แอน จักรพงษ์ นักธุรกิจข้ามเพศพันล้าน ประกาศบริจาค น้ำ-อาหาร 1 ล้านชุด เป็นเวลา 5 เดือน ให้แพทย์และผู้ป่วยโควิด
แอน จักรพงษ์ นักธุรกิจข้ามเพศชื่อดัง โพสต์ข้อความผ่าน อินสตาแกรมส่วนตัว annejkn.official ประกาศช่วยเหลือบุคลากรทางการแพทย์และผู้ป่วยโควิด-19 โดยการบริจาคอาหาร น้ำ และขนม จำนวน 1 ล้านชุด ตลอดระยะเวลา 5 เดือน โดยระบุว่า

Latest Posts
“ถ้าจะให้เจ๊เล่าย้อนไปถึงตอนเมื่อก่อนเลยนะ โอ้โห… ยิ่งกว่าติดลบอีกอะ เวลานอนคือนอนไม่หลับเลย มันมีความรู้สึกว่า โห ทำไมกูทุกข์ขนาดนี้วะ กินข้าวนะก็กินไม่ได้ กินแล้วต้องดันชามข้าวออกไป มันเครียดจนต้องไปหาหมอ นอนกอดความทุกข์ไว้ข้างเตียง แล้วก็ตั้งคำถามกับตัวเองว่า จะทำยังไงให้ความทุกข์ตัวนี้มันหลุดไปได้” คำบอกเล่าของ เจ๊จง-จงใจ กิจแสวง หญิงแกร่งผู้สร้างอาณาจักร “หมูทอดเจ๊จง” ร้านขวัญใจมหาชนที่มีขยายไปแล้วกว่า 29 สาขาในปัจจุบัน ชีวิตเจ๊จงไม่ได้เริ่มจากศูนย์ แต่เริ่มจาก “ติดลบ” หนี้สินรอบทิศ ถูกเจ้าหนี้ขนข้าวของออกไปหมดบ้าน แต่วันนี้กลายเป็นตัวอย่างของนักสู้ผู้ไม่ยอมแพ้ และมีบทเรียนชีวิตราคาแพงที่ซ่อนอยู่หลังจานข้าวหมูทอดราคาประหยัดชามนี้ ประสบการณ์ชีวิต…ติดลบ ชีวิตในวัยเด็กของเจ๊จงไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ พ่อมีอาชีพขับรถแท็กซี่ หาเช้ากินค่ำ วันไหนพ่อหาเงินได้ เจ๊จงถึงจะได้เงินไปโรงเรียน วันไหนหาไม่ได้ก็ต้องหยุดเรียน แม้ว่าเจ๊จงจะเป็นเด็กเรียนเก่ง แต่ด้วยความจำเป็นด้วยฐานะทางบ้าน ทำให้หลังจบ ป.6 เจ๊จงต้องออกมาทำงานหาเงิน ขณะที่น้องชายทั้ง 3 คนได้รับโอกาสให้เรียนหนังสือต่อ ทำให้เกิดความรู้สึ
ทุนนิยมในยุคนี้จำเป็นต้องมี “หัวใจ” ถ้าหากต้องการที่จะอยู่อย่างสง่าผ่าเผย ยาวนาน และยั่งยืน แต่การมี “หัวใจ” นั้น คงไม่ได้หมายเพียงแค่การทำ ซีเอสอาร์ หรือการบริจาคข้าวของ เงินทอง เพราะหากจะทำอะไรให้ยั่งยืน สิ่งที่ทำนั้นจะต้องยึดหลักตามสุภาษิตที่ได้ยกมาข้างบน คือไม่ได้ให้เปล่าในแบบที่ผู้รับจะต้องรอเป็นผู้รับอยู่ตลอดไป เพราะ”ปลา” หนึ่งตัวอาจจะช่วยประทังหิวไปได้เพียงแค่ชั่วครั้งชั่วคราว แต่หากเป็นการให้ความรู้ หรือสอน “วิธีการตกปลา” ผู้รับก็จะไม่ต้องมาแบมือรอขอปลา แต่สามารถลุกออกไปจับปลาด้วยตัวเอง และจะไม่มีวันหิวอีกต่อไป หนึ่งในนักธุรกิจไทยที่มองภาพนี้ออกได้อย่างเฉียบขาดและแหลมคมคือ นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโสเครือเจริญโภคภัณฑ์ เจ้าของทฤษฎี “สามประโยชน์” ธนินท์กล่าวว่า “สามประโยชน์” ในความหมายของเขาคือ การทำกิจการได้ก็ตาม จะต้องเกิดประโยชน์ต่อทั้งสามฝ่าย ได้แก่ ประเทศ และประชาชนของประเทศนั้นๆก่อน แล้วประโยชน์ของบริษัทจึงตามมาทีหลัง โครงการเลี้ยงไก่ไข่ 3 ล้านตัวที่ เมืองผิงกู่ สาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นหนึ่งในตัวอย่างของ โครงการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่ยึดอยู่บนหลักสามประโยชน์ โดยซีพี
ประเทศไทยอยู่ในเขตร้อนชื้น จึงปรากฏพืชพรรณหลายชนิดที่สามารถงอกเจริญเติบโตได้เองตามธรรมชาติ แม้แต่พืชไม้เลื้อยอย่าง “อัญชัน” ที่แผ่ปกคลุมชูช่อน้ำเงินอิ่มน้ำฝนรับแดดยามเช้า ยังคงเป็นภาพคุ้นตาของทุกบ้านที่ไม่ปล่อยให้อัญชันเป็นเพียงวัชพืช แต่เป็นแหล่งอาหารที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม ไม่เพียงให้ความสวยงามตามสีสันเดิม แต่ยังคงความมหัศจรรย์เรียกความสนใจได้เหมือนต้องมนต์ จากการเปลี่ยนสีได้เองเป็นม่วงแดง เพียงเสกด้วยน้ำมะนาว รองศาสตราจารย์ ดร.ธัญญ์นลิน วิญญูประสิทธิ์ อาจารย์นักวิจัยจากสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล คือนวัตกรผู้สร้างสรรค์ “ฟิล์มอัญชันถนอมอาหาร” โดยใช้ประโยชน์จากความลับของธรรมชาติ ด้วยปรากฏการณ์การเปลี่ยนสีของดอกอัญชันที่ทำให้เกิด “แอนโธไซยานิน” (Anthocyanin) หรือสารสีม่วงแดงที่อุดมไปด้วยคุณสมบัติซึ่งสามารถนำไปต่อยอดเป็นบรรจุภัณฑ์อาหารอัจฉริยะ โดยเปลี่ยนเป็นสีเขียวให้สังเกตได้โดยง่าย เมื่ออาหารประเภทเนื้อสัตว์ที่อยู่ในบรรจุภัณฑ์เริ่มเสื่อมสภาพปล่อยก๊าซแอมโมเนียออกมาทำปฏิกิริยากับบรรจุภัณฑ์ที่ออกแบบไว้ด้วยกรรมวิธีพิเศษ “อิมัลชันเชิงซ้อน (Double emulsion) ในเจลาตินฟิล์ม” ลดความสูญเสียใ
ยุคสมัยข้าวยากหมากแพง ผู้คนส่วนหนึ่งเลือกหันหลังให้เมืองใหญ่ กลับถิ่นฐานบ้านเกิด หาประกอบอาชีพเลี้ยงปากท้อง บางส่วนถ้าไม่เปิดร้านขายของเล็กๆ ก็เลือกเป็นเกษตรกร ฝากความหวังไว้กับผืนดิน สายน้ำ และท้องฟ้า ซึ่งสิ่งหนึ่งที่จะทำให้การเลือกเดินบนเส้นทางสายเกษตร ประสบความสำเร็จได้ คือความรู้ เพราะมีบางคนที่เลือกเป็นนายตัวเอง แต่ยังขาดความรู้ ต้องล้มเหลวกลับเข้ามาขายแรงในเมือง การปลูกมะนาว ที่สวนมะนาวย่านภาษีเจริญของ ลุงจำรัส คูหเจริญ อดีตข้าราชการวัย 74 ปี เจ้าของสวนมะนาวลุงจำรัส ที่ปลูกมะนาวจนประสบความสำเร็จ และยังสามารถเพาะพันธุ์มะนาวได้ด้วยตัวเอง เพื่อให้ผู้ที่สนใจนำความรู้ไปต่อยอดต่อไป ลุงจำรัส เริ่มเล่าว่า มีพื้นเพมาจากครอบครัวชาวสวน อาศัยอยู่ในเขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ มานานแล้ว เรียกว่าทำสวนเป็นอาชีพหลักมาตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ ส่วนตนสนใจปลูกกล้วยไม้เป็นอาชีพ ตามคำแนะนำของ ศ.ระพี สาคริก บิดาแห่งกล้วยไทย ตอนนั้นทำสวนกล้วยไม้ได้ประมาณ 8 ปี จึงสอบชิงทุนไปเรียนต่อที่ประเทศญี่ปุ่นได้ ช่วงประมาณปี 2506 ไปเรียนประมาณ 5 ปีครึ่ง ด้านวิศวกร ควบคู่สาขาการเกษตร ช่วงนั้นต้องให้เเม่ดูเเลต้นไม้เพียงลำพัง หลัง
