เกินกว่านี้ถือว่าเข้าข่ายหมด ยิ่งมีปัจจัยเสี่ยงอีก 2 ใน 4 ข้อต่อไปนี้ถือว่า “ใช่” เลย คือ 1) ความดันโลหิตสูงกว่า 130/85 มม.ปรอท 2) น้ำตาลในเลือดสูงกว่า 100 มก. 3) ระดับไขมันไตรกลีเซอไรด์สูงกว่า 150 มก. 4) ระดับไขมันเอชดีแอลน้อยกว่า 40 มก.ในผู้ชาย / 50 มก.ในผู้หญิง ทั้งนี้ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมช่วยได้ อย่างลดน้ำหนัก ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ (สัปดาห์ละ 5 วัน ครั้งละ 30 นาที) ลดอาหารประเภทแป้ง เปลี่ยนเป็นที่มีกากใยสูง เลี่ยงเนื้อสัตว์ติดมัน หนัง เนย กุ้ง หมึก หอยนางรม ฯลฯ
นายบุญส่ง เมืองกรุง ประธานสมาคมสภาผู้สูงอายุแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี จ.พะเยา กล่าวว่า ทางสมาคมฯ ได้ลงพื้นที่เก็บข้อมูลเกี่ยวกับผู้สูงอายุทั้งหญิงและชาย ในพื้นที่พะเยา 68 ตำบล 9 อำเภอ ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการเชิดชูทรัพยากรมนุษย์เป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่ผู้สูงอายุต่อไป นอกจากนี้แล้วยังเป็นการเก็บข้อมูลชีวิตความเป็นอยู่ของผู้สูงอายุ ในด้านที่เป็นปัจจัยที่ทำให้อายุยืนยาวถึง 100 ปี เบื้องต้นการเก็บข้อมูลผู้สูงอายุเกิน 100 ปี ทราบว่าผู้สูงอายุกินอาหารแบบพื้นบ้านล้านนา เช่นกินอาหารประเภทผักที่ปลูกเอง แล้วปลอดสารเคมีในพืชผัก,กินน้ำพริกปลา,กล้วยน้ำหว้า,แตงกวา และพืชใบเขียวทั่วไปที่ไม่ใช้สารเคมีจำจัดศัตรูพืช นายบุญส่งกล่าวอีกว่า การเก็บข้อมูลผู้สูงอายุในพื้นที่พะเยา พบผู้สูงอายุ 100 ปี ขึ้นไป เช่นนางบัว บัวย้อย อายุ 100.6 ปี , นายปั๋น กันทะเนตร อายุ 100.4 ปี ,นางบุญ ทองเหลือ อายุ 100.3 ปี และนางจ้อย ประวัง อายุ 100 ปี 4 เดือน ผู้สูงอายุทั้งหมดจะได้รับโล่เกียรติคุณ, เข็มกลัดเกียรติคุณ และเงินขวัญถุงคนละ 4,000 บาท โดยมีนายณรงค์ศักดิ์ เฉลิมเกียรติ ผู้ว่าฯ พะเย
เป็นข่าวดีสำหรับผู้ชื่นชอบกินช็อกโกแลตเลยก็ว่าได้ เมื่องานวิจัยพบว่า การกินของหวานมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับประสิทธิภาพทางปัญญา โดยงานวิจัยชิ้นดังกล่าวเผยแพร่ในวารสาร Appetite ซึ่งนักวิจัยใช้ข้อมูลจาก Maine-Syracuse Longitudinal Study (MSLS) จำนวน 968 คน อายุระหว่าง 23-98 ปี ซึ่งจะวัดปริมาณการกินและปัจจัยเสี่ยงเกี่ยวกับโรคหัวใจและหลอดเลือดด้วย โดยนักวิจัยพบว่า การกินช็อกโกแลตเป็นประจำสัมพันธ์กับการดีขึ้นของประสิทธิภาพทางปัญญาอย่างมีนัยสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการบริหารจัดการ, การทำงานของความจำ, การตรวจสอบและการติดตาม, ความเป็นเหตุผล เป็นต้น นอกจากนี้ ผงโกโก้ที่เป็นส่วมผสมของช็อกโกแลต ก็พบว่ามีความเกี่ยวข้องกับประสิทธิภาพทางปัญญาเช่นกัน โดยพบว่าในดาร์กช็อกโกแลตมีระดับฟลาโวนอยด์ ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ในระดับสูง แต่ยังน้อยกว่าในมิลค์ช็อกโกแลตและไวท์ช็อกโกแลต นอกจากนี้ ฟลาโวนอยด์ในระดับสูงยังสามารถพบได้ในชา, ไวน์แดง และผลไม้บางชนิด เช่น องุ่น และแอปเปิล เป็นต้น ที่มา : ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
หากพูดถึง ‘โรคเบาหวาน’ หลายๆคนอาจจะไม่แปลกใจ เพราะรู้สึกคุ้นชินกับชื่อโรคนี้มานาน ประกอบกับคนในครอบครัวหรือรอบๆ ตัว ต่างเป็นโรคนี้ในจำนวนมาก สมาพันธ์เบาหวานนานาชาติได้เผยสถิติน่าตกใจว่า จำนวนผู้ป่วยโรคเบาหวานทั่วโลกปี 2558 สูงถึง 415 ล้านคน ในทุกๆ 6 วินาทีมีผู้เสียชีวิตจากโรคเบาหวาน 1 ราย และคาดการณ์ไปอีก 30 ปีข้างหน้าว่า จำนวนผู้ป่วยโรคเบาหวานจะเพิ่มสูงขึ้นจนแตะ 642 ล้านคน เห็นได้ว่าจำนวนผู้ป่วยโรคเบาหวานมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น และผู้ที่เป็นโรคนี้ส่วนหนึ่งมีสาเหตุมาจากพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะในกลุ่มวัยทำงาน ทั้งนี้สามารถลดความเสี่ยงลงได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม นอกเหนือจากผลสถิติที่ดูสูงจนน่ากลัวแล้ว สิ่งที่น่ากลัวกว่าคือผลที่ตามมา แถมยังเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผู้ป่วยเบาหวานเสียชีวิต คือ โรคแทรกซ้อนเรื้อรัง โดยที่พบบ่อย ได้แก่ เบาหวานในจอประสาทตา ทำให้จอประสาทตาเสื่อม มีเลือดออกในดวงตา และตาบอดในที่สุด เบาหวานที่ไต หากปล่อยไว้ไตจะทำงานผิดปกติและเกิดภาวะไตวาย โรคเส้นประสาทชา คนไข้จะไร้ความรู้สึกเมื่อเกิดการกระทบทางร่างกาย ทำให้เกิดบาดแผลได้ง่ายและรักษาได้ยาก เนื่องจากไม่รู้สึกต
“ไข่” เป็นอาหารสากลของคนทุกชาติ ทุกภาษา ทุกศาสนา และเป็นที่รู้กันว่าเป็นอาหารเพื่อสุขภาพ เนื่องจากอุดมไปด้วยคุณประโยชน์และมีสารอาหารที่สำคัญต่อร่างกายอย่างครบถ้วน อ.นพ.กรภัทร มยุระสาคร หน่วยอณูเวชศาสตร์ สถานส่งเสริมการวิจัย คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล บอกว่า ไข่ไก่ เป็นหนึ่งในอาหารสำหรับมวลมนุษยชาติ เป็นโปรตีนชั้นดีของเด็กที่วัยเจริญเติบโต ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอในผู้ใหญ่ และอาจจะช่วยเรื่องความทรงจำในผู้สูงวัย ที่สำคัญมีงานวิจัยจำนวนมาก โดยเฉพาะการศึกษาเรื่องการบริโภคไข่ไก่ของ Frank B.Hu และคณะ จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด สหรัฐอเมริกา ที่ทำการเก็บข้อมูลในกลุ่มคนกว่า 110,000 คน เป็นเวลากว่า 14 ปี ที่ได้ผลสรุปว่า การรับประทานไข่ไก่วันละ 1 ฟอง ไม่ส่งผลต่อระดับโคเลสเตอรอลในเลือดหรือหลอดเลือดหัวใจในระยะยาว ยกเว้นในคนที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดัน และยังมีงานวิจัยอีก 5 ฉบับที่ช่วยยืนยันได้อย่างแน่ชัดว่าในผู้ที่มีร่างกายปกติ สามารถรับประทานไข่ไก่ได้สัปดาห์ละ 6 ฟอง โดยไม่ส่งผลกระทบต่อร่างกาย ทั้งในด้านหลอดเลือดหัวใจและหลอดเลือดสมอง แต่จะมีความเสี่ยงในผู้ป่วยโรคเบาหวาน นอกจา
สำหรับผู้หญิงที่ต้องรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในทุกช่วงชีวิตแล้ว ยามอายุย่างเข้าเลข 4 ก็ยังคงต้องประสบกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ โดยเฉพาะอาการร้อนวูบวาบ เหงื่อออกตอนกลางคืน นอนไม่หลับหรือหลับยาก อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย และมักจะหลงๆ ลืมๆ เป็นสัญญาณบ่งบอกว่ากำลังล่วงเข้าสู่ ‘วัยทอง’ แล้ว สาเหตุหลักนั้น เกิดจากฮอร์โมนที่ไม่สมดุลเพราะรังไข่หยุดทำงาน ทำให้ฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนลดลง จนส่งผลถึงสุขภาพร่างกายภายนอก ซึ่งโดยปกติจะเกิดขึ้นกับผู้หญิงวัย 40-45 ปีขึ้นไป ในที่นี้สิ่งสำคัญที่จะช่วยเสริมฮอร์โมนส่วนที่ขาดไปได้คือการเลือกรับประทานอาหารที่มีสารอาหารที่ร่างกายต้องการ ซึ่งสามารถหาได้ทั่วไป เช่น น้ำเต้าหู้ ที่อุดมไปด้วยเอสโตรเจน ทั้งยังมีโฟโตเอสโตรเจนที่อยู่ในรูปของเหลว ช่วยให้ร่างกายดูดซึมไปใช้ได้อย่างรวดเร็ว น้ำมะพร้าว มีสรรพคุณช่วยขับพิษและของเสียออกจากร่างกาย อัดแน่นไปด้วยเอสโตรเจน รวมถึงสารจำพวกคอลลาเจนและอิลาสตินที่ช่วยให้ผิวเปล่งปลั่ง แครอท ที่อุดมไปด้วยสารเบต้าแคโรทีนช่วยต้านอนุมูลอิสระ นอกจากนี้ยังมีสารโฟโตเอสโตรเจน ที่มีสรรพคุณคล้ายคลึงกับเอสโตรเจนใน
เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม ที่กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก มีการอบรม เรื่อง “Herb For Men’s Health : ดูแลสุขภาพพ่อเรือนด้วยสมุนไพร” โดย ภญ.สุภาภรณ์ ปิติพร รองผู้อำนวยการ ด้านสมุนไพรและการแพทย์แผนไทย รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวว่า ธรรมชาติผู้ชายจะมีความร้อนในร่างกาย มีธาตุไฟมากกว่าผู้หญิง จึงมีความเครียดและก้าวร้าว ตามหลักการแพทย์แผนไทย ผู้ชายจึงต้องการความเย็นเข้าสู่ร่างกายมากขึ้น โดยเฉพาะการป้องกันไม่ให้เกิดลมไหลลงล่างเพราะจะทำให้ไม่สบายและเกิดความผิดปกติในร่างกาย หรือที่หมอแผนไทยมีคำกล่าวว่า ผู้ชาย ปัสสาวะห้ามขัด อุจจาระต้องถ่าย และอสุจิต้องไหล ซึ่งสมุนไพรไทยหลายชนิดสามารถนำมาใช้ในการดูแลสุขภาพของผู้ชายได้ “น้ำมันรำข้าวก็เป็นอีกตัวที่ช่วยลดความเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจได้ ยิ่งในผู้ชายมีความเสี่ยงสูง นอกจากนี้หากเลือดลมไม่ดีก็ย่อมส่งผลต่อสมรรถภาพทางเพศได้ หรือที่เรียกว่า นกเขาไม่ขัน แต่จริงๆ ภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศมาจากหลายปัจจัย และเป็นเรื่ององค์รวมของร่างกาย หากร่างกายดีสุขภาพดี เลือดลมไหลเวียนดีก็จะช่วยได้ ซึ่งน้ำมันรำขาว มีงานวิจัยยืนยันมากมายว่า ช่วยลดไขมันเลือดได้ ทั้งโคเ
เพิ่งมีโอกาสได้ลิ้มลองรสชาติของ “อินทผลัม” สด ติดใจยิ่งนัก หวานกำลังดี กรอบกร๊วมละม้ายพุทรา หอมอ่อนๆ ที่สำคัญ มีสรรพคุณดีงามร้อยแปดจริงๆ ตั้งแต่ไม่มีคอเลสเตอรอล มีไขมันต่ำ อุดมไปด้วยวิตามินเอ บี 1 บี 2 บี 16 วิตามินเค แคลเซียม เหล็ก ซัลเฟอร์ ฟอสฟอรัส แมกนีเซียม แมงกานีส ฯลฯ ยังพบสารอาหารจำพวกน้ำมันโวลาไทล์ ไฟเบอร์ และเบต้าแคโรทีน ที่ช่วยกระตุ้นระบบขับถ่าย และช่วยกำจัดสารอนุมูลอิสระในร่างกาย ป้องกันการเกิดมะเร็งอีกด้วย ที่น่าสนใจคือ คือคุณสมบัติที่ช่วยฟื้นฟูระบบเมตาบอริซึมของร่างกาย และช่วยให้เซลล์ที่ทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพสามารถฟื้นกลับมาทำงานได้ตามปกติ รวมทั้งในแง่ของการบำรุงตับอ่อนให้สามารถหลั่งอินซูลินได้ปกติ ซึ่งนี่คือ ประเด็นหลักที่นักวิจัยคาดหวังว่าในอนาคตอาจมีข้อยืนยันว่าอินทผาลัมสามารถดูแลผู้ป่วยเบาหวานได้ด้วย อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าผู้ป่วยเบาหวาน หรือผู้ที่ควบคุมน้ำตาลควรจะหันมากินอินทผลัมกันอย่างเป็นล่ำเป็นสัน แค่สามารถ “กินได้” แต่อย่ามาก รอให้มีงานวิจัยออกมาคอนเฟิร์มเสียก่อน ขณะเดียวกัน ด้วยราคากิโลละ 600-800 บาท ก็น่าจะช่วยติงให้บริโภคแต่พองามเช่นกัน ที่มา : มติชนออ
วันที่ 12 สิงหาคม 2560 รศ.นพ.นริศ กิจณรงค์ ภาควิชาจักษุวิทยา คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล กล่าวถึงกรณีที่มีการแชร์รูปและวิดีโอผ่านโซเชียลมีเดียถึงแฟชั่นใหม่ในการเอาหลอดไฟแอลอีดี (LED) มาติดบริเวณใต้ดวงตาและบนเปลือกตาเพื่อความสวยงามว่า จากที่ดูในคลิปวิดีโอจะพบว่ามี 2 แบบ คือ แบบที่ติดใต้ตาและแบบที่ติดบนเปลือกตา ซึ่งตามปกติหลอดแอลอีดีจะไม่ทำให้เกิดความร้อนมาก แบบที่ติดใต้ตาล่างนั้นอาจจะทำให้แสงเข้าตาได้ ส่วนแบบที่ติดเปลือกตาบน แสงจะไม่เข้าตา แต่อยากเรียนว่าตามปกติแสงจากหลอดไฟหรือแสงจากสิ่งต่างๆ จะมีรังสีอัลตร้าไวโอเลต ซึ่งแม้ไม่เห็นแสงก็จะมีรังสีอัลตร้าไวโอเลตเป็นคลื่นความยาวอยู่ ซึ่งเป็นอันตราย หากมีการโดนในระยะยาวจะทำให้เกิดต้อเนื้อ ต้อลม ต้อกระจก จอตาเสื่อมได้ หากติดเมื่อเป็นวัยรุ่นยังไม่เห็นผลเสียตอนนี้ แต่พออายุมากขึ้นก็จะเห็นผลเสียได้ชัดเจน และความร้อนที่เกิดขึ้นจากหลอดไฟจะทำให้น้ำตาระเหย ตาแห้ง แสบ เคืองตาได้ น้ำหนักจากหลอดไฟเองอาจจะทำให้เมื่อยล้าดวงตา นอกจากนี้ รอบดวงตาเป็นบริเวณที่ผิวบอบบางที่สุด แม้กระทั่งการทาครีมต่างๆ ก็ควรเว้นรอบดวงตาไว้ ดังนั้น การโดนความร้อนมากๆ จะทำให้ผิวเ
