เคล็ดลับความสำเร็จ “ไอซ์ พาดี้” จากครีเอเตอร์ยุคบุกเบิก สู่เจ้าของแบรนด์ ใช้ความเป็นตัวตน ปั้นยอดขายโตแบบก้าวกระโดด
“การสร้างแบรนด์ เหมือนการสร้างตัวตนเป็นครีเอเตอร์ เพราะต้องรู้จุดเด่นว่าแบรนด์ของเรา เด่นเรื่องอะไร ใครเป็นคนที่ติดตาม และเป็นลูกค้าของเรา จะคล้ายๆ กับตอนที่เป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์อยู่ดี”
เรื่องราวสุดประทับใจในวันนี้ เป็นเรื่องราวของ คุณไอซ์-ภาวิดา ชิตเตชะ ครีเอเตอร์คุณแม่ลูกสองสุดน่ารัก เจ้าของช่อง ICEPADIE และเป็นเจ้าของธุรกิจ HAPPY SUNDAY, Hello Icecream Production และผลิตภัณฑ์สกินแคร์ Mignone กับเส้นทางความสำเร็จในการเป็นครีเอเตอร์ยุคบุกเบิก จนต่อยอดเป็นเจ้าของธุรกิจหลักล้านในทุกวันนี้

จุดเริ่มต้นของการเป็นไอซ์ พาดี้ ครีเอเตอร์ยุคบุกเบิก
ย้อนไปเมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว จุดเริ่มต้นของการเป็นไอซ์ พาดี้ จริงๆ คือ เราก็เป็นเด็กสาวคนหนึ่งที่ชอบในการแต่งตัว แต่งหน้า แล้วในช่วงเวลานั้น ยูทูบกำลังเข้ามาพอดี เพื่อนๆ ก็สนับสนุนให้ทำช่อง จากนั้นก็เริ่มอัดคลิปลงในสื่อโซเชียลมีเดีย เรียกได้ว่าเป็นครีเอเตอร์ยุคบุกเบิก เพราะตอนนั้นยูทูบถือว่าเป็นแพลตฟอร์มแรกเริ่มมากๆ
แต่ทว่า ด้วยที่เธอนั้นอยู่ในวงการครีเอเตอร์มายาวนาน จึงทำให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงในเรื่องของการทำคอนเทนต์ในยุคนั้น ที่ต่างไปจากยุคนี้อย่างมาก เธอเล่าว่า
“ย้อนไปเมื่อ 10 ปีที่แล้ว การทำยูทูบหรือการรีวิวของ มันไม่ได้มองว่าจะต้องยึดเป็นอาชีพ เพราะผู้ใหญ่ อากง อาม่า ไม่เข้าใจเลยว่าเรากำลังทำอะไร มันดูแปลกสุดๆ เพราะไม่ใช่พนักงานที่ได้เงินเดือน แต่สิ่งนี้มันเกิดจากความรัก ความชอบของเราในการรีวิวนู่น รีวิวนี่ โดยที่ไม่รู้ว่าจะสร้างรายได้ให้เราได้หรือเปล่าด้วยซ้ำ
ตอนแรกทำเป็นอาชีพเสริม ประมาณว่าลองทำดู ตอนนี้มันจะมีชื่ออาชีพครีเอเตอร์ ฉันทำสิ่งนี้ด้วยความมั่นใจ แต่ตอนนั้นมันไม่ใช่”
ด้วยความชอบที่มีต่อการรีวิว จึงหยิบเอาสิ่งที่เชี่ยวชาญและคิดว่าตนเองทำได้มาแชร์ประสบการณ์ให้กับคนดู นั่นคือ การเลือกมาทำเป็นครีเอเตอร์เกี่ยวกับวงการความงาม

ปัจจุบันเรียกได้ว่าเป็นยุคที่ครีเอเตอร์ล้นเมือง สำหรับเธอแล้ว ก็ไม่ได้หวั่นใจอะไรกับสถานการณ์นี้ แต่ทุกอาชีพจะต้องมีการปรับตัว เข้าใจสิ่งนี้ได้อย่างถ่องแท้ หากไม่เข้าใจก็จะดูเป็นเต่าล้านปีทันที เราไม่อยากเป็นคนนั้น ดังนั้น จึงต้องปรับตัวเพื่อให้เข้ากับสังคมมากขึ้น
คุณสมบัติที่คิดว่าครีเอเตอร์พึงจะต้องมีเลยคือ ต้องมีความเป็นตัวของตัวเอง ในที่นี้อาจจะต้องเป็นจุดเด่นอะไรสักอย่าง เช่น การพูดที่น่าฟัง เป็นคนที่มีความรู้ทางด้านนั้นมากๆ หรือเป็นคนที่ดูน่าเชื่อถือ สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ครีเอเตอร์จะต้องมี เพราะจะทำให้ผู้ติดตามมีเหตุและผลที่จะติดตามคนคนนี้
อาชีพครีเอเตอร์ “ให้ทุกอย่าง”
สำหรับอาชีพครีเอเตอร์ที่เธอยึดมาเป็นอาชีพหลักมากกว่า 10 ปี ให้อะไรบ้าง โดยเธอตอบกลับมาทันทีว่า “ให้ทุกอย่าง”
“คำว่าให้ทุกอย่างในที่นี้ หมายถึง เป็นการหล่อหลอมตัวตนในทุกวันนี้ด้วย เส้นทางไม่ได้โรยไปด้วยกลีบกุหลาบ มันจะต้องมีวันที่เลิศ วันที่ล้ม วันที่ดี และวันที่ไม่ดี แต่ในการเป็นครีเอเตอร์มันก็ทำให้เรียนรู้ได้ว่าวันที่เราล้ม หรือวันที่เราพลาด เราต้องแก้ไขมันอย่างไร คำว่าครีเอเอตร์มันให้ทั้งอาชีพ ให้ทั้งบ้าน ให้ทั้งรถ แต่สิ่งที่มีค่ามากที่สุดคือ ประสบการณ์” คุณไอซ์ เล่า
จากประสบการณ์ด้านครีเอเตอร์ ส่งต่อไปยังธุรกิจสไตล์ ไอซ์ พาดี้
จากการสั่งสมประสบการณ์ในการเป็นบิวตี้บล็อกเกอร์มามากกว่า 10 ปี คุณไอซ์ได้นำประสบการณ์มาปรับใช้และต่อยอดในการทำธุรกิจ
จริงๆ ตอนที่ตัดสินใจทำธุรกิจ มีแนวคิดเหมือนๆ กับการเป็นครีเอเตอร์เลยคือ ลองทำดู เพราะเราชอบ ด้วยที่อยู่กับเครื่องสำอางมาเยอะมากๆ จึงมองเห็นว่ายังมีช่องว่างทางธุรกิจอยู่ เพราะในยุคนั้นมีความเชื่อว่า ของดีต้องสีดำ สีทอง และสีเงิน แล้วสีสันสดใสจะเป็นของดีๆ ไม่ได้หรือ เลยเห็นว่ามีตลาดตรงนี้อยู่ เลยทำเป็นแบรนด์ HAPPY SUNDAY ขึ้นมา
สำหรับแบรนด์ HAPPY SUNDAY สิ่งที่ขายดีเป็นอันดับต้นๆ เลยคือ ชุดนอน กระดาษซับมัน รวมถึงคอสเมติก เพราะถ้าจะให้นิยามคำว่า HAPPY SUNDAY สิ่งสิ่งนี้คือ แบรนด์ที่ขายของสดใส ทำให้คนใช้แล้วรู้สึกสดใสขึ้นทุกวัน
“Make everyday your happy sunday อยากให้ทุกคนที่หยิบ HAPPY SUNDAY มาใช้ รู้สึกมีความสุขในวันนั้นๆ”

เทรนด์ธุรกิจความงามของคนไทยในปัจจุบัน ธุรกิจในด้านนี้ต้องปรับตัวอย่างไรให้ตอบโจทย์กับผู้บริโภคมากขึ้น
ต้องเรียกว่า ไทยบิวตี้ กำลังมาแรงมากๆ เทียบในยุคก่อนๆ K beauty มาแรงมาก อะไรก็ต้องเกาหลี เพราะมีความรู้สึว่าเลิศมาก แต่ตอนนี้กลายเป็นว่า ไทยบิวตี้มาแรง พอมันเริ่มมีตลาดที่ทำสินค้ามาแข่งขันกัน กลายเป็นว่าทุกแบรนด์จะต้องใส่ใจเรื่องคุณภาพ และต้องตอบโจทย์ความเป็นไทยในทุกมิติ
“สุดท้ายแล้ว ให้ทำของให้มีคุณภาพออกมา และรักษาไว้ เพราะตอนนี้ใครๆ ก็สามารถทำแบรนด์ได้ แต่ไม่ใช่ทุกแบรนด์ที่ทำมาแล้วจะประสบความสำเร็จ” คุณไอซ์ กล่าว
นอกจากเรื่องของการวางกลยุทธ์แล้ว ช่องทางจำหน่ายก็เป็นเรื่องที่สำคัญในการเพิ่มยอดขาย โดยทางแบรนด์ HAPPY SUNDAY มีช่องทางวางจำหน่ายหลายแพลตฟอร์ม แต่ทางคุณไอซ์ เผยว่า วางขายผ่านทาง Shopee ยอดขายโตมากที่สุด

“ยอดขายผ่าน Shopee Live ได้ 4 ล้านบาทภายใน 2 ชั่วโมง 10 ล้านบาทภายใน 1 เดือน ยอดขาย 9 เดือนแรกของปี 2024 โตขึ้นราว 2 เท่า เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2023 และแบรนด์สามารถทำสถิติขายเสื้อผ้าใน Disney Collection ได้มากถึง 2,300 ออร์เดอร์ ในเวลาเพียง 2 ชั่วโมง

การไลฟ์มีผลในการเพิ่มรายได้ เพราะค้นพบว่า คนชอบดูการไลฟ์ เหมือนได้ไปเดินตลาด ได้เห็นสินค้าจริงๆ แต่ไม่ใช่แค่เรื่องการไลฟ์อย่างเดียว แพลตฟอร์มก็ยังเป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้ยอดขายโตขึ้น อย่าง Shopee ก็จะมีโค้ดต่างๆ เข้ามาซัพพอร์ต ทำให้การขายสินค้าและการซื้อสินค้ามีความสนุกขึ้น” คุณไอซ์ กล่าว

เป็นคนมีชื่อเสียง ทำให้ผู้บริโภคไว้ใจและอยากใช้สินค้า
ด้วยที่คุณไอซ์เองก็เป็นคนที่มีชื่อเสียงในระดับหนึ่ง มีผู้ติดตามบนอินสตาแกรมที่ใช้ชื่อว่า icepadie 4 แสนกว่าคน อาจทำให้เป็นข้อดีอย่างหนึ่งที่ช่วยให้ลูกค้าเปิดใจที่จะซื้อสินค้ามากขึ้น โดยทางคุณไอซ์ ได้พูดเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า
“ใช่ ในครั้งแรก ในประตูบานแรกที่เปิดใจ เพราะเราจะใช้ตัวเองในการโปรโมต รีวิวให้ฟังว่าเป็นอย่างไร เพราะพี่เป็นครีเอเตอร์ด้านนี้มา คนก็เชื่อถือ และรับรู้ได้ว่าเราจริงใจ แต่ต่อมาโปรดักต์ที่ดี สินค้ามีคุณภาพ ก็จะเป็นตัวเปิดใจให้เขาไปใช้ต่อ”
คุณไอซ์ เล่าถึง Key Success ทั้งการเป็นครีเอเตอร์และการสร้างแบรนด์ว่า “ความจริงใจ ความสม่ำเสมอ และมีคุณภาพ” ทั้งหมดนี้ใช้ได้ทั้งการเป็นครีเอเตอร์และการสร้างแบรนด์ เพราะที่เธออยู่ได้ก็เพราะ 3 อย่างนี้ ที่จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นและเข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างสนิทใจ
เมื่อผู้บริโภคเปิดใจมากขึ้น และช่องทางการขายก็ตอบโจทย์ จึงทำให้ยอดการขายสูงขึ้นเรื่อยๆ แต่นอกจากเรื่องของการใส่ใจในเรื่องของคุณภาพสินค้าแล้ว ทีมงานก็เป็นอีกหนึ่งแรงที่ขาดไม่ได้ เสมือนฟันเฟืองที่จะช่วยขับเคลื่อนให้ธุรกิจดำเนินต่อไปได้อย่างคล่องตัว
“คนมักจะพูดว่า การบริหารคนเป็นสิ่งที่ยากที่สุด แต่ทีมพี่ ไม่เคยมีคนไหนรู้สึก Toxic ในการทำงาน ซึ่งองค์กรของพี่จะคุยกัน มีปัญหาตรงไหนมาคุยกัน สร้างบรรยากาศในการทำงานให้เป็นสิ่งที่เราอยากทำ เราเข้าใจอินเนอร์ของพนักงานทุกๆ รูปแบบ เข้าอกเข้าใจทุกคน พี่เชื่อว่า Energy ดีๆ มันส่งถึงกันได้” เธอกล่าว
โดยทางคุณไอซ์เองก็ใส่ใจในเรื่องคุณภาพทีมงาน ซึ่งจะมีวิธีในการบริหารคนอย่างเข้าอกเข้าใจ และพยายามให้พนักงานทุกคนไม่รู้สึกว่างานล้นมือ มีความสุขในการทำงาน และทำให้เห็นภาพที่ตรงกัน เพราะหากมีเป้าหมายเดียวกัน ก็จะพากันเดินไปในทางเดียวกัน เพราะบางคนยังไม่รู้ว่าตัวเองสำคัญตรงไหน ก็จะทำงานไปวันๆ
คำถามสุดท้ายที่เราได้เอ่ยกับคุณไอซ์คือ มีแพลนที่จะแขวนนวมหรือไม่ เพราะปัจจุบันเธอเองก็มีธุรกิจมารองรับหลายธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็น HAPPY SUNDAY, Hello Icecream Production หรือผลิตภัณฑ์สกินแคร์ Mignone แต่เมื่อเธอได้ยินคำถามนี้ก็นึกคิดไปสักครู่ แล้วก็ตอบกลับด้วยน้ำเสียงตลกขบขันผสมอยู่กับความจริงจังว่า
“จริงๆ เคยมีแนวคิดที่จะแขวนนวมนะ เป้าหมายสูงสุดคืออยากมีลูก พี่รู้สึกว่าพี่มีแบรนด์เพื่อซัพพอร์ตว่าในวันหนึ่งให้แบรนด์ทำงานของมันไป แล้วจะอยู่บ้านเลี้ยงลูกเฉยๆ เข้าใจว่าเป็นอย่างนั้น แต่จริงๆ แล้ว มันไม่ใช่เลย เพราะสิ่งที่ทำมันเป็นตัวเราจริงๆ แล้วมันก็เป็นความสุขของพี่ด้วย”

สุดท้ายนี้ คุณไอซ์ ได้พูดถึงความภูมิใจตั้งแต่ก้าวแรกจนมาถึงวันนี้ว่า ในทุกอย่างที่ไอซ์ลงมือทำลงมือสร้างมันขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นการสร้างตัวตนหรือสร้างแบรนด์ก็ตาม ไอซ์ทำโดยไม่ได้เสียความเป็นตัวตนของตัวเองไปเลย รวมถึงกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบสินค้าและแฟนคลับที่คอยติดตามกันมาตลอด ทั้งหมดนี้คือความสำเร็จในมุมของไอซ์แล้ว อยากฝากถึงคนที่มีความตั้งใจอยากเริ่มต้นการทำธุรกิจหรือเริ่มเส้นทางของการเป็นครีเอเตอร์หรือ Beauty Blogger ลองลงมือทำเลย “เริ่มก่อนพร้อม เพราะถ้ารอพร้อมจะไม่ได้เริ่ม” และถ้าไม่สำเร็จก็กลับมาเริ่มใหม่ ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคน
