Featured หลักสูตรเรียนฟรี

สาวนักวิจัย วางมือ หันทำแบรนด์ ใช้วัตถุดิบเกษตร แก้ปัญหาผิว-สิ่งแวดล้อม

สาวนักวิจัย วางมือ หันทำแบรนด์สินค้าออร์แกนิก ใช้วัตถุดิบเกษตร แก้ปัญหาผิว-สิ่งแวดล้อม

ปัจจุบัน ตลาดผลิตภัณฑ์ออร์แกนิก มีผู้เล่นรายใหม่ๆ เข้ามามากมาย อาจเพราะโควิด-19 ที่ทำให้คนหันมาใส่ใจตัวเองมากขึ้นก็ดี หรือจะเป็นความต้องการส่วนตัวอื่นๆ ซึ่ง คุณน้ำผึ้ง-ภมรรัตน์ พรรณรัตนพงศ์ วัย 36 ปี เจ้าของแบรนด์ Hug (ฮัก) เป็นอีกหนึ่งคน ที่หันมาทำธุรกิจในตลาดออร์แกนิก

คุณน้ำผึ้ง เล่าให้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ฟังว่า โดยส่วนตัวแล้ว เธอเรียนจบจากคณะวิทยาศาสตร์อาหารและโภชนาการ จาก มศว ก่อนจะเข้าทำงานเป็นนักวิจัยผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ในโรงงานแห่งหนึ่ง ทำได้ประมาณ 3 ปี ก็ตัดสินใจลาออก เพื่อมาเรียนต่อปริญญาโทเกี่ยวกับการทำธุรกิจที่ดีต่อสังคม

คุณน้ำผึ้ง เล่าต่อว่า ด้วยความที่เธออยากทำธุรกิจเป็นของตัวเองตั้งแต่สมัยเรียนที่เลือกเรียนสาขา Food Science  เพราะเห็นว่าประเทศไทย มีทั้งวัตถุดิบและสมุนไพรดีๆ หลากหลาย ที่สามารถนำมาแปรรูปเพิ่มมูลค่าได้ อีกทั้งต้องดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน จึงทำให้เห็นความสำคัญเรื่องการดูแลสุขภาพค่อนข้างมาก

“ปกติผึ้งจะมีหน้าที่พา อากง อาม่า ไปหาหมอ โดยเฉพาะหมอผิวหนังที่เป็นการรักษาระยะยาวที่ต้องเสียทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายจำนวนมาก เนื่องจากพออายุมากทำให้การรักษาได้ยากขึ้น และบางครั้งไม่สามารถย้อนเวลากลับไปแก้ไขที่ต้นเหตุได้แล้ว”

“เลยทำให้คิดได้ว่าเราควรดูแลสุขภาพตัวเองตั้งแต่ตอนที่เรายังแข็งแรงอยู่ ไม่ต้องรอให้อายุเยอะหรือมีอาการป่วยก่อน แล้วตอนนี้ที่ร่างกายเรายังปกติดีอยู่ เราจะดูแลสุขภาพได้อย่างไร? ก็เลยกลับมาดูการใช้ชีวิตประจำวัน ทั้งเรื่อง อาหาร รวมทั้งของที่เราใช้ในทุกๆ วัน สิ่งที่เรารับเข้าไปในร่างกายทั้งภายในและภายนอกส่งผลต่อสุขภาพของเราทั้งหมด” คุณน้ำผึ้ง เล่า

เธอเล่าต่อว่า การจะหาผลิตภัณฑ์บำรุงผิวมาใช้ แม้แต่สบู่เหลวหรือครีมที่โรงพยาบาลจัดให้ บางครั้งผลิตภัณฑ์หลายๆ ตัวก็ยังทำให้เกิดอาการแพ้ คุณน้ำผึ้งเลยหาข้อมูล รวมถึงหาผลิตภัณฑ์มาให้ที่บ้านลองใช้ แต่เมื่อศึกษาดูข้อมูลส่วนประกอบด้านหลังขวด บางครั้งยังเห็นว่ามีสารเคมีที่ทำให้เกิดอาการแพ้

เช่น สารที่ทำให้เกิดฟอง SLS (Sodium Lauryl Sulfate), สารกันเสียพาราเบน (Paraben) และสารซิลิโคน (Silicone) ซึ่งเมื่อ 8 ปีที่แล้วในไทย แทบจะยังไม่มีสินค้าที่เบสเป็นสูตรอ่อนโยน หลีกเลี่ยงสารเคมีที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพผิวในระยะยาว คุณน้ำผึ้งจึงตัดสินใจพัฒนาผลิตภัณฑ์เอง จนได้เริ่มเป็นธุรกิจแบรนด์ Hug ขึ้น

โดยเธอเริ่มสร้างสรรค์และพัฒนาผลิตภัณฑ์บำรุงผิวสูตรอ่อนโยน หลีกเลี่ยงการใช้สารเคมี และให้ความสำคัญกับการคัดสรรวัตถุดิบที่ปลูกด้วยวิถีเกษตรอินทรีย์ เพื่อให้ได้กลิ่นที่เป็นธรรมชาติและสารสำคัญที่มีประโยชน์ในการบำรุงผิวอย่างแท้จริง

“ด้วยความที่ผึ้งอยู่ในครอบครัวใหญ่ ปัญหาที่เราเห็นคือเรื่อง ขยะ ที่มีเยอะตามจำนวนคน ขยะส่วนใหญ่ก็มาจากของที่ใช้ในชีวิตประจำวัน มันเลยตอกย้ำความคิดที่ว่า สิ่งที่เราใช้ในชีวิตทุกๆ วันนี่แหละที่ส่งผลต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมของเรา”

“ในฐานะที่เป็นผู้ผลิต เราก็อยากทำธุรกิจที่มีความรับผิดชอบต่อทั้งผู้บริโภค สังคม และสิ่งแวดล้อม เลยตั้งใจพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่หลีกเลี่ยงการใช้สารเคมี ผลิตจากส่วนผสมธรรมชาติที่ใกล้เคียง 100% ให้ได้มากที่สุด รวมทั้งเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่ช่วยลดขยะหรือส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด เพื่อเป็นการตอบแทนธรรมชาติที่ได้มอบสิ่งดีๆ ให้กับเรา เหมือนกับที่มาของแบรนด์ Hug หมายถึง การกอด ที่เราเชื่อว่า เป็นการแสดงความรักที่ดีที่สุดเพราะเราเป็นได้ทั้งผู้ให้และผู้รับในเวลาเดียวกัน” เจ้าของแบรนด์ กล่าว

สินค้าของแบรนด์ ฮัก มีหลากหลาย ตั้งแต่ แชมพู สบู่เหลว โลชั่น ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดบ้านที่ผลิตจากผลไม้ไทย รวมถึงแอลกอฮอล์ สเปรย์ ที่เข้าคู่กับสถานการณ์ในยุคโควิด-19 ระบาด ก็มีเหมือนกัน

“การพัฒนาสินค้า เราไม่ได้ทำตามกระแสหรือคิดแค่ว่าจะทำเพื่อขาย แต่เราคิดไปถึงว่า ทุกส่วนทุกขั้นตอนที่เราทุ่มเทแรงกายแรงใจลงไป ต้องทำแล้วเกิดประโยชน์กับทุกฝ่ายให้ได้มากที่สุดตั้งแต่ลูกค้า ทำยังไงที่สินค้าของเราจะช่วยแก้ปัญหาผิวของลูกค้าได้จริง ดีต่อสุขภาพผิวเมื่อใช้ในระยะยาว และเราพยายามสื่อสารกับลูกค้าอย่างจริงใจให้ได้มากที่สุด ด้วยการบอกข้อมูลส่วนประกอบสินค้าอย่างละเอียด เพื่อให้ลูกค้าได้มีข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจ”

“ในส่วนของวัตถุดิบ ทำยังไงเราถึงจะมีส่วนช่วยสนับสนุนวัตถุดิบออร์แกนิกของไทยจากเกษตรกรไทย อย่างสินค้าสูตรข้าว น้ำผึ้งใช้ข้าวหอมมะลิสุรินทร์ออร์แกนิก เพราะเป็นข้าวที่ปลูกในพื้นที่ที่ดีที่สุดแหล่งหนึ่งของไทยที่ได้มาตรฐาน GI โดยรับซื้อจากเกษตรกรที่ทำเกษตรอินทรีย์โดยตรง และที่เลือกใช้ข้าวเพราะคนไทยผูกพันกับข้าวมากที่สุด เราทานข้าวเป็นหลักทุกวัน ผิวก็ต้องการสารอาหารจากข้าวทุกวันเหมือนกัน ฉะนั้นเวลาคิดพัฒนาสินค้าใหม่ น้ำผึ้งจะคิดตั้งแต่ต้นทางซึ่งก็คือวัตถุดิบที่ใช้ ไปจนถึงปลายทางของบรรจุภัณฑ์หลังจากลูกค้าใช้สินค้าเสร็จ ทำยังไงที่จะทั้งเราในฐานะผู้ผลิตและผู้บริโภคจะช่วยกันลดขยะให้ได้มากที่สุด”

เมื่อ 2 ปีที่แล้ว แบรนด์ Hug จึงเริ่มมีการทำจุดรีฟิลให้เติมสินค้า โดยสามารถนำขวดเก่าที่มีอยู่ (ไม่จำเป็นต้องเป็นขวดของแบรนด์ Hug)  มาเติม สบู่เหลว แชมพู โลชั่น หรือน้ำยาทำความสะอาดบ้าน ได้ในราคาสินค้าที่ถูกลง 15% จากราคาสินค้าปกติที่มีบรรจุภัณฑ์

“ผลตอบรับในส่วนของการรีฟิลเป็นไปในทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆ นะคะ แต่ช่วงโควิด ก็อาจจะทำให้ยอดขายหน้าร้านดร็อปลงมาเหมือนกัน แต่ก็ได้ยอดขายจากทางออนไลน์เข้ามาทดแทน ซึ่งก็จะมีช่องทาง KTC U SHOP ที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการและสินค้าของคนไทยให้เป็นที่รู้จักและถูกจำหน่ายมากยิ่งขึ้น ผ่านเว็บไซต์ www.ktc.co.th/ushop และ Line@ KTCUSHOP ที่เข้ามาช่วยเรื่อง การตลาด ช่องทางการขาย โดยการซื้อสินค้าผ่านบัตรเครดิต KTC ผ่าน KTC U SHOP ก็ยังสร้างความสะดวกให้กับผู้บริโภค กับบริการผ่อนชำระ หรือสิทธิประโยชน์เรื่องการใช้คะแนน KTC FOREVER แลกเป็นส่วนลดแล้ว ก็จัดส่งสินค้าถึงผู้รับถึงบ้านได้โดยตรงเลยก็ทำให้ธุรกิจไม่ได้รับผลกระทบหนักนัก” เจ้าของแบรนด์ ทิ้งท้ายไว้แบบนั้น

สินค้าของแบรนด์ ฮัก สามารถหาซื้อได้ที่ร้านสุขภาพเลมอนฟาร์ม, Dear Tummy ไอคอนสยาม และมีจุดรีฟิลสินค้าที่สยามดิสคัฟเวอรี่โซน Ecotopia ชั้น 3, ท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ตโซน Healthiful ร้านรีฟิลอื่นๆและช่องทางออนไลน์ สนใจสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก Hug Organic หรือ Line : @hugorganic

 

 

 

 

 

 

Related Posts

อยากเห็นทั้งย่านโตไปด้วยกัน แนวคิดของ “โรงแรมอลิซาเบธ” ใช้คอนเทนต์พาคนรู้จักของดีรอบย่าน 
The Coffee Academïcs Thailand จับมือ Mr.P ร่วมสร้างสรรค์ Art Space สุดขี้เล่น สาขา Kingsquare
เบิกเงินเดือนล่วงหน้า มาปั้นแบรนด์เสื้อผ้าจากความชอบ 14 ปี ต่อมา กลายเป็นแบรนด์ที่ จีซู BLACKPINK เลือกใส่
เริ่มต้นที่สิงคโปร์ เติบโตที่ไทย! รู้จัก 'Antidotes' น้ำหอมแบรนด์ไทย สร้างกลิ่นฮีลใจและดีไซน์ที่แตกต่าง ยอดขายทะลุหลักร้อยล้าน