Featured หลักสูตรเรียนฟรี

ถอดสูตรสำเร็จ “สุกี้พรศิริ” ปั้นร้านสตรีตฟู้ดให้เป็นไวรัล จนพารากอนชวนออกบูธ

ถอดสูตรสำเร็จ “สุกี้พรศิริ” ปั้นร้านสตรีตฟู้ดให้เป็นไวรัล จนพารากอนชวนออกบูธ

สุกี้ เมนูตามสั่งสุดโปรดของใครหลายคน ปฏิเสธไม่ได้ว่าชั่วโมงนี้กำลังเป็นเมนูไวรัล จากกระแสของร้านดัง หนึ่งในนั้นคือ “สุกี้พรศิริ” ร้านสตรีตฟู้ดย่านอารีย์ ที่มีเจ้าของเดียวกับร้านอาหารแคชชวลไฟน์ไดนิง Flat Marble และ Flat Tabel

โดยสุกี้พรศิริเปิดให้บริการแค่วันเสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่ 3 ทุ่ม ถึงเที่ยงคืน แต่กลับได้รับความนิยมมากๆ จากบรรดาลูกค้า มีคิวยาวพีกสุดถึง 130 คิว ล่าสุดยังได้ไปออกบูธถึงพารากอน ห้างดังใจกลางกรุง เป็นการเติบโตท่ามกลางข้อจำกัดได้อย่างไม่น่าเชื่อ

สูตรสำเร็จของร้านนี้คืออะไร เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาไปหาคำตอบ

1. เลือกทำเลให้เหมาะสม

สิ่งแรกที่น่าสนใจคือการเลือกทำเล เชฟอั้ม-พีชญา สุขวิบูลย์ กับเพื่อนเปิดร้านอาหาร Flat Marble และ Flat Table อยู่บริเวณพรศิริอพาร์ตเมนต์ ซึ่งพื้นที่นี้เปรียบเสมือนจุดเริ่มต้นของเชฟอั้มและเพื่อนๆ เมื่อมีไอเดียเปิดร้านสุกี้จึงเลือกทำเลนี้ ซึ่งเจ้าของอพาร์ตเมนต์ก็ยินดีให้ใช้พื้นที่ลานจอดรถได้ 

แต่ก็มีข้อจำกัด เพราะลานจอดรถจะว่างช่วง 3 ทุ่ม และเชฟอั้มกับเพื่อนทำร้านอาหารวันจันทร์ถึงวันศุกร์ จึงสามารถเปิดร้านได้เฉพาะวันเสาร์และวันอาทิตย์ ตั้งแต่ 3 ทุ่ม ถึงเที่ยงคืน 

โดยสุกี้พรศิริใช้ทีมพนักงานและที่เก็บของร่วมกับร้าน Flat Marble และ Flat Table แต่มีการแยกระบบกันชัดเจน จึงสามารถควบคุมคอสต์ และเปิดร้านสุกี้ที่มีเวลาขายเพียงสัปดาห์ละ 6 ชั่วโมงได้อย่างที่เห็น

2. เลือกเมนูให้ตอบโจทย์

ความตั้งใจแรกของเชฟอั้มกับเพื่อน คือการต่อยอดขาย “ซอสมาสเตอร์” ที่คิดโดยเชฟหญิงสิตา หนึ่งในเจ้าของร้าน Flat Marble, Flat Table และสุกี้พรศิริ โดยมีเพื่อนช่วยกันชิม ปรับสูตร จนได้เป็นซอสในปัจจุบัน 

ประกอบกับเชฟอั้มและเพื่อนอยากเปิดร้านสตรีตฟู้ดอยู่แล้ว จึงคิดเมนูที่สามารถชูรสชาติของซอสมาสเตอร์ได้เป็นอย่างดี รวมทั้งเป็นเมนูที่ทุกคนเข้าถึงและรู้จัก กินง่าย จบเร็ว จึงได้เป็นเมนูสุกี้ 

โดยมีให้เลือกทั้งหมู ไก่ เนื้อ หมึกกรอบ ผักกาดขาว ผักบุ้ง ต้นหอม วุ้นเส้น ไข่ไก่ ผัดแบบจานต่อจาน ใส่ซอสมาสเตอร์ 1 กระบวย ก็จะได้สุกี้พรศิริ และที่เป็นเมนูซิกเนเจอร์ของร้านคือเมนูลับ ใช้วุ้นเส้น ไข่ไก่ ใส่ซอส แล้วผัดด้วยไฟแรงจะได้เมนูลับที่มีความหอมกระทะ

ซึ่งเชฟอั้มเชื่อว่า “ถึงแม้ร้านเราจะเป็นกระแสใดๆ ก็ตาม แต่ถ้าลองกินแล้วไม่อร่อย มันคือครั้งเดียวจบ แต่ถ้าคนได้มาลองแล้วอร่อย ลูกค้าก็จะรีเทิร์นกลับมา”

อ่านเรื่องราวที่เกี่ยวข้อง 

3. ปั้นคอนเทนต์ลงโซเชียล

คอนเทนต์คืออีกสิ่งที่ร้านสุกี้พรศิริทำอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นไปที่ TikTok แพลตฟอร์มยอดนิยมที่เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ง่าย ทำให้เชฟอั้มกับเพื่อนฝึกเล่นติ๊กต็อกจากที่ไม่เคยเล่นมาก่อน โดยใช้เวลาศึกษาสไตล์การทำคลิปติ๊กต็อกนาน 2 สัปดาห์ จนรู้แนวทาง จากนั้นฝึกตัดต่อง่ายๆ และเริ่มวางสคริปต์ โดยได้เพื่อนพาร์ตเนอร์คอยช่วยดู 

คอนเทนต์ที่สุกี้พรศิริทำอย่างชัดเจนคือการแชร์สูตร เพราะความตั้งใจของเชฟอั้มกับเพื่อนคือการขายซอสมาสเตอร์ จึงต้องพรีเซนต์ให้เห็นว่าซอสนี้สามารถนำไปทานกับเมนูได้หลากหลาย ไม่ใช่แค่สุกี้ 

การแชร์สูตรจึงเป็นไอเดียให้ลูกค้าเห็นและอยากกดสั่งซอสมาสเตอร์ และน้ำจิ้มเด็กโตที่ขายควบคู่กัน 

นอกจากนี้ ยังเลือกใช้การไลฟ์สำหรับแจ้งข่าวสาร เช่น อัปเดตลำดับคิว เพื่อกระจายลูกค้าไม่ให้ยืนอออยู่หน้าร้าน ซึ่งการไลฟ์ตอบโจทย์มากๆ นอกจากได้รู้คิวแล้ว ยังได้เห็นบรรยากาศหน้าร้านแบบเรียลไทม์อีกด้วย

4. ปรับปรุงแก้ไขข้อผิดพลาด

จากเริ่มต้นร้านสุกี้ด้วยรถเข็น เตา 1 ตัว โต๊ะ 2 ตัว เก้าอี้ 6 ตัว เมื่อลูกค้าเพิ่มจำนวนมากขึ้น เชฟอั้มและเพื่อนจึงต้องปรับระบบเพื่อรองรับปริมาณลูกค้า โดยเริ่มจากการเพิ่มจำนวนโต๊ะและเก้าอี้สำหรับนั่งทานและนั่งรอ เพิ่มจำนวนเตาผัดเพื่อให้ทันต่อจำนวนออร์เดอร์ รวมถึงให้บริการน้ำฟรี มีพัดลมเป่าคลายร้อน มีสเปรย์กันยุง และไลฟ์อัปเดตคิวแบบเรียลไทม์

5. เติบโตแบบค่อยเป็นค่อยไป แต่ยั่งยืน 

จากกระแสที่ดีเกินคาด ทำให้มีคนติดต่อขอซื้อแฟรนไชส์ ซึ่งเชฟอั้มและเพื่อนมองว่าหากต้องขายแฟรนไชส์ ก็ขอพัฒนาระบบให้แข็งแรงเสียก่อน เพราะอยากให้คนที่ซื้อแฟรนไชส์ไปแล้วเติบโตไปด้วยกัน สามารถทำกำไรได้ ไม่ได้อยากขายทิ้ง จึงไม่เร่งรีบทำแฟรนไชส์

รวมทั้งจะไม่ฝืนตนเอง ว่าจะต้องเร่งขยับขยายร้านให้ใหญ่ขึ้น หรือว่าต้องทำอะไรที่เกินกว่ากำลังจะสามารถทำได้ 

“ทุกอย่างเราจะถามตัวเอง ถามพาร์ตเนอร์ รวมถึงลูกน้อง มันเป็นอะไรที่ทำให้แบรนด์เรามั่นคง ถึงเราจะเติบโตช้า แต่ว่ามันเป็นการโตช้าที่ค่อนข้างแข็งแรงและมีคุณภาพ” เชฟอั้ม กล่าว

อ่านเรื่องราวที่เกี่ยวข้อง 

Related Posts

“ทฤษฎีโกงความรู้สึก” เทคนิคไลฟ์สด ของ “เชน-ธนา” CEO นักไลฟ์ ทำยอดขายแตะหลักร้อยล้านบาทต่อปี
ล้มเหลวมาแล้วถึงรู้! เจ้าของ “ซิงซิง หม่าล่า” เปิดสูตรปั้นแบรนด์ให้โตหลายสาขา เรียนรู้จากคู่แข่ง - ใช้โซเชียลเรียกลูกค้า
หากระเป๋าที่เข้ากับชุดไม่ได้ เลยเริ่มสร้างแบรนด์ “Freja” ด้วยเงินเก็บ ก่อนสร้างรายได้ ก่อนสร้างรายได้ กว่า 700 ล้าน